ตอนที่32 องค์ชายสิบสี่
พรึบๆ ๆ!
โครม!
"อ้ากกกกก!! "
กริชเพชรขมวดคิ้วขัดเคืองอยู่ในใจเพราะมีนกตัวหนึ่งเกือบพุ่งชนหนิงหนิงกระเด็น ถ้าเขาไม่ใช้แขนยกขึ้นกั้นนางไว้ทำให้ทหาร ล้มพลิกคว่ำไปนอนกองกับพื้นฝุ่นตลบ
"บังอาจไอ้ไพร่ชาติชั่วเ้ามาขัดขวางขบวนนำเสด็จองค์ชายเก้า สมควรตาย... " เสียงเหล่าทหารองครักษ์ที่ขับขี่นกะโชักดาบกรงเล็บเหยี่ยว ออกจากหลังกรูเข้าหากริชเพชร
"หยุด!! ..."
เสียงองค์ชายเก้าดังกัมปนาทมองมาที่กริชเพชร ดวงตาของเขาส่งประกายวาววับแดงดุจเพลิงเขม่นมองชายหนุ่ม เหมือนกำลังจะหยั่งลึกกายอสูรของเขาเพราะว่าเพียงแขนเดียว สามารถกลั้นการพุ่งชนของนกอสูรระดับสี่ได้ย่อมมีความสามารถพอตัว และยิ่งเห็นเขามีร่างจำแลงหล่อเหลามีสิ่งผิดปกตินิดหน่อยที่ขึ้นบนศีรษะ เป็นอเล็กๆ หน่อยเดียวทำให้สายตาขององค์ชายเก้า ที่เ้าเล่ห์พยายามประเมินบุคคลที่อยู่ตรงหน้าอย่างพิจารณา
"ไอ้หนุ่มโขกหัวคำนับองครักษ์ของข้าแล้วข้าจะไม่ถือโทษเ้าที่บังอาจมาลบหลู่เกียรติยศของข้า...." เสียงเยือกเย็นขององค์ชายสามพูดอย่างเหยียดหยามและอยากประเมินชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าว่าเขามีเื้ัใหญ่โตหรือไม่
"พวกเราขออภัยพระเ้าค่ะ..พวกเรายืนเรียงแถวรอคิวเข้าเมือง เหล่าทหารขององค์ชายเก้าก็ปรากฏขึ้น พวกเราไม่ทันระวังจึงกีดขวางการเสด็จ ขอทรงโปรดยกโทษด้วยพระเ้าค่ะ..."
หนิงหนิงเดินออกมาด้านหน้ายกมือคำนับองค์ชายเก้า เขามองหญิงสาวอย่างพิจารณา
"ฮ่าๆ ๆ ..ไม่เลวไอ้หนุ่มนี่..มีภูตอสูรรับใช้ระดับสี่ไม่เลวเลยนะ เอาอย่างนี้ข้าจะอภัยให้เ้า ถ้าเ้ายกภูตอสูรนางนี้ให้ข้าจะดีหรือไม่ ข้ากำลัง้าคนมาปรนนิบัติรับใช้อยู่พอดี นางอยู่กับข้าจะมีชีวิตที่ดีกว่าอยู่กับเ้า..." องค์ชายเก้ามองเห็นรูปร่างกายทิพย์ของหนิงหนิงเกิดความละโมบจึงอยากได้มาเป็นางบำเรอของตน
กริชเพชรยกยิ้มที่มุมปากคารวะองค์ชายเก้า ที่จริงแล้วชายหนุ่มเป็คนใจเย็นรู้หลบเป็ปีกรู้หลีกเป็หางอยู่แล้ว แค่คารวะเ้าขุนมูลนายไม่ใช่เื่ยากสำหรับเขา
"ข้าน้อยขอคารวะองค์ชายเก้าอย่าถือโทษโกรธเคืองข้าน้อยเลย สำหรับหนิงหนิงนางเป็ภูตที่ทำสัญญาเป็พี่น้องไม่สามารถยกให้องค์ชายได้ ข้าน้อยขออภัยเป็อย่างสูงขอรับ.." กริชเพชรพยายามหาศัพท์มาพูดกับองค์ชายเก้าให้นุ่มนวลชวนฟังมากที่สุด เพื่อลดความขัดเคืองของเขา
"บังอาจข้าพูดกับเ้าดีๆ แค่บ่าวทาสคนหนึ่ง ทำเป็เล่นตัวข้าจะเอาแม้แต่ชีวิตของเ้าก็ยังได้ เ้าอย่าคิดนะว่ากายอสูรของเ้าอยู่ในระดับสูง แล้วจะมาแข็งข้อกับทหารองครักษ์ ในนครอสูรวารีน้ำจืดได้ ข้าไม่สนหรอกว่าเ้าจะมีเื้ัใหญ่โตขนาดไหน..."
องค์ชายเก้าพูดแบบนี้เพราะเขาเห็นแล้วว่าชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า ต้องมีทรัพยากรเหลือใช้เหลือจ่ายจริงๆ จึงจะสามารถมีกายอสูรจําแลงอันยอดเยี่ยมขนาดนี้
แต่ยังไงเขาก็ไม่สนใจอยู่ดีเพราะเขาเป็ถึงองค์ชายเก้า ราชโอรสฮองเฮาฝ่ายซ้ายที่มีอำนาจล้นนคร รองจากมหากษัตริย์แถมมี มหาอำมาตย์ที่ยิ่งใหญ่คอยหนุนหลัง
องค์ชายเก้าคาดคะเนว่ากริชเพชรก็อาจจะเป็ลูกหลาน เ้าขุนมูลนายในราชสำนักก็แค่นั้นเอง
"ล้อมจับมันไว้ ข้า้าบ่าวทาสหญิงของมัน โทษฐานที่มาขัดขวางการเสด็จเอาไปไต่สวนลงโทษ..." เสียงคำรามอย่างมีอำนาจขององค์ชายเก้าดังก้องรอบบริเวณ เหล่าทหารองครักษ์และอสูรนกแปลงร่างเข้าล้อมจับกริชเพชรทันที
"คิกๆ ..องค์ชายเก้าพระโอรส องค์ฮองเฮาฝ่ายซ้ายช่างมีอำนาจล้นเหลือเมืองซะจริงๆ เลยนะ บังอาจจับคนกลางวันแสกๆ ไม่รู้สึกว่าจะป่าเถื่อนเกินไปรึ.."เสียงอ่อนหวานไพเราะดังก้องรอบบริเวณ
"องค์หญิงจ้าวเฟิงพระธิดาในองค์พระขนิษฐา เ้าผู้ครองนครวารีน้ำจืดเสด็จแล้ว..." เสียงองครักษ์หญิงดังก้อง พวกนางวิ่งตะกุยออกมาจากชายป่า มีอสูรเสือลายพาดกลอน ตัวใหญ่ขนาดมหึมาทะยานตามหลังมาติดๆ
หญิงสาวผู้เลอโฉมใส่ชุดนักรบเผยทรวดทรง ที่อวบอั๋นแข็งแกร่งไปทั่วร่างปรากฏขึ้นขัดขวาง การล้อมจับของทหารองครักษ์ขององค์ชายเก้าทันที
"บัดซบเ้าเป็ใครบังอาจมาขัดขวางเรา.." องค์ชายเก้าแค่นเสียงเหลือบตามองเขม่นไปที่หญิงสาวอย่างโกรธแค้น
แต่เมื่อเห็นใบหน้ารูปร่างที่สวยงามอรชรของนาง แฝงด้วยความแข็งแกร่งทำให้เขามีน้ำเสียงอ่อนลงอย่างกะทันหัน
"นางคือพระธิดาของเสด็จอารึ..." เขาหันไปกระซิบถามชายที่ใส่ชุดคลุมสีดำ เหมือนเป็องครักษ์ใหญ่ที่ยืนคอยปกป้องเขา
"ใช่พระเ้าค่ะ..นางเป็หลานคนโปรดของเสด็จพ่อท่าน ก่อนที่พวกเราจะไปรับองค์ชายเก้ากลับมาจากแอ่งน้ำตกศักดิ์สิทธิ์ที่หนึ่ง นางก็ขึ้นเป็หัวหน้าองครักษ์ฝ่ายในแล้ว ฝีมือนางร้ายกาจอย่ายุ่งกับนางดีกว่า กายอสูรของนางขึ้นสู่ระดับห้าตอนปลายแล้ว สู้กันตัวต่อตัวท่านก็ทำอะไรนางไม่ได้ดอกพระเ้าค่ะ...."
เสียงของเขามีอำนาจเยือกเย็นแม้แต่องค์ชายเก้ายังนิ่งอึ้ง
"ไม่ได้..ข้าจะให้นางมาหยามเกียรติว่าที่องค์รัชทายาทอย่างข้าไม่ได้ วันหน้าข้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน..." เขาแค่นเสียงอย่างหัวเสีย ชายชุดดำขมวดคิ้วยกยิ้มอย่างเยือกเย็น
"องค์ชายเก้าข้าว่าท่านอย่าเป็ปรปักษ์กับนางเลย พระมารดาของนางเป็น้องคนโปรดของเสด็จพ่อท่าน ขืนขัดเคืองใจกับนางฐานอำนาจที่พระมารดาของนางกำอยู่ในมือส่วนหนึ่ง อาจจะเป็ตัวแปรในการชิงว่าที่องค์รัชทายาทได้นะพระเ้าค่ะ..."
คำพูดของชายชุดำทำให้องค์ชายนิ่งอึ้ง องค์ชายเก้าเพิ่งกลับมาจากแอ่งน้ำตกศักดิ์สิทธิ์ที่เกิด และหล่อหลอมบอลดวงจิตแก่นแท้ถึงระดับห้าตอนต้น ชายหนุ่มคิดว่าในคนรุ่นเยาว์บุตรหลานของจอมกษัตริย์บิดาของเขา เชื่อว่าตนเองอยู่แถวหน้า
บัดนี้กลับมาเจอองค์หญิงธิดาของพระขนิษฐาของเสด็จพ่อ คนรุ่นราวคราวเดียวกัน กลับมีความเด่นล้ำกว่าเขาไปอีกขั้นหนึ่ง มันยิ่งทำให้ชายหนุ่มขัดเคืองใจยิ่งนัก
"พี่หญิงในฐานะที่ข้าเป็องค์ชายอยากจะขอร้อง อย่ามายุ่งเื่ของข้าเลยแค่บ่าวทาสคนเดียวกับพลเมืองกระจอกคนหนึ่ง พี่หญิงก็ทำตาไม่เห็นก็แล้วกันข้าให้สิทธิ์พี่หญิงเข้าเมืองก่อน เดี๋ยวข้าเสร็จธุระจะตามไปคุยด้วย..." องค์ชายเก้าเมื่อรู้ที่มาที่ไปของนาง เขาก็อ่อนข้อให้องค์หญิงเ้าเฟิงครึ่งก้าว
"คิกคิก! รู้สึกองค์ชายเก้าจะมีน้ำใจยิ่งนัก ถ้ามีน้ำใจขนาดนี้ ก็ปล่อยเขาสองคนไปเถอะ เขาไม่รู้ความอะไรหรอก ถือว่าเห็นแก่หน้าพี่หญิงจะได้หรือไม่..."
องค์หญิงเ้าเฟิงยิ้มแย้มหัวเราะเสียงอ่อนลงเมื่อเห็นองค์ชายเก้า อ่อนข้อให้กับนาง
องค์หญิงเ้าเฟิงเองก็ไม่อยากที่จะหาเื่กับเขา ในบรรดาลูกชายของกษัตริย์ เขาเป็คนหนึ่งที่นางได้ยินมาว่า มีแนวโน้มจะขึ้นเป็องค์รัชทายาท ด้วยมีกายอสูรที่เด่นล้ำถึงระดับห้า ทั้งๆ ที่พึ่งเกิดได้ปีเดียว
"ข้าเห็นแก่หน้าองค์หญิงตกลงตามนั้นก็แล้วกันข้าก็เป็ผู้ใหญ่ใจดี ไม่อยากหาเื่พวกธุลีดินเหล่านี้หรอก....."
เสียงขององค์ชายเก้าแค่นออกมาอย่างไม่พอใจ สะกดกลั้นความรู้สึกโกรธเคืองสุดๆ แต่เพื่อเห็นแก่องค์หญิงที่เลอโฉม เขาจึงยอมอ่อนข้อให้นางนิดหน่อยก่อน
"เอาอย่างนี้ไหมองค์ชาย ท่านมาทีหลังท่านก็ต่อคิว อย่าระรานชาวบ้านของเราเลย พวกเขาก็รีบเร่งเหมือนกัน ท่านยืนคุยอยู่กับพี่หญิงสักครู่หนึ่งให้คนที่ต่อคิวก่อนพวกเรา เข้าเมืองไปกก่อนจะดีหรือไม่..ให้สมกับเป็ว่าที่องค์รัชทายาท เพื่อจะได้เป็ที่รักใคร่ของประชาชน...."เสียงหญิงสาวบอก
ชายหนุ่ม นางเป็องค์หญิงที่รักใคร่ประชาชนจนใครๆ ในเมืองก็รู้จักดี
นางจึงขอให้องค์ชายเก้าต่อคิวเข้าเมืองเหมือนคนทั่วไป องค์ชายยกยิ้มสูงเมื่อได้ยินพระธิดาเ้าเฟิง เรียกเขาเป็ว่าที่องค์รัชทายาท
"ทำไมจะไม่ได้เล่าพี่หญิงพวกเรายืนคุยกันสักพักให้พวกเขาเข้าเมืองไปก่อนก็ไม่เห็นจะเป็ไร"
องค์ชายเก้ารับปากนางยิ้มแก้มแทบฉีก
"ทหารองครักษ์กลับมาข้างกายเราปล่อยประชาชนเข้าเมืองไปก่อน...."
สิ้นเสียงองค์ชาย เหล่าองครักษ์ที่โอบล้อมกริชเพชรก็กลับมายืนข้างกายองค์ชายเก้าอย่างเป็ระเบียบ
หนิงหนิงยิ้มที่มุมปากมององค์หญิงอย่างชื่นชม ก่อนที่จะดึงมือกริชเพชรไปเรียงแถวเข้าคิวตรวจสอบบุคคลเข้าเมืองต่อ
"เ้าจงวางมือบนแท่งศิลาตรวจสอบคนเข้านคร แล้วส่งพลังดวงจิตให้กระจกม่านบาเรียตรวจสอบเดี๋ยวนี้...." เสียงทหารรักษาประตูเมืองตะคอกใส่กริชเพชร เพราะเขาเห็นว่าชายผู้นี้กำแหงหาญบังอาจขัดเคืองใจกับองค์ชายเก้า
หัวหน้าทหารรักษาประตูเมืองก็เลยทำคะแนนเอาหน้าสักเล็กน้อย กริชเพชรไม่ได้ว่าอะไร เขาเดินตรงไปที่แท่งศิลาวางมือบนนั้นแล้วเพ่งกระแสจิตเข้าไปเพื่อเชื่อมต่อกับม่านมิติตรวจสอบบุคคลเข้าเมืองทันที
ภาพที่ฉายปรากฏบนกระจกหน้ากำแพงเมืองเป็รูปูเา ที่มีน้ำตกกั้นกลางไหลย้อยลงมาตกเป็สระ ก่อนที่จะไหลเอื่อยๆ ลงสู่ด้านล่าง มีอักษรสีทองกำกับคือหมายเลขสิบสี่ ทุกคนต่างตะลึงลานเหล่าทหารเฝ้าหน้าประตูเมืองต่างอุทานอย่างใ
"องค์ชายสิบสี่..ราชโอรสแห่งองค์ฮองเฮาฝ่ายขวาเสด็จแล้ว...."
เหล่าพวกทหารต่างก้มลงให้ความเคารพ กริชเพชรตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแบบปัจจุบันทันด่วน ไม่รู้ว่าพวกเขาให้ความเคารพใคร
.......................................................................................................................................................................................