หลังจากที่ข้อมูลที่สำคัญมากมายไหลเข้ามาในหัวของผม ร่างกายของผมที่รับรู้การไหลเวียนของเวทมนตร์แล้วก็ทำให้ผมสามารถขยับร่างกายของตัวเองได้อีกครั้ง ผมพลิกตัวยื่นมือจับที่ปากหลุมจากนั้นก็ดันตัวเองขึ้นไปอย่างช้าๆ จนขึ้นมาพ้นหลุมของตัวเอง ผมมองไปรอบๆแล้วมันดูไม่เหมือนสุสานของคนทั่วไปเพราะที่นี่มันราวกับเป็ที่ตั้งของจักรพรรดิโบราณในสมัยก่อน
ถ้าผมคาดเดาไม่ผิดที่นี่คงเป็สุสานของตระกูลเอเวอรี่ที่ยิ่งใหญ่และเป็ลิลิสที่พาผมมาฝังในสุสานตระกูลของเธอแค่ข้อนี้มันก็ทำให้ผมรู้ว่าเธอรักผมขนาดไหน
ผมมองมายังร่างกายของผมอีกครั้ง ผมได้รับโอกาสใช้ชีวิตอีกครั้งจริงๆแล้วใช่ไหม แต่ถึงจะเป็แบบนั้นผมก็ไม่สามารถดึงดันตัวเองให้ช่วยลิลิสได้เลยเพราะไม่ว่ายังไงตระกูลของลิลิสก็ดูเหมือนจะไม่ใช่ตระกูลธรรมดาทั่วไปที่ยุ่งเกี่ยวด้วยได้
แค่ผมมองดูสุสานแห่งนี้ผมก็เข้าใจขึ้นมาทันทีเพราะที่นี่มันใหญ่โตเกินไปและมันถูกสร้างอย่างยิ่งใหญ่ ผมไม่ค่อยประหลาดใจนักที่คนภายนอกมองไม่เห็นที่แห่งนี้เพราะถ้าใช้เวทมนตร์แล้วละก็เื่อะไรที่แปลกประหลาดก็สามารถเป็ไปได้ทั้งหมด
บางทีการที่ผมกลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้งและสามารถเยียบย่างเข้าสู่โลกแห่งเวทมนตร์แห่งนี้ได้มันคงเป็เื่ที่ผมเฝ้าฝันแม้กระทั่งในความฝันแต่ตอนนี้มันคือเื่จริงที่ผมปฏิเสธไม่ได้ จริงอยู่ที่ผมมีตำราแมวเหมียวพิชิตจักรวาลที่ได้รับมาจากเสียงประหลาดนั่นผมก็ไม่รู้ว่ามันแข็งแกร่งมากขนาดไหนอย่างน้อยๆผมเชื่อว่ามันต้องเพียงพอสำหรับทำให้ผมแข็งแกร่งขึ้นได้ไม่ว่าจะปีสองปีสิบปีร้อยปีผมก็จะพยายามต่อไป แต่ในตอนนี้ผมก็ยังไม่อาจใช้มันได้เพราะเนื่องจากร่างกายผมที่เคยเป็คนธรรมดามาก่อนพึ่งปรับร่างกายให้เข้าสู่ร่างกายที่เต็มไปด้วยพลังเวทมนตร์ในร่างกาย
อย่างไรก็ตามสิ่งแรกที่ผมต้องทำคือทำให้ลิลิสรู้ว่าผมยังไม่ตายไปและต้องให้เธอกลับไปยังตระกูลของเธอเสียก่อนไม่เช่นนั้นก็อย่าหวังเลยว่าผมจะได้พบเธออีก ยิ่งถ้าผมดึงดันที่จะเอาเธอไว้กับผมมันเท่ากับทำลายผมและก็เธอในเวลาเดียวกันพวกเราก็ได้รับรู้แล้วว่าการที่พวกเราที่ทั้งอ่อนแอกันทั้งคู่ฝืนไปก็ไร้ประโยชน์แต่ถ้าพวกเราแข็งแกร่งขึ้นมาละก็มันก็อีกเื่แน่นอนว่าไม่มีใครที่จะขัดขวางพวกเราได้แน่
เพราะถ้าหากมีจริงผมก็คงไม่ให้คนพวกนั้นมาทำอะไรได้แน่ ฉะนั้นการที่พวกเราแยกกันสักพักมันย่อมไม่มีปัญหาอะไรถึงอย่างไรพวกเราก็อยู่ด้วยกันเสมอ ในระหว่างนั้นเองผมก็จะต้องรีบแข็งแกร่งขึ้นให้เร็วที่สุดมากพอเพื่อที่จะช่วยเธอออกจากวงจรบ้าบอนี่ให้ได้
………
หน้าทางเข้าสุสาน
ก่อนหน้านี้ลิลิสได้ฆ่าคนเฝ้าสุสานจนหมดและฆ่าคนที่เข้ามาทีหลังไปพร้อมกันทั้งหมดด้วยจึงทำให้สัญญาณเตือนฉุกเฉินส่งตรงไปยังหน่วยรักษาความปลอดภัยของตระกูลเอเวอรี่โดยตรง ในระหว่างนั้นเองลิลิสก็ได้นำร่างของชุนเข้าไปยังหลุมด้านในเสียแล้วแต่ด้วยเธอรับรู้ได้ว่ากองกำลังที่มาใหม่แข็งแกร่งกว่าก่อนหน้าและดูเหมือนว่าพวกเขาจะเตรียมมาั้แ่แรกแล้วเธอจึงไม่มีทางเลือกต้องวางชุนเอาไว้ก่อนแล้วออกไปยืนยังหน้าทางเข้าสุสานด้วยตัวคนเดียว
ไม่นานนักก็มีชายชุดดำร่างใหญ่นับร้อยล้อมวงลิลิสเอาไว้ตรงกลางโดยมีชายวัยกลางคนที่สวมชุดพ่อบ้านยืนอยู่ตรงหน้าของชายชุดดำพวกนี้ เขาพยายามเอ่ยปากเจรจากับลิลิสทันทีที่มาถึง
“คุณหนูลิลิสครับ ผมเองก็ไม่ได้อยากกดดันคุณหนูมากนักแต่เื่ที่คุณหนูฆ่าคนเฝ้าสุสานไปทั้งหมดแบบนี้ถ้านายท่านรู้เข้ามันไม่ดีต่อตัวของคุณหนูนะครับ อีกอย่างคนที่ไร้หัวนอนปลายเท้าอย่างเ้าคนแบบนั้นคุณหนูไม่ต้องไปสนใจมากนักเลยครับ ยังมีผู้ชายอีกมากที่ดีกว่าเขาเป็ไหนๆ”
“คุณพ่อบ้าน คุณไม่จำเป็ต้องมาพูดอะไรแบบนี้เลยถึงแม้คุณจะเป็คนที่ฉันเคารพจากใจจริงแต่การที่คุณมาว่าชุนแบบนี้ฉันก็ไม่แก่หน้าคุณเหมือนกัน”
ลิลิสมองพ่อบ้านด้วยสายตาที่เ็า
“ดูเหมือนผมสิ่งที่ผมได้พูดไปนั้นจะพูดอย่างสันติกันไม่ได้สินะครับ เช่นนี้ก็ขอโทษด้วยที่ผมต้องล่วงเกินคุณหนู”
ชายชุดดำที่กระจายเป็วงล้อมลิลิสอยู่นั้นพวกเขาเปลี่ยนตำแหน่งจุดยืนของพวกเขาทั้งหมดกลาายเป็ว่าแต่ละคนนั้นยืนรวมกันจนมันกลายเป็รูปแปดเหลี่ยม จากนั้นพ่อบ้านเขาก็ถอดถุงมือของเขาออกมามันมีตราของวงเวทย์สีฟ้าที่มีสัญลักษณ์ัอยู่จากนั้นเขาก็ตระโกนออกไปเป็เสียงดังกึกก้อง
อาณาเขตผนึกจองจำเวทมนตร์
วงเวทย์ขนาดใหญ่ปรากฏใต้ร่างของลิลิสทำให้สีหน้าของลิลิสดูไม่ได้ไปในทันที ลิลิสที่ยืนอยู่ท่ามกลางคนมากมายไม่มีที่ไหนที่เธอสามารถหนีไปได้อีกแล้วคนพวกนี้ทำทีเป็คนธรรมดาแต่แรกและแฝงตัวในเงามืดเป็ธรรมดาที่ลิลิสจะไม่รู้อะไรเลย ทุกคนที่มาพาตัวของลิลิสกลับไปล้วนแล้วแต่มีพลังของตราผนึกที่สามารถผนึกพลังของลิลิสได้อย่างสมบูรณ์
“ผมจะขอถามอีกครั้งคุณหนูยังจะดึงดันพาเ้าคนไม่มีหัวนอนปลายเท้าเข้ามาอีกไหมครับ ผม้าฟังคำตอบจากคุณหนูครับ ถ้าหากคุณหนูยังคงดึงดันแล้วละก็ผมก็ไม่มีทางเลือกนอกจากทำลายศพของเขาทิ้ง”
“ไม่ พอแล้วฉันเอาเขาออกไปที่อื่นก็ได้”
ลิลิสได้แต่ร้องออกมาอย่างโศกเศร้าน้ำตาของเธอไหลพรากออกมาเขาที่ตายไปแล้วเพราะตัวของเธอที่ไร้ประโยชน์หลงเชื่อคนพวกนี้เธอเชื่อว่าเขาจะแยกจากเธอไปแล้วใช้ชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิมแต่ไม่เลยเขากลับถูกฆ่าตายไปอย่างไม่เป็ธรรม ในตอนนี้เธอไม่มีแม้แต่พลังอะไรเลยไม่ต่างอะไรจากคนธรรมดาท่ามกลางวงล้อมของชายชุดดำถ้าหากเธอยังฝืนเอาเขาฝังไว้ที่นี่ศพของเขาจะต้องถูกทำลายทิ้งอย่างแน่นอน
“ชุนฉันขอโทษ ฉันขอโทษ…..”
“ถ้าอยากขอโทษก็ขอโทษกับเ้าตัวเลยสิ ผมเข้าใจว่าคุณลำบาก”
เสียงที่คุ้นเคยและมันยังเป็เสียงที่เธอไม่มีวันลืม มันคือเสียงของผู้ชายที่เธอรักที่สุด
“ชุน?”
“ใช่ผมเอง”
ผมเดินออกมาจากข้างในสุสาน สรุปแล้วสิ่งที่ผมััได้ว่าลิลิสต้องอยู่สถานการณ์ที่ลำบากก็เพราะแบบนี้นี่เอง เพราะลิลิสพยายามพาศพของผมมาฝังไว้ที่ต้นตระกูลของเธอในขณะที่กำลังทำแบบนั้นเธอก็พบกับคนที่เข้ามาขัดขวางเธอไว้นั่นก็คือพ่อบ้านจนต้องติดพันกันอยู่แบบนี้
“นี่เด็กโสโครกแบบแกยังไม่ตายได้ยังไง”
พ่อบ้านมองมาที่ผมด้วยสีหน้าตกตะลึงเขาไม่คิดว่าผมยังไม่ตายแต่ก็ไม่คิดจะถามอะไรอีกเพราะเขาย่อมไม่อยากรู้อะไรจากผมอยู่แล้ว จากนั้นสายตาของเขาก็เต็มไปด้วยสายตาดูถูก ถึงแม้หน้าตาของผมจะหล่อ ฐานะการเงินก็อยู่บนจุดสูงสุด แต่แล้วยังไงพ่อบ้านก็ยังคงมองว่าไม่มีอะไรนอกจากความแข็งแกร่งอยู่แล้วเพราะอย่างไรความแข็งแกร่งก็ถือเป็ที่สุด การเงินเหรอ ความหล่อเหรอ ของแบบนั้นถ้าเทียบกับความแข็งแกร่งแล้วละก็เทียบกันไม่ติดเลยด้วยซ้ำ
“ผมไม่คิดเลยว่าพวกคุณจะเห็นแก่ตัวกันแบบนี้ แต่ก็เอาเถอะศักดิ์ศรีของตระกูลเอเวอรี่อย่างพวกคุณคนธรรมดาแบบผมจะไปเข้าใจอะไรได้กันละจริงไหม ส่วนคำถามที่ว่าทำไมผมถึงยังไม่ตายผมขอไม่ตอบก็แล้วกัน เอาเป็ว่าผมกลับมาผมไม่คิดจะทำอะไร อย่างน้อยๆผมก็ขอเวลาส่วนตัวกับลิลิสก่อนที่เธอจะไปกับพวกคุณได้ไหมผมไม่ขัดขวางที่เธอจะไปกับพวกคุณหรอก”
ผมพูดเผชิญหน้ากับสายตาของพ่อบ้านที่เต็มไปด้วยสายตาที่มองผมไม่ต่างไปจากพวกขยะอย่างไรก็อย่างนั้น ผมเข้าใจดีผมในตอนนี้ไม่มีพลังมากพอที่จะลงมือกับคนพวกนี้ได้หรอก ในระหว่างที่ผมได้พูดกับพ่อบ้านผมก็ได้ลองใช้ดวงตาแมวเหมียวมองไปยังคนเหล่านี้ก็รู้ได้ทันทีว่าคนพวกนี้ทั้งหมดอยู่ในระดับจอมเวทระดับห้ากันทั้งนั้น และยังมีพ่อบ้านที่เป็ถึงจอมเวทระดับสิบ
ส่วนลิลิสนั้นเธออยู่ในระดับราชันเวทระดับหนึ่ง ผมก็พอคาดเดาเอาไว้แล้วว่าเื่มันต้องไม่ง่ายอย่างที่คิดไว้การที่ผมจะลงมือชิงตัวลิลิสมามันไม่ใช่เื่ที่ดีเลยเพราะทางฝั่งของลิลิสนั้นยังมีพ่อยังมีปู่ของเธออยู่หรือบางทีอาจมีคนที่แข็งแกร่งมากอยู่อีกนับไม่ถ้วนที่อยู่เื้ั เพราะฉะนั้นผมจะประมาทไม่ได้ในตอนนี้ผมยังอ่อนแอเกินกว่าที่ผมจะช่วยลิลิสได้
“ได้ เห็นแก่คุณหนูที่โศกเศร้าเสียใจขนาดนี้ ถ้าฉันไม่ให้โอกาสก็คงไม่ใช่เื่ดี”
พ่อบ้านเลือกที่จะหันหลังกลับไปพร้อมกับกลุ่มชายชุดดำทั้งหมด
“ลิลิส”
“ชุน”
ผมกับลิลิสสวมกอดกันทันทีที่ไม่มีตัวมาขัดขวาง พวกเราทั้งสองเคยอยู่ด้วยกันไม่เคยห่างไปไหนเลยแต่หลังจากที่ผมกับเธอออกไปจากการกอดครั้งนี้พวกเราทั้งสองก็จะไม่ได้เจอกันอีกนาน
“ชุนเป็นายจริงๆใช่ไหม นายคงไม่ใช่ความฝันหรอกใช่ไหม”
ผมยื่นมือของผมไปซับน้ำตาของเธอไหลออกมาไม่หยุด
“เป็ผมเองลิลิส ในตอนนี้ผมไม่มีเวลาอธิบายมากนักแต่ว่าผมมีเื่ที่ต้องพูดกับคุณ”
“ว่ามาเถอะไม่ว่าจะเป็อะไร ฉันก็จะทำเพื่อนายชุน”
“ผมได้เยียบเข้ามาในโลกของเวทมนตร์แล้ว ในตอนนี้ผมยังอ่อนแอเกินกว่าที่ผมจะช่วยคุณจากคนพวกนั้นแต่ว่าไม่เป็ไรในไม่ช้าผมจะไปพาตัวของคุณออกมาให้ได้ คุณเชื่อในตัวของผมใช่ไหม”
เห็นได้ชัดว่าลิลิสใพอสมควรได้ยินว่าผมได้เยียบย่างเข้ามาในโลกที่ไม่ควรเข้ามา แต่เธอก็เลือกที่จะไม่ถามอะไรผม สำหรับเธอแล้วผมคือคนที่เธอเชื่อใจที่สุดไม่ว่าผมจะทำอะไรเธอมักสนับสนุนผมเสมอ
“ฉันเชื่อสิ ฉันจะรอจนกว่านายจะสามารถพาตัวฉันออกไปจากที่นั่นได้นะ ฉันจะรอ รอแค่ชุนเพียงคนเดียวชั่วชีวิตนี้”
ลิลิสเลือกที่จะพูดออกมาจากนั้นเธอก็เดินถอยหลังออกไปเธอยิ้มให้ผมครั้งสุดท้ายมันคือรอยยิ้มที่งดงามเหมือนอย่างเคยที่ผมพบในทุกวัน จากนั้นเธอก็หันหลังเดินไปยังที่ที่พ่อบ้านอยู่แล้วหายไปอย่างไร้ร่องรอยไปพร้อมกับพ่อบ้านและกลุ่มชายชุดดำ
“ลิลิสผมรักคุณนะ ั้แ่วันนั้นจนถึงวันนี้ความรักของผมที่มีให้คุณไม่เคยลดน้อยลงเลย เพราะฉะนั้นแล้วเพื่อที่ผมจะเป็คนที่เหมาะสมที่จะยืนข้างคุณได้อย่างเปิดเผยและทำให้ทุกคนยอมรับในตัวของพวกเราทั้งสอง ผมจะต้องแข็งแกร่งขึ้นเพื่อไปรับตัวของคุณมาให้ได้”
ดวงตาของผมปรากฏความมุ่งมั่นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน จากนั้นผมได้วิ่งออกไปเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วออกไปจากสุสาน ร่างกายของผมที่ถูกปรับเปลี่ยนใหม่พร้อมกับได้รับพลังเวทมนตร์แบบนี้มันมีพละกำลังที่มากกว่ามนุษย์ธรรมดาหลายเท่ามากทำให้การเคลื่อนไหวของผมรวดเร็วมาก ผนวกกับความสามารถของตำราแมวเหมียวพิชิตจักรวาลที่ผมได้รับมาด้วยทำให้ผมเคลื่อนไหวได้รวดเร็วและพริ้วไหวมากจากนั้นไม่นานร่างของผมก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยเข้าไปในย่านชุมชน
…………..