ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    บทที่ 100 พ่อค้าคนพาล

            บทที่ 100

            พ่อค้าคนพาล

            เสียงทะเลาะดังโวยวายขึ้นบริเวณด้านหน้าจางหยวนและพ่อค้าเหอที่กำลังนั่งอยู่บริเวณด้านในกำลังสนทนาเรื่องราวต่างๆกันอยู่หันไปมองอย่างรวดเร็ว

            พวกเขาแสดงใบหน้าสงสัยว่าด้านนอกเกิดอะไรขึ้น

            เพราะเสียงที่มันดังขึ้นดังเข้ามาจนถึงบริเวณด้านในทั้งสองหันใบหน้าของตนเองมองกันและกันหนึ่งคราก่อนที่จะลุกขึ้นอย่างพร้อมเพรียงเดินออกไปดูสิ่งที่อยู่บริเวณด้านหน้า

            พวกเขาทั้งสองเดินออกไปรู้ว่าด้านหน้ามีอะไรเกิดขึ้นกับ

            เมื่อก้าวเท้าออกมาจากห้องต้อนรับส่วนตัวที่แยกออกมาจากห้องโถงขนาดใหญ่

            เท้าของพวกเขาก้าวเดินออกมาบนทางเดินด้านหน้าพบเห็นกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งกำลังมุงดูกันอยู่

            ในตอนนี้มีพ่อค้าผู้หนึ่งเป็นชายวัยประมาณสามปลายๆมันกำลังดึงร่างกายของหญิงรับใช้อยู่ 

            หญิงรับใช้ผู้นั้นเป็นหญิงรับใช้แห่งจวนตระกูลอู่แห่งนี้นางกำลังโดนฉุดกระชากอย่างไม่เต็มใจ

            จางหยวนและพ่อค้าเหอมองดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้านหน้า 

            จางหยวนเพียงแค่มองในครั้งเดียวก็รู้ได้ในทันทีเกี่ยวกับสิ่งที่มันเกิดขึ้นในตอนนี้โดยที่ไม่จำเป็นจะต้องคาดการณ์เสียด้วยซ้ำ

            ใบหน้าของพ่อค้าวัยสามสิบปลายผู้นั้นกำลังแดงก่ำเต็มไปด้วยพิษของสุรามันน่าจะมึนเมาและก็นำเอานิสัยของตนเองออกมาใช้

            จางหยวนหันไปจ้องมองพ่อค้าเหอที่อยู่บริเวณข้างๆเพื่อดูท่าทีของอีกฝ่าย

            เมื่อเขาหันใบหน้าของตนเองไปจ้องมองพ่อค้าเหอแสดงใบหน้าสงบนิ่งมากกว่าที่เขาคิดเอาไว้

            อีกฝ่ายกำลังแสดงใบหน้าสงบนิ่งจนจางหยวนเอ่ยถามขึ้นมา “ เป็นผู้ได้อย่างนั้นหรือขอรับแล้วท่านใหม่เข้าไปห้ามอย่างนั้นหรือ?”

            “ ไม่จำเป็นจะต้องเข้าไปห้ามเดี๋ยวก็มีผู้คนที่จัดการได้ ”

            “ ภายในสถานที่แห่งนี้คือจวนตระกูลอู๋มองถึงตัวของข้าวแล้วก็ยังเป็นคนนอกไม่สามารถยื่นมือเข้าไปมีอำนาจหรือว่ายุ่งเกี่ยวภายในสถานที่แห่งนี้”

            “ เมื่อเป็นเรื่องของตระกูลอู๋ก็ควรจะให้ตระกูลอู๋เป็นคนจัดการ ”

            “ คนผู้นั้นเป็นพ่อค้าจากเมืองหลวง ”

            “ พ่อค้าจากเมืองหลวงอย่างนั้นหรือขอรับ? ”

            “ ใช่แล้วพ่อค้าจากเมืองหลวงเป็นพ่อค้าจากเมืองหลวงที่ถูกเชิญมาเข้าร่วมงานชุมนุมครั้งนี้เป็นครั้งแรกเหมือนกับตัวของ”

            “ แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ค่อยได้อ่านกฎระเบียบล่ะก็ข้อบังคับของการอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้เท่าไหร่”

            “ งานชุมนุมพ่อค้าแห่งนี้สร้างขึ้นมาเพื่อคนที่มีความคิดดุจดั่งบัณฑิตไม่ใช่คนพาลเช่นนั้น”

            “ กิจการใหญ่โตกิจการของมันเป็นการค้าขายสมุนไพรเเล้วก็มีโรงหมอเป็นของตนเองภายในเมืองหลวงเห็นว่ามีชื่อในระดับนึง”

            “ ข้อมูลที่ข้ารู้มามันเป็นคนที่มีนิสัยหยาบกระด้างเช่นนั้นอยู่แล้ว”

            “เป็นคนที่มีนิสัยหยาบกระด้างเเละก็เป็นคนที่ชอบเอาเปรียบผู้อื่นเรื่องนี้คือสิ่งที่พวกเราควรจะรู้เอาไว้”

            “ชื่อเสียงของคนผู้นั้นไม่ใช่ชื่อเสียงในด้านดีส่วนใหญ่มันมีชื่อเสียงในทางลบไปเสียทั้งหมด”

            “ ตอนที่โดนเชิญมาร่วมงานชุมนุมพ่อค้าในครั้งนี้มันเองก็เป็นเพราะว่าท่านอาของมันสนับสนุนและก็ให้พี่ใหญ่ชักชวนมาด้วยเท่านั้น”

            “ ถ้ามองถึงในด้านคุณธรรมตัวของมันไม่เหมาะสมการเข้าร่วมงานชุมนุมของพวกเราด้วยซ้ำ”

            พ่อค้าเหอกล่าวออกมาด้วยใบหน้าจริงจังมองดูในตอนนี้ก็พอจะมองเห็นได้ว่าพ่อค้าเหอไม่ค่อยพึงพอใจกับคนผู้นั้นสักเท่าไหร่

            จางหยวนเองก็รู้สึกแบบนั้นเช่นเดียวกัน

            จากที่มองดูแล้วถ้ามันเป็นคนที่มีนิสัยดีจริงๆคงไม่แสดงท่าทางหยาบกร้านเช่นนั้นและก็ฉุดกระชากหญิงสาวกลางสายตาของผู้คนมากมายแบบนั้นอย่างแน่นอน

            “ เจ้ากล้าดีอย่างไรมาขัดขืนข้าเป็นเพียงแค่สาวใช้แท้ๆ ”

            “ ไม่รู้อย่างนั้นรึว่าภายในงานแห่งนี้พวกเจ้าจำเป็นจะต้องดูแลพวกข้าอย่างดี” มันทำการกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม

            บนใบหน้าของมันแดงก่ำแล้วก็เต็มไปด้วยพิษสุรา

            สาวใช้ผู้นั้นที่กำลังโดนฉุดกระชากส่งเสียงขึ้น “ นายท่านโปรดอย่าทำเช่นนี้เจ้าคะ ” นางพูดออกมาพร้อมกับใช้ฝ่ามือพยายามผลักดันคนผู้นั้นออกไป

            แต่ว่าพละกำลังของสตรีหรือจะสู้พละกำลังของบุรุษได้

            ร่างกายของนางกำลังโดนดึงเข้าไปเรื่อยๆ

            ในขนาดนั้นเองเสียงเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากบริเวณ “ ปล่อยมือซะ..”

            จางหยวนใช้สายตาของตนเองมองตรงไปยังต้นเสียงน้ำที่ดังขึ้นมาพบเห็นว่าผู้ที่ส่งเสียงขึ้นคืออู๋เว่ย

            อู๋เว่ยเดินตรงมายังบริเวณทางเดินที่มีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้น

            อู๋เว่ยเดินตรงเข้าไปหาพ่อค้าผู้มึนเมาผู้นั้นใช้ฝ่ามือของตนเองผลักมันออกไปอย่างรวดเร็วเพียงแค่ใช้ฝ่ามือของตนเองผลักมันออกไปร่างของชายผู้นั้นก็กระเด็นล้มลงไปกับพื้น

            “ ตู้บ!!! ” ด้วยฤทธิ์ของสุราทำให้ร่างกายของมันไม่ค่อยจะสมดุลสักเท่าไหร่จึงโดนผลักล้มได้อย่างง่ายดาย

            หลังจากที่โดนขับและล้มลงไปกับพื้นมันส่ายศีรษะของตนเองเรียกเร้นสติกลับมา

            มองตรงไปอู๋เว่ย “ นี่ท่านกำลังทำอะไร!!!”

            “ ข้าต่างหากที่ควรจะถามว่าท่านกำลังทำอะไรสถานที่แห่งนี้คือจวนของข้านางเป็นสาวใช้ภายในจวนของข้า”

            “ ข้าให้นางมาต้อนรับพวกท่านสิ่งที่พวกท่านควรจะทำก็คือการให้เกียรติคนของข้า ”

            “ สถานที่แห่งนี้คือสถานที่แห่งวิญญูชนพวกเราล้วนแล้วเป็นพ่อค้าที่มีสติปัญญาหาได้เป็นอันธพาลผู้ต้อยต่ำ”

            ชายผู้นั้นที่โดนหักหน้ามันทำการกล่าวออกมาอย่างรวดเร็วด้วยน้ำเสียงโกรธเคือง “ นี่ตัวของท่านกล้าหักหน้าฆ่าต่อหน้าผู้คนมากมายเพียงแค่บ่าวคนเดียวงั้นรึ?”

            “ พวกเราจะแตกหักกันเพราะบ่าวไพร่คนเดียว ท่านแน่ใจแล้วใช่หรือไม่!!!” 

            มันกำลังโกรธเพราะตอนนี้มันกำลังโดนหักหน้าต่อหน้าผู้คนมากมายที่อยู่บริเวณรอบๆ 

            ลำพังเพียงเรื่องขัดแย้งเพียงแค่นี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตแต่สิ่งที่ทำให้คนผู้นั้นกำลังโกรธจนตาเป็นฟืนเป็นไฟก็เพราะว่ามันโดนหักหน้าต่อหน้าผู้คนมากมาย

            ผู้คนบริเวณรอบๆมีดวงตาของพ่อค้าจำนวนมากจับจองนับร้อยชีวิตการที่จะอับอายมันเองก็ไม่ได้แปลก

            “ แตกหักอย่างงั้นรึผู้คนมากมายภายในงานเลี้ยงและงานชุมนุมพ่อค้ารู้ดีว่าข้าเป็นคนอย่างไร”

            “ พวกเราภายในสถานที่แห่งนี้รวมตัวกันมีแต่บัณฑิตผู้มีคุณธรรมคนพาลเช่นเจ้ายามแตกหักไปข้าก็ไม่รู้สึกเสียดายอะไร”

            “ สมาคมการค้าของข้าไม่จำเป็นจะต้องการพ่อค้าแบบเจ้า ” อู๋เว่ยกล่าวออกมาด้วยถ้อยคำอันหนักแน่น

            หลังจากที่ได้ยินเช่นนั้นชายผู้นั้นก็โกรธขึ้นไปอีกดวงตาของมันแดงก่ำ

            ร่างกายของมันค่อยๆลุกขึ้นมาอย่างช้าๆมันใช้นิ้วมือของตนเองชี้ตรงไปที่ใบหน้าอู๋เว่ยแล้วพูดขึ้นมา “ จำไว้ตัวของเจ้าจะต้องเสียใจเกี่ยวกับการกระทำในวันนี้อย่างแน่นอน”

            เสียใจเกี่ยวกับการกระทำในวันนี้อย่างแน่นอนมันพูดจบก็สะบัดขาของตนเองแล้วก็เดินออกไปจากสถานที่แห่งนี้ครับ 

            จางหยวนมองเห็นความเขียวโอกาสของคนผู้นั้นเขาถึงกับหันไปกล่าวกับท่านพ่อค้าเหออย่างรวดเร็ว “ แบบนี้จะดีอย่างนั้นหรือขอรับมองดูแล้วคนผู้นั้นไม่ใช่คนที่จะปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปอย่างแน่นอน”

            “ ท่านบอกเองไม่ใช่หรือว่ามันเป็นคนพาลถ้าเป็นคนพาลก็คงจะหาวิธีการบางอย่างแก้หน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างแน่นอน”

            จางหยวนมองดูเพียงครั้งเดียวก็รู้ได้ทันทีคนผู้นั้นไม่ใช่คนธรรมดามันแสดงใบมันเป็นคนที่มีความเกรี้ยวกราดอยู่ภายในใจของตนเอง

            ด้วยความเกรี้ยวกราดและความโกรธของมันคนพาลแบบนั้นคงจะหาวิธีการเล่นงานอย่างแน่นอน

            พ่อค้าเหอแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเรียบเฉย “ เรื่องนั้นไม่จำเป็นจะต้องกังวลหรอกขอรับ?”

            “ ว่าแต่ตัวของท่านเถอะเชิญตามข้ามาข้าจะพาท่านไปแนะนำให้กับพี่ใหญ่ได้รู้จัก”

            “ ถ้าพวกแค่สองคนได้สนทนากันบางทีอาจจะสนทนากันทู๊กคก็เป็นได้ ” พ่อค้าเหอกล่าวขึ้นมาด้วยใบหน้าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม

            พ่อค้าเหอกำลังจะพาเขาไปแนะนำให้กลับอู๋เว่ยได้รู้จัก 

            จางหยวนหันมองไปที่นายท่านแซ่อู๋ผู้นั้นเขาสูดหายใจเข้าไปลึกๆก่อนที่จะเตรียมตัวแล้วเดินตามหลังพ่อค้าเหอเข้าไปด้านใน

            เขากำลังเข้าไปทำความรู้จักกับพ่อค้าอันดับหนึ่งแห่งฝั่งตะวันออก

            จบบท