
ณ ดินแดนลึกลับกว้างใหญ่ไพศาลอันอุดมสมบูรณ์อยู่ภายใต้ผลึกแก้วที่มีพลังไม้เท้าโบราณแห่งคำทำนายของดินแดน์ปกป้องอยู่ จึงมิเคยมีผู้ใดได้ล่วงรู้ว่าดินแดนแห่งนี้มีอยู่จริง ดินแดนที่โจษจันว่าหายสาบสูญไปนานนับแต่าใหญ่สามดินแดนคราก่อน
ดินแดนสาบสูญ...
ดินแดนสาบสูญแห่งนี้ปกครองโดยองค์จักรพรรดินีทรงพระนามว่า‘หลี่เฟยหง’ โดยมีพระสวามีผู้เป็อดีตแม่ทัพใหญ่แห่งดินแดน์นามว่า ‘แม่ทัพหลี่หลงซวน’ ไพร่ฟ้าชาวประชาเป็สุขทุกหย่อมหญ้ากระทั่งทุกวันนี้
วังหมื่นลี้แห่งดินแดนสาบสูญ เป็วังที่ก่อด้วยอิฐสีส้มตั้งตระหง่านอยู่กลางแมกไม้ใหญ่ แม้ภายนอกจะดูธรรมดา แต่ภายในถูกประดับตกแต่งอย่างงดงามและเรียบง่าย ไม่ว่ามองไปทางใดล้วนเต็มไปด้วยแมกไม้เขียวขจี ตรงกลางมีโถงทางเดินกั้นระหว่างส่วนที่ใช้ทรงงานและเขตพระราชฐาน
ยามใกล้รุ่งสางเช่นนี้ แทนที่ภายในจะเงียบงันเช่นพระจันทร์ที่กำลังฉายอยู่บนท้องฟ้า แต่เสียงนางกำนัลที่ผลัดเปลี่ยนเวรกันเฝ้าผู้เป็องค์จักรพรรดินีกลับดังระงม ด้วยพระนางใกล้จะมีพระประสูติการอีกไม่กี่วันข้างหน้า
กลางเขตพระราชฐานเป็ห้องบรรทมขององค์จักรพรรดินี แสงไฟจากดวงไฟเล็ก ๆ สาดส่องออกมาทางหน้าต่าง หมายว่าพระองค์ได้ทรงตื่นจากบรรทมแล้ว
“ท่านพี่ ท่านพี่คิดดีแล้วหรือ” เสียงองค์จักรพรรดินีหลี่เฟยหงที่ทรงประทับอยู่บนตั่งนอนตรัสกับพระสวามีราวกับพระทัยอันแข็งแกร่งของผู้ปกครองดินแดนอันกว้างใหญ่ไพศาลเจียนจะขาดรอน
“ข้าไตร่ตรองจนถี่ถ้วนดีแล้ว นี่คือหนทางเดียวที่จะรักษาดินแดนสาบสูญและช่วยลูกของเราไว้ได้ พลังเวทของข้าจะปกคลุมดินแดนนี้ไว้ยาวนานตราบชั่วกัลปาวสาน” แม่ทัพหลี่หลงซวน อดีตแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่แห่งดินแดน์ทอดสายตามองพระครรภ์นูนเปล่งของผู้เป็ภรรยา ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็จักรพรรดินีที่ทรงเที่ยงธรรมแห่งดินแดนสาบสูญ
“แต่ท่านพี่...” พระสุรเสียงรับสั่งอันแหบแห้งขององค์จักรพรรดินีหลี่เฟยหงที่ทรงพระกันแสงมาอย่างหนักยังคงทัดทานความคิดของผู้เป็พระสวามี
“เ้าอย่าห้ามข้าเลย เ้าก็รู้ หากข้าไม่ทำเช่นนี้ดินแดน์และดินแดนนรกคงมิให้เราได้อยู่เป็สุขแน่” แม่ทัพหลี่หลงซวนทอดสายตามองภรรยาด้วยความเข้าใจ ตัวเขาเองก็ใช่ว่าอยากจะทิ้งภรรยาให้รับหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่ทั้งสองพร้อมกัน
การเป็ผู้ปกครองดินแดนว่าหนักหนาแล้ว ภาระหน้าที่การเป็มารดาก็หนักหนาไม่แพ้กัน แต่หากไม่ทำเช่นนี้ ตัวเขาเองก็ไม่เห็นหนทางอื่น
หนทางแห่งการปกครองผู้คนนับล้าน แม้ยิ่งใหญ่แต่ก็เดียวดาย แม้รักตัวกลัวตาย แต่ก็ไม่อาจปริปากได้ เพื่อประชาชนแล้วต่อให้ต้องสละเืเนื้อตัวเองก็ย่อมต้องทำ นั่นคือภาระหน้าที่โดยแท้จริง
“ถึงเ้าจะไม่เห็นข้าอยู่ข้างกาย แต่พลังเวทที่ปกคลุมดินแดนนี้ก็คือตัวข้า ข้าขอให้เ้ารู้ว่าตราบใดที่ผลึกแก้วยังอยู่ ข้าจะยังอยู่กับเ้า” แม่ทัพหลี่หลงซวนโอบกอดองค์จักรพรรดินีหลี่เฟยหงด้วยความห่วงหาอาทร ฝ่ามือหนาลูบพระครรภ์ที่จวนเจียนจะประสูติพระธิดาองค์น้อยเต็มที
“ท่านพี่...” องค์จักรพรรดินีหลี่เฟยหงซบพระพักตร์ลงบนบ่าบุรุษอันเป็ที่รัก น้ำพระเนตรปิ่มล้นหยดลงอาบสองพระปราง ยากนักที่จะหักห้ามพระทัย ถึงแม้พระนางจะเป็เพียงสตรีตัวเล็ก ๆ ที่อยากมีบุรุษอันเป็ที่รักเคียงข้าง แต่ในเมื่อต่างคนต่างมีภาระที่ต้องแบกรับ พระนางก็จะไม่ฝืนลิขิตฟ้า
ท้องฟ้าใสใบไม้พลิ้วยามต้องลม
ทุกอย่างคงมิอาจหวนคืนมาได้
เปรียบดั่งเมฆที่เคลื่อนคล้อยลอยลิ่วไป
ข้าหวังเพียงให้ทุกอย่าง...เป็ดั่งสายลม
วันที่แปดเดือนแปด ปลายคิมหันตฤดู มีปรากฏการณ์อันน่าอัศจรรย์ยิ่ง เกล็ดหิมะมากมายโปรยปรายจากท้องฟ้าที่เริ่มปกคลุมด้วยความมืดมิด ราวกับว่าพื้นพสุธาจะปกคลุมด้วยความหนาวเหน็บในคืนร้อนอบอ้าว
แม่ทัพหลี่หลงซวนเดินไปเดินมาหน้าห้องบรรทมของผู้เป็ภรรยาด้วยความกระสับกระส่ายร้อนใจ
‘ห่วงลูกหรือก็ห่วง ห่วงภรรยาหรือก็มาก’
หลังจากที่องค์จักรพรรดินีหลี่เฟยหงทรงเจ็บพระครรภ์ด้วยใกล้จะมีพระประสูติการพระธิดาองค์น้อย ทำให้วังหมื่นลี้ที่เคยเงียบเหงากลับวุ่นวาย เนื่องด้วยพระธิดาประสูติก่อนกำหนดถึงแปดวัน เหล่าหมอหลวงทั้งหมดถูกเรียกตัวเข้าวังโดยด่วน
จากเพลานั้นจนบัดนี้ ผ่านมาสิบสองชั่วยาม แต่ก็ยังไม่ได้ยินเสียงร้องของพระธิดา จนทำให้ผู้เป็ถึงอดีตแม่ทัพใหญ่ ผู้ออกรบมานับร้อยนับพันากังวลใจยิ่ง
ชายเสื้อของแม่ทัพหลี่หลงซวนถูกกระตุกสองสามครั้ง จากมือน้อย ๆ
“ท่านพ่อ ท่านพ่อ ยามใดข้าจะได้เห็นน้องสาวข้า” เสียงโอรสพระองค์น้อยนามว่า ‘หลี่ห่าวซวน’ ถามพระบิดา เมื่อเห็นพระบิดามีอาการกระวนกระวายใจ
“อีกชั่วครู่ ชั่วครู่เท่านั้น เ้าก็จะได้เป็พี่ชายแล้ว ห่าวซวน”
‘หลี่ห่าวซวน’องค์ชายที่เริ่มรู้ความะโโลดเต้นอย่างดีใจ ต่อไปนี้เขาจะมีน้องสาวตัวเล็ก ๆมาวิ่งเล่นด้วยแล้ว
‘นางต้องสวยมากแน่ ๆ สวยเหมือนเสด็จแม่เฟยหงของข้า’ แค่คิดรอยยิ้มองค์ชายตัวน้อยก็ผุดขึ้น
หลี่ห่าวซวนจำได้ดี วันที่บิดาผู้เป็แม่ทัพลักลอบพาเขาออกมาจาก
ดินแดน์
ยามนั้นบิดาเขาจากไปด้วยเหตุศึกาใหญ่ เหลือเพียงรูปวาดใบเดียวที่เขามีติดตัว เขาปราศจากมารดาและไร้บิดา เหล่าสหายที่ดินแดน์ต่างพากันล้อเขา ผู้เดียวที่เลี้ยงเขามาคือสนมนางหนึ่งเท่านั้น แต่หลังจากสนมนางนั้นถูกขับไล่ออกจากดินแดน์ ด้วยเหตุใดองค์ชายตัวน้อยก็ไม่อาจทราบ ในวันเดียวกันนั้นบิดาของเขาปรากฏตัวขึ้นอย่างลับๆ พร้อมทั้งลอบนำเขาออกจากดินแดน์สู่ดินแดนสาบสูญแห่งนี้ ั้แ่นั้นมาองค์จักรพรรดินีหลี่เฟยหงทรงแต่งตั้งให้เขาเป็องค์ชายใหญ่แห่งดินแดนสาบสูญ และทรงให้เรียกขานพระนางว่าเสด็จแม่ พระนางดูแลเขาไม่ต่างจากพระโอรสแท้ ๆ เด็กน้อยหลี่ห่าวซวนรู้สึกซาบซึ้งใจเป็อย่างมาก ยิ่งได้รู้ว่าเขากำลังจะมีน้องสาว เขาเฝ้านับนิ้วมือเล็ก ๆ ของตนทุกวัน เมื่อไหร่กันหนอที่น้องสาวตัวน้อยของเขาจะออกมาลืมตาดูโลกเสียที
“ซิงหรง... ท่านพ่อ หลี่ซิงหรง” หลี่ห่าวซวนรีบบอกท่านพ่อด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
สิ้นเสียงองค์ชายตัวน้อยที่เพิ่งตั้งชื่อให้น้องสาว อยู่ ๆ ประตูห้องบรรทมก็ถูกเปิดออกพร้อมด้วยนางกำนัลที่เดินถือถังน้ำออกมาเพื่อเปลี่ยนน้ำอุ่นชุดใหม่ตามคำสั่งหมอหลวง สีหน้านางกำนัลเคร่งเครียดไม่ต่างจากนางกำนัลนางอื่นที่อยู่ภายใน
“องค์จักรพรรดินีเป็เช่นไรบ้าง” เสียงก้องกังวานเจือความกังวลของแม่ทัพหลี่หลงซวนเอ่ยถาม
“เรียนท่านแม่ทัพ ยามนี้องค์จักรพรรดินีพยายามอย่างสุดกำลัง แต่ด้วยร่างกายที่ยังไม่พร้อมและอ่อนแอเกินไป ท่านหมอหลวงเอ่ยว่าต้องรอดูอาการเ้าค่ะ”
แม่ทัพหลี่หลงซวนได้ฟังเช่นนั้น ร้อนรนในใจยิ่งนัก จนไม่อาจใจเย็นรอต่อไปได้
“หลีกไป”
แม่ทัพหลี่หลงซวนเดินเข้าประตูห้องบรรทมไปอย่างรีบร้อน กระทั่งมายืนอยู่เบื้องหน้าองค์จักรพรรดินีหลี่เฟยหงที่ทรงประทับบนตั่งนอน พระพักตร์พระนางชื้นไปด้วยเหงื่อ แค่เห็นเพียงเท่านี้แม่ทัพที่จิตใจห้าวหาญกลับอ่อนยวบ แม้เขาจะรู้ว่าการให้กำเนิดบุตรไม่ง่าย แต่เมื่อเห็นภรรยาในยามนี้ คำว่าไม่ง่ายยังห่างไกลนัก
“ท่านแม่ทัพ” เสียงองค์จักรพรรดินีหลี่เฟยหงที่อ่อนระโหยโรยแรงเรียกพระสวามียามที่ได้เห็นใบหน้า
เหล่าหมอหลวงต่างมีสีหน้าเคร่งเครียด ปากเอ่ยทัดทาน
“ท่านแม่ทัพ ท่านไม่ควรเข้ามาในยามนี้”
ไร้ถ้อยคำเอื้อนเอ่ยของผู้เป็แม่ทัพ เขาเพียงยกมือขวาขึ้น สีหน้าเคร่งขรึมราวกับคิดเื่ใดอยู่ สายตามองไปที่พระครรภ์นูน
แม่ทัพผู้จัดเจนทั้งด้านการศึกาและพลังเวท เพียงแค่ปรายตามองก็รู้ได้ทันทีว่ากำลังเกิดสิ่งใดขึ้น คงมีเพียงเขาเท่านั้นที่จะช่วยภรรยาได้ มิเช่นนั้นแล้วพระธิดาในพระครรภ์คงได้ฆ่าพระมารดาโดยไม่ได้ตั้งใจเป็แน่
แม่ทัพหลี่หลงซวนไม่รอช้า เขารวบรวมพลังทั้งหมดจรดพลังอัคคีหงส์ษาลงบนฝ่ามือ นิ้วทั้งห้าชี้ไปยังพระธิดาตัวน้อยที่อยู่ในพระครรภ์ เหล่าหมอหลวงต่างใเหงื่อแตกพล่านรีบห้ามปราม
“ท่านแม่ทัพ ท่านถ่ายทอดพลังอัคคีหงส์ษาเช่นนี้เกรงว่าพระธิดาอาจจะเป็อันตราย หากพระธิดาไม่มีพลังอัคคีในตัว” แม้แม่ทัพหลี่หลงซวนขึ้นชื่อว่าเป็ผู้จัดเจนด้านพลังเวทแห่งไฟ โดยมีวิชาอัคคีหงส์ษาติดตัว แต่องค์จักรพรรดินีที่มีความจัดเจนทางด้านน้ำ ตามหลักแห่งพลังเวทพระธิดาจึงมิอาจ
ใช้พลังแห่งไฟได้
‘ไม่มีทางที่มารดาผู้ถือครองเวทน้ำ จะให้กำเนิดบุตรที่มีเวทไฟ’
แม่ทัพหลี่หลงซวนรวบรวมสมาธิเพื่อถ่ายทอดพลังอัคคีหงส์ษา โดยมิได้สนคำทัดทานแม้แต่น้อย สีหน้าเขม็งเกลียว เหงื่อเม็ดใหญ่ผุดขึ้นตามไรผม เขาเองก็ไม่คิดว่าพระธิดาจะมีพลังมากมายถึงเพียงนี้ ผ่านไปครู่ใหญ่ ใบหน้าเคร่งเครียดเมื่อครู่เริ่มผ่อนคลายลง เสียงคำสั่งเปล่งดังกังวาน ข้าราชบริพารรีบทำตามอย่างลนลาน
“พวกเ้ารีบหลบไป...”
เขียนโดย เจียงหยิงเยว่
พิมพ์เล่มและจัดจำหน่ายโดย TwoPlusOne Book