EP3: ห้องของ 'เชียร' และตัวตนที่ถูกแทนที่
บ้านไม้หลังเดิมที่คุ้นเคยกำลังรอผมอยู่ บ้านทรงปั้นหยาที่ยกพื้นสูง ซึ่งในความทรงจำของ ‘เกล้า’ มันคือบ้านที่เขาเคยวิ่งเล่นเมื่อวัยเด็ก แต่ในตอนนี้... ผมกำลังเดินเข้าไปในบ้านหลังนี้ในฐานะ ‘ลุงเชียร’ พี่ชายของพ่อผม
น้าฉัตรจอดรถมอเตอร์ไซค์ของเขาไว้หน้าบ้าน ก่อนจะประคองผมเข้าไปด้านใน
“ป้าสมศรี! ไอ้นิด! มาช่วยดูคุณเชียรหน่อยเร็ว! แกไปล้มรถหัวแตกมาอีกแล้ว!” น้าฉัตระโเรียกด้วยเสียงที่ดังเกินจำเป็
ความโกลาหลเล็กน้อยเกิดขึ้นทันที ป้าสมศรี (แม่ของเกล้าในอดีต) และ ไอ้นิด (พี่สาวของเกล้าในอดีต) พุ่งตรงเข้ามาหาผมด้วยสีหน้าตื่นตระหนก แต่ภาพที่ทำให้ผมใจเต้นแรงที่สุดคือภาพของ เด็กชายเกล้า ที่เพิ่งวิ่งออกมาจากในบ้าน
เขาตัวเล็ก ผอม และมีแววตาซุกซนตามแบบฉบับเด็กชนบทในยุคนั้น ผม... ไม่สิ... เด็กคนนั้นคือตัวผมเองเมื่อ 35 ปีที่แล้ว
“พี่เชียร! ทำไมทำตัวซุ่มซ่ามแบบนี้อีกล่ะคะ! มอเตอร์ไซค์คันนี้มันเก่าจะตายแล้วนะ!” ป้าสมศรี (แม่ของผม) บ่นด้วยความห่วงใย ก่อนจะพยายามดึงผมไปนั่งที่ม้าหินอ่อนใต้ถุนบ้านเพื่อทำแผล
ผมรู้สึกราวกับกำลังตกอยู่ในละครโรงใหญ่ที่ไม่มีบทให้ซ้อม ผมต้องแสดงเป็พี่ชายที่ดูอบอุ่นและเป็ที่พึ่งของแม่ตัวเองในอดีต ในขณะที่สายตาของ เด็กชายเกล้า จ้องมองมาที่ผมด้วยความสงสัย
‘เกล้า’ วัยเจ็ดขวบ: คุณลุงไม่เป็ไรนะ?
ผมพยายามเค้นเสียงทุ้มและแหบของ ‘เชียร’ ออกมาด้วยความอ่อนโยนที่สุด
“ไม่เป็ไรหรอกไอ้เกล้า... ลุงแค่เบลอ ๆ ไปนิดหน่อย”
เมื่อผมแตะศีรษะเล็ก ๆ ของเด็กคนนั้น ผมก็รู้สึกถึงความแปลกประหลาดที่ไม่อาจบรรยายได้ ผมัั ตัวเองในอดีต ด้วยมือของ ลุงตัวเอง มันช่างเป็สถานการณ์ที่บิดเบี้ยวและน่าขนลุกโดยแท้
หลังจากที่ป้าสมศรีทำความสะอาดาแที่ขมับให้เรียบร้อยแล้ว ผมก็ขอตัวขึ้นไปพักบน ห้องของลุงเชียร ซึ่งอยู่บนชั้นสองของบ้าน
“พี่เชียรพักผ่อนเถอะค่ะ เย็นนี้เดี๋ยวนิดจะทำข้าวต้มมาให้ทาน” นิด (พี่สาวของผม) บอกด้วยความเป็ห่วง
เมื่อก้าวเข้าสู่ห้องนอนบนชั้นสอง ผมก็ปิดประตูลงอย่างรวดเร็วและล็อคกลอนทันที
ห้องนี้ไม่ได้ใหญ่โตอะไรนัก มีเพียงเตียงไม้เก่า ๆ โต๊ะทำงานไม้เล็ก ๆ และตู้เสื้อผ้าไม้สักเก่า ๆ บรรยากาศเงียบสงบในห้องนี้ช่วยให้ผมสามารถปลดเปลื้อง บทบาท ของลุงเชียรลงได้ชั่วคราว
ผมเดินตรงไปที่หน้ากระจกเงาบานเก่าที่ติดอยู่บนตู้เสื้อผ้า
ภาพที่สะท้อนกลับมาคือภาพใบหน้าของ วิเชียร ขจรเดช ผู้เป็ลุงของผมอย่างชัดเจน!
ใบหน้าของลุงเชียรในวัยราวสามสิบปลาย ๆ ผิวสีแทนเข้ม มีหนวดเคราที่เริ่มขึ้นอย่างไม่เป็ระเบียบ ดวงตาที่ผมมองเห็นมีแววตาที่คุ้นเคย นั่นคือแววตาของผม แต่ใบหน้าทั้งหมดคือใบหน้าของ ลุงเชียร
ผมยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาแตะใบหน้าตัวเอง (ไม่สิ... ใบหน้าของลุง) สำรวจรายละเอียดต่าง ๆ ความแข็งแรงของขากรรไกร รอยย่นเล็ก ๆ ที่หางตา... นี่คือร่างที่ผมต้องใช้ชีวิตอยู่ในตอนนี้
ผมเริ่มสำรวจห้องอย่างละเอียดเพื่อค้นหาตัวตนของ ‘เชียร’
ที่โต๊ะทำงานมีสมุดบันทึกเล่มหนาปกสีน้ำเงินวางอยู่ข้างปฏิทินแบบฉีกประจำปี 2533 และมีกองหนังสือเกี่ยวกับพืชพรรณและธรณีวิทยาของภาคตะวันออกวางอยู่
ผมรีบเปิดตู้เสื้อผ้าเพื่อตรวจสอบ ตัวตน ทางวัตถุของลุงเชียร เสื้อผ้าส่วนใหญ่เป็เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีพื้นและกางเกงสแล็คสีเข้ม บ่งบอกถึงการเป็คนที่ค่อนข้างเรียบง่าย แต่สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของผมคือสิ่งของที่ซ่อนอยู่ในลิ้นชักที่ถูกล็อค
ผมหาลูกกุญแจจนพบในกระเป๋ากางเกงของร่างนี้ และเปิดลิ้นชักออก
ข้างในมีสิ่งของสำคัญสามอย่าง:
* รูปถ่าย ที่มีลุงเชียรยืนคู่กับผู้หญิงคนหนึ่งที่ผมไม่เคยเห็นหน้าในยุคปัจจุบัน ทั้งคู่ยิ้มแย้มอย่างมีความสุข แต่หญิงสาวคนนี้ไม่ใช่ภรรยาของลุงในยุคปัจจุบัน
* ปืนพกขนาดเล็ก ที่ถูกห่อด้วยผ้าขนหนูเก่า ๆ
* สมุดบันทึกเล่มเล็ก สีดำ ที่มีรหัสลับเขียนอยู่บนหน้าปก
ผมหยิบสมุดบันทึกเล่มเล็กสีดำขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทา มันดูเก่าและผ่านการใช้งานมานานกว่าสมุดบันทึกเล่มใหญ่ที่วางอยู่บนโต๊ะ
เมื่อเปิดอ่านหน้าแรก ผมก็พบกับลายมือหวัด ๆ ของลุงเชียร ที่ดูรีบร้อน และสิ่งที่เขียนไว้ก็ทำให้ความตื่นตระหนกของผมพุ่งถึงขีดสุด
> “[14 พ.ย. 2533] ถ้าอ่านข้อความนี้... ก็หมายความว่าฉันถูก มัน เลือกแล้ว และร่างกายนี้ได้ถูก แทนที่ แล้ว... อย่าไว้ใจใคร... โดยเฉพาะ ไอ้ฉัตร มันเป็คนของ พวกเขา มันรู้เื่หมอกสีเหลือง... และมันกำลังจับตาดูฉันอยู่...”
>
ผมอ่านข้อความนี้ซ้ำไปซ้ำมาหลายครั้ง เหงื่อซึมที่ฝ่ามือทันที มัน... คืออะไร? ลุงเชียรไม่ได้แค่เตรียมใจรับมือกับการหายตัวไป แต่เขารู้ความลับบางอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้นกับตัวเขา... และที่น่าใที่สุดคือ น้าฉัตร ที่เพิ่งช่วยเหลือผมเมื่อครู่... คือคนที่ลุงเชียรเตือนไม่ให้ไว้ใจ
ผมชนเข้ากับหมอกสีเหลือง... แล้วผมก็เข้ามาอยู่ในร่างของลุงเชียร... ลุงเชียรก็หายไปจากร่างนี้...
ผมเงยหน้ามองประตูห้องอย่างระแวงทันที ราวกับว่า น้าฉัตร หรือ พวกเขา กำลังยืนอยู่ด้านนอกและรอจังหวะอยู่
ถ้าข้อความในสมุดบันทึกเป็เื่จริง นี่หมายความว่าการย้อนเวลาและสลับร่างครั้งนี้ ไม่ใช่แค่เื่บังเอิญ แต่มันคือ แผนการ บางอย่างที่ใครบางคนเตรียมไว้ และลุงเชียรได้ทิ้ง ร่องรอย ไว้ให้ผม
แล้วตอนนี้ผมต้องทำยังไง?
ผมรีบซ่อนสมุดบันทึกเล่มเล็กนี้ไว้ใต้ที่นอน ก่อนจะหยิบสมุดบันทึกเล่มใหญ่ที่โต๊ะทำงานขึ้นมาเปิดอ่านเพื่อค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ หมอกสีเหลือง และ พวกเขา เผื่อว่าในนั้นจะมีข้อมูลที่ช่วยให้ผมเข้าใจสิ่งที่ลุงเชียรพยายามจะบอก
ไม่ว่า มัน คืออะไร... ผมรู้แค่ว่าผมต้องเอาชีวิตรอดใน ร่าง นี้ ใน ยุค นี้... และในขณะเดียวกันก็ต้องพยายามหาทางกลับบ้านให้ได้ ก่อนที่ใครก็ตามที่ลุงเชียรกลัวจะรู้ว่าผมไม่ใช่เขา...
*โปรดติดตามต่อไป*