ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    เล่มที่ 5 บทที่ 130 พวกแกซวยแล้ว

            สายตาของชายร่างใหญ่ที่แขนเต็มไปด้วยรอยสักจับจ้องมาที่จิ่งเยี่ยนกุย แล้วพูดด้วยรอยยิ้มกะลิ้มกะเหลี่ยว่า “ถ้าไม่มีเงินจ่าย ก็เอาผู้หญิงข้างหลังแกมาขัดดอกก็ได้นี่!”

            เมื่อเขาพูดจบ พวกที่มาด้วยกันก็หัวเราะกันครืน เสียงดังเซ็งแซ่ พร้อมกับคำพูดหยาบคายที่พ่นออกมาจากปาก

            ฟางเสียนจือดูเหมือนจะโกรธมาก “ฉันดูออกแล้ว พวกแกไม่ได้มาตรวจสอบเรื่องธุรกิจอะไรทั้งนั้น พวกแกแค่มาหมายตาเมียฉัน! พวกแกเป็นคนของอวี๋ซือเหยี่ยใช่ไหม?”

            “โอ้ เด็กนี่นับว่าไม่โง่” ชายแขนลายสักพูดอย่างภาคภูมิใจ “ใช่แล้ว พวกเราหมายตาเมียแก ใครใช้ให้แกไม่รู้จักเจียมตัว ไปขัดใจท่านผู้นำของพวกเรา วันนี้ถ้าแกยอมแต่โดยดี พวกเราก็จะกระทืบแกเบาๆ สักหน่อยแล้วปล่อยไป”

            เมื่อเขาพูดถึงตรงนี้ แววตาพลันเผยความดุดันออกมา “ถ้าแกไม่รู้จักเจียมตัวละก็ การถูกตัดแขนตัดขาถือว่าน้อยไปด้วยซ้ำ จะบอกให้รู้ไว้ พวกที่ไม่เจียมตัวแบบแกน่ะ มีจุดจบที่น่าสังเวชทั้งนั้น อย่างเบาหน่อยก็แค่ตาย อย่างหนักก็บ้านแตกสาแหรกขาด”

            ฟางเสียนจือกัดฟันพูด “ในสายตาพวกแกไม่มีกฎหมายเลยเหรอ?”

            “กฎหมาย?” ชายแขนลายสักหัวเราะเสียงดัง “แกไม่รู้เหรอว่าที่เมืองหยางเฉิงเนี่ย อวี๋ซือเหยี่ยก็คือกฎหมาย!”

            ฟางเสียนจือโกรธจัด “พวกแกมันเกินไปแล้ว!”

            “เกินไป?” ชายแขนลายสักหัวเราะดังลั่น ราวกับได้ยินเรื่องตลก “แค่นี้เรียกว่าเกินไปแล้วเหรอ? นั่นเพราะแกยังไม่เคยเจออะไรที่มันเกินไปกว่านี้ต่างหาก! ดูๆ แกก็ฉลาดนี่ ทำไมถึงยอมเอาชีวิตมาทิ้งเพราะผู้หญิงคนเดียว!”

            “พูดกันตรงๆ เลยนะ ที่ผ่านมาไม่มีผู้หญิงคนไหนที่อวี๋ซือเหยี่ยหมายตาไว้แล้วไม่ได้ แกทำให้อวี๋ซือเหยี่ยเสียหน้า ชาตินี้แกก็จบเห่แล้ว ใครใช้ให้แกไม่เจียมตัว”

            พูดจบก็หันมาพูดกับจิ่งเยี่ยนกุย “ส่วนเธอก็ตาถั่วเกินไป ถ้าไปอยู่กับอวี๋ซือเหยี่ยจะมีแต่ความสุขสบาย จะมาอยู่กับไอ้เด็กเหลือขอแบบนี้ให้มันได้อะไร?”

            จิ่งเยี่ยนกุยไม่สนใจเขา ไม่ได้หลบไปอยู่ข้างหลังฟางเสียนจือ เพียงแค่จ้องชายแขนลายด้วยดวงตาที่ใสกระจ่างแต่แฝงไว้ด้วยความเย็นชา

            ชายแขนลายสักส่ายหน้า “ยัยผู้หญิงหัวรั้นจริงๆ”

            เมื่อเขาโบกมือ พวกที่มาด้วยก็กรูเข้ามา แต่ทว่ามือที่เขาโบกออกไปกลับถูกจับไว้ เขาสัมผัสถึงเพียงพลังมหาศาลที่ถาโถมเข้ามา ก่อนที่ร่างทั้งร่างจะล้มลงกับพื้น เท้าข้างหนึ่งเหยียบลงบนใบหน้าของเขา เขาถึงกับกินฝุ่นไปเต็มปาก และพ้นคำด่าทอออกมา “แกอยากตายหรือไง กล้าดียังไงมาทำร้ายฉัน!”

            ฟางเสียนจือพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “คงจะเหิมเกริมจนเคยตัว แม้แต่สมองก็ยังไม่ดีตามไปด้วย”

            ในขณะที่คนอื่นๆ กรูเข้ามา จิ่งเยี่ยนกุยก็ไม่เห็นฟางเสียนจือจะสะทกสะท้าน จัดการถอดเสื้อของพวกนั้นออกมาอย่างรวดเร็ว แล้วมัดรวมกันเป็นเชือก พวกนั้นบ้างได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย บ้างได้รับบาดเจ็บสาหัส จึงไม่มีกำลังที่จะต่อต้านแต่อย่างใด

            ชายแขนลายสักได้รับบาดเจ็บมากที่สุด เขาทั้งตกใจและหวาดกลัว ในช่วงหลายปีที่เขาติดตามอวี๋ซือเหยี่ย เขาทำเรื่องเลวร้ายมาตั้งมากมาย แต่กลับเพิ่งเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้เป็นครั้งแรก เด็กหนุ่มคนนี้ไม่ได้มีภูมิหลังอะไร แต่กลับมีฝีมือร้ายกาจอย่างไม่น่าเชื่อ

            เขาตะโกนอย่างโกรธจัด “รู้ไหมว่าพวกเราเป็นคนของใคร? แกควรปล่อยพวกเราไปซะ ไม่อย่างนั้นแกได้เจอดีแน่!”

            ฟางเสียนจือพูดเสียงเรียบ “ฉันรู้ว่าพวกแกเป็นคนของอวี๋ซือเหยี่ย นี่ฉันอัดเสียงพวกแกไว้หมดแล้ว”

            เขาพูดจบก็หยิบเครื่องอัดเสียงออกมาจากกระเป๋า กดปุ่มเล่น ก็เป็นบทสนทนาของพวกเขาเมื่อครู่นี้

            ชายแขนลายสักอึ้งไปเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้ เพราะยังไงอวี๋ซือเหยี่ยก็ต้องช่วยพวกเขาอยู่แล้ว แต่เขากลับได้ยินฟางเสียนจือพูดว่า “ก่อนหน้านี้ฉันก็กำลังหาหลักฐานอยู่พอดี พวกแกมาได้จังหวะพอดีเลย ตอนนี้ฉันรวบรวมหลักฐานได้ครบแล้ว คราวนี้อวี๋ซือเหยี่ยก็คงช่วยพวกแกไม่ได้แล้วละ”

            ชายแขนลายสักหัวเราะเยาะ “แกมันเด็กอ่อนหัด อย่าคิดว่าแค่มีหลักฐานพวกนี้จะทำอะไรพวกเราได้! แกมันเป็นใครกันแน่?”

            ฟางเสียนจือก็ไม่ได้โกรธแต่อย่างใด เพียงแค่ชกชายแขนลายสักไปหนึ่งที “จริงๆ แล้วฉันก็หวังว่าอวี๋ซือเหยี่ยของพวกแกจะช่วยพวกแกได้นะ เพราะจะได้มีอะไรสนุกๆ ให้ดู”

            ชายที่มีรอยสักที่แขนไม่ได้ใส่ใจคำพูดของฟางเสียนจือเลย ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พวกเขาทำอะไรมาเยอะแยะแล้ว แต่ก็ยังอยู่ดีมีสุขนี่นา! ฟางเสียนจือเป็นแค่เด็กบ้านนอกคนหนึ่ง กล้าดียังไงไม่เคารพอวี๋ซือเหยี่ย มันช่างเหมือนคนแก่ที่แขวนคอตาย รนหาที่ตายชัดๆ!

            แต่ในไม่ช้า เขาก็ได้รู้ว่าเขาคิดผิด คราวนี้ไม่ใช่แค่เขาที่จะซวย กระทั่งอวี๋ซือเหยี่ยก็ซวยไปด้วย

            อวี๋ซือเหยี่ยเป็นคนใจแคบ วันนี้ฟางเสียนจือทำให้เขาเสียหน้า แน่นอนว่าจะไม่มีทางปล่อยฟางเสียนจือไป เขาจึงให้ชายที่มีรอยสักเต็มแขนคนนี้ไปสั่งสอนฟางเสียนจือเล็กน้อย ไม่ได้คิดที่จะออกมาช่วยชายที่มีรอยสักเต็มแขนเลย เพราะเรื่องนี้สำหรับเขาแล้วไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร

            เพียงแต่เหตุการณ์ในวันนี้ทำให้เขาประหลาดใจเล็กน้อย เพื่อความไม่ประมาท เขาจึงส่งคนไปสืบภูมิหลังของตระกูลฟาง

            ภูมิหลังของตระกูลฟางก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไร หรือจะพูดง่ายๆ ว่า ในสายตาของคนทั่วไปแล้วก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไรมากนัก เพราะเมื่อก่อนฟางชิงสือก็มาที่เมืองหยางเฉิงตัวคนเดียว แล้วก็แต่งงานมีลูกที่นี่ สำหรับเรื่องราวในอดีตของฟางชิงสือ เขาไม่เคยพูดถึงให้ใครฟังเลย คงไม่ได้มีอะไรมาก เขาก็แค่พยายามด้วยความสามารถของตัวเองจนได้เป็นผู้อำนวยการโรงเรียน

            ส่วนฟางเสียนจือนั้นยิ่งชัดเจน เขาเรียนหนังสือไปตามขั้นตอน ถึงแม้จะเคยเป็นที่หนึ่งของมณฑล ตอนนี้ก็เป็นแค่อาจารย์ที่มหาวิทยาลัยกองทัพอากาศเท่านั้น สถานะแบบนี้ถ้าอยู่ในหมู่บ้านก็คงดูเหมือนเก่ง แต่ในสายตาของอวี๋ซือเหยี่ยแล้ว ไม่ได้มีความหมายอะไรเลย

            เมื่อเขารู้ภูมิหลังของตระกูลฟางแล้ว เขาก็ตัดสินใจลงมือกับฟางชิงสือก่อน โดยจะหาวิธีปลดฟางชิงสือออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียน

            แต่เขาก็ยังไม่ทันได้ลงมือทำอะไร ก็ต้องมาเจอปัญหาใหญ่ในชีวิต มีคนมาตรวจสอบเขา เอาเรื่องราวเลวร้ายที่เขาเคยทำมาตลอดหลายปีมาแฉ!

            อวี๋ซือเหยี่ยถูกจับโดยไม่มีข้อกังขา คนที่ฟ้องเขาพลันโผล่ออกมาทันที พร้อมกับแฉทุกอย่าง ที่สำคัญคือคราวนี้เขาไม่มีทางที่จะหาทางออกได้เลย เพราะคนพวกนั้นมีทั้งพยานหลักฐานครบถ้วน!

            อวี๋ซือเหยี่ยตกใจมาก ตระกูลอวี๋ทำธุรกิจในเมืองหยางเฉิงได้เป็นอย่างดี แม้เขาจะดูหยิ่งผยองต่อหน้าจิ่งเยี่ยนกุย แต่จริงๆ แล้วเมื่ออยู่ต่อหน้าคนที่เก่งกว่าตัวเอง เขาก็ต้องประจบประแจง เพราะเป็นแบบนี้เขาถึงได้เหิมเกริมมาได้เป็นเวลาหลายปี

            ตอนที่พ่อของเขามาเยี่ยมเขา พอเห็นหน้าเขา ก็ตบหน้าเขาอย่างแรง “แกมันตัวซวย! เพราะผู้หญิงคนเดียว แกถึงกับทำให้ทั้งตระกูลต้องซวยไปด้วย! ก่อนหน้านี้ฉันก็บอกแกแล้ว ว่าสักวันแกจะต้องตายเพราะผู้หญิง!”

            อวี๋ซือเหยี่ยไม่เคยเห็นพ่อของเขาโกรธขนาดนี้มาก่อน จึงอดถามไม่ได้ “พ่อ ที่ผ่านมาผมก็ทำอะไรในขอบเขตของผมนะ ผมยุ่งกับแต่ผู้หญิงที่ผมสามารถยุ่งได้ ผมไม่รู้จริงๆ ว่าคราวนี้ผมไปทำร้ายใครเข้า?”

            นี่เป็นสิ่งที่อวี๋ซือเหยี่ยคิดไม่ตกมาตลอดช่วงนี้ เรื่องของเขาในครั้งนี้ มองปราดเดียวก็รู้ว่าไปทำร้ายคนที่ใหญ่กว่า ในตอนนี้พวกเขาที่ทำธุรกิจมาหลายปีกลับใช้เส้นสายไม่ได้เลย ดังนั้นแล้วอีกฝ่ายจะต้องมีอำนาจขนาดไหนกัน?

    คล้ายกับเรื่องยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80 ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392