บทที่ 21 ความเชื่อใจ
สามกระบวนท่า
เพียงสามกระบวนท่าซือหม่าอ๋าวก็พ่ายแพ้ให้กับผู้บ่มเพาะอาณาจักรวีรชนที่อยู่ในระดับต่ำกว่าแม้ว่าจะไม่เต็มใจแต่ซือหม่าอ๋าวก็ต้องยอมรับว่าตัวเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเย่อู๋เชวียแล้วและการปะทะกันเมื่อครู่นี้หากไม่ได้รับความเมตตาจากเย่อู๋เชวียเขาอาจพ่ายแพ้อย่างน่าอับอายมากกว่านี้ด้วยซ้ำ
ในตอนที่ซือหม่าอ๋าวกำลังจะลุกขึ้นด้วยใบหน้าอันเศร้าหมองก็มีฝ่ามือซีดขาวข้างหนึ่งยื่นเข้าหาเขา แน่นอนว่ามันเป็มือของเย่อู๋เชวีย
ซือหม่าอ๋าวมองไปยังคู่ต่อสู้ที่เอาชนะเขาในสามกระบวนท่าเขาพบว่าดวงตาของฝ่ายตรงข้ามเรียบเฉยและไม่มีร่องรอยของการเย้ยหยันแต่อย่างใด ซือหม่าอ๋าวกัดฟันก่อนจะจับมือเย่อู๋เชวียเพื่อพยุงร่างของตัวเองขึ้นจากพื้น
สายตาของซือหม่าอ๋าวมีความคับแค้นไม่เต็มใจ และทำอะไรไม่ถูกอยู่เล็กน้อยสุดท้ายเขาก็ได้แต่ถอนหายใจและยอมรับว่าตัวเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเย่อู๋เชวียจริงๆ
“เย่อู๋เชวีย เ้าแข็งแกร่งมากในเมื่อเ้าสามารถเอาชนะข้าได้การที่เ้าจะเป็ศีรษะของัย่อมเป็เื่ที่เหมาะสมที่สุด หลินอิงหลัวเ้ารับหน้าที่ควบคุมลำตัวของั ส่วนหางของัก็ปล่อยให้เป็หน้าที่ของข้าเองระหว่างการต่อสู้ในสมรภูมิร้อยเมือง ข้าซือหม่าอ๋าวจะทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเคร่งครัดพวกเ้าไม่ต้องกังวล”
เดิมทีซือหม่าอ๋าวมีบุคลิกที่ค่อนข้างหยิ่งผยองและไม่เห็นผู้ใดอยู่ในสายตาแต่ตอนนี้เมื่อเขาได้รับความพ่ายแพ้ความหยิ่งผยองนั้นกลับเป็เครื่องการันตีว่าเขาจะไม่มีทางบิดพลิ้วคำพูดของตัวเองอย่างแน่นอน
ฉีซื่อหลงพยักหน้าอย่างลับๆนี่คือตัวตนที่แท้จริงของซือหม่าอ๋าว แม้ว่าเขาจะเย่อหยิ่งและไม่สนใจผู้คนรอบข้างแต่เขาก็ไม่เคยหันหลังให้กับอุดมการณ์ของตัวเองแม้แต่ครั้งเดียว
นี่เป็หนึ่งในเหตุผลที่ฉีซื่อหลงเลือกซือหม่าอ๋าวให้เป็ตัวแทนของเมืองหลงกวงโดยไม่สนใจว่าในตระกูลซือหม่าจะยังมีอัจฉริยะที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าซือหม่าอ๋าวหรือไม่!
ฉีซื่อหลงเกิดความพึงพอใจเป็อย่างมากที่ปัญหาใหญ่ที่สุดได้รับการคลี่คลายภายใต้การประลองเมื่อครู่นี้ นั่นเป็เหตุผลให้พวกเขาสามารถใช้เวลากว่ายี่สิบวันที่เหลือทำการฝึกฝนค่ายกลัพิโรธได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
แม้ว่าหลินอิงหลัวจะมีความเชื่อมั่นในตัวของเย่อู๋เชวียแต่นางก็ไม่คิดว่าเขาจะสามารถเอาชนะซือหม่าอ๋าวภายในสามกระบวนท่าได้จริงๆทั้งยังเป็การเอาชนะอย่างง่ายดายอีกด้วย!
หากเป็ตัวนางที่ต่อสู้กับซือหม่าอ๋าวหลินอิงหลัวยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผลลัพธ์สุดท้ายจะเป็อย่างไรกล่าวอีกนัยหนึ่งคือเย่อู๋เชวียมีความสามารถเพียงพอที่จะเอาชนะนางในสามกระบวนท่าเช่นกัน
หลังจากเอาชนะซือหม่าอ๋าวในสามกระบวนท่าเย่อู๋เชวียก็มีความเข้าใจต่อพลังการต่อสู้ของตัวเองเพิ่มมากขึ้นเล็กน้อย
“คุณภาพของจิติญญาการต่อสู้แห่งกฎศักดิ์สิทธิ์ของข้าแข็งแกร่งกว่าพลังปราณทั่วไปหลายเท่าตอนนี้ระดับการบ่มเพาะของข้าได้รับการพัฒนาขึ้นมันทำให้ข้าสามารถใช้งานจิติญญาการต่อสู้ได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้นเช่นกันจากสิ่งที่ปรากฏในปัจจุบันบางทีข้าอาจจะมีความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับผู้บ่มเพาะอาณาจักรชำระิญญาระดับกลางก็ได้!”
…
ต่อจากนั้น พวกเขาทั้งสามก็เริ่มศึกษาและฝึกฝนค่ายกลัพิโรธด้วยความตั้งใจท้ายที่สุดหากพวกเขา้าเชี่ยวชาญค่ายกลสังหารนี้มันจำเป็ต้องใช้เวลาในการฝึกฝนไม่น้อยกว่ายี่สิบวันเลยทีเดียว
โชคดีที่ทั้งสามคนเลิกมีอคติต่อกันและหันมาทุ่มเทให้กับการฝึกฝนอย่างเต็มที่
สามวันต่อมา
เย่อู๋เชวีย หลินอิงหลัวและซือหม่าอ๋าวต่างยืนประจำตำแหน่งของตัวเองในค่ายกลจะเห็นได้ว่าเย่อู๋เชวียดูเหมือนจะยืนเหลื่อมไปทางด้านหน้าเล็กน้อยในขณะที่หลินอิงหลัวยืนอยู่ตรงกลางและซือหม่าอ๋าวอยู่ในตำแหน่งต่ำสุด
“ัเล็กเคลื่อนไหว!”
เย่อู๋เชวียะโจากนั้นดวงตาของหลินอิงหลัวและซือหม่าอ๋าวก็หรี่ลงเล็กน้อยพวกเขารีบยึดเย่อู๋เชวียเป็ศูนย์กลางและเคลื่อนไหวตามที่เคยซักซ้อมอย่างรวดเร็ว
ในขณะเดียวกันเย่อู๋เชวียก็กวาดตามองรอบทิศทางก่อนจะเคลื่อนไหวไปยังจุดต่างๆโดยที่หลินอิงหลัวและซือหม่าอ๋าวก็ตอบสนองอย่างใกล้ชิด
“ัฟาดฟัน!”
เย่อู๋เชวียสบตากับหลินอิงหลัวและเคลื่อนไหวไปยังทิศทางหนึ่งพร้อมกันซือหม่าอ๋าวก็มีการตอบสนองอย่างฉับไวและร่างกายของเขาเคลื่อนย้ายไปยังทิศทางตรงกันข้ามทันที!
ในสายตาของฉีซื่อหลงความก้าวหน้าของหนุ่มสาวทั้งสามทำให้เขาตกตะลึงเล็กน้อยหลังจากเริ่มการฝึกฝนได้เพียงสามวันพวกเขาก็แทบจะเรียกภาพธรรมของัให้ปรากฏออกมาได้แล้ว!
ในความเป็จริงนี่เป็ครั้งแรกที่พวกเขาทั้งสามได้เริ่มฝึกฝนค่ายกลร่วมกันอย่างเป็ทางการก่อนหน้านี้เย่อู๋เชวียและคนอื่นๆเพียงศึกษาลักษณะการเคลื่อนไหวของค่ายกลผ่านม้วนกระดาษเท่านั้น
และด้วยความเป็อัจฉริยะของหนุ่มสาวทั้งสามหลังจากผ่านไปไม่กี่ชั่วยามในที่สุดพวกเขาก็เรียกภาพธรรมของัให้ปรากฏขึ้นได้อย่างพร่ามัวแม้ว่าภาพธรรมนี้จะยังมีลักษณะวูบวาบคล้ายกับจะพังทลายลงได้ตลอดเวลาแต่โดยรวมแล้วก็ถือว่าพัฒนาการนี้ค่อนข้างยอดเยี่ยมไม่น้อย!
“พวกเขามีพร์ในการฝึกฝนค่ายกลสังหารอย่างแท้จริงน่าเสียดายที่ค่ายกลสังหารที่ทรงพลังมากกว่านี้ได้สูญหายไปหมดแล้ว!”
“เอ๊ะ!”
ฉีซื่อหลงััได้ถึงบางสิ่งบางอย่างและทำให้เขาเกิดความใเป็อย่างมาก!
ภายในค่ายกลัพิโรธในตอนนี้เริ่มมีไอสังหารอันเข้มข้นถูกปลดปล่อยออกมาแ่เบา!
“ตึง” “ตึง” “ตึง”
ทั้งสามคนเคลื่อนไหวอย่างพร้อมเพรียงโดยที่เย่อู๋เชวียพุ่งไปข้างหน้าราวกับหัวหอกและเข้าสู่สถานะโจมตีอย่างสมบูรณ์
หลินอิงหลัวพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อที่จะรักษาตำแหน่งระหว่างเย่อู๋เชวียและซือหม่าอ๋าวโชคดีที่นางเป็คนช่างสังเกตดังนั้นการมอบหมายหน้าที่ให้นางควบคุมความสมดุลของค่ายกลจึงถือเป็เื่ที่เหมาะสมอย่างยิ่ง
ซือหม่าอ๋าวก็มีร่างกายที่ยืดหยุ่นและปฏิกิริยาตอบสนองค่อนข้างฉับไวเขากวาดตามองรอบทิศทางโดยที่ฝีเท้ายังคงติดตามจังหวะการก้าวเดินของทั้งสองคนที่อยู่ด้านหน้าโดยไม่ปล่อยให้ตัวเองหลุดจากสมาธิแม้แต่น้อย
“กรงเล็บัโจมตี!”
เย่อู๋เชวียะโเสียงดังลั่นและใบหน้าของพวกเขาทั้งสามก็เปลี่ยนเป็เคร่งขรึมมากกว่าเดิมจากนั้นหลินอิงหลัวและซือหม่าอ๋าวก็เริ่มขับเคลื่อนพลังปราณในแนวทางของค่ายกลัพิโรธโดยส่งพลังทั้งหมดของตัวเองให้เคลื่อนไปข้างหน้าเพื่อปล่อยให้เย่อู๋เชวียเป็ผู้ลงมือโจมตีแทน!
“ครืน…”
ร่างกายของเย่อู๋เชวียเริ่มสว่างไสวและกำปั้นสีทองของเขาก็กระแทกเข้าหารูปปั้นหินตัวใหญ่อย่างรุนแรง!
“ตัง!”
แสงสีทองพุ่งออกจากฝ่ามือของเขาและบดขยี้รูปปั้นหินให้แหลกสลายกลายเป็ฝุ่นผงอย่างง่ายดาย!
อย่างไรก็ตามหลังจากการโจมตีครั้งนี้ค่ายกลัพิโรธของพวกเขาทั้งสามก็พังทลายลงโดยไม่มีทางเหนี่ยวรั้งให้กลับมาเป็รูปร่างเดิมได้อีก
แม้ว่าค่ายกลัพิโรธจะล่มสลายไปแล้วแต่หนุ่มสาวทั้งสามกลับเต็มไปด้วยความตื่นเต้นพลังการโจมตีเมื่อครู่นี้มันดุดันและน่ากลัวยิ่งกว่าการโจมตีปกติของพวกเขาอย่างที่ไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้!
สายตาของทั้งสามประสานกันพวกเขามองเห็นความประหลาดใจและความมุ่งมั่นที่เริ่มปรากฏขึ้นอีกครั้ง!
…
“ัเคลื่อนไหว!”
ในลานสีเขียวอันกว้างใหญ่มีเสียงะโดังขึ้นอย่างต่อเนื่องหนุ่มสาวทั้งสามฝึกฝนอย่างแข็งขัน พวกเขาสร้างค่ายกล เดินหน้า ถอย โจมตี และป้องกันตลอดทั้งวันทั้งคืน
ภายใต้การฝึกฝนอย่างเข้มข้นเวลาก็ผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับสายน้ำ อย่างไรก็ตามเย่อู๋เชวียและคนอื่นๆไม่ได้ให้ความใส่ใจต่อเื่นี้เลย ยกเว้นเวลาของการพักผ่อนที่ไม่อาจละเลยได้เวลาอื่นๆ พวกเขาแทบจะยุ่งอยู่กับการฝึกฝนค่ายกลัพิโรธเพียงอย่างเดียว
เวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่าทั้งสามคนเริ่มคุ้นเคยกับการเคลื่อนไหวของค่ายกลัพิโรธมากขึ้นเรื่อยๆในขณะเดียวกันความเชื่อมั่นที่พวกเขามีต่อกันก็แทบจะเรียกว่าไร้ช่องโหว่ได้เลย
ในที่สุดยี่สิบวันก็ผ่านไปเช่นนี้
...
“สะบัดหางโจมตี”
เอวที่อ่อนช้อยของหลินอิงหลัวเคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามกับเย่อู๋เชวียเมื่อมองเห็นท่าทางที่งดงามนั้นซือหม่าอ๋าวรู้สึกว่าดวงตาของเขากำลังจะลุกไหม้ด้วยความปรารถนาอย่างไรก็ตามเขายังคงเคลื่อนไหวไปตามสัญชาตญาณโดยไม่ปล่อยให้เกิดความผิดพลาดแม้แต่น้อย!
ทันใดนั้นเงาของหางัที่มีขนาดใหญ่โตกว่าสิบวาก็ปรากฏออกมาจากความว่างเปล่าและกระแทกลงสู่เบื้องล่างด้วยความแข็งแกร่งที่เพียงพอจะบดขยี้ผู้บ่มเพาะอาณาจักรหลอมรวมิญญาให้กลายเป็เนื้อบดได้อย่างง่ายดาย!
“ตัง!”
แผ่นหินสีเขียวที่ใช้ปูพื้นสนามประลองเกิดรอยแตกร้าวเล็กน้อยแต่ใบหน้าของซือหม่าอ๋าวไม่มีความเปลี่ยนแปลงใดๆเขาโน้มตัวไปข้างหน้าและวางมือลงบนเอวของหลินอิงหลัวก่อนจะเหวี่ยงร่างของหญิงสาวขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยพลังทั้งหมดที่มี!
หลินอิงหลัวลอยขึ้นสู่้าตามแรงผลักในขณะเดียวกันฝ่ามือของนางก็ประกบกับแผ่นหลังของเย่อู๋เชวียอย่างแ่เบาและร่างของคนทั้งสามก็เคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันราวกับัั์ตัวหนึ่ง!
“ัดำฟาดฟัน!”
“ตัง!”
“แคร่ก!”
ด้วยคลื่นพลังอันน่าสะพรึงกลัวที่ตกลงมาจากท้องฟ้าแผ่นหินสีเขียวที่ใช้ปูพื้นสนามประลองไม่สามารถทนรับพลังนี้ได้และแตกออกจากกันทันที!
“ควับ ควับ ควับ…”
เท้าของทั้งสามคนัักับพื้นอย่างแ่เบาพวกเขาเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันโดยปราศจากความตื่นตระหนกและภาพธรรมของัตัวใหญ่ยังคงมีความสมบูรณ์แบบห่างไกลจากความไม่เสถียรของเมื่อไม่กี่วันก่อนโดยสิ้นเชิง!
“ฮ่าๆๆเป็ค่ายกลัพิโรธที่สมบูรณ์แบบจริงๆ!”
คำชื่นชมมาจากฉีซื่อหลงที่เฝ้าดูอย่างเงียบๆเปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญค่ายกลัพิโรธมากที่สุดเขารู้สึกตกตะลึงไม่น้อยที่เย่อู๋เชวีย หลินอิงหลัวและซือหม่าอ๋าวสามารถซึมซับหลักการที่สำคัญที่สุดของค่ายกลได้อย่างครบถ้วน
ทั้งสามคนหันไปมองสบตากันอีกครั้งจากนั้นเย่อู๋เชวียและซือหม่าอ๋าวก็เริ่มหัวเราะอย่างมีความสุขแม้แต่ใบหน้าที่เ็าของหลินอิงหลัวก็ยังเฉิดฉายด้วยรอยยิ้มสดใส
“เวลาแค่ยี่สิบวันในที่สุดเราก็เชี่ยวชาญค่ายกลัพิโรธ ฮ่าๆๆการต่อสู้ในสมรภูมิร้อยเมืองครั้งนี้เมืองหลงกวงของเราไม่จำเป็ต้องเกรงกลัวผู้ใดทั้งสิ้น!”
ซือหม่าอ๋าวกล่าวด้วยความมั่นใจพวกเขาคือผู้ที่รู้ดีที่สุดว่าค่ายกลัพิโรธทรงพลังมากแค่ไหน
“พวกเ้าเก่งมาก ในเวลาเพียงยี่สิบวันพวกเ้าประสบผลสำเร็จในการควบคุมค่ายกลัพิโรธได้อย่างสมบูรณ์แบบไม่ว่าจะเป็การรุกหรือการป้องกัน ทุกด้านล้วนบรรลุถึงจุดสูงสุดแล้วและสิ่งที่ข้าภาคภูมิใจมากที่สุดคือความไว้วางใจที่พวกเ้ามีให้กันและกัน!”
เมื่อได้ยินคำพูดของฉีซื่อหลงเย่อู๋เชวียก็แอบเสียใจกับระดับของค่ายกลัพิโรธเป็อย่างมาก
“เพียงค่ายกลสังหารระดับหนึ่งก็ทรงพลังถึงระดับนี้แล้วหากเราได้ฝึกฝนค่ายกลสังหารระดับสอง ระดับสามหรือระดับที่สูงกว่าพวกเราจะสร้างผลงานได้ยอดเยี่ยมแค่ไหนกันนะ!”
ฉีซื่อหลงมองดูหนุ่มสาวทั้งสามด้วยรอยยิ้มอับจนปัญญาเล็กน้อยเดิมทีค่ายกลสังหารัพิโรธเขาก็ได้รับมาโดยบังเอิญหลังจากศึกษามันเป็เวลาหลายปีเขาค้นพบว่านี่คือค่ายกลสังหารระดับต่ำสุดเท่านั้นเพียงค่ายกลระดับต่ำสุดก็ยังทรงพลังถึงขนาดนี้แล้วค่ายกลสังหารในระดับที่เหนือกว่าจะน่าสะพรึงกลัวมากแค่ไหน?
“สิ่งที่ควรทำพวกเ้าก็ได้ทำหมดแล้ววันนี้กลับไปพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้ข้ามีของขวัญเล็กๆ น้อยๆที่จะมอบให้พวกเ้าเป็การส่วนตัว!”
ภายใต้ดวงตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังของหนุ่มสาวทั้งสามฉีซื่อหลงหัวเราะอย่างลึกลับและเดินหันออกจากสนามประลองทันที
ในขณะเดียวกันเย่อู๋เชวียสูดลมหายใจอย่างลึกล้ำเขาล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อของตัวเองเพื่อัักับจี้หยกสีแดงก่ำด้วยจิตใจที่เต้นระทึก!