หลังจากได้ยินคำพูดของหลี่ซวน ทั้งถงจื่ออันและจี้อันก็รีบหยิบหนังสืออีกสองเล่มที่เหลือบนชั้นไม้ออกมาทันที
หลี่ซวนรับหนังสือเล่มหนึ่งมา ก่อนจะค่อย ๆ ปัดฝุ่นหนาที่เกาะอยู่ออก
ฟุ่บ...
เมื่อฝุ่นปลิวจางลง ตัวอักษรบนปกก็ปรากฏขึ้นอย่างเลือนราง
"วิชาผนึกห้วงลมปราณ"
ถงจื่ออันเกาหัวด้วยความสงสัย "นี่มันอะไรกันอีก... เล่มเมื่อครู่ข้ายังไม่ทันเข้าใจเลย"
จี้อันหยิบหนังสือเล่มสุดท้ายขึ้นมาปัดฝุ่นออกเช่นกัน ทว่าต่างจากสองเล่มแรก เพราะหนังสือเล่มนี้มีภาพวาดพืชพรรณและดอกไม้แปลกประหลาดอยู่เต็มไปหมด
"เหมือนจะเป็ตำราเกี่ยวกับสมุนไพร..." จี้อันพลิกดูสองสามหน้าก่อนกล่าวต่อ "ด้านในมีชื่อโอสถอยู่หลายชนิด... โอสถขยายห้วงลมปราณ, โอสถเสริมลมปราณ..."
เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ จี้อันก็ชะงักไป ั์ตาฉายแววตกตะลึง สายตาของทั้งสามค่อย ๆ หันมาสบกันโดยไม่ได้นัดหมาย
"...หรือว่า"
หลี่ซวนสูดหายใจเข้าลึก ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง "หากให้ข้าเดา... ของพวกนี้ เก้าในสิบส่วนต้องเป็ของผู้บำเพ็ญ!"
"ของผู้บำเพ็ญ!" ถงจื่ออันร้องออกมาด้วยความใ แม้แต่จี้อันที่ปกติสุขุมเยือกเย็น ก็ยังอดตื่นเต้นจนหัวใจเต้นระสับไม่ได้
"ข้าก็คิดเช่นนั้น" จี้อันเอ่ยพึมพำ "ดูเหมือนเซียนที่พวกเราพูดถึง... แท้จริงแล้วจะถูกเรียกว่า 'ผู้บำเพ็ญ'"
หลี่ซวนพึมพำคำนั้นเบา ๆ "ผู้บำเพ็ญ..."
เพียงได้เอ่ยคำนั้น หัวใจของเขาก็เต้นแรงอย่างไม่อาจควบคุม ั้แ่เด็ก เขาเฝ้าฝันมาตลอดว่าสักวันจะได้ก้าวเข้าสู่โลกของเซียน แต่ไม่เคยคิดเลยว่า โอกาสนั้นจะมาปรากฏอยู่ตรงหน้าเขาจริง ๆ เช่นนี้
ถงจื่ออันรีบถามด้วยความกระตือรือร้น "เช่นนั้น... หากพวกเราฝึกตามหนังสือพวกนี้ ก็สามารถกลายเป็ผู้บำเพ็ญได้งั้นหรือ?"
หลี่ซวนยังไม่ทันตอบ จี้อันก็เอ่ยตั้งข้อสังเกตขึ้นมาเสียก่อน "อาจเป็ไปได้... แต่ข้ายังสงสัยอยู่เื่หนึ่ง เหตุใดเ้าของถ้ำจึงทิ้งหนังสือเหล่านี้ไว้ หรือสำหรับเขาแล้ว หนังสือพวกนี้ไม่มีค่าอีกต่อไป?"
หลี่ซวนมองไปรอบถ้ำพลางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง "ข้าก็คิดเช่นนั้น จากสภาพของที่นี่ ห้องหินแห่งนี้กว้างพอให้คนสี่ห้าคนอาศัยอยู่ได้อย่างสบาย แต่กลับไม่มีร่องรอยของผู้คนมานานหลายสิบปี เ้าของถ้ำ... คงจากไปนานแล้ว"
ถงจื่ออันแทบอดใจไม่ไหว "เช่นนั้นพวกเราลองฝึกกันเลยดีหรือไม่!"
หลี่ซวนก้มมองตำราในมือ ก่อนพลิกอ่านอย่างละเอียดอีกครั้ง "จากที่ข้าอ่าน ตอนนี้พวกเราควรเริ่มจากการสร้างห้วงลมปราณก่อน หลังจากนั้นจึงค่อยฝึกวิชาผนึกห้วงลมปราณ ส่วนตำราโอสถ แม้จะบันทึกวิธีปรุงและสมุนไพรที่ต้องใช้เอาไว้ แต่ตอนนี้พวกเรายังไม่มีวัตถุดิบ อีกทั้งยังไม่รู้วิธีปรุงโอสถ เอาไว้ค่อยศึกษาทีหลังก็ยังไม่สาย"
จี้อันพยักหน้าเห็นด้วย "ข้าก็คิดเช่นนั้น แม้หนังสือพวกนี้จะดูเหลือเชื่อ แต่พวกเราเองก็เคยเห็นผู้บำเพ็ญกับตาตัวเองมาแล้ว ดังนั้น ต่อให้โอกาสสำเร็จมีเพียงหนึ่งในหมื่น... ข้าก็ยินดีลอง"
ถงจื่ออันยิ้มกว้าง ส่วนหลี่ซวนกระชับตำราในมือแน่น ดวงตาสีฟ้าครามของเขาเปล่งประกายแห่งความมุ่งมั่นอันแรงกล้า
เขาไม่รู้ว่าเส้นทางข้างหน้าจะเต็มไปด้วยอันตรายเพียงใด ทว่าเขารู้เพียงสิ่งเดียว...
ั้แ่วินาทีนี้เป็ต้นไป ชีวิตของพวกเขาทั้งสาม... จะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป!