เช้าวันรุ่งขึ้น ยังไม่ทันที่โรงสุราหยางซูซิ่งจะเปิดให้บริการ นักดื่มจากทั่วทั้งอำเภอเสียนโจวต่างก็มายืนต่อแถวเพื่อเข้าร่วมการประมูลอำพันเรืองรองกับมรกตมั่งมีกันอย่างคับคั่ง
‘ญาติของข้าทำงานอยู่ที่ว่าการอำเภอ เขาเล่าว่านายอำเภอจูกับหัวหน้านักการกัวได้สุราชนิดใหม่มาดื่ม และยังบอกว่าสุราทั้งสองชนิดรสชาติดีและเข้มข้นมาก ทั่วแคว้นต้าเยี่ยนคงไม่มีสุราชนิดไหนจะสู้สุราสองชนิดนี้ได้อีกแล้ว’
‘หากนายอำเภอจูกับหัวหน้านักการกัวออกปาก ข้าคิดว่าเื่นี้น่าเชื่อถือมากทีเดียว’
‘ใช่ๆ ใครจะไม่รู้ว่าทั้งสองคนเป็นักดื่มตัวยง ทั้งตำแหน่งใหญ่โตอย่างพวกเขาจะไม่เคยลิ้มลองจนแยกแยะรสชาติของสุราได้เชียวหรือ ข้าชักอยากลองดื่มสุราทั้งสองชนิดนั้นเสียแล้ว’
‘ข้าได้ยินมาว่าสุราทั้งสองชนิดจะเริ่มต้นการประมูลที่ราคาขวดละหนึ่งร้อยตำลึง วันหนึ่งจะนำออกมาประมูลแค่ชนิดละห้าขวดเท่านั้น เฮ้อ...หากราคาสูงเกินกว่าหนึ่งพันตำลึงข้าคงไม่มีปัญญาจ่ายแล้ว’
‘นั่นสิ...เศรษฐีในอำเภอของเรามีมากมาย เราจะเอาเงินจากไหนไปสู้พวกเขา’
‘อย่าเพิ่งหมดหวังกันสิ ไม่ใช่ว่าโรงสุราหยางซูซิ่งออกกฎไว้แล้วหรือว่าคนหนึ่งจะประมูลเหล้าได้แค่วันละหนึ่งครั้งเท่านั้น’
‘พวกเ้าอย่าเพิ่งท้อ ข้าได้ยินว่าเหล้าหวานทั้งสี่รสชาติก็เป็เหล้าดีเหมือนกัน หากครั้งนี้ประมูลไม่ได้ เราก็เก็บเงินไว้ดื่มเหล้าหวาน หรือไม่ก็รอให้โรงสุราหยางซูซิ่งเอาเหล้าชนิดใหม่ออกมาขาย ข้าเคยคุยกับหลงจู๊ฝูเมื่อไม่นานมานี้ เขาบอกว่าคุณชายลี่หยางมีแผนจะนำเหล้าชนิดใหม่ออกมาขายอยู่เรื่อยๆ ถึงตอนนั้นเราก็เก็บเงินไว้ดื่มเหล้าชนิดใหม่กันก็ได้แล้ว’
‘ข้าล่ะนับถือคุณชายลี่หยางจริงๆ ที่เมื่อก่อนเขาเข้าโรงสุรานั้นออกโรงสุรานี้ก็เพราะจะเสาะหาเหล้าดีๆ มาไว้ขายสินะ เป็พวกเราที่เข้าใจผิด คิดว่าเขาแค่ทำตัวสำมะเลเทเมาไปวันๆ เฮ้อ...นายท่านสามเซี่ยทำการค้าเก่งปานนั้น ลูกชายของเขาจะเป็คนไร้ความสามารถได้อย่างไร’
คนที่มาต่อแถวอยู่หน้าโรงสุรายังมีเื่พูดกันไม่รู้จบ แต่เมื่อมีคนพูดถึงนายท่านสามเซี่ยขึ้นมา คนสนิทของนายอำเภอจูและคนสนิทของหัวหน้านักการกัวที่แฝงมาเป็นักดื่มก็ยิ้มและเริ่มแผนการ
“พูดถึงนายท่านสามเซี่ย ข้าล่ะเสียใจแทนเขาจริงๆ เพิ่งมีข่าวว่าเขาถูกลอบสังหาร ยังไม่ทันจะหาศพเจอด้วยซ้ำ ตระกูลเซี่ยกลับประกาศว่าเขาตายเสียแล้ว” จูหลิงมือขวาของนายอำเภอจูพูดขึ้น
“ไม่ใช่แค่ประกาศว่าตาย แต่ตระกูลเซี่ยยังตัดสัมพันธ์กับครอบครัวนายท่านสาม และยังไล่ลูกเมียเขาออกจากตระกูลด้วย” กัวจ้งทำท่ากระซิบ เขาเป็มือขวาของหัวหน้านักการกัว นอกจากจะเป็วรยุทธ์แล้ว เขายังเก่งเื่การแปลงโฉมด้วย ทำให้วันนี้ไม่มีใครจำเขากับจูหลิงได้
“เื่นี้เป็เื่จริงหรือ!? โถๆๆ หากวันใดวันหนึ่งนายท่านสามเซี่ยมีชีวิตรอดกลับมาแล้วมารู้ว่าครอบครัวของเขาถูกไล่ออกจากตระกูล นายท่านสามเซี่ยคงจะใจสลายเป็แน่ ใครๆ ก็รู้ว่านายท่านสามเซี่ยกตัญญูต่อฮูหยินผู้เฒ่าขนาดไหน” จูหลิงพูดพร้อมถอนหายใจ
“เ้าหมายถึงเื่นี้เป็การตัดสินใจของฮูหยินผู้เฒ่าหรือ? หรือว่าการที่นายท่านสามเซี่ยถูกลอบสังหารจะมีเบื้องลึกเื้ัมากกว่านั้น” กัวจ้งพูดเสียงดังก่อนจะแสร้งเอามือปิดปากคล้ายว่าไม่ได้ตั้งใจจะเอ่ย
“เ้าอย่าได้พูดเสียงดังไป ครอบครัวใหญ่หากไม่ขัดแย้งกันเื่เงินๆ ทองๆ แล้วจะให้เขาขัดแย้งกันเื่อะไรอีก” จูหลิงกระซิบ
“นั่นสินะ เฮ้อ...คนธรรมดาอย่างเราคงไม่มีวันเข้าใจหรอก แต่เราอย่าเพิ่งพูดเื่นี้กันเลย อีกเดี๋ยวโรงสุราก็จะได้เวลาเปิดแล้ว เรามาดูว่าใครจะโชคดีประมูลสุราชั้นเลิศสองชนิดนั้นได้” กัวจ้งพูดเปลี่ยนเื่อย่างแเี
ผู้ที่ยืนอยู่บริเวณนั้นต่างก็ได้ยินคำพูดของจูหลิงกับกัวจ้งอย่างชัดเจน พวกเขาล้วนเป็คนที่เกิดและเติบโตในอำเภอเสียนโจวแห่งนี้ มีใครไม่รู้ชื่อเสียงที่ดีของนายท่านสามเซี่ยบ้าง เมื่อรู้ว่าครอบครัวของนายท่านสามเซี่ยถูกคนจากครอบครัวใหญ่ปฏิบัติอย่างไม่เป็ธรรมเช่นนี้ ดูท่ากิจการของตระกูลเซี่ยคงจะไม่ราบรื่นเหมือนในอดีตแล้ว
แน่นอนว่าบทสนทนานั้นเซี่ยลี่หยางได้ยินอย่างชัดเจน นอกจากเขาจะได้รับการถ่ายทอดความรู้และวรยุทธ์มาจากมิติแล้ว ประสาทััและการรับรู้ของเขาก็ดีขึ้นมากด้วย และเขายังจำได้ด้วยว่าเสียงของสองคนนั้นคือมือขวาของท่านลุงจูกับท่านลุงกัวของเขานั่นเอง เอาไว้ค่อยหาเครื่องดื่มดีๆ ไปตอบแทนผู้าุโทั้งสองสักหน่อยก็แล้วกัน
เมื่อประตูร้านเปิด ทุกคนต่างก็รีบเดินเข้าไปในร้านเพื่อจับจองที่นั่ง และไม่นานการประมูลก็เริ่มขึ้น
“ก่อนอื่นข้าเซี่ยลี่หยางต้องขอขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมงานประมูลสุราของเราในวันนี้” เซี่ยลี่หยางยกมือคารวะ
“หลานชายอย่าได้เสียเวลา ข้าได้ยินมาว่าอำพันเรืองรองกับมรกตมั่งมีของเ้าล้วนเป็เหล้าดี ข้าไม่ได้สงสัยในสินค้าของเ้า แต่ในเมื่อเหล้าทั้งสองชนิดเป็เหล้าใหม่ ทั้งราคาเริ่มต้นยังสูงถึงหนึ่งร้อยตำลึง จะเป็ไปได้หรือไม่ที่เราจะได้เห็นและได้ดมกลิ่นมันก่อน”
“ที่ท่านลุงซ่งพูดมาก็ถูกขอรับ ไม่ได้เห็นสินค้าก่อนแล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าเป็สินค้าดี” เซี่ยลี่หยางยิ้ม “เจ๋อกั๋ว เทเหล้าทั้งสองชนิดใส่แก้วแล้วเอาไปให้ทุกคนได้ดูสักหน่อย”
ฝูเจ๋อกั๋ววางถาดที่รองด้วยผ้ากำมะหยี่สีดำไว้บนโต๊ะประมูล จากนั้นเขาก็หงายแก้วทรงทิวลิปแล้วรินเหล้าทั้งสองชนิดลงในแก้วแต่ละใบ ท่วงท่าของเขาเชื่องช้าทำให้ดึงดูดสายตาของทุกคนเป็อย่างดี ซึ่งวิธีการเหล้านี้เป็เซี่ยลี่หยางที่สอนเขามาก่อน
เหล้าสีอำพันใสและเหล้าสีขาวบริสุทธิ์ที่อยู่ในแก้วรูปทรงสวยงาม เมื่อเหล้าทั้งสองแก้วถูกวางอยู่บนผ้ากำมะหยี่สีดำก็ยิ่งขับเน้นให้เหล้าทั้งสองชนิดน่าดื่มมากขึ้น ยิ่งฝูเจ๋อกั๋วเดินเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นหอมของเหล้าทั้งสองแก้ว นักดื่มทั้งหลายต่างก็ลอบกลืนน้ำลาย
เซี่ยลี่หยางยิ้มเมื่อเห็นปฏิกิริยาของทุกคน เขาหันไปยิ้มให้เถ้าแก่ซ่ง “ท่านลุงซ่งคิดว่าอย่างไรขอรับ เหล้าของข้าควรค่าต่อการประมูลหรือไม่”
“หลานชายลี่หยาง ข้าดื่มเหล้ามาจนอายุปูนนี้ ข้าบอกได้คำเดียวว่าเหล้าทั้งสองชนิดของเ้านับว่าเป็เหล้าดีที่สุดเท่าที่ข้าเคยดื่มมา อย่าให้เสียเวลาเลย เ้ารีบเปิดประมูลเถอะ” เถ้าแก่ซ่งรีบบอก
“เช่นนั้นข้าขอเปิดการประมูล ขอให้ทุกท่านปฏิบัติตามกฎการประมูลของร้านเราอย่างเคร่งครัด หากใครคิดที่จะมาก่อกวน ข้าคงต้องขึ้นบัญชีดำกับคนคนนั้นแล้ว”
“เดี๋ยวก่อน!” ท่านลุงใหญ่เซี่ยเดินเข้ามา “ในเมื่อเถ้าแก่ซ่งยังออกปากว่าเหล้าทั้งสองชนิดนี้เป็เหล้าดี ข้าคิดว่าราคาเริ่มต้นของการประมูลน่าจะเริ่มที่ขวดละสามร้อยตำลึง”
“ใช่ เื่นี้ข้าเห็นด้วยกับพี่ใหญ่ของข้า ในเมื่อเป็เหล้าดีเราก็ไม่ควรประมูลด้วยราคาต่ำเช่นนั้น” ท่านอาห้าเซี่ยเดินตามหลังเข้ามา
“โรงสุราแห่งนี้เป็ของเซี่ยลี่หยาง ในเมื่อเขาจะเริ่มต้นประมูลที่ราคาขวดละหนึ่งร้อยตำลึงแล้วพวกเ้าจะมาเกี่ยวอะไรด้วย” เถ้าแก่ซ่งตวาดอย่างไม่พอใจ
“ฐานะอย่างท่านไม่น่าจะมีปัญหากับเงินจำนวนนี้กระมัง” อาห้าเซี่ยส่งยิ้มหยันให้เถ้าแก่ซ่ง “หรือว่ากิจการค้าข้าวสารของท่านเริ่มไม่ไหวจนต้องมาคิดเล็กคิดน้อยกับเงินแค่ไม่กี่ร้อยตำลึง”
เถ้าแก่ซ่งหน้าแดงขึ้นด้วยความโกรธ กิจการค้าข้าวของเขาเคยเป็อันดับหนึ่งของอำเภอเสียนโจว แต่พอนายท่านห้าเซี่ยมาเปิดกิจการขายข้าวสารแข่งกับตน การค้าของตนก็เริ่มติดขัด ถึงแม้จะไม่ทำให้กิจการล้มละลาย แต่รายได้ที่หายไปก็นับว่ามากทีเดียว การที่นายท่านห้าเซี่ยมาถากถางเขาเื่เงินไม่กี่ร้อยตำลึง ไม่เท่ากับฝ่ายนั้น้าหักหน้าเขาหรือ
“เถ้าแก่ซ่งอย่าได้โมโห น้องชายของข้าก็เป็เช่นนี้ เวลาพูดมักไม่ระวัง ขอท่านโปรดให้อภัย” ท่านลุงใหญ่เซี่ยยิ้มแล้วพูดต่อ “แต่เป็เพราะเขาเป็ห่วงว่าหลานชายของเราจะทำธุรกิจไม่เป็จนถูกคนเอาเปรียบเท่านั้น”
“พวกเ้าคิดว่าข้าจะเอาเปรียบหลานชายด้วยเงินไม่กี่ร้อยตำลึงเนี่ยนะ!” เถ้าแก่ซ่งข่มความโกรธไว้ก่อนที่จะส่งยิ้มกลับ “แต่จะว่าไป โรงสุราแห่งนี้เป็ของหลานชายลี่หยาง ในเมื่อพวกเ้าตัดสัมพันธ์และขับไล่หลานชายลี่หยางและครอบครัวออกมาแล้วพวกเ้าจะมายุ่งทำไม หรือว่าพวกเ้าอยากจะมาฮุบโรงสุราของหลานชาย”
“เ้ารู้เื่นี้ได้อย่างไร! เรา...เราไม่ได้ขับไล่พวกเขาออกมา เ้าอย่าเอาเื่ไม่จริงมาปรักปรำเรา” อาห้าเซี่ยรีบปฏิเสธ
“ไม่ใช่แค่ข้าที่รู้ ทุกคนที่นี่ต่างก็รู้กันหมด” เถ้าแก่ซ่งยิ้มหยัน
“เถ้าแก่ซ่ง แค่เงินไม่กี่ร้อยตำลึงเ้าถึงกับกล้ากุข่าวทำลายชื่อเสียงของตระกูลข้าเชียวหรือ” ท่านลุงใหญ่ซ่งถามเสียงเข้ม
“หากคิดว่าข้ากุข่าวแล้วพวกเ้าจะเดือดร้อนทำไม”
เซี่ยลี่หยางลุกขึ้นแล้วเดินมาหาเถ้าแก่ซ่ง “ท่านลุงซ่งนั่งก่อนขอรับ อีกเดี๋ยวการประมูลจะเริ่มขึ้นแล้ว ข้ายังยืนยันคำเดิมว่าราคาเริ่มต้นการประมูลของเหล้าทั้งสองชนิดนี้คือขวดละหนึ่งร้อยตำลึง”
“ลี่หยาง เ้าไม่เคยทำการค้ามาก่อนจึงยังไม่รู้ว่าทำเช่นไรกิจการถึงจะมีกำไร เหล้าสองชนิดนี้ล้วนเป็เหล้าดี ราคาเริ่มต้นประมูลที่เ้าตั้งไว้มันต่ำเกินไป เ้าเชื่อที่ลุงใหญ่แนะนำเถอะ”
“ใช่ๆ เ้าไม่เชื่อพวกเราแล้วเ้าจะไปเชื่อใคร หรือว่าเ้าอยากให้คนบางคนเอาเปรียบเ้ากัน” อาห้าเซี่ยพูดพร้อมกับมองไปที่เถ้าแก่ซ่ง
“นายท่านใหญ่เซี่ย นายท่านห้าเซี่ย โรงสุราแห่งนี้เป็ของข้า ข้าจะตั้งราคาประมูลไว้ที่เท่าไหร่ก็ได้ ความเห็นและความหวังดีของท่านทั้งสอง โปรดเก็บไว้ไปบริหารกิจการของพวกท่านเองเถิด”
คำตอบและคำเรียกขานของเซี่ยลี่หยางทำให้ทุกคนในโรงน้ำชานึกไปถึงคำพูดของจูหลิงกับกัวจ้ง ทั้งหมดมองสองพี่น้องตระกูลเซี่ยด้วยสายตาเหยียดหยามอย่างปิดไม่มิด พอบิดาเขาเสียก็รีบตัดสัมพันธ์และไล่เขาออกจากบ้าน แต่พอเห็นว่าเขามีสินค้าดีออกมาขายก็มาอ้างความาุโ
นายท่านใหญ่เซี่ยเห็นสายตาของทุกคนจึงต้องยอมถอย หากเขายังดันทุรังต่อ ไม่แน่เื่นี้อาจจะกระทบกับกิจการของตระกูล “เฮ้อ...ช่างเถอะ ลุงใหญ่เห็นว่าเ้ายังเด็กจึงอยากเอาประสบการณ์มาแนะนำเ้าเท่านั้น ในเมื่อเ้ามั่นใจในวิธีของเ้า เช่นนั้นเราก็คงต้องกลับก่อน”
“นายท่านใหญ่เซี่ย นายท่านห้าเซี่ย ข้าหวังว่าในครั้งหน้า ข้าคงได้ต้อนรับท่านในฐานะลูกค้า ไม่ใช่ในฐานะผู้าุโ เพราะครอบครัวของข้าเป็ครอบครัวเดี่ยว เราไม่มีผู้าุโที่ไหน”
เซี่ยลี่หยางใช้โอกาสนี้ประกาศให้ทุกคนรู้ทันทีว่าครอบครัวของเขาตัดสัมพันธ์กับตระกูลเซี่ยแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้คนพวกนั้นมาอ้างความาุโและมาหาผลประโยชน์จากเขาได้