เหตุใดข้ามาอยู่ในร่างขององค์ชายไร้ค่า

    บทที่ 18

    บทที่ 18 เวลานั้นผ่านพ้นไปถึงสองวันหยางหลงถึงจะสามารถฟื้นฟูอาการบาดเจ็บภายในจนกลับมาเป็นปกติได้ บาดแผลที่หยางหลงได้รับนั้นถึงว่าหนักหนาเอาการพลังฝีมือของพ่อบ้านสกุลถังผู้นั้นชั่งสูงส่ง ในยามเช้าของวันนั้นหยางหลงกำลังนั่งอ่านตำรากฏหมายของแคว้นหลี่ที่แม่นางเสวี่ยเฟยนั้นจัดเตรียมมาให้ หยางหลงนั้นทบทวนตำรากฏหมายเหล่านั้นอย่างถี่ถ้วนอยู่คนเดียวภายในห้องสี่เหลี่ยมที่เงียบสงัด กฏหมายภายในแคว้นหลี่แห่งนี้ก็มิไม่ได้แตกต่างจากที่เขานั้นคิดมากสักเท่าไหร่ มันเลยทำให้หยางหลงนั้นสามารถเรียนรู้ทุกอย่างได้อย่างรวดเร็ว “ ในเมืองอยู่โบราณอย่างนี้เราคงจะหาพวกวัตถุดิบมาทำอะไรบางอย่างที่มันดูล้ำสมัยไม่ได้ ถ้าพูดถึงว่าจะทำธุรกิจอะไรดีในยุคสมัยเช่นนี้สิ่งที่มีค่าคงจะเป็นพวกอาหาร ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ และอื่นๆ ” “ เราไม่เคยทำธุรกิจพวกเกี่ยวกับอาหารมาก่อน แล้วแบบนี้เราควรจะทำอย่างไงดีสิ่งที่ให้ผลกำไรมากที่สุดน่าจะเป็น ไก่ ” “ เศรษฐีระดับโลกคนหนึ่งเคยกล่าวเอาไว้ว่า ไก่ นั้นเป็นสัตว์ที่ให้ผลประโยชน์สูงสุดและยังใช้ประโยชน์จากมันได้ทุกสัดส่วน ในยุคเช่นนี้ผู้คนคงจะเลี้ยงไก่เพียงแค่บ้านละมากสุดก็แค่สิบตัว ” เมื่อกล่าวพึมพำกับตนเองอยู่นานประตูห้องก็ได้ถูกเปิดเข้ามาภายด้านนอก แม่นางเสวี่ยเฟยนั้นถือสำรับอาหารเข้ามาภายในห้อง นางได้วางมันลงบนโต๊ะทรงกลมเบื้องหน้าของหยางหลง “ ท่านกำลังนั่งคิดอันใดของท่านอยู่เพค่ะองค์ชาย ” แม่นางเสวี่ยเฟยได้เอ่ยถามพลางกับนั่งลงที่เก้าอี้ “ คิดถึงสตรีนางหนึ่งอยู่... ” หยางหลงนั้นหวังจะพูดเย้าแม่นางเสวี่ยเฟยนั้นเล่นเพียงเท่านั้น “ สตรีนางนั้นเป็นผู้ใดกันหรือ ” แม่นางเสวี่ยเฟยนั้นเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม มันทำให้หยางหลงนั้นรู้สึกประหลาดใจนางไม่มีท่าทางหรืออาการหึงหวงเขาเลยสักนิด “ นี่เจ้าไม่หึงหวงข้าเลยงั้นหรือ ” หยางหลงนั้นเอ่ยถามด้วยความสงสัย เพราะในยุคสมัยที่เขานั้นจากมาหญิงสาวทุกคนนั้นต่างหึงหวงแฟนของตนเองอย่างหนักซึ่งการกระทำของแม่นางเสวี่ยเฟยนั้นชั่งตรงกันข้าม สตรีในชุดม่วงนางนั้นได้ยกกาน้ำชามารินใส่ถ้วยทั้งสองอย่างช้าๆด้วยรอยยิ้ม“ ท่านพูดอันใดของท่านน่ะเหล่าบุรุษที่มียศฐาบรรดาศักดิ์นั้นต่างมี สตรีมากมายรุมล้อมข้านั้นรู้เรื่องนั้นดีแล้วท่านจะให้ข้าหึงหวงท่านด้วยเรื่องอันใดกัน ” แม้ว่านางจะเอ่ยขึ้นมาเช่นนั้นแต่ลึกๆแล้วไม่มีสตรีนางไหนในแผ่นดินอยากให้บุรุษของตนเองนั้นมีสตรีหลายคนหรอก แต่ด้วยตำแหน่งหน้าที่ของหยางหลง แม่นางเสวี่ยเฟยนั้นก็ทำใจเข้าใจเรื่องนั้นดี คำตอบของนางนั้นทำให้บุรุษชุดขาวนั้นนั่งฟังอยู่อ้าปากค้าง มีอีกหลายอย่างที่หยางหลงนั้นยังคงไม่เข้าใจกับโลกใบนี้ “ มาทานกันเถอะ... ” แม่นางเสวี่ยเฟยนั้นเอ่ยด้วยรอยยิ้มมือเล็กของนางได้เริ่มจัดวางชามข้าวเพื่อเริ่มทานอาหาร ทั้งสองได้นั่งทานอาหารในยามเช้ากันภายในห้องนั้น ขนาดที่กำลังนั่งทานอาหารหยางหลงนั้นได้เล่าเกี่ยวกับธุรกิจของตนที่คิดขึ้นมาให้กับแม่นางเสวี่ยเฟยนั้นฟัง นางทำเกี่ยวกับเรื่องกิจการภายในแคว้นแห่งนี้มานานนางคงจะรู้หนทางให้การดำเนินกิจการได้ดีกว่าตัวของตน เมื่อทั้งสองนั้นทานอาหารเช้ากันจนเสร็จแม่นางเสวี่ยเฟยก็ได้ออกจากห้องไป นางต้องไปดูแลบ่อนของนางเพื่อจะเตรียมความพร้อมในการเปิดช่วงค่ำคืน ภายในห้องสี่เหลี่ยมนั้นเหลืออยู่เพียงหยางหลงผู้เดียว บัดนี้ร่างกายของเขานั้นก็ฟื้นตัวกลับมาเป็นปกติแล้วเขานั้นคงจะเริ่มพัฒนาวรยุทธ์ของเขาตามที่เขานั้นได้รับความรู้มาจากความทรงจำของบุรุษปริศนาผู้นั้น บุรุษชุดขาวงามสง่าได้ขึ้นไปนั่งลงบนเตียงนอนเขานั้นอยู่ในท่าทางนั่งทำสมาธิ จิตสำนึกของเขานั้นตั้งมั่นลมปราณนั้นวิ่งไปตามเส้นชีพจรทั้ง 18 เส้น ลมปราณเริ่มวิ่งไปตามเส้นชีพจรทั้ง 18 เส้นอย่างช้าๆไล่ไปจนรวดเร็ว เมื่อลมปราณนั้นที่กำลังวิ่งไปตามเส้นชีพจรนั้นเริ่มมั่นคงจิตสำนึกของหยางหลงนั้นก็ถูกดึงดูดเข้าไปสถานที่แห่งหนึ่งในจิต ใจกลางจิตแห่งผู้ฝึกฝนลมปราณมังกรสวรรค์สถานที่ที่เป็นราวกับสวรรค์ชั้นฟ้า ท้องฟ้าสีทองอร่ามพื้นที่ถูกทำขึ้นมาอย่างประณีตมันเช่นสวยงาม แถมภายในนี้ยังมีพื้นที่กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา หยางหลงที่ยืนอยู่ใจกลางสถานที่แห่งนี้เขานั้นดูไม่แปลกใจสักเท่าไหร่ เขานั้นรับรู้ถึงการมีอยู่ของสถานที่แห่งนี้ได้จากความทรงจำที่เขานั้นได้รับมาอยู่แล้ว บุรุษผู้นั้นเรียกขานสถานที่แห่งนี้ว่า เขตแดนประตูมังกรสวรรค์ มันคือสถานที่ที่จะปรากฏมาหลังจากเปิดเส้นชีพจรทั้ง 18 เส้นได้แล้ว แต่การเข้ามาสถานที่แห่งนี้ได้นั้นมันอยู่ในตำรา ลมปราณมังกรสวรรค์เล่มที่ 2 แต่ทว่าหยางหลงนั้นได้รับความรู้เกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้มาจากความทรงจำของบุรุษผู้นั้น ตอนนี้อย่างว่าแต่ความรู้เกี่ยวกับตำราลมปราณมังกรสวรรค์เล่มที่ 2 เลย เขานั้นรู้วิถึการฝึกปรือลมปราณมังกรสวรรค์ของตนให้ขึ้นไปถึงจุดสูงสุดได้แล้ว เหลือเพียงแต่ว่าเขานั้นจะใช้เวลาเท่าไหร่ในการฝึกฝนเท่านั้นเอง ทันทีที่เข้ามาสถานที่แห่งนี้หยางหลงนั้นรู้ดีว่าเขานั้นต้องกระทำเช่นไรต่อไป บุรุษในชุดสีขาวงามสง่าได้ก้าวเดินหน้าไปหนึ่งก้าว... ทันใดนั้นเองกระบี่ที่อยู่ในรูปลมปราณสีทองเล่มหนึ่งได้ปรากฏขึ้นภายในอากาศมันได้ชี้ตรงมาทางร่างของหยางหลง ดวงตาของหยางหลงนั้นได้จ้องกระบี่ลมปราณนั้นอย่างตาไม่กระพริบ “ ออกมาแล้ว!!! ” กระบี่ลมปราณเล่มนี้คือการฝึนฝนนี้คือ กระบี่สวรรค์ กระบี่สวรรค์คือกระบี่ลมปราณที่เมื่อผู้ฝึกปรือลมปราณมังกรสวรรค์นั้นเข้ารับการฝึกฝน ผู้ฝึกปรือลมปราณจะต้องรับกระบี่สวรรค์นี้แทงเข้าไปที่ร่างกาย มันคือก้อนลมปราณมหาศาลเมื่อรับเข้าไปแล้วผู้ที่รับมันจะได้รับลมปราณของกระบี่นั้นเข้าไปเพิ่มในร่างกาย แต่ทว่า...เมื่อรับกระบี่มากมายเข้าไปแล้วร่างกายนั้นไม่สามารถรับลมปราณจำนวนมหาศาลได้จะทำให้อวัยวะภายในร่างกายนั้นแตกจนอาจะถึงแก่ชีวิต ในความทรงจำของจอมยุทธผู้นั้นที่หยางหลงได้รับมา บุรุษผู้นั้นสามารถรับกระบี่สวรรค์นี้ในครั้งเดียวได้ถึงหนึ่งแสนเล่ม นั้นทำให้เขานั้นมีพลังลมปราณที่เหนือชั้นกว่าทุกคนในใต้หล้า กระบี่สวรรค์หนึ่งเล่มที่ลอยอยู่ภายในอากาศ ปลายกระบี่ของมันได้ชี้ตรงมาที่ร่างของหยางหลง ดวงตาของหยางหลงนั้นสะท้อยภาพของกระบี่สีทองเล่มนั้นอยู่ภายในดวงตา “ เข้ามา!!! ” สิ้นสุดเสียงตะโกนอันดังก้องกระบี่ลมปราณสีทองได้พุ่งตรงใส่ร่างของเขาด้วยความรวดเร็ว ปลายกระบี่ที่พุ่งตรงทะลุเข้าที่กลางหน้าทรวงอกจนไปถึงด้วยหลัง “ อ๊าก!!!! ” หยางหลงนั้นส่งเสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ความเจ็บปวดที่ยากเกินจะหยั่งรู้กระบี่ลมปราณที่แทงทะลุร่างกายเข้าภายในร่างกายนั้นให้ความเจ็บปวดไม่แพ้กับกระบี่จริงๆเลยสักนิดแต่มันออกจากไปในทางเจ็บปวดมากกว่าเสียด้วยซ้ำ มันราวกับถูกกระบี่และฝ่ามือของผู้มีลมปราณสูงสุดโจมตีเข้ามาในครั้งเดียวกัน ความเจ็บปวดนั้นทำให้หยางหลงอยากจะทรุดลงไปอยู่กับพื้น เขานั้นพยายามแข็งใจเอาไว้หยางลงนั้นจะไม่ยอมล้มลงไปอยู่กับพื้นเป็นแน่ ผ่านไปครู่หนึ่งเมื่อกระบี่สวรรค์ที่ปักอยู่ที่ร่างกายนั้นเริ่มค่อยๆจางหายไป มันทำให้ร่างกายของหยางหลงนั้นเริ่มค่อยๆฟื้นตัวขึ้นมา ความเจ็บปวดที่หายไปอย่างทันทีเมื่อกระบี่ในหายไป แถมพลังลมปราณของเขานั้นยังรู้สึกว่าเพิ่มพูดขึ้นมหาศาลอีกด้วย ร่างกายของตอนนี้ของหยางหลงนั้นกลับสู่สภาพปกติเขาสามารถได้รับการฝึกฝนขั้นถัดไปได้เลย กระบี่สวรรค์ ได้ปรากฏขึ้นมาเบื้องหน้าของหยางหลงอีกครั้ง แต่ครั้งนี้กระบี่สวรรค์ได้ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าถึงสองเล่ม ทุกครั้งที่สามารถรับกระบี่ได้ จำนวนของกระบี่สวรรค์นั้นจะเพิ่มพูนขึ้นทุกครั้ง เพิ่มที่มากมายของลมปราณมังกรสวรรค์ที่ผู้ฝึกปรือลมปราณชนิดนี้จะได้รับมันแลกมาซึ่งชีวิตที่ยืนอยู่บนเส้นดายบางๆตลอดเวลาการฝึก เพราะความอันตรายเช่นนี้จึงไม่ค่อยมีผู้ใดกล้าจะฝึกฝนลมปราณชนิดนี้สักเท่าไหร่ หรือไม่ผู้ที่อยากได้พลังอำนาจเอาแต่หลงมัวเมาให้การฝึกก็ตายสิ้น “ เข้ามา!!! ” คมกระบี่ทั้งสองได้พุ่งตรงเข้าหาร่างของหยางหลงอีกครั้งกระบี่สวรรค์ทั้งสองเล่มได้แทงเข้ามาภายในทรวงอกในครั้งเดียวกัน ครั้งนี้ความเจ็บปวดนั้นเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า “ อ๊าก!!! ” หยางหลงนั้นร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดอีกครั้ง แต่คราวนี้เลือดสีแดงสดได้ถูกสำลักออกมาจากปากของเขาด้วยเช่นกัน แต่มันก็มิได้ทำให้หยางหลงนั้นเจ็บหนักถึงตาย เมื่อผ่านไปสักพักคมกระบี่สวรรค์สองเล่มก็ค่อยๆจางหายไป ความเจ็บปวดเองก็เช่นกันมันเริ่มจะจางหายไปลมปราณของเขานั้นเพิ่มพูดขึ้นมามหาศาล ดวงตาของหยางหลงนั้นได้ลืมขึ้นภายในโลกแห่งความจริง เขาได้ออกมาจากเขตแดนประตูมังกรสวรรค์เรียบร้อยแล้ว ริมฝีปากของเขานั้นถูกเลือดสีแดงสดไหลออกมาหยางหลงนั้นยกเลิกการเข้าการฝึกฝนขั้นถัดไป นั้นเพราะว่าเพียงแค่สองเล่มร่างกายของเขานั้นยังคงรับแต่มันก็เจ็บปวดเอาการ ถ้าเขานั้นฝืนจะรับกระบี่สวรรค์ถึงสามเล่มอวัยวะภายในคงจะถูกทำลายและตายลงในที่สุด เพราะความรีบร้อนมันทำให้ผู้ฝึกฝนลมปราณมังกรสวรรค์นั้นสิ้นชีวิตมาหลายคนแล้ว “ มันยากกว่าที่คิด... ” 10 วันถัดไป จบบท