ย้อนเวลาสู่ยุค 80 : สาวอวบผงาดฟ้า เปลี่ยนชะตามหาเศรษฐี 【จบ】

    เล่มที่ 4 บทที่ 101 ความฝันของโจวเจียฮุ่ย

            อยากกินเกี๊ยวสักหน่อยก็ไม่ได้จะกินบะหมี่ใส่ไข่สักฟองก็ยังไม่ได้หูเจี้ยนเซ่อพลันรู้สึกราวกับว่าตัวเองไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของแม่

            "แม่ครับ ให้เงินผมสักหยวนได้ไหม? ผมอยากจะซื้อของหน่อย"หูเจี้ยนเซ่อลองหยั่งเชิงถาม

            สะใภ้รองใช้ตะเกียบในมือเคาะศีรษะหูเจี้ยนเซ่ออีกครั้ง"กินนอนอยู่บ้านเฉยๆ แกจะเอาเงินไปทำอะไร?"

            "แม่ครับ ผมโตขนาดนี้แล้ว แต่ในกระเป๋าไม่มีแม้แต่เศษเงินแม่ว่ามันสมควรแล้วเหรอครับ?" คราวนี้หูเจี้ยนเซ่อเริ่มฉุนเฉียวขึ้นมาหน่อยๆแล้ว

            เขาหวนนึกถึงหญิงสาวเจ้าของร้านเนื้อแพะในตัวอำเภอที่เขาพลาดไปเพราะว่าในกระเป๋าไม่มีเงิน

            ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งเจ็บใจรู้สึกว่าถ้าตอนนั้นเขามีเงินซื้อของดีๆ ให้เธอสักหน่อยไม่แน่ตอนนี้สาวสวยคนนั้นอาจจะเป็นแฟนของเขาแล้วก็ได้

            แค่หูเจี้ยนเซ่อไปกินข้าวที่บ้านใหญ่มามื้อเดียวก็เปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคนสะใภ้รองจึงรู้ตัวแล้วว่าคนในบ้านใหญ่ยุลูกชายของตนเข้าให้แล้ว

            ใบหน้าของสะใภ้รองเริ่มบึ้งตึง"เจี้ยนเซ่อ พูดความจริงกับแม่มานะใครในบ้านป้าของแกยุมาใช่หรือเปล่า?"

            "แม่ครับ ผมโตขนาดนี้แล้ว ออกไปข้างนอกโดยไม่มีแม้แต่เศษเงินติดตัวแม่ว่ามันสมควรแล้วจริงเหรอ?" ตอนนี้หูเจี้ยนเซ่อแค่อยากจะขอเงินจากแม่ไปใช้จ่ายเล็กๆน้อยๆ เท่านั้น

            แต่แม่กลับไม่ให้เงินแถมยังพูดจาไร้เหตุผลไม่หยุด ทำให้เขาเริ่มรู้สึกหงุดหงิด

            อารองเอ่ยปากขึ้นในจังหวะนี้"เจี้ยนเซ่อ ที่ที่แกทำงานเขาก็เลี้ยงข้าว มีที่พักให้แล้วแกจะเก็บเงินไว้ทำอะไร? ถ้าแกไม่บอกว่าจะเอาเงินไปทำอะไรแม่แกก็ให้ไม่ได้หรอก"

            "ใช่ ถ้าแกไม่บอกว่าจะเอาเงินไปทำอะไร" สะใภ้รองจ้องลูกชายเขม็งราวกับจะกลืนกินเขาเข้าไปทั้งตัว

            เมื่อสบสายตาที่เหมือนจะกินเนื้อของแม่หูเจี้ยนเซ่อก็เริ่มไม่มั่นใจขึ้นมา "ผมก็แค่อยากให้ในกระเป๋ามีเงินติดอยู่บ้าง"

            หูเจี้ยนเซ่อไม่ได้บอกว่าจะเอาเงินไปทำอะไรสะใภ้รองจึงไม่ให้เงินเขาแม้แต่เศษเสี้ยวเดียว

            เมื่อขอเงินไม่สำเร็จหูเจี้ยนเซ่อก็รู้สึกผิดหวังเหลือเกิน!

            เขาหมดอาลัยตายอยากกลับไปนอนในห้องของตัวเอง

            แต่ในใจของหูเจี้ยนเซ่อก็วางแผนไว้แล้วว่าคราวหน้าเมื่อได้รับค่าแรง เขาจะต้องเก็บเงินไว้เองอย่างน้อยสองหยวน

            ………..

            พรุ่งนี้จะเป็นวันจันทร์หูหลันเยวี่ยจึงเตรียมบทเรียนให้พร้อมก่อนแล้วค่อยไปอยู่เล่นกับโจวเจียฮุ่ยและถิงถิง

            ระหว่างเตรียมบทเรียนเธอต้องการความเงียบ ถิงถิงกับโจวเจียฮุ่ยจึงรอเธออยู่ในห้องโถง

            หลังจากเตรียมบทเรียนเสร็จหูหลันเยวี่ยก็เรียกถิงถิงกับโจวเจียฮุ่ยเข้ามาในห้องเล็ก

            "พี่เจียฮุ่ย พี่อยากนอนกับฉัน อยากนอนกับถิงถิง หรือว่าอยากนอนคนเดียวคะ?"หูหลันเยวี่ยชี้ไปยังเตียงสองหลังที่มีผ้าปูที่นอนไว้แล้ว

            โจวเจียฮุ่ยตอบโดยไม่ต้องคิด"เยวี่ยเยวี่ย ฉันอยากนอนกับเธอ"

            หูหลันเยวี่ยยิ้มกว้าง"ได้สิ งั้นเรานอนด้วยกันเถอะ"

            "พี่ เมื่อก่อนเวลามาเล่นที่บ้านหนูพี่ก็นอนกับหนูตลอดนะคะ" ถิงถิงทำเสียงงอนๆ

            โจวเจียฮุ่ยหัวเราะลั่น"ถิงถิง เธอยังมีหน้ามาพูดแบบนี้อีก ทุกครั้งที่ฉันนอนด้วยเธอก็เบียดฉันไปติดผนังทุกทีไม่ใช่หรือไง"

            ถิงถิงฮึดฮัดจากนั้นก็หันหน้าหนี แกล้งไม่สนใจโจวเจียฮุ่ย

            โจวเจียฮุ่ยรู้ว่าถิงถิงไม่ได้โกรธจริงจังหรอกแค่แกล้งทำเป็นงอนเล่นๆ เท่านั้น

            หญิงสาวทั้งสามคนพากันล้างหน้าล้างตาจากนั้นก็มุดเข้าไปนั่งอยู่ในผ้าห่มอุ่นๆ พูดคุยหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน

            "พี่เจียฮุ่ย ถิงถิง ลองเล่ามาสิว่าแต่ละคนมีความฝันอะไร?" หูหลันเยวี่ยพูดพลางเล่นผมยาวสลวยของตัวเองไปด้วย "งั้นฉันพูดก่อนเลยนะ ฉันหวังว่าฤดูหนาวปีนี้หิมะจะตกน้อยๆ หน่อยที่บ้านจะได้ปลูกผักในโรงเรือนได้สำเร็จ แล้วก็จะได้มีเงินเยอะๆพอเอาไปซื้อโทรทัศน์กับจักรยานสักคัน"

            "ทำไมเธอถึงอยากให้หิมะตกน้อยๆ กันล่ะ?"โจวเจียฮุ่ยถามด้วยความอยากรู้

            หูหลันเยวี่ยรีบอธิบาย"เพราะบ้านเราจะปลูกผักในโรงเรือนไงล่ะ ถ้าหิมะตกหนักเกินไป โรงเรือนอาจจะถล่มลงมาได้ ถ้าโรงเรือนพังความพยายามทั้งหมดก็จะสูญเปล่า แถมการปลูกผักในฤดูหนาวก็ต้องพึ่งแสงแดดถ้ามีแดดเพียงพอ ผักที่ปลูกในโรงเรือนก็จะเติบโตได้ดีค่ะ อีกอย่างฉันก็ตั้งใจว่าจะโยนเมล็ดแตงโมลงไปสักสองสามเมล็ดด้วย ไม่แน่ว่าช่วงตรุษจีนเราอาจจะได้กินแตงโมก็ได้"

            การได้กินแตงโมในฤดูหนาวเป็นสิ่งที่แทบไม่น่าเชื่อ

            โจวเจียฮุ่ยจ้องมองดวงตาที่เป็นประกายของหูหลันเยวี่ยด้วยความชื่นชม"เยวี่ยเยวี่ย เธอรู้เยอะจังเลย!"

            หูหลันเยวี่ยยิ้มอย่างถ่อมตัว"ฉันก็แค่อ่านหนังสือเยอะกว่าคนอื่นเท่านั้นเองถ้าไม่อ่านหนังสือ ฉันก็คงไม่รู้อะไรเลย เอาล่ะ พี่เจียฮุ่ยพี่ยังไม่ได้บอกความฝันของพี่เลยนะ"

            โจวเจียฮุ่ยเท้าคางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงเอ่ยปาก "ความฝันของฉันคืออยากไปใช้ชีวิตในเมืองอยากเปิดร้านเล็กๆ เป็นของตัวเองน่ะทุกครั้งที่ฉันบอกแม่ว่าอยากเปิดร้านในตัวอำเภอ แม่ก็จะหาว่าฉันฝันกลางวันน่าเสียดายที่ฉันไม่ใช่คนหัวดีอะไร ถ้าสอบติดโรงเรียนสายอาชีพได้เรียนจบไปก็คงถูกส่งไปทำงานในเมืองแล้วละ!"

            เมื่อพูดถึงการไปอยู่ในเมืองดวงตาของโจวเจียฮุ่ยก็เต็มไปด้วยความปรารถนาและการรอคอย

            เมื่อรู้ว่าความฝันของโจวเจียฮุ่ยคืออยากไปเปิดร้านในเมืองดวงตาของหูหลันเยวี่ยก็เป็นประกายขึ้นมาทันที "พี่เจียฮุ่ยถ้าฉันบอกว่าอยากช่วยให้พี่ทำตามฝัน เปิดร้านในตัวอำเภอ พี่จะเชื่อไหม?"

            "หา? เธอช่วยฉันได้เหรอ จะช่วยยังไงล่ะ?"โจวเจียฮุ่ยถามด้วยสีหน้าลังเล

            หูหลันเยวี่ยอธิบายให้โจวเจียฮุ่ยฟังอย่างจริงจัง"ฉันตั้งใจจะเช่าร้านในตัวอำเภอเพื่อขายเสื้อผ้าก่อนอื่นจะไปเอาเสื้อผ้าที่ทันสมัยจากข้างนอกมาขายก่อน แล้วค่อยๆเอาเสื้อผ้าที่เราตัดเองไปขายในร้านบ้าง ถ้าพี่เจียฮุ่ยยินดีพี่ก็มาบริหารร้านขายเสื้อผ้าแห่งนี้ ฉันออกค่าเช่าร้านพี่ออกเงินซื้อเสื้อผ้ามาขาย พอได้กำไรแล้วเราก็แบ่งกันคนละครึ่งดีไหมคะ?"

            ยิ่งรู้จักกับโจวเจียฮุ่ยมากขึ้นเท่าไหร่หูหลันเยวี่ยก็ยิ่งรู้สึกว่าพี่สาวคนนี้เหมาะจะมาเป็นพนักงานประจำร้านหรือไม่ก็พนักงานขายมาก

            โจวเจียฮุ่ยคิดว่าการที่หูหลันเยวี่ยบอกว่าจะช่วยเธอทำตามความฝันเป็นเพียงแค่เรื่องล้อเล่นแต่หลังจากได้ฟังแผนการ โจวเจียฮุ่ยก็เริ่มจริงจังขึ้นมาเช่นกัน

            โจวเจียฮุ่ยไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนแล้วจึงเอ่ยปาก"เรื่องนี้ฉันตัดสินใจเองไม่ได้ ต้องกลับไปปรึกษาพ่อแม่ก่อนแล้วก็นะ เยวี่ยเยวี่ย เธอคิดว่าฉันจะลงทุนเท่าไหร่ดี?"

            หูหลันเยวี่ยประเมินคร่าวๆ"ใช้เงินไม่เยอะ อย่างมากก็แค่ร้อยห้าสิบหยวนก็พอแล้วตอนไปซื้อเสื้อผ้ามาขาย ฉันจะพาพี่ไปซื้อที่เมืองหลวงที่นั่นของเยอะแถมถูกกว่าด้วย ส่วนเรื่องเช่าร้าน การจัดการเรื่องเอกสารต่างๆพี่ไม่ต้องเป็นห่วง"

            โจวเจียฮุ่ย"งั้นฉันจะกลับไปคุยกับพ่อแม่ดูดีๆ ฉันว่าพวกท่านน่าจะเห็นด้วยพวกท่านคงไม่ยอมแน่ถ้าฉันจะไปเปิดร้านเอง แต่ถ้าทำร่วมกับเธอมันไม่เหมือนกันเยวี่ยเยวี่ย เธอไม่รู้หรอกว่าพ่อแม่ของฉันเอาแต่ชมว่าเธอเก่ง ฉลาด มีความสามารถแล้วก็ยังบอกอีกว่าเธอจะนำพาความเจริญมาสู่ครอบครัวของเราด้วย"

            "ไม่นึกเลยว่าในสายตาของป้ากับลุงรอง ฉันจะดูเก่งมากขนาดนี้" หูหลันเยวี่ยอดหัวเราะไม่ได้

            เมื่อพูดคุยเรื่องการช่วยโจวเจียฮุ่ยเปิดร้านเสร็จก็ถึงคราวที่ถิงถิงจะเล่าถึงความฝันของตัวเองบ้าง

            ในช่วงเวลานี้ถิงถิงเอาแต่คิดอย่างจริงจังว่า ความฝันของตัวเองคืออะไรเพราะที่ผ่านมาเธอไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้ให้ลึกซึ้งเลย

            "ความฝันของหนูคืออยากรู้ตัวหนังสือให้มากขึ้นค่ะ หนูอยากอ่านหนังสือพิมพ์อ่านนิยาย เขียนจดหมายถึงญาติสนิทมิตรสหายได้เหมือนพี่ๆ บ้าง"

            นี่คือความฝันของถิงถิงความฝันของเธอดูเหมือนจะเรียบง่าย แต่ก็ไม่ง่ายเลย

            เมื่อรู้จักตัวหนังสือมากขึ้นประตูในใจก็ค่อยๆ เปิดออก โลกภายนอกของถิงถิงก็เริ่มกว้างขึ้นเรื่อยๆ

            เมื่อได้รับฟังความฝันของถิงถิงโจวเจียฮุ่ยก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเบาๆ แล้วแกล้งแซว"ถิงถิง ที่เธออยากเขียนจดหมายถึงญาติสนิทมิตรสหายเนี่ยหรือว่าอยากเขียนจดหมายรักถึงหนุ่มที่ชอบด้วยกันนะ?"

            ใบหน้าของถิงถิงแดงเรื่อขึ้นมาทันทีหญิงสาวมองโจวเจียฮุ่ยด้วยสายตาเคืองๆ "พี่เจียฮุ่ยพี่พูดอะไรไร้สาระอีกแล้วคะ?"

             

    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลาสู่ยุค 80 : สาวอวบผงาดฟ้า เปลี่ยนชะตามหาเศรษฐี 【จบ】 ที่คุณอ่าน