ยอดคุณพ่อขั้นเทพ

    บทที่ 6 : เงินเป็นสิ่งจำเป็น

    เงินเป็นสิ่งจำเป็น
    อาหารบนโต๊ะสี่อย่าง ได้แก่วัวหน้าเหล็กผัดน้ำมันหอย หมูขนดำหัน ไก่ทองคำย่างและซุปปลาจิน เพียงระยะไม่นานก็ถูกเสี่ยวไป๋กิน...ไม่สิ สมควรบอกว่าถูกเธอสวาปามจนหมดดีกว่า
    ท้องเล็กๆ ของเธอนูนออกมาเล็กน้อย เธอลูบท้องของตัวเองอย่างอิ่มเอม มื้ออาหารวันนี้ ช่างอิ่มหนำสำหรับเธอ
    “เอ้าน้ำ” หลินเฉินยิ้ม พลางส่งน้ำผลไม้จิตวิญญาณที่เขาไปเด็ดมาจากสวน คั่นเองกับมือให้เธอ
    “ขอบคุณนายท่าน นายท่านดีต่อข้าที่สุด!” เสี่ยวไป๋รับแก้วน้ำผลไม้จิตวิญญาณมา ดื่มรวดเดียวจนหมด พลางเลียริมฝีปาก คล้ายต้องการอีก ส่งสายตาวิบวับไปให้หลินเฉิน เขาได้แต่หัวเราะออกมา ส่งให้เธออีกแก้ว
    “ขอบคุณนายท่าน”
    “กินอิ่มแล้วก็ไปนอนได้แล้ว เจ้ากำลังอยู่ในช่วงเติบโต ควรพักผ่อนให้มากเข้าไว้” หลินเฉินบอกเธอ พูดตามความจริง เธอก็ไม่ต่างจากลูกสาวของเขา เขาเลี้ยงเธอมาตั้งแต่อายุสิบกว่าปี
    “แฮร่ๆ ข้าเข้าใจแล้วนายท่าน” เสี่ยวไป๋พยักหน้ารับอย่างเชื่อฟัง เธอดื่มน้ำผลไม้จิตวิญญาณอย่างช้าๆ ไม่ดื่มหมดรวดเดียวเหมือนตอนแรก
    “จริงสิ วันหลังข้าจะพาลูกสาวของข้ามาเล่นด้วย เจ้าก็ดีกับนางด้วยล่ะ” หลินเฉินพลันนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาได้ ต้องบอกกับเจ้าตัวแสบนี้ไว้ก่อน
    “หือ?” เสี่ยวไป๋ตาโต “นายท่านมีลูกสาวด้วยหรือ ไฉนข้าไม่เคยรู้?”
    “ข้าไม่บอกเจ้า เจ้าจะรู้ได้อย่างไร?” หลินเฉินไม่อยากอธิบายให้ยุ่งยาก เพียงพูดไม่กี่คำ แล้วเดินไปทางเรือนไม้ “อย่าได้ลืมเชียว ดีกับนางให้มากๆ นางเปรียบเสมือนน้องสาวของเจ้า”
    เสี่ยวไป๋มองตามแผ่นหลังของหลินเฉินไป ดวงตาคู่กลมโตสีแดงเป็นประกายขึ้นมา พึมพำกับตัวเองอย่างตื่นเต้น “น้องสาว...น้องสาว ข้าจะมีน้องสาวแล้ว อย่างนั้นข้าก็เป็นพี่ใหญ่น่ะสิ ฮี่ฮี่”
    หลินเฉินเดินเข้ามาภายในเรือนไม้ เขาตรงไปห้องเก็บยันต์ หลังจากลองขบคิดดู เขาพบว่าในโลกปัจจุบัน เงินเป็นสิ่งจำเป็นไม่อาจขาดได้ เขาจำเป็นที่จะต้องหารายได้ และสิ่งที่เขาพอจะคิดออกได้ในตอนนี้ก็คือนำยันต์ไปขาด
    จากความทรงจำของเขา เขาจำได้ว่าในเขตตงฝู มีตลาดขายของโบราณอยู่ ที่ตลาดของโบราณเองก็มีคนเอายันต์โบราณมาขายอยู่เหมือนกัน แต่ส่วนมากจะเป็นของปลอมเสียมากกว่า
    “ยันต์รักษากับยันต์ป้องกันน่าจะพอ” หลินเฉินหยิบยันต์รักษากับยันต์ป้องกันระดับต่ำสุดออกมาอย่างละสองใบ จากนั้นออกไปจากห้องเก็บยันต์ ตรงไปยังห้องเครื่องรางป้องกัน
    ภายในห้องมีเครื่องรางป้องกันอยู่จำนวนมาก ตั้งแต่ระดับต่ำไปจนถึงระดับสูง เขาเลือกเครื่องรางป้องกันมาสี่ชิ้น แต่ละชิ้นล้วนเป็นเครื่องรางระดับสูง ทั้งยังดูไม่สะดุดตา เป็นสร้อยข้อมือลูกประคำที่เรียบง่าย
    หลินเฉินตั้งใจจะมอบเครื่องรางป้องกันให้กับพ่อแม่และลูกสาวของเขา เพื่อที่ทุกคนจะได้ปลอดภัย เวลาเผชิญกับอันตราย แน่นอนว่าเขาก็จะพกติดตัวไว้หนึ่งชิ้น เพื่อความไม่ประมาท
    “น่าเสียดายที่เราไม่ชอบใช้อาวุธ จึงไม่ได้เก็บไว้สักชิ้น ล้วนมอบให้พวกลูกศิษย์ไปหมด” หลินเฉินออกมาจากห้องเครื่องรางป้องกัน อดถอนหายใจไม่ได้
    หากว่าเขาเก็บอาวุธระดับสูงไว้สักชิ้น เขาคงจะนำพามันบุกไปยังตระกูลมู่และนำตัวมู่อิงเสวี่ยภรรยาของเขากลับมาแล้ว
    อันที่จริง ถ้าเขาต้องการ เขาสามารถขอให้เสี่ยวไป๋ช่วยก็ได้ เพราะเธอเป็นสัตว์วิญญาณระดับเข้าสู่เทวะ แต่คนอย่างเขาหลินเฉิน เรื่องของตัวเอง ย่อมจะจัดการด้วยตัวเอง ไม่มีความคิดยืมมือใคร
    หลังไปบอกลากับเสี่ยวไป๋ เขาก็ออกจากมุกมิติ เก็บมุกมิติเข้าไว้ในแหวนมิติ เดินเข้าบ้านเพื่อไปพักผ่อน ไหนๆ นี่ก็เป็นวันแรกที่กลับมาถึงบ้าน เขาก็อยากที่จะนอนให้เต็มอิ่ม
    ........................................................
    ภายในบาร์ที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในเขตตงฝู ในโซนวีไอพี ชายวัยกลางคนใบหน้ามีแผลเป็นนั่งอยู่ที่โซฟา สองแขนซ้ายขวาโอบหญิงสาวที่มีร่างกายเย้ายวนอวบอัดที่สวมใส่ชุดเซ็กซี่
    เขาคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดา ในโลกใต้ดินเขตตงฝู ไม่มีใครไม่รู้จักเขา เขาคือหัวหน้าอันธพาลในเขตตงฝู ผู้มีชื่อว่ากงไท่คุน
    “หูกวง แกจะบอกว่ามีขอทานทำร้ายแกอย่างนั้นสินะ?” กงไท่คุนหรี่ตามองหูกวง ที่ตอนนี้นั่งคุกเข่าอยู่ที่พื้น
    “ชะ...ใช่ครับพี่กง มันทำร้ายผมและลูกน้อง พอผมพูดชื่อพี่ มันก็ไม่มีความเกรงกลัวเลยสักนิด ทั้งยังบอกว่าจะมาฆ่าลูกพี่อีก!” หูกวงเร่งรีบพูด น้ำเสียงของเขาสั่น เขาไม่ลืมที่จะใส่ร้ายหลินเฉินให้ลูกพี่ของเขาฟัง
    ใครใช้ให้หลินเฉินมาทำร้ายเขากันล่ะ หากว่าเขาไม่เอาคืนโดยการใส่สีตีไข่ให้กงไท่คุนส่งคนไปจัดการให้ เขาก็ไม่ใช่หูกวงแล้ว
    “มันกล้าขนาดนั้น?” กงไท่คุนเลิกคิ้วขึ้นสูง คล้ายไม่อยากจะเชื่อเท่าไหร่นัก ต้องรู้ก่อนนะว่าในเขตตงฝูนี้ ไม่มีใครกล้าหือกล้าอือกับเขา ด้วยเหตุนี้ เขาจึงไม่อยากจะเชื่อในคำพูดของหูกวง
    “จริงครับพี่กง ต่อให้ผมมีอีกสิบชีวิตผมก็ไม่มีความกล้าที่จะโกหกพี่แน่นอน” หูกวงรีบพูดอย่างหวาดกลัว เขาจะให้กงไท่คุนรู้ไม่ได้โดยเด็ดขาดว่าเขาโกหก ไม่อย่างนั้นเขาได้จบแห่แน่
    เขาทำงานกับกงไท่คุนมาสองสามปีแล้ว รู้ดีถึงความโหดเหี้ยมของอีกฝ่าย กงไท่คุนมีฉายาในโลกใต้ดินว่ากงร้อยศพ ชัดเจนว่าเขาฆ่าคนมากถึงร้อยศพแล้ว ถึงได้ฉายานี้มา
    แม้จะได้ยิน หูกวงพูดออกมาขนาดนี้ แต่กงไท่คุนก็ยังไม่มีความคิดที่จะเชื่อ เขาอยู่ในวงการใต้ดินมานาน ย่อมไม่โง่ที่จะเชื่อใครง่ายๆ แต่เมื่อเขาลองคิดดู ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ส่งคนไปจัดการให้หูกวงหน่อยก็ไม่เสียหาย จะอย่างไรขอทานคนที่หูกวงบอกก็รนหาที่ตายเอง
    “เอาล่ะ เห็นแก่แกที่ทำงานดีมาตลอด ฉันจะส่งคนไปจัดการมันให้แก แกก็เป็นผู้นำทางให้พวกที่ฉันจะส่งไปละกัน” กงไท่คุนพูด พลางขยับมือ เป็นเชิงให้หูกวงออกไป
    หูกวงรีบขอบคุณยกใหญ่ ไม่กล้าอยู่ที่นี่อีก เขารีบออกไปในทันที
    “เอ่อเหลียง” กงไม่คุนหันหน้าไปมองชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ โซฟาที่เขานั่งอยู่
    “ครับพี่กง” ชายวัยกลางคนรีบตอบ เขาคือมือขวาของกงไท่คุน มีชื่อว่าเอ่อเหลียง
    “เรื่องเมื่อครู่แกคงจะได้ยินแล้ว ส่งคนไปจัดการซะ” กงไท่คุนออกคำสั่ง พลางบีบเค้นหน้าอกของสองสาวในอ้อมแขน จนพวกเธอครางออกมาอย่างเย้ายวน พวกเธอเองก็รู้งานเป็นอย่างมาก ไม่ได้พูดแทรกใดๆ เลย
    “ลูกพี่วางใจ ผมจะจัดการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด” เอ่อเหลียงรับคำ สืบเท้าเดินออกไป
    เมื่อเอ่อเหลียงออกมาจากบาร์ เขาก็เรียกลูกน้องมือดีมาสองคน พร้อมทั้งเรียกหูกวงมาด้วย
    “หูกวง พาสองคนนี้ไปจัดการขอทานคนที่แกว่า เอาให้มันหายไปจากโลกใบนี้ โทษฐานที่มันกล้ามาแหยมกับพี่กง!” เอ่อเหลียงพูดด้วยใบหน้าเย็นชา
    “พี่เอ่อวางใจได้ ถ้ามีพวกพี่สองคนนี้ไปกับผม มันจะต้องตายอย่างแน่นอน!” หูกวงตื่นเต้นเป็นอย่างมากในตอนนี้ เขามองสองคนที่เอ่อเหลียงเรียกมา ต้องสูดลมหายใจเข้าลึกๆ
    เขารู้จักสองคนนี้ดี พวกเขาคือพี่น้องโก้วเม้ากับโก้วหม่า เคยฆ่าคนมาสิบกว่าคน เป็นลูกน้องมือดีของกงไท่คุน
    “ดี” เอ่อเหลียงพยักหน้าครั้งหนึ่ง ก่อนเดินกลับเข้าไปในบาร์
    จบบทที่ 6