สามีฉันเป็นองค์ชาย

    ตอนที่ 9

    เวลา5.40น. อีกไม่กี่นาที เขาก็มารับฉันแล้ว จะทำยังไงดี จะแต่งตัวยังไงดี ฉันบ่นไปเดินวนรอบห้องไป'เขาบอกว่าแต่งตัวตามสบาย ตามปกติที่เราแต่ง' ก้มลงมองชุดของตัวเอง ก็นี่ไงชุดของเรา เสื้อยืด กางเกงยืนส์ ผ้าใบ ในตู้เสื้อผ้าก็มีแค่นี้เอง นี่เราต้องไปเจอพ่อกับแม่เขานะ อ่ะ!ไม่สิ ต้องเรียกว่าอะไรดีกษัตริย์งั้นหรอ อืมๆๆ ฉันบ่นพึมพำ ก่อนจะมีรถสีดำคันหรูมาจอดหน้าอพาร์ทเม้นท์ ไม่กี่วิก็มีข้อความบอกว่ามาถึงแล้วให้รีบลงไป เมื่อรับงานแล้วก็ต้องทำน่ะสินะ เอาวะ!!พรึ่บบบ! ประตูรถคันหรูเปิดโดยอัตโนมัติ ฉันยืนอึ้งสักครู่ เพราะคนที่นั่งในรถช่างหล่อเหลือเกิน หล่อดั่งเจ้าชาย เดี๋ยวนะ เขาเป็นเจ้าชายนี่ ให้ตายสิ ผู้ชายใส่เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อน กางเกงสีดำ รองเท้าหนังสีดำ เซ้ทผมนิดๆ ผู้ชายที่แต่งตัวสะอาดสะอ้านแบบนี้ทำให้ใจละลายได้นะ"จะขึ้นรถไหม" เสียงเรียบของเขาทำให้ฉันตื่นจากภวังค์ และรีบก้าวเท้าขึ้นรถทันที นั่งรถไปได้สักพักก็ถึงภัตตาคารสุดหรูแห่งหนึ่ง เราสองคนก็ลงรถที่หน้าภัตตาคาร ชายร่างท้วมก็นำรถไปจอดยังที่จอดรถ ฉันเดินตามฮันจูโซเข้าไปด้านใน แล้วเขาก็หยุดเดิน เขายื่นมือก่อนพูดว่า"ยื่นมือมา จับมือกันเดิน ทำตัวให้เหมือนฉันเป็นแฟนเธอมากที่สุด เข้าใจไหม""ค่ะ" ฉันก็ยื่นมือให้เขาจับอย่างง่ายดาย จูงมือฉันไปทางห้องที่จองไว้ พนักงานเปิดประตูห้องอย่างช้าๆ ทำให้ค่อยๆเห็นว่ามีใครอยู่ด้านในห้องบ้าง โอ้โห!ห้องกว้างมาก โต๊ะในห้องเป็นโต๊ยาวนั่งได้ประมาณสิบกว่าแต่ทว่าจำนวนคนที่อยู่ในนั้นมีแค่สี่ถึงห้าคนเท่านั้น"สวัสดีครับเสด็จพ่อ เสด็จแม่" ฮันจูโซทักทายเป็นภาษาของเขา คุณพ่อของเขานั่งอยู่หัวโต๊ะอีกด้านของประตูทางเข้า คุณแม่ของเขาเห็นว่าเป็นจูโซเลยเดินมาหา กอดกันด้วยความคิดถึง สงสัยนานๆจะมาที่ไทยน่ะสินะ คลายกอดกันแล้วก็หันมามองฉัน แล้วหันไปถามจูโซเป็นภาษาไทยว่า"แล้ว นี่ใครหรอจูโซ" "แฟนผมเองครับคุณแม่" ฉันยกมือสวัสดีคุณแม่ แม่จูโซอึ้งสักพักก่อนกระซิบว่า"แม่บอกแล้วไงว่าแม่เชิญหนูญาดามาด้วยน่ะ" ญาดาเป็นใครหรอ ฉันเลยสาดสายตามองไปยังโต๊ะอาหาร น่าจะเป็นผู้หญิงคนสวยๆที่นั่งถัดจากที่นั่งของคุณแม่จูโซแน่ๆ สวยสะดุดตาขนาดนั้น"ผมพามาเปิดตัวครับ""'งั้นไปนั่งกันก่อนดีกว่าจ๊ะ" ฉันกับจูโซก็เลยตามคุณแม่ไปยังที่นั่งทันที โห!ของเยอะน่ากินทุกอย่างเลย ฉันหันไปมองด้วยตามันวาว ส่งสัญญาณให้จูโซว่าฉันสามารถกินของบนโต๊ะนี้ได้หรือเปล่า จูโซเห็น เขาก็พยักหน้าตอบรับทันที เย้!! ทานอาหารกันไปได้สักพัก คุณพ่อจูโซก็เอ่ยถามจูโซขึ้นด้วยเสียงเรียบ ฉันฟังเข้าใจนะเพราะฉันพูดได้ตั้งสี่ภาษา มีไทย อังกฤษ จีนและเกาหลี แต่ฉันก็ทำหน้าไม่รู้เรื่องรู้ราว มัวแต่สนใจของที่อยู่ตรงหน้าซะมากกว่า