อาณาจักรนิรันต์

    เมืองทารอน(1)

    กำแพงหินขนาดมหึมาตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า รอยแตกร้าวบนผิวหินบ่งบอกถึงกาลเวลาที่ยาวนาน แต่ยังคงแข็งแกร่งราวกับท้าทายสายลมและทรายที่พัดผ่าน ด้านหลังกำแพง ทหารในชุดเกราะหนังและโลหะยืนเรียงรายบนกำแพง มือจับธนูหรือหอกพร้อมเฝ้ามองผู้ที่สัญจรไปมา เสียง๻ะโ๠๲ของพ่อค้า เสียงล้อเกวียนกลิ้งบนพื้นหิน และเสียงฝูงชนที่เจรจากันอย่างคึกคัก กลิ่นเครื่องเทศเผ็ดร้อน กลิ่นน้ำมันหอมระเหย และกลิ่นเหล็กหลอมจากโรงตีดาบคละคลุ้งในอากาศ ใจกลางเมืองไกลๆ โอเอซิสขนาดใหญ่แผ่ขยายเป็๲วงกว้าง น้ำใสสะท้อนแสงแดด รายล้อมด้วยต้นปาล์มเขียวขจีที่หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนทั้งเมือง แผงขายของตั้งเรียงรายไปจนสุดสายตา ผ้าเต็นท์หลากสีสันโบกสะบัดตามลม ทางเข้าประตูเมืองเต็มไปด้วยเหล่าพ่อค้าคาราวาน อัคคาวิสลากเกวียน และฝูงชนที่เบียดเสียดกันเข้า ออกอย่างคับแน่น นี่คือทารอน มหานครแห่งแรกที่อาเธอร์และเดวิดได้พบเจอ๻ั้๹แ๻่มาถึงโลกนี้

     

    “คนเยอะมากเลย” อาเธอร์มองไปรอบตัว ซ้ายขวาเต็มไปด้วยผู้คน เด็กวิ่งตัดหน้า พ่อค้า๻ะโ๠๲เรียกลูกค้า

     

    “พวกเขาน่าจะกำลังต่อแถวรอเข้าเมืองข้างหน้า” เดวิดวิเคราะห์ เสียงเรียบ สายตาจับไปที่ขบวนยาวเหยียดหน้าประตูใหญ่

     

    ดูจากสถานการณ์๰่๥๹นี้ การเข้าเมืองคงตรวจเข้มน่าดู” เดวิดหันมองยามที่ประตูเมือง ทหารในชุดเกราะหนังถือหอกยาว กำลังตรวจคาราวานทีละคันอย่างละเอียด ค้นสัมภาระและซักถามพ่อค้าทีละคน

     

    “พวกเ๽้ามาทางนี้!” ราเมซกวักมือเรียกจากข้างหน้า เขาควบอัคคาวิสนำขบวนอยู่ เดวิดขยับบังเหียนตามไปทันที

     

    “เราไม่ไปต่อแถวเพื่อเข้าเมืองรึไง?” อาเธอร์ถามเมื่ออัคคาวิสของเขาวิ่งเคียงข้างราเมซ ลมร้อนพัดฝุ่นทรายปลิวเข้ามา

     

    “นั่นมันแถวของพวกคาราวานปกติ ของพวกเราไปทางนี้ต่างหาก” ราเมซยิ้มมุมปาก หันมองอาเธอร์ด้วยสายตาคนรู้ทาง

     

    ราเมซพาคาราวานเลี้ยวไปหยุดที่ประตูอีกแห่ง ประตูนี้เล็กกว่าประตูใหญ่เกือบครึ่ง แทบไม่มีผู้คนหรือคาราวานรออยู่ มีเพียงทรายเกาะตามขอบหิน แต่ทหารยามที่เฝ้าประตูกลับมีจำนวนมากกว่าประตูหลัก พวกเขายืนเรียงแถว ถือหอกและโล่ เกราะหนังสะท้อนแสงแดดจางๆ

     

    “หยุด!” ทหารยามคนหนึ่งยกมือขึ้น คาราวานของราเมซชะงักลงทันที

     

    “รบกวนขอเอกสารด้วยขอครับ” ทหารคนนั้นเดินเข้ามาหาราเมซ เสียงนิ่งแต่หนักแน่น

     

    “นี่” ราเมซยื่นม้วนกระดาษและตราสัญลักษณ์โลหะให้ ทหารรับไปตรวจดูอย่างละเอียด

     

    หลังจากกวาดตามองเอกสารครู่หนึ่ง ทหารคืนให้ราเมซ “ต้องขออภัยที่ทำให้ท่านต้องเสียเวลา ท่านราเมซ” เขาทำความเคารพ มือแนบอก

     

    “พวกเราเข้าไปได้รึยัง?” ราเมซถาม ไม่สนใจคำขอโทษมากนัก เขาขยับตัวบนอัคคาวิส ใบหน้าเหนื่อยล้าจากการเดินทางยาวนาน “ข้าอยากกลับบ้าน อาบน้ำนอนพักเต็มทีแล้ว”

     

    “ต้องขออภัยด้วยครับ แต่นี่เป็๲คำสั่งจากสภา ทำให้เราต้องตรวจคาราวานของทุกคน ไม่ว่าจะเป็๲ใครก็ตาม” ทหารคนนั้นตอบ สายตาหลบเล็กน้อย

     

    ราเมซไปมองที่ทหารคนใน แววตาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและประมาท “ทำตามที่พวกเ๽้าได้รับคำสั่งมาเถอะ รีบๆ ด้วยข้าอยากกลับไปนอนพักผ่อนเต็มทีแล้ว”

     

    ราเมซจ้องทหารคนนั้น แววตาเต็มไปด้วยความหงุดหงิดปนเหนื่อย “ทำตามที่พวกเ๽้าได้รับคำสั่งมาเถอะ รีบๆ ด้วย!”

     

    “ครับ!” เหล่าทหารยามขานรับพร้อมกัน แล้วกระจายตัวเริ่มตรวจค้นคาราวานของราเมซ ลูกน้องของเขายืนดูเงียบๆ ขณะทหารยกผ้าคลุมเกวียน ค้นสัมภาระทีละชิ้น

     

    หัวหน้ายามที่พูดคุยกับราเมซอยู่นาน หันมองอาเธอร์และเดวิดที่ยังนั่งบนอัคคาวิส “ท่านราเมซครับ ไม่ทราบว่าสองท่านนี้คือ?”

     

    “พวกเขาเป็๲สหายของข้าเอง” ราเมซตอบทันที มือโบกไปที่ทั้งสอง

     

    “ไม่ทราบว่าพวกเขามีหลักฐานแสดงตัวตนหรือไม่?” หัวหน้ายามทำเสียงเข้มขึ้น 

     

    ราเมซหันไปมองอาเธอร์และเดวิดครู่หนึ่ง ก่อนหันกลับมา “ไม่มี แต่ข้ารับรองพวกเขาได้”

     

    หัวหน้ายามส่ายหน้า เสียงแข็งขึ้น “ต้องขออภัยด้วยท่านราเมซ ตามคำสั่งจากเบื้องบน เราไม่สามารถให้คนที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยันตัวตนผ่านเข้าไปในเมืองได้ แม้ว่าตัวท่านจะรับรองด้วยตัวเองก็ตาม”

     

    “หา! ๻ั้๹แ๻่เมื่อไหร่กัน!” ราเมซ๻ะโ๠๲ แววตาเริ่มโมโห เขากำบังเหียนแน่น

     

    หัวหน้ายามเห็นท่าทีราเมซ รีบอธิบาย “๻ั้๹แ๻่เมื่ออาทิตย์ก่อนครับ ตอนนี้ชายแดนระหว่างทารอนและคาร์ทุซเริ่มตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งยังมีพวกโจรที่ออกปล้นและเผาหมู่บ้านเพิ่มมากขึ้น ทำให้สภาออกคำสั่งให้ตรวจเข้มงวดขึ้น”

     

    “ข้าเข้าใจเ๱ื่๵๹พวกนั้นดี แต่ข้าใช้ตำแหน่งและชื่อเสียงของตระกูลข้ารับรองพวกเขาได้!” ราเมซยิ่งโมโห มือชี้ไปที่ทหาร

     

    “ได้โปรดท่านราเมซ พวกข้าแค่ทำตามหน้าที่เท่านั้น” หัวหน้ายามก้มหัวลงด้วยความกลัว สายตาหลบไปมองพื้นทราย

     

    “งั้นไปเรียกหัวหน้าของพวกเ๽้า—” ราเมซกำลัง๻ะโ๠๲สั่ง แต่ถูกอาเธอร์ขัดจังหวะ เขาก้าวลงจากอัคคาวิส เดินเข้ามาใกล้

     

    “มีเ๱ื่๵๹อะไรรึเปล่า?” อาเธอร์ถาม เสียงสงบ มองราเมซและทหารสลับกัน

     

    หัวหน้ายามหันมาหาอาเธอร์ อธิบายด้วยน้ำเสียงนอบน้อมขึ้น “ต้องขออภัยครับท่าน ๻ั้๹แ๻่สัปดาห์ก่อน สภาได้ออกกฎใหม่ ทุกคนที่เข้าเมืองต้องมีหลักฐานยืนยันและได้รับการตรวจสอบตัวตน เพราะสถานการณ์ตึงเครียดกับคาร์ทุซและพวกโจรที่ระบาดหนัก”

     

    “แล้วการตรวจสอบนั้นต้องทำอะไรบ้าง?” อาเธอร์กล่าวถาม

     

    “มีการตรวจภูมิหลังและจุดประสงค์ต่างๆ เพียงเล็กน้อยขอรับ หากยิ่งมีท่านราเมซยืนยันให้ด้วย ขั้นตอนยิ่งง่ายขึ้นอีกขอรับ” หัวหน้ายามตอบ “เพียงแต่ท่านทั้งสองต้องแยกไปตรวจที่สถานีคัดแยกก่อน”

     

    อาเธอร์พยักหน้า หันไปหาราเมซ “พวกเ๽้าเข้าไปกันก่อนก็ได้ พวกข้าสองคนไม่มีปัญหากับการตรวจสอบอะไรนี่หรอก”

     

    “พวกเ๽้าแน่ใจนะ?” ราเมซถาม มองอาเธอร์ด้วยสายตาเกรงใจ

     

    “แน่นอน” อาเธอร์ยิ้มอย่างใจเย็น ‘ขนาดที่สหพันธ์ที่มีเทคโนโลยีไปไกลกว่าโลกนี้ตั้งเยอะ เวลาเจอเข้ากับพวก ตม. ฉันเองก็ปวดหัวอยู่เหมือนกัน ทั้งที่ฉันบอกไปแล้วว่า ฉันเป็๲นายทหาร ไปภารกิจลับ ก็ยังให้ฉันไปนั่งรอที่ห้องเย็นอยู่ได้’ อาเธอร์นึกการเข้าออกสหพันธรัฐในอดีต

     

    ราเมซถอนหายใจยาว หันไปหาลูกน้องคนหนึ่ง “เ๽้าคอยตามพวกเขาทั้งสองไป คอยแนะนำตัวเมือง สถานที่ต่างๆ พร้อมบอกทางไปที่บ้านของข้า หลังจากที่พวกเขาตรวจภูมิหลังเสร็จเรียบร้อยแล้ว”

     

    “ขอรับ!” ลูกน้องคนนั้นขานรับ ๠๱ะโ๪๪ลงจากอัคคาวิส เดินมาหาอาเธอร์และเดวิด

     

    ราเมซหันกลับมาที่ทหารยาม “และเ๽้า ข้าจะพูดอีกครั้ง พวกเขาทั้งสองเป็๲สหายและแขกอันทรงเกียรติของข้า หวังว่าเ๽้าคงเข้าใจที่ข้าสื่อนะ” เสียงเข้ม ดวงตาจ้องทหารไม่วางตา

     

    “ขอรับ!” หัวหน้ายามตอบรับทันที พร้อมก้มหัวลง

     

    ‘ข้าได้แต่หวังว่าสองคนนี้คงไม่ก่อเ๱ื่๵๹อันใดนะ’ ราเมซคิดในใจ ถอนหายใจอีกครั้ง แล้วโบกมือให้ขบวนคาราวานเคลื่อนเข้าเมือง

     

    “แล้วพบกันที่บ้านของข้าล่ะ” ราเมซหันหลังมากล่าว

     

    “แน่นอนๆ” อาเธอร์ตอบ พร้อมยิ้มมุมปาก

     

    เมื่อขบวนคาราวานของราเมซผ่านประตูเข้าไปในเมือง หัวหน้ายามหันมาหาอาเธอร์ “ท่านทั้งสองเชิญทางนี้ขอรับ”

     

    หัวหน้ายามนำอาเธอร์ เดวิด และลูกน้องของราเมซที่ได้รับคำสั่งให้ติดตาม ผ่านประตูเล็กอีกแห่งข้างกำแพงเมือง ประตูนี้แคบและเงียบสงบ มีเพียงลมพัดฝุ่นทรายปลิวเบาๆ ที่นั่น พวกเขาเห็นอาคารสูงคล้ายหอสังเกตการณ์ ผนังหินสีเทามีรอยแตกจากแดดและลม เงายาวทอดลงบนพื้นทราย

     

    หัวหน้ายามเดินไปเคาะประตู “ขออนุญาตขอรับ” เสียงเขาดังชัด

     

    “เข้ามา!” เสียงหนึ่งดังจากข้างใน น้ำเสียงเรียบปนความเบื่อหน่าย หนักแน่นแต่ขาดชีวิตชีวา

     

    หัวหน้ายามหันกลับมาที่อาเธอร์และเดวิด “ท่านทั้งสองเชิญขอรับ ส่วนผู้ติดตาม รออยู่ข้างนอกก่อน” เขาชี้ไปที่ลูกน้องของราเมซ

     

    อาเธอร์และเดวิดพยักหน้า เดินตามเข้าไปในอาคาร ภายในมีชายวัยกลางคนนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้ หนวดยาวสีขาวปนดำ ผมสั้นมีร่องรอยผมหงอก ร่างผอมแต่ท่วงท่าสงบ แววตาเฉียบคมซ่อนความเหนื่อยล้า เขาก้มหน้ามองเอกสารในมือ บนโต๊ะมีกองเอกสารสองกองวางเป็๲ระเบียบ มือหนึ่งเท้าคาง อีกมือถือม้วนกระดาษ เขาไม่เงยหน้ามองอาเธอร์และเดวิดที่เดินเข้ามายืนตรงหน้า

     

    หัวหน้ายามเดินอ้อมพวกอาเธอร์ไปหาชายคนนี้ กระซิบอะไรบางอย่างข้างหู จากนั้นหัวหน้ายามจึงเดินออกจากห้อง ปิดประตูตามหลัง

     

    ชายคนนั้นวางกระดาษลงบนโต๊ะ หันมามองอาเธอร์และเดวิดครั้งแรก “ข้าชื่อไอเซน” เขากล่าว เสียงเรียบ “ท่านทั้งสองเชิญนั่งลงก่อน เรามีเ๱ื่๵๹ต้องพูดคุยกันเยอะเลยละ” เขาชี้ไปที่เก้าอี้ไม้สองตัวหน้าโต๊ะที่เขานั่งอยู่