---- 2 อาทิตย์ต่อมา ----
สองอาทิตย์ผ่านไปเร็วอย่างกับโกหก ผมที่เริ่มจะปรับตัวได้แล้ว แถมหลังจากวันนั้นที่ผู้ชายท่าทางน่ากลัวมาหาผมและอ้างตัวว่าเป็ผัวไม่สิสามีผม ั้แ่วันนั้นเขาก็ไม่โผล่หัวมาให้ผมเห็นหน้าอีกเลยแต่นั่นมันก็ดีแล้วล่ะ เพราะผมก็ไม่อยากเห็นหน้าผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็สามีผมแล้วเหมือนกัน
'ไม่ใช่สิ สามีของร่างนี้ต่างหากล่ะ '
พอคิดถึงสามี ใบหน้าของผมก็พันเปลี่ยนเป็ซีดเผือดวันนี้เป็วันที่ผมได้ออกจากโรงพยาบาล ผู้ชายคนนั้นไม่มาหาผมเหมือนเคยแต่เขากลับส่งคนมารับผมแทน ผมก็ดีใจหรอกนะที่ผู้ชายน่ากลัวอย่างหมอนั้นไม่มาหาผมเลย แต่ต่อไปนี้ล่ะ ถ้าถึงบ้าน
'เราเป็สามีภรรยากัน งั้นก็ต้องอยู่บ้านหลังเดียวกันใช่มั้ย'
พอคิดถึงเหตุผลข้อนี้ก็ยิ่งรู้สึกอยากจะโขกหัวตัวเองแรงๆให้เืในหัวมันไหลออกมา แล้วก็พาผมกลับไปนอนอยู่บนเตียงนุ่มๆมีข้าวให้กินครบสามมื้อทีเถอะครับ ผมไม่อยากกลับไปเจอหน้าผู้ชายคนนั้นผมไม่มีหน้าไปเจอเขาได้
'ไม่ๆ แค่หย่าก็ได้แล้วป่ะ'
พอคิดไปคิดมา การเอาตัวเองไปเสี่ยงด้วยการโขกหัวให้ตัวเองเข้าโรงพยาบาลมันออกจะน่ากลัวเกินไป ถ้าเกิดโขกแรงไป แล้วเืไหลจนหมดตัว ผมไม่ตายอีกครั้งงั้นหรอ นี่ผมพึ่งได้ร่างใหม่ไม่กี่อาทิตย์ผมไม่พร้อมตายนะครับ การหย่าถือเป็เื่สำคัญและเร่งด่วนที่สุด ไหนๆก็เกิดมาในร่างที่ดูเพอร์เฟคขนาดนี้แม้ว่าหน้าตาออกจะดูหวานๆไปซะหน่อยแต่ก็พอรับได้
"ถึงแล้วครับ"
ยังไม่ทันได้ทำใจ เสียงของคนขับรถก็ดังขึ้นมาในโสตประสาทเล่นเอาจิตใจที่เคยเข้มแข็งคิดจะหย่าร้างให้จบแล้วจบรอดฝ่อขึ้นมาในทันที
ขาแข็งๆที่ไม่อยากจะก้าวลงจากรถเลยสักนิด แต่คนขับรถนี่ก็ไม่รู้ว่าจงใจให้ผมลง หรือแค่ทำตามหน้าที่กันแน่ถึงขั้นเดินมาเปิดประตูรถให้ผม แถมยังช่วยประคองผมออกจากรถ ที่ในความคิดของผมมันเหมือนกับการลากลงจากรถ ให้ผมเข้าบ้านซะมากกว่า
"เหอะ!"แค่เพียงเข้ามาภายในบ้านเสียงของผู้ชายคนนั้นก็ดังขึ้นมา ราวกับว่าเขาไม่อยากจะเห็นหน้าผมเหมือนกัน ปรายตามามองผมแป๊บหนึ่งก่อนจะหันไปเล่นมือถือของตัวเองต่อ
'คิดว่าเป็ใคร ทำไมถึงกล้าทำกับผมแบบนี้'
อยากจะวิ่งเข้าไปซัดหน้าหล่อๆนั้นสักที แต่ก็ราวกับว่าจะได้แค่คิด เมื่อสายตามองดูรอบๆกลับพบเห็นชายชุดดำเดินทั่วบ้าน
'นี่เป็หัวหน้ามาเฟียจริงๆใช่มั้ย'
ก็ถ้าไม่ใช่แล้วไอ้พวกลูกน้องที่เดินเพ่นพ่านไปทั่วบ้านนี้มันคืออะไร จะบอกว่าเป็บอดี้การ์ด จำเป็ต้องมีเยอะขนาดนี้มั้ย ถ้าไม่ได้ทำอะไรผิด ทำไมต้องมีคนปกป้องดูแลเยอะขนาดนี้
'ใจเย็นๆ แกต้องใจเย็นๆ'
พยายามทำตัวให้เป็สายน้ำ ไม่ต้องไปต่อล้อต่อเถียงกับคนคนนั้น แม้ว่าหัวใจภายในอกแทบจะะเิออกมาเพราะทนไม่ไหวกับท่าทางหยิ่งๆ ไหนจะสายตาเหมือนรังเกียจผมอยู่กลายๆนั้น
'เป็สามีแน่หรอ นี่เรียกว่าสามี'
พอคิดว่าผู้ชายคนนี้คือสามีของร่างนี้ก็แอบโกรธเคืองภายในใจ คนเป็สามีทำตัวแบบนี้กับภรรยาได้ไงครับ คุณเป็สามีแน่หรอ ขนาดภรรยาพึ่งกลับมาถึงบ้านยังแสดงท่าทางเหมือนรังเกียจกันขนาดนี้หรือว่าที่ทั้งสองคนแต่งงานจะเป็เพราะผลประโยชน์
'ก็น่าจะใช่'พวกคนรวยๆชอบแต่งงานกันเพราะผลประโยชน์และร่างนี้ก็คงถูกบังคับให้แต่งงานงั้นสิ
"จะยืนเหม่ออีกนานมั้ย"คนที่เคยนั่งอยู่กลับมาโผล่อยู่ตรงหน้าั้แ่ตอนไหนก็ไม่รู้ ทำเอาร่างบางใจนเผลอสะดุ้งตัว
"หึ ใครอยากจะอยู่แถวๆนี้นานๆละ"ว่าจบก็ทำตัวเป็คนเข้มแข็งแม้ว่าแข็งขามันจะแอบอ่อนแรงเพราะกลัวว่าผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าสามี จะเผลอโกรธจนชักปืนขึ้นมายิงแสกหน้าผม
"รู้หรอ ว่าห้องตัวเองอยู่ตรงไหน"
"ก็บอกมาสิ"ใบหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อ ไอ้เราก็ทำเป็เท่ ลืมไปซะได้ว่าตัวเองไม่รู้อะไรเกี่ยวกับร่างนี้เลยนอกจากชื่อ
ั้แ่วันที่ผมได้เจอผู้ชายคนนี้ เขาไม่มาไม่บอกอะไรผมเลย นอกจากลูกน้องของเขาที่คอยมาดูอาการผมเป็พักๆ และบอกผมเพราะผมถามว่าผมชื่ออะไร สรุปแล้วถ้าผมไม่ถามขนาดชื่อของร่างนี้ผมก็ไม่รู้ว่าตัวเองชื่อนาวิน ร่างนี้อายุ 20 ปียังเรียนมหาลัยอยู่อายุเท่ากับตัวผมเมื่อก่อน แต่สิ่งที่แตกต่างคือร่างนี้ดูท่าจะมีเงิน ได้เรียนมหาลัยดีๆ เสื้อผ้าที่ผมใส่ออกจากโรงพยาบาลเป็แบรนด์หรูราคาแพง ไหนจะโทรศัพท์ที่ลูกน้องผู้ชายคนนี้ที่เอามาให้ผม ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าวันนั้นที่โทรศัพท์ของเขาคนนี้ปลดล็อกรหัสผ่านได้เป็เพราะร่างนี้คือภรรยาของเขา
'ก็ไม่น่าจะเป็ของก๊อปอ่ะนะ บ้านใหญ่โตอย่างกับวัง คงจะรวยมากสิท่า'
"เดี๋ยวผมนำทางไปให้ครับ"
ชายหนุ่มร่างหนาในชุดสูทสีดำ เดินเข้ามาหาผมด้วยท่าทางสุภาพก่อนที่เขาจะพายมือพาผมไปยังทิศทางตรงกันข้ามซึ่งนั้นทำให้ผมอายหนักเข้าไปอีกที่ตัวเองเดินมาผิดทาง
"ก็นำไปสิ"
พยายามทำเป็ไม่รู้ไม่เห็นอะไร ก่อนจะเดินตามชายหนุ่มที่มีหน้าตาหล่อเหลาไม่แพ้ร่างนี้แม้ว่าจะหล่อคนละแบบ เขามีผิวสีแทน ตาสีน้ำตาล ผมสีน้ำตาล ดูหล่อแต่ก็ดูนิ่งเงียบเหมือนเ้านายตัวเองไม่มีผิดเพี้ยน
อีกด้านหนึ่ง
"เป็ไงบ้าง"เสียงทรงอำนาจเอ่ยถามออกมาสายตาของเขาปรายตามองไปยังทิศทางที่ร่างบางเดินไป
"ไม่มีพิรุธเลยครับ คุณนาวินน่าจะความจำเสื่อมจริงๆครับ"
"หึ งั้นหรอ"
เขาเค้นเสียงหัวเราะออกมาอย่างเยาะเย้ย แต่สายตากลับมีแววครุ่นคิดราวกับว่ายังไม่เชื่อเต็มร้อยว่าชายหนุ่มจะความจำเสื่อมจริงๆ
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นาวินเล่นละครตบตาเขา และก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเกือบโดนหลอก อีกฝ่ายทำตัวอย่างกับดาราเ้าบทบาทแสดงละครได้แเีจนเขาเกือบเคยเชื่อไปครั้งหนึ่ง น่าแปลกแม้ว่านาวินจะแสดงละครตบตาเขามาหลายต่อหลายครั้ง หากแต่ครั้งนี้กลับดูแปลกไปไม่เหมือนทุกที ทำให้เขารู้สึกราวกับว่าอีกฝ่ายเปลี่ยนไปราวกับคนละคน
'คิดอะไรอยู่ '
เผลอคิดว่านาวินคนที่อยู่ตรงหน้าเขาจนถึงเมื่อกี้ไม่ใช่คนเดิม เพราะสายตาที่นาวินมองเขามันราวกับมองคนแปลกหน้าไม่เหมือนนาวินที่ผ่านมา แม้ว่าจะเล่นละครเก่งแต่สายตาก็ใช่ว่าจะเปลี่ยนกันได้ง่ายๆ