เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เล่มที่ 5 บทที่ 149 หัวใจสิงโต

            หลังจากวันนั้นลั่วเสี่ยวซีก็ย้ายกลับมาอยู่ที่บ้านไม่นานสภาพจิตใจของเธอก็เริ่มดีขึ้น

            ความโกรธเกลียดฉินเว่ยเริ่มคลายลงแต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่อยากเจอหน้าเขาอีกทุกครั้งที่พ่อจะเชิญเขามาเป็นแขกที่บ้าน ลั่วเสี่ยวซีจึงปฏิเสธเสียงแข็งตลอดฉินเว่ยจึงไม่มีโอกาสได้มาหาเธอ

            เธอแอบซ่อนความคิดถึงที่มีให้ซูอี้เฉิงเอาไว้ในส่วนลึกของจิตใจถึงบางครั้งความรู้สึกนั้นจะเข้ามาในสมองเธอบ้าง แต่ก็ไม่ได้กระทบต่อชีวิตประจำวัน

            บ้านคือที่พักใจไม่ว่าจะพบเจออะไร ขอแค่กลับบ้านทุกอย่างจะดีขึ้น คำพูดนี้ไม่ผิดสักนิด

            ช่วงที่ผ่านมาทำให้เธอกลายเป็นคนใส่ใจรายละเอียดมากขึ้นเธอพบว่าพ่อกับแม่เริ่มแก่ตัวลงขึ้นทุกที แต่ในสายตาของพวกเขาเธอยังคงเป็นเด็กที่ต้องคอยใส่ใจอยู่เสมอ

            ลั่วเสี่ยวซีเสียดายเวลาที่เธอมัวแต่ทำอะไรตามใจถึงบางครั้งจะชอบล้อเล่นกับพ่อว่า ‘คุณลั่วคะถ้าหนูกินข้าวเป็นเพื่อนต้องให้เงินหนูใช้ด้วยนะ’ ก็ตาม

            เงินเหล่านั้นที่พ่อให้มาเธอเอาไปซื้อของมาให้พ่อกับแม่จนหมด พ่อของเธอเป็นคนนอนหลับยากเธอจึงซื้อหมอนที่ช่วยให้เขานอนหลับสบายขึ้น แม่เธอนั้นขี้หนาวเธอเลยซื้ออ่างแช่เท้าและซื้อยามาจากแพทย์จีนที่ซูเจี่ยนอันไปหาคนนั้นกลับมาผสมน้ำให้แม่แช่เท้า

            เธอเห็นรอยยิ้มภาคภูมิใจของพ่อแม่แล้วก็ยิ้มตามทั้งที่ในใจกลับเริ่มรู้สึกเจ็บปวดขึ้นมา

            ที่แท้พ่อกับแม่ไม่ได้หวังอะไรมากมายพวกเขาเลี้ยงดูเธอจนเติบใหญ่อย่างยากลำบากเธอเอาเงินที่ได้จากพวกเขาไปซื้อของมาให้ เพียงแค่นี้พวกเขาก็พอใจแล้ว

            แต่ที่น่าเศร้ากว่านั้นเรื่องง่ายๆ แค่นี้เธอกลับไม่เคยคิดจะทำให้กับพ่อแม่มาก่อน เธอมักคิดว่าพวกเขามีเงินตั้งมากมาย ถ้าอยากได้อะไรก็คงซื้อเองได้ ถ้าขี้เกียจออกไปซื้อจะใช้ให้คนอื่นไปช่วยซื้อมาให้ก็ได้

            ตอนนี้เธอเพิ่งเข้าใจว่าเรื่องบางอย่างต้องลงมือทำด้วยตัวเองถึงจะมีความหมาย

            ประธานลั่วช่วงนี้อารมณ์ดีขึ้นมากเจอหน้าใครก็ชื่นชมว่าลูกสาวเป็นผู้ใหญ่แล้วให้คนคนนั้นฟังพวกเพื่อนสนิทเขาจึงแกล้งแหย่ว่า

            “เหล่าลั่วลูกนายอายุตั้งยี่สิบสี่แล้วไม่ใช่หรือไง เพิ่งจะโตเป็นผู้ใหญ่งั้นเหรอ?”

            “ฮ่าๆ”เหล่าลั่วยิ้มจนตีนกาขึ้นที่หางตาอย่างมีความสุข “ฉันตามใจลูกสาวสุดที่รักของฉันมายี่สิบสี่ปีถึงโตเนี่ยสุดยอดเลยใช่ไหมล่ะ!”

            ลั่วเสี่ยวซีบังเอิญได้ยินคำพูดของพ่อเลยเข้าไปกอดเขาพลางหัวเราะคิกคัก

            “เหล่าลั่วหนูหาเงินได้แล้วนะคะ อีกหน่อยหนูจะทำดีกับพ่อให้มากๆ เลย!”

            เธอหาเงินได้แล้วจริงๆหลังสภาพจิตใจเริ่มเข้าที่เข้าทาง เธอก็ไปถ่ายแบบให้นิตยสารอยู่หลายเล่มหลังจากนิตยสารพวกนั้นวางขาย งานของเธอก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆบางครั้งต้องทำงานยันเที่ยงคืนกว่าจะได้กลับบ้านนี่ขนาดพี่แคนดี้ช่วยคัดทิ้งไปหลายงานแล้วนะ

            ในวงการนางแบบชื่อของลั่วเสี่ยวซีจึงเริ่มเป็นที่รู้จัก ยอดผู้ติดตามในเวยป๋อค่อยๆ เพิ่มขึ้นจากหลักพันกลายเป็นหลักหมื่น

            พูดง่ายๆ ก็คือลั่วเสี่ยวซีดังขึ้นทุกวันๆ

            ลู่เป๋าเหยียนเคยพูดไว้ว่าสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่งจะจัดแข่งขันประกวดนางแบบ ซึ่งแคนดี้กำลังติดต่อทางนั้นอยู่แต่ตอนนี้คงไม่ต้องใช้เส้นสายของแคนดี้อีกต่อไปเพราะทางช่องได้ส่งจดหมายเชิญมาให้เธอไปเข้าร่วมแล้วเรียบร้อย

            โปรดิวเซอร์ของรายการเห็นว่าลั่วเสี่ยวซีมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวบางอย่างที่พิเศษออกไปเธอคงเฉิดฉายเป็นประกายหากได้เดินอยู่บนแคทวอล์คเป็นแน่

            ลั่วเสี่ยวซีจะช่วยเรียกเรทติ้งของรายการขณะเดียวกันรายการนี้ก็จะกลายเป็นเวทีที่สามารถทำให้เธอดังขึ้นมาได้ทั้งสองฝ่ายต่างได้รับผลประโยชน์ที่น่าพอใจ

            “เสี่ยวซี เธอว่าไง”แคนดี้ถาม “อยากไปแข่งไหม? ถ้าทำผลงานออกมาได้ดีช่วงออกฉายเธอคงดังแน่ๆ ถึงจะไม่ได้ดังในชั่วข้ามคืนก็ไม่เป็นไร พวกเราค่อยๆ เป็นค่อยๆไปก็ได้ แต่ที่แน่ๆ ก็คือรายการนี้จะทำให้คนรู้จักเธอมากขึ้น”

            “ไปค่ะ!”ลั่วเสี่ยวซีในชุดเสื้อกล้ามออกกำลังกายนั่งลงบนพื้นพลางดีดจดหมายเชิญเบาๆ“ไม่ลองไม่รู้จริงไหมล่ะคะ”

            ด้วยเหตุนี้แคนดี้จึงตอบรับทางผู้จัดรายการไปว่าลั่วเสี่ยวซีจะเข้าร่วมการแข่งขันแน่นอน ทันใดนั้นเธอก็นึกขึ้นได้ว่า

            “จริงสิผู้สนับสนุนหลักของรายการนี้คือเครือเฉิงอันล่ะ”

            “...”ลั่วเสี่ยวซีทั้งดีใจและกังวลในเวลาเดียวกัน

            ที่ดีใจเพราะเธอสามารถอาศัยโอกาสนี้ในการติดต่อกับซูอี้เฉิงได้อีกครั้งแต่ที่กังวลก็คือ ต่อให้ได้เจอกันเธอกับเขาก็ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีกแล้ว

            สองวันให้หลังทางผู้จัดรายการก็จัดงานปาร์ตี้เล็กๆ ขึ้นมาพวกเขาเชิญสปอนเซอร์และนางแบบที่จะเข้าร่วมรายการมาเพื่อให้พบปะพูดคุยทำความรู้จักกันแน่นอนว่าใครจะไปหรือไม่ก็แล้วแต่ความสมัครใจ

            ทางด้านลั่วเสี่ยวซีเธอกำลังลังเลว่าจะไปหรือไม่ไปดี

            ถ้าไปแล้วเจอซูอี้เฉิงจะทำอย่างไร?

            แต่ถ้าทิ้งโอกาสดีๆ ที่จะได้เจอเขาแบบนี้เธอก็รู้สึกว่าตัวเองจะโง่ไปหน่อย

            ตั้งแต่คืนนั้นเธอก็ไม่ได้เจอเขาอีกเลยจนถึงตอนนี้ก็ยี่สิบเจ็ดวันแล้ว

            “ไปเถอะเสี่ยวซี”แคนดี้เชียร์ “อนาคตยังอีกยาวไกล เธอกับน้องสาวของเขาก็สนิทกันยังไงสักวันก็ต้องเจอหน้ากันอยู่ดี อีกอย่าง เขาก็ไม่ได้บอกว่าจะไม่เอาเธอแล้วนี่เธอคิดเองทั้งนั้น จะมั่นใจได้ยังไงว่าตัวเองหมดโอกาสแล้ว?”

            ลั่วเสี่ยวซีได้ยินดังนั้นจึงตัดสินใจได้ว่าไปก็ไป!

            หลังสวมชุดเดรสตัวยาวแต่งหน้าอย่างประณีต เซตผมลอนยาวสลวยของตนเรียบร้อย ลั่วเสี่ยวซีก็ไปปรากฏตัวที่ห้องจัดเลี้ยงขนาดไม่ใหญ่นักทว่าถูกตกแต่งอย่างละเอียดลออ

            หลังตามแคนดี้ไปพบปะผู้กำกับและผู้ช่วยผู้กำกับรายการแล้วเธอก็ไปทำความรู้จักกับเพื่อนนางแบบที่จะเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ด้วยกัน

            เทคนิคการแสดงของทุกคนไม่เลวเลยถึงแม้ใกล้จะต้องแข่งขันกัน ถึงแม้จะไม่เคยเจอหน้าค่าตากันมาก่อนแต่ทุกคนกลับทักทายกันราวกับเป็นเพื่อนสนิทกันมาเป็นสิบๆ ปี

            หญิงสาวที่สามารถเข้าร่วมการประกวดนางแบบได้แน่นอนว่ารูปร่างของแต่ละคนไม่เป็นสองรองใคร รูปร่างสูงโปร่งสุดเซ็กซี่ การแต่งกายที่เผยผิวและเรือนร่างอย่างยั่วยวนทำให้คนมองอดอยากจะเห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างในไม่ได้

            ไม่รู้ว่าลับหลังพวกเธอฝึกซ้อมกันมามากแค่ไหนกิริยาท่าทางของแต่ละคนจึงยั่วยวนกระชากใจอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ดูปั้นแต่งเลยสักนิด

            เรื่องซับซ้อนขนาดนี้แต่พวกเธอก็ยังทำออกมาได้แนบเนียน มิน่าคนถึงชอบพูดกันว่า สาวสวยมักจะน่ากลัว

            ลั่วเสี่ยวซีเห็นสาววัยรุ่นที่พยายามโชว์ความเซ็กซี่ของตัวเองออกมาแล้วอดคิดถึงตัวเองสมัยก่อนไม่ได้ หลังทักทายกับพวกเธอตามมารยาทเธอก็ไม่คิดจะไปเปรียบเทียบกับพวกเธอว่าใครสัดส่วนดีกว่า ใครผอม ใครอวบอิ่มมากกว่าเธอยืนจิบน้ำผลไม้อยู่เงียบๆ พลางมองไปยังประตูทางเข้าเป็นครั้งคราว

            เธอมาตั้งนานแล้วแต่ก็ยังไม่เห็นซูอี้เฉิงบนกำแพงที่ให้เซ็นชื่อก็ไม่เห็นมีลายเซ็นของเขา

            เขาไม่คิดจะมาหรือมาช้ากันนะ? เธอรอคอยเขาอย่างคาดหวังแต่ก็กลัวที่จะต้องเจอหน้า

            “ผมเคยเจอคุณนี่นา!”จู่ๆ ชายหนุ่มคนหนึ่งก็โผล่เข้ามา เขายิ้มจนแก้มแทบปริ “คุณแซ่ลั่วชื่อลั่วเสี่ยวซี!”

            ลั่วเสี่ยวซียิ้มรับตามมารยาท“สวัสดีค่ะ”

            “ผมชื่อฟางเจิ้ง”เขาพูดพลางยื่นมือออกมา “ผมเป็นประธานของเครือฟางเจิ้งครับเมื่อไม่กี่วันก่อนผมเห็นเลขาสองคนของผมกำลังยืนอ่านนิตยสารกันคนที่อยู่หน้าปกก็คือคุณนี่เอง ผมจำได้แล้ว!”

            ลั่วเสี่ยวซีจับมือกับเขาเล็กน้อยก่อนเอ่ย

            “ผอ.ฟาง สวัสดีค่ะ”พูดจบเธอจึงทำท่าจะชักมือกลับมา

            “ครับ!”ฟางเจิ้งรีบคว้ามือเธอไว้แน่นก่อนจะยิ้มตาหยี “คุณลั่วตั้งแต่เห็นภาพคุณผมก็ชอบคุณทันทีเลย ถ้ายังไงเราไปหาที่เงียบๆ คุยกันดีไหมครับ? อ้อผมเป็นสปอนเซอร์ที่ใหญ่เป็นอันดับสองของรายการนี้นะ”

            ความหมายของเขาก็คือเงินที่ทางรายการได้มา กว่าครึ่งนั้นเป็นของเขาเพราะฉะนั้นอนาคตของเธออยู่ในกำมือเขา จะไป ‘คุย’ กับเขาหรือไม่ก็แล้วแต่ว่าเธอจะฉลาดแค่ไหน

            ลั่วเสี่ยวซีจะไม่เข้าใจความหมายแฝงของเขาได้อย่างไรถ้าเป็นเมื่อก่อนเธอคงเตะผ่าหมากเขาไปแล้ว แต่ตอนนี้เธอโตแล้วเพราะฉะนั้นต้องนิ่งไว้ นิ่งเข้าไว้!

            ลั่วเสี่ยวซียิ้มบาง“ไว้โอกาสหน้าหากได้เจอกันเราค่อยมาคุยกันดีไหมคะผอ.ฟาง”

            “โอกาสหน้า?”ผอ.ฟางคิดตามก่อนจะยิ้มอย่างดีใจ “นั่นสินะ ไว้ผมจะไปดูพวกคุณแข่งทุกเทปเลยถึงเวลาเดี๋ยวผมไปหาที่หลังเวทีนะ” พูดจบเขาก็ตบมือลั่วเสี่ยวซีเบาๆ ก่อนจะปล่อยมือเธอออก“เสี่ยวซี ห้ามลืมผมเด็ดขาดเลยนะครับ”

            ลั่วเสี่ยวซีรู้สึกขนลุกขนพองไปหมดเธอยิ้มแห้งๆ ก่อนจะหาข้ออ้างเดินแยกออกมาแต่เดินไปได้ไม่กี่ก้าวเธอก็เจอกับซูอี้เฉิง

            ไม่รู้ว่าเขาเข้ามาตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ว่าเขายืนอยู่ตรงนั้นมานานแค่ไหน หญิงสาววัยรุ่นคนหนึ่งกำลังควงแขนเขาขณะที่สายตาของเขาจับจ้องมาที่เธอ

            เขาเห็นตอนที่เธอกำลังคุยกับผอ.ฟางหรือเปล่านะ?

            ลั่วเสี่ยวซีอยากจะเข้าไปอธิบายแต่...มันจำเป็นหรือเปล่า? ในเมื่อเขาเองก็มีคู่ควงมาด้วยแบบนี้

            สมองบอกเธอว่าเธอควรเดินจากไปแต่เพราะไม่ได้เจอหน้าเขามาเป็นเดือน เธอจึงไม่อาจละสายตาไปจากเขาได้

            เขาดูไม่เปลี่ยนไปเลยยังคงหล่อเหลาคมคาย เมื่อยืนอยู่กับสาวสวยข้างกายจึงดูโดดเด่นสะดุดตา

            ดูท่าเรื่องที่เกิดขึ้นคงไม่ได้ส่งผลกระทบกับเขามากเท่าไรคนที่เปลี่ยนไปคงมีแต่เธอ

            คิดถึงตรงนี้ลั่วเสี่ยวซีจึงเบือนหน้าหนีก่อนจะเดินจากไป

            เธอไม่อาจเดินเข้าไปทักทายเขาอย่างเป็นธรรมชาติได้อีกอย่างเขาเองก็...มีคนอยู่เคียงข้างแล้ว

            “เรื่องหายากนะเนี่ย”หญิงสาวที่อยู่ข้างกายซูอี้เฉิงเอ่ย “ถ้าเป็นเมื่อก่อน เธอคงเข้ามาหาเรื่องหนูไม่ก็เข้ามาก่อกวนพี่สินะ ท่าทางเรื่องที่เกิดขึ้นจะทำให้เธอเปลี่ยนไปไม่น้อย”

            “มันเป็นความผิดพลาด”ซูอี้เฉิงกล่าว

            “พี่จะไม่บอกความจริงกับเธอจริงๆเหรอ” หญิงสาวถาม

            “เรื่องมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น”ซูอี้เฉิงตอบสีหน้านิ่ง ทว่าน้ำเสียงกลับดูลังเล“เรื่องนี้เกี่ยวพันไปถึงอนาคตของจางเหมยพี่ต้องหาวิธีที่ดีกว่ามาจัดการเรื่องนี้”

            “เห็นเธอเปลี่ยนไปแบบนี้พี่คงดีใจล่ะสิ”

            ซูอี้เฉิงยิ้มมุมปาก“เธอคงไม่ทำอะไรวู่วามไม่คิดหน้าคิดหลังอีกแล้ว พี่ควรต้องดีใจ” แต่ลั่วเสี่ยวซีต้องแลกอะไรไปบ้างถึงกลายมาเป็นแบบนี้เขารู้ดีที่สุด

            ถ้าเป็นไปได้เขาอยากให้เรื่องทุกอย่างไม่ได้เกิดขึ้นเขาไม่อยากให้ลั่วเสี่ยวซีเปลี่ยนแปลงอะไรอยากให้เธอเป็นลั่วเสี่ยวซีคนเดิมที่แสนเอาแต่ใจ คอยตามตื๊อเขาไม่ห่าง

            อีกด้านลั่วเสี่ยวซีเดินกลับไปหาแคนดี้เธอเดินตามแคนดี้ไปทุกที่ราวกับลูกเจี๊ยบเดินตามแม่ไก่จนแคนดี้เริ่มรำคาญเธอ

            “สาวสวยแสนฉลาดและร่าเริงคนนั้นหายไปไหนแล้วเธอจะมาตามฉันทำไมเนี่ย! คนมากมายจ้องเธอตาเป็นมัน แค่ส่งสายตาให้พวกเขานิดหน่อยผู้ชายพวกนั้นก็คงวิ่งเข้ามาหาเธอแทบไม่ทันแล้ว”

            “เมื่อกี้หนูอดทนกับตาฟางเจิ้งแทบแย่พี่แคนดี้อย่ามาบีบหนูได้ไหม!” ลั่วเสี่ยวซีซดน้ำผลไม้ไปค่อนแก้วอย่างเซ็งๆ“ไม่งั้นหนูคงโดนเก็บก่อนจะดังแน่ๆ...”

            แคนดี้ผิวปาก“ฉันเกือบลืมไปเลยว่าเธอคือลั่วเสี่ยวซี ถึงจะนิ่งขึ้นยังไงก็ยังเป็นลั่วเสี่ยวซีอยู่ดีคนอื่นอาจจะน่ากลัวเหมือนเสือ แต่เธอมันก็แม่สิงโตสาวดีๆ นี่เอง”

            “...”

            สุดท้ายลั่วเสี่ยวซีก็ไม่เดินตามแคนดี้อีกเธอยืนหลบมุมกินอาหารอยู่คนเดียวโดยไม่กล้ามองไปทางซูอี้เฉิงเพราะเธอคงรู้สึกเจ็บทุกครั้งที่เห็นเขาอยู่กับผู้หญิงคนอื่น

    คล้ายกับเรื่องเจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่ ที่คุณอ่าน

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592