ความรู้สึกคุ้นเคยแว่บเข้ามาในหัวของหญิงสาวเธอหวนนึกไปถึงคำพูดของนางวรากุล เมื่อสังเกตเสี้ยวหน้าของเขาชัดๆ ก็ทำให้เธอยิ่งมั่นใจผู้ชายรูปร่างหน้าตาดี สูงโปร่ง ผิวละเอียดลออกลิ่นกายหอมสะอาดยังเจือแ่เบารอบตัวเธอหากเมื่อรู้อย่างนั้นความประหม่าในตัวของหญิงสาวก็ก่อตัวขึ้น
ศกุนตลารีบดึงผ้าเช็ดหน้าในมือของชายหนุ่ม “ฉันเช็ดเองดีกว่าค่ะ” เธอบอกและใช้ผ้าเช็ดหน้าผืนนุ่มของเขาเช็ดใบหน้าตัวเองก่อนจะยื่นมันส่งคืนให้เขา
“ขอบคุณค่ะ” ศกุนตลาบอกขอบคุณเบาๆแต่เมื่อนึกอะไรออกหญิงสาวก็ชักมือกลับ
“ผ้าเช็ดหน้าคุณเปื้อนแล้วส่งคืนคงเสียมารยาทมาก ขอซักแล้วส่งกลับไปให้ทีหลังนะคะ”
ชายหนุ่มอมยิ้มถ้าเขามองไม่ผิด พวงแก้มของหญิงสาวแดงระเรื่อขึ้นมากกว่าเมื่อครู่เหมือนกำลังประหม่าอาการของเธอเหมือนสาวแรกรุ่นเอียงอายที่เจอผู้ชายในฝัน
แต่อย่างไรก็ตามใบหน้าแดงระเรื่อที่ปราศจากคราบแป้งก็ดึงความสนใจของเขาไปหมดสิ้น เขาเองก็รู้สึกไม่แตกต่างจากเธออาการของเขาตอนนี้เหมือน โคแก่ที่เจอสวนหญ้าอ่อนกลิ่นของหญ้าอ่อนช่างหอมยั่วยวนจมูกเรียกร้องให้ โคแก่อย่างเขาเดินเข้าใกล้
“ไม่เป็ไรหรอกแค่ผ้าเช็ดหน้าผืนเดียวเอง แต่ถ้าจะพูดไปมันก็ไม่ได้เปื้อนอะไรมากมายหรอกนะแค่เช็ดฝุ่นแป้งบนแก้มเอง ส่งคืนมาเถอะ” ชายหนุ่มบอกพร้อมกับแบมือรับหญิงสาวจำต้องส่งผ้าเช็ดหน้าคืนให้เขา
เมื่อเก็บผ้าเช็ดหน้าเข้าในกระเป๋ากางเกงของตัวเองเรียบร้อยเขาส่งสองมือล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงด้วยท่วงท่าสบายๆจากนั้นเขาก็ทำลายความเงียบอีกครั้ง
“มีขนมอะไรแนะนำอีกบ้าง”
“ซื้อรับประทานเองหรือเป็ของฝากคะ”หญิงสาวถามชายหนุ่มกลับ เธอพยายามข่มความสั่นประหม่าเอาไว้ข้างใน
ศกุนตลาพยายามไม่คิดถึงว่าเขาคือลูกชายที่นางวรากุลพูดถึงเป็เื่น่าอายสิ้นดีถ้าหากเขาเป็ลูกชายของนางจริงๆเพราะเธอดันตกหลุมรักผู้ชายตรงหน้าั้แ่แรกเจอเป็ความรู้สึกแรกในชีวิตวัยสาวของเธอ
คราวนี้คนถูกถามย่นคิ้วมองอย่างแปลกใจ “มันแตกต่างกันตรงไหนระหว่างกินเองกับซื้อเป็ของฝากในเมื่อคนขายก็ควรจะแนะนำลูกค้าให้ซื้ออยู่แล้ว” ชายหนุ่มชวนคุยอย่างอารมณ์ดี
หญิงสาวส่ายหน้าไปมาส่งยิ้มกว้างโชว์ฟันขาวเรียงตัวสวยที่ถูกซ่อนอยู่ด้านในริมฝีปากบาง ทุกครั้งที่เธอยิ้มจะเห็นฟันแหลมเล็กๆคล้ายเขี้ยวอยู่ด้านซ้ายของริมฝีปาก แม้จะไม่ชัดเจน แต่ก็ทำให้คนตัวเล็กมีเสน่ห์จนทำให้คนมองไม่อยากละสายตา
“ไม่เหมือนกันค่ะ”
“ยังไง” อีกคนชักอยากเริ่มชวนคุยต่อเพราะเสียงเล็กๆ ของเธอพลอยทำให้เขาอยากได้ยินอยู่เรื่อยๆ
“ก็เพราะคุณเป็ผู้ชายวัยขนาดนี้”พอเธอเริ่มประโยคแรกชายหนุ่มก็ทำ สีหน้าไม่พอใจ คำว่าผู้ชายวัยขนาดนี้ตอกย้ำถึงอายุที่เขาหลีกเลี่ยงไม่ได้แม้รูปร่างและหน้าตาของเขาจะไม่เหมือนหนุ่มวัยใกล้สี่สิบก็ตาม
“วัยของผมเป็ยังไง” เขารีบถามทันที
คราวนี้หญิงสาวหัวเราะขำตาหยี
“ขอโทษค่ะ ฉันไม่ได้เจตนาอย่างนั้นหมายความว่า... ผู้ชายวัยขนาดคุณคงไม่ชอบรับประทานพวกขนมหวานอย่างจ่ามงกุฎ ทองหยิบทองหยอด ฝอยทอง หรือขนมไทยโบราณ แต่ถ้าหากว่าซื้อฝากคุณแม่บ้านพวกเธอคงจะรักษารูปร่างเช่นกัน เหมาะจะรับประทานเป็พวกของว่างและขนมที่รสชาติไม่หวานมากอย่างเช่นขนมชั้นขนมถั่วแปบ ลืมกลืน อะไรแบบนั้นค่ะ ส่วนขนมประเภทที่ฉันบอกคุณก่อนหน้าเหมาะสำหรับผู้หลักผู้ใหญ่มากกว่าค่ะ” เธอตั้งใจอธิบาย
ชายหนุ่มหัวเราะขำกับความตั้งใจในการอธิบายแต่น้ำเสียงเจื้อยแจ้วของเธอก็ชวนฟังจนอีกคนหาเื่คุยต่อ
“ไม่คิดว่าผมจะชอบขนมหวานบ้างหรือไง”
“ฉันดูลักษณะของคุณออกค่ะถ้าปกติคุณชอบรับประทานขนมหวานชนิดใดจะสามารถเลือกซื้อได้ทันทีโดยไม่ขอคำแนะนำแต่นี่คุณไม่”
“ช่างสังเกตขนาดนั้นเชียว”
“บางทีการได้ทำสิ่งที่ตัวเองชอบอย่างมีความสุขและได้แนะนำคนรับประทานให้มีความสุขไปด้วยเราก็จะยิ่งมีความสุขมากขึ้น ดีกว่าเราขายได้เยอะๆ แล้วไม่ถูกปากลูกค้าซื้อกลับไปทิ้งให้เสียของเปล่าๆ ค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นเอาเป็ว่าซื้อของฝากผู้ใหญ่วัยหกสิบสักห้าหกอย่างและสำหรับสาวๆ ออฟฟิศอายุยี่สิบถึงสามสิบกลางสักสิบกล่องสั่งออร์เดอร์แบบนี้ถูกต้องไหมครับ” ชายหนุ่มบอกอย่างล้อเลียนเธอ
หญิงสาวยิ้มอาย “ก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะฉันก็แค่แนะนำเท่านั้นเอง วัยไม่ได้บ่งบอกความชอบเสมอไป”
“แล้วก็เลือกให้ผมสักสองอย่างนะลักษณะอย่างนี้ควรกินขนมแบบไหนดี” ชายหนุ่มชี้มือเข้าหาใบหน้าของตัวเองและถามต่อ
ศกุนตลาเพียงส่งยิ้มและรีบหันหลังจัดของให้เขาในขณะที่ชายหนุ่มได้แต่อมยิ้มขำกับอาการของเธอเพียงแค่นี้เขาก็ััได้ว่าเพราะเหตุใดร้านนี้จึงเป็ที่ถูกอกถูกใจของมารดา และท่านมักพูดถึงร้านขนมไทยร้านนี้อย่างชื่นชมอยู่บ่อยครั้งพอได้มาเห็นกับตา เขาก็ไม่สามารถค้านคำพูดของมารดาได้สักคำแต่ถึงอย่างไรก็ต้องลองชิมฝีมือการเลือกขนมของหญิงสาวก่อน
หญิงสาวใช้เวลาเพียงไม่นานเธอก็ส่งถุงกระดาษใบเล็กให้ชายหนุ่มสามถุงทั้งสามถุงมีขนาดและสีแตกต่างกัน
“ถุงกระดาษสีเหลืองครีมสำหรับเป็ของฝากผู้ใหญ่เป็ขนมโบราณ แต่สูตรทางร้านจะทำไม่หวานมากเพื่อสุขภาพ สีชมพูสำหรับสาวออฟฟิศ แป้งน้อยและไม่หวานมากและนั่นเป็ของว่างเสียส่วนใหญ่ ถุงสีฟ้าเป็ของคุณฉันแถมขนมลืมกลืนเอาไว้ให้คุณลองชิมด้วยนะคะ รับประทานเพลินๆ หมดกล่องแป๊บเดียว”หญิงสาวส่งถุงให้เขาพร้อมอธิบาย ท้ายประโยคเธอบอกอย่างติดตลกแต่ทั้งหมดบอกได้ถึงความใส่ใจของร้านอีกอย่าง ทำให้ลูกค้าประทับใจั้แ่แรกที่เดินเข้ามาซื้อขนม
“อธิบายละเอียดขนาดนี้เผลอกินผิดถุงจะเป็อะไรไหม” ชายหนุ่มแกล้งเย้า
“เหมือนคุณกำลังว่าฉันพูดมากไปใช่ไหมคะ”
“ยังไม่ได้ว่าสักหน่อย คิดเองเข้าใจเองเสียเสร็จสรรพเลย” ชายหนุ่มว่าพลางล้วงหยิบกระเป๋าสตางค์ในกางเกงออกมา
“ทั้งหมดนี่เท่าไหร่ครับ”
“หนึ่งพันเจ็ดร้อยแปดสิบบาทค่ะ”หญิงสาวตอบรับเสียงใส
ชายหนุ่มหยิบธนบัตรใบละพันสองใบยื่นให้เธอ “ไม่ต้องทอนนะ”
“รอรับเงินทอนดีกว่าค่ะ” หญิงสาวรีบบอก
ป้องเขตสบตาหญิงสาวอีกครั้ง “ทางร้านไม่มีนโยบายรับเงินพิเศษจากลูกค้าค่ะถ้าหากคุณยืนยันว่าจะให้ทั้งหมดโดยไม่รับเงินทอน ฉันขอเพิ่มขนมให้คุณเท่าจำนวนเงินที่คุณให้มานะคะ”
ชายหนุ่มยอมพยักหน้าอย่างจำนนจนในที่สุดเขาก็ต้องหอบขนมกลับมาที่บ้านก่อนเพราะหลังจากที่เอากระเช้าไปให้ผู้ใหญ่ เขาต้องไปงานเลี้ยงอีกงานต่อคงไม่เหมาะที่จะทิ้งขนมไว้ในรถเป็เวลาหลายชั่วโมง อีกส่วนคงจ้างมอเตอร์ไซค์รับจ้างเอาไปให้พนักงานที่ออฟฟิศแทนการขับรถเข้าไปเองนั่นเป็แผนการที่ประหยัดเวลาที่สุดเพราะจากตอนแรกเขาตั้งใจว่าจะไปรับขนมและแวะเข้าออฟฟิศก่อนสักครู่ให้ใกล้เวลางานเลี้ยง
นางวรากุลมองลูกชายอย่างมีความหวังทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้เป็ความ้าของนางทั้งสิ้นนาง้าให้พวกเขาทั้งคู่เจอกันเพื่อที่นางจะได้ตัดสินใจบางอย่างให้เด็ดขาดมากขึ้น แต่เมื่อเห็นป้องเขตยืนคุยกับศกุนตลาในร้านขนมไทยด้วยท่าทีสบายๆบนใบหน้าเจือด้วยรอยยิ้มเป็ระยะความหวังริบหรี่ของนางก็เริ่มเห็นแสงสว่างบนปลายทางที่ชัดเจนยิ่งขึ้นจากนั้นนางก็กลับมาที่บ้านก่อนและทันได้เห็นภาพลูกชายถือกล่องขนมเดินยิ้มเข้ามาในบ้าน
นางวรากุลออกจากบ้านอีกครั้งในตอนเย็นเป็เวลาที่ร้านขนมไทยศกุนตลากำลังจะปิด และเป็่เวลาที่ดีที่สุดสำหรับพูดคุย
เดิมทีนางได้เกริ่นนำกับมารดาของศกุนตลาเื่ที่อยากได้หญิงสาวเป็ลูกสะใภ้อยู่บ่อยครั้งนางทิพย์สกุลเต็มใจเป็อย่างยิ่ง หากแต่นางไม่อยากก้าวก่ายเื่คู่ครองของลูกสาวนางอยากให้ศกุนตลาได้เลือกคู่ครองของเธอเองโดยจะไม่บังคับเพราะมันเป็ชีวิตและความสุขของเธอ
นางวรากุลพยายามโน้มน้าวและหาข้ออ้างหากแต่นางก็ได้รับคำปฏิเสธเรื่อยมาจากปากของหญิงสาวจนกระทั่งเมื่อหลายวันก่อนนางได้บอกเหตุผลจำเป็ที่สุดและเอ่ยปากขอร้องเธอนางเพียงขอให้เธอเป็แม่อุ้มบุญโดยไม่มีพันธะผูกมัด
“สวัสดีค่ะคุณป้า” ศกุนตลายกมือไหว้พร้อมกล่าวทักทายผู้สูงวัยก่อน หลังจากที่เธอเห็นนางเดินเข้ามาในร้านปกตินางวรากุลจะแวะมาที่ร้านเกือบทุกวันอยู่แล้วอาจจะเพราะด้วยวัยที่ใกล้เคียงกับนางทิพย์สกุล และคุยกันถูกคอรวมไปถึงเอ็นดูศกุนตลามาั้แ่เธอเป็สาวแรกรุ่น
นางวรากุลยิ้มทักทายและเอ่ยถามไปด้วย “ทำอะไรอยู่จ๊ะ หอมเชียว”
“ตลากำลังเจียวหอมเก็บไว้ทำหม้อแกงเผือกพรุ่งนี้ค่ะ”
“พรุ่งนี้มีหม้อแกงเผือกด้วยเหรอป้าสั่งไว้เลยห้ากล่อง คนที่บ้านชอบกินมาก” นางวรากุลบอกกับหญิงสาวและเดินตรงไปหานางทิพย์สกุลที่กำลังล้างทำความสะอาดถั่วทองสำหรับนึ่งทำขนม
“ได้ค่ะ” หญิงสาวตอบรับพร้อมกับใช้กระชอนช้อนหอมเจียวที่เหลืองกรอบกำลังสวยขึ้นพักในตะแกรงตาถี่อีกอัน
เพราะเห็นว่าลูกสาวกำลังง่วนอยู่กับของบนเตานางทิพย์สกุลจึงเป็ฝ่ายสนทนาต่อ“พรุ่งนี้มีงานสั่งทำลูกชุบ หม้อแกงเผือก และขนมชั้นกุหลาบไปออกงานที่เทศบาลค่ะเลยต้องเตรียมของเยอะหน่อย”
“อย่างนั้นเหรอมีอะไรให้ฉันช่วยหรือเปล่า” นางวรากุลย่อตัวลงนั่งข้างๆมารดาของศกุนตลา
“นั่งคุยเฉยๆ เถอะจะเสร็จแล้วเหมือนกัน” นางทิพย์สกุลตอบแต่นางก็ยังง่วนอยู่กับการคัดเม็ดถั่วที่เสียออก
การมาของนางวรากุลไม่เป็ที่แปลกใจของคนที่นี่ปกตินางจะชอบมาพูดคุยและช่วยเตรียมของทำขนมที่ร้านเป็ประจำอยู่แล้วจากที่รู้กันว่านางจะอยู่คนเดียวที่บ้านพักหลังใหญ่โต ชีวิตประจำวันก็แค่คอยเก็บค่าเช่าตึกและที่ดินเพราะที่ดินแถบนี้เกือบทั้งหมดเป็สมบัติเก่าแก่ของตระกูลนาง
นางวรากุลเป็คนติดดินแม้จะเกิดในตระกูลเก่าแก่ ปู่ทวดเป็ถึงเ้าพระยาในสมัยรัชกาลที่ 5 แต่นางก็ทำตัวเป็กันเองกับทุกคนจึงเป็ที่รักใคร่ของบุคคลแถบนี้มีสิ่งใดที่นางจะช่วยเหลืออุดหนุนจุนเจือนางก็ไม่รั้งรอที่จะทำ
ผู้คนย่านนี้จะเข้าใจว่านางไม่มีทายาทสืบสกุลเว้นเสียแต่คนเก่าคนแก่ที่รู้จักกันมานานป้องเขตใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านอีกหลังใจกลางกรุงเทพฯ เพราะเขาต้องเรียนและเมื่อเรียนจบเข้าทำงานในสำนักงานการท่องเที่ยวที่ต้องใช้ชีวิตประจำอยู่ในเมืองและต่างประเทศเสียเป็ส่วนใหญ่และเมื่อกลับมาบ้านพักที่เมืองนนท์ของมารดา เขาก็ไม่ชอบที่จะออกไปไหน
ศกุนตลาและมารดาของเธอก็ไม่เคยเห็นหน้าลูกชายของนางวรากุลเลยสักครั้งแม้ว่านางจะพูดทีเล่นทีจริง ทาบทามหญิงสาวไปเป็ลูกสะใภ้อยู่บ่อยๆในรอบสามสี่ปีที่ผ่านมา เธอรู้แต่เพียงว่าเขาทำงานเกี่ยวกับการท่องเที่ยวจนกระทั่งเมื่อสองสามวันก่อนนางเริ่มเข้าเื่อย่างจริงจัง ขอร้องอ้อนวอนเธอให้ช่วยเหลือ
“ฉันมาคุยกับเธอเื่ที่คุยกันค้างไว้วันก่อน”นางวรากุลเปิดหัวข้อสนทนา
ศกุนตลาวางมือและหันกลับมาฟังอย่างตั้งใจหัวใจของเธอเต้นตึกตัก อยากรู้ว่าสิ่งที่เธอกำลังคิดเป็ความจริงหรือเปล่าผู้ชายคนเมื่อตอนบ่ายเป็เขาหรือใคร
“ฉันคงต้องถามความสมัครใจของลูกก่อน”คำตอบของอีกฝ่ายทำให้นางวรากุลหันกลับไปมองหญิงสาวอีกครั้ง
“หนูตลาว่ายังไงจ๊ะจะยอมช่วยป้าหรือเปล่า”
“หนูแล้วแต่แม่จะตัดสินใจค่ะ”หญิงสาวโยนลูกกลับไปให้มารดา
“อ้าว! แล้วกัน แม่ลูกคู่นี้โยนกันไปโยนกันมา” นางวรากุลบอกกลั้วหัวเราะในลำคอนางเงยหน้าขึ้นสบตาศกุนตลา ส่งสายตาขอร้องและเว้าวอน
“อย่าคิดถึงเื่เงินทองที่ป้าพูดถึงเมื่อวันก่อนนะแต่ถือว่าเป็คำขอร้องของป้า ช่วยป้าสักครั้ง”
“เอ่อ...” หญิงสาวอึกอัก
“คราวนี้ป้าจนปัญญาแล้วลูกไม่คิดว่าป้องเขตจะรีบเดินทางเร็วขนาดนี้ ป้าคิดถึงวิธีอื่นไม่ทันจริงๆช่วยป้าสักครั้ง หรือว่าหนูมีข้อแลกเปลี่ยนอะไรป้าก็ยอมทุกอย่าง”
ศกุนตลาหันไปสบตามารดาของเธออย่างขอความเห็นท่านพยักหน้าเป็เชิงตอบรับ“ถ้าตลาไม่มีแฟน ไม่มีพันธะ และถ้ามันไม่เหลือบ่ากว่าแรงอะไรแม่ก็เห็นด้วยที่ลูกจะอุ้มท้องหลานให้คุณป้า”
ศกุนตลาทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกก็จริงที่ตอนนี้เธอไม่มีแฟน ไม่มีพันธะผูกมัดกับใครแต่การอุ้มท้องลูกที่เป็สายเืของตัวเองครึ่งหนึ่งแล้วต้องตัดขาดจากสถานะแม่มันเป็ความรู้สึกที่เ็ป และเมื่อยิ่งได้เห็นเขาเติบโต โดยที่เขาไม่มีโอกาสรับรู้ว่าเธอคือแม่เธอคิดว่ามันเป็ความเ็ปทั้งคนเป็แม่และตัวลูกเอง
เขาจะรู้สึกอย่างไรเมื่อลืมตาดูโลกและจำความได้ก็รับรู้ว่าเขาเป็เด็กกำพร้าแม่ในขณะที่หัวอกคนเป็แม่ก็เฝ้ามองได้เพียงห่างๆ มันเป็ความรู้สึกที่โหดร้าย
ความรู้สึกหนักอึ้งก่อตัวขึ้นั้แ่แรกเริ่มและตอนนี้มันยิ่งกลับทวีความหนักหน่วงในหัวใจของเธอมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม
“หนูมีเื่กังวลใจอะไรหรือเปล่า”นางวรากุลถามย้ำเมื่อเห็นแววตาของหญิงสาว
“หนูเพียงแค่สงสารเด็กที่เกิดขึ้นมาหนูไม่อยากให้เด็กคนไหนในโลกกลายเป็เด็กกำพร้าที่ต้องขาดพ่อหรือแม่เขาควรจะเกิดขึ้นมาจากความรัก” เธอบอกสิ่งที่อยู่ในใจออกมา
“จะเป็เื่ที่ดีมาก ภาพทุกสิ่งเกิดขึ้นได้อย่างที่หนูบอกป้าอยากได้หนูมาเป็ลูกสะใภ้มากที่สุด หากหนูตลายอมมันเป็สิ่งที่จะทำให้ป้ามีความสุขที่สุด แต่ทางเลือกของป้าตอนนี้มันน้อยนิดเหลือเกินลูกชายของป้าอายุสามสิบเก้าเข้าไปแล้ว” แววตาของคนพูดสะท้อนได้ถึงความไม่สบายใจข้างใน
นางวรากุลเป็คนที่มีความสุขกับทุกสิ่งในชีวิตประจำวันความเรียบง่ายทำให้นางสามารถยิ้มให้กับทุกคนแต่มีเพียงสิ่งเดียวที่ทำให้แววตาของนางสลดลงคือเื่ของลูกชายและทายาทสืบสกุล
หญิงสาวยิ้มเจื่อน “ผู้หญิงอย่างหนูคงจะไม่สามารถทำให้ลูกชายของคุณป้าตกหลุมรักได้หรอกค่ะ”
“ใครบอกล่ะ... ผู้หญิงแบบนี้แหละที่จะทำให้คนเป็สามีไม่รู้สึกเบื่อที่จะมองป้ายังอยากให้ลูกชายของป้าได้เจอหนูสักครั้ง แต่คงจะยากเพราะป้องอยู่ต่างประเทศเสียส่วนใหญ่ ถ้ากลับมาเมืองไทยก็จะอยู่บ้านที่กรุงเทพฯ เป็หลักขนาดแม่แท้ๆ ยังเจอกันแทบนับครั้งได้ต่อปี” นางวรากุลบอกหยั่งเชิงนางอยากให้พวกเขารู้จักกันโดยที่ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็ใคร
เพราะนางรู้ดีว่าหากป้องเขตได้รู้จักก่อนเขาก็จะยิ่งสร้างกำแพงต่อต้านในขณะที่นางก็อยากรู้ความรู้สึกของศกุนตลาด้วย บางทีนางอาจจะไม่ได้เพียงแค่หลานอุ้มบุญยังอาจจะได้ลูกสะใภ้สมใจก็เป็ได้
ศกุนตลาััได้ถึงความเศร้าสร้อยในน้ำเสียงของคนพูดเธอยิ้มบางๆ หันไปมองมารดา จากนั้นเธอก็หันมาตอบกลับนางวรากุลเสียงเบา “ถ้าหากว่าแม่เห็นว่าหนูควรทำหนูก็ไม่ขัดข้องที่จะช่วยเหลือคุณป้าค่ะ”
“ขอบใจหนูตลามากนะลูกถ้ามีโอกาสป้าอยากให้หนูทำความรู้จักกับ ตาป้องจริงจังสักครั้ง”
คำพูดของนางวรากุลเป็การยืนยันว่าผู้ชายคนที่เธอเจอเมื่อบ่ายไม่ใช่เขาหัวใจของเธอรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย หากเป็คนเมื่อบ่ายเธออาจจะไม่ลังเลที่จะยอมรับข้อเสนอก็เป็ได้ อย่างน้อยเขาก็ไม่เลวร้ายเธอคงจะรักเขาได้ไม่ยากหากต้องใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันแต่เธอก็ไม่มีความกล้ามากพอที่จะถามต่อว่าผู้ชายคนเมื่อบ่ายเป็ใคร
“ค่ะ” หญิงสาวเพียงตอบรับอย่างสุภาพในความเป็เด็กเธอไม่สามารถแสดงความเห็นได้มากกว่านี้ จากความรู้สึกที่ััได้จากมารดาเธอรับรู้ได้ว่าท่านก็เห็นด้วยกับความคิดของนางวรากุล ถ้าเธอจะยอมรับข้อเสนอนี้กับจำนวนเงินที่นางวรากุลมอบให้เป็สินสอด
ทั้งที่ในความรู้สึกจริงข้างในเธอไม่เคยเห็นด้วยแม้ว่ายอดเงินจะมากมายจนไม่สามารถใช้ได้หมดภายในสิบปีแต่ถ้าเลือกได้เธอก็ยอมเหนื่อยเพื่อที่จะทำงานหนักเพื่อหาเงินมาใช้หนี้ดีกว่ายอมปลดหนี้ด้วยวิธีแบบนี้ มันเหมือนเป็การลดทอนความภาคภูมิใจของเธอลง
หากแต่มารดาของเธอกลับคิดต่างนางไม่สามารถทนเห็นลูกลำบากเพื่อจะเก็บหอมรอมริบมาปลดหนี้ของครอบครัวที่มีอยู่จำนวนมากโขแต่วิธีการที่นางวรากุลนำเสนอก็เป็ผลดีทั้งสองฝ่ายและถ้าสิ่งที่ได้เป็ไปตามที่พวกนางคาดหวัง ก็จะเป็ของขวัญพิเศษให้กับผู้สูงวัยทั้งสอง
นางวรากุลหันไปมองมารดาของหญิงสาวและยิ้มออกมาอย่างมีความสุขนางกำลังคาดหวังที่จะทำให้ทั้งคู่ลงเอยกันด้วยความรัก แต่ในกรอบเวลาอันน้อยนิด วิธีการใดเล่าจะช่วยให้นางสมหวัง