Chapter
3
First kiss จาก 301(2)
01.10 น.
ฉันกำลังจะล้มตัวลงนอนหลังจากที่นั่งคิดถึงเื่ที่เพิ่งเกิดขึ้นกับตัวเองเมื่อครู่ นี่คือเื่จริงที่เกิดขึ้นกับฉันมันไม่ใช่ความฝันใช่ไหม ถามตัวเองซ้ำๆกลับไปกลับมา ฉันถูกลากออกมาจากผับถูกบังคับให้เป็แฟนกับเขา ต้องชดใช้สิ่งที่ตัวเองไม่ได้ก่อแทนพี่ชายตัวดีและสุดท้ายยังถูกละเมิดสิทธิทางร่างกายโดยที่ตัวเองไม่ได้ยินยอม แต่ก็ต้องจำใจยอมต้องเสียจูบแรกของตัวเองไปโดยไม่คาดคิด วาดฝันไว้อย่างสวยหรูจูปแรกของฉันต้องไม่ใช่แบบนี้ ไม่ใช่การบังคับขู่เข็ญ แบบนี้ แต่สายตาคมสะกดวิญญาญกับริมฝีปากนุ่มๆของเขาก็ทำให้เคลิ้มจนลืมตัว ลมหายใจหอมๆเป่ารดไปทั้งใบหน้า ทำให้หัวใจฉันเต้นรัวคิดแล้วมันก็ไม่ได้เลวร้ายไปซะที่เดียวหรอก ว้า...นี่ฉันกำลังคิดอะไรนี่ เขากำลังทำให้ฉันวุ่นวายหัวใจ ชอบขู่ให้ฉันกลัวแต่ฉันก็กลัวจริงๆล่ะ ถ้าเขาทำอะไรจริงๆ ฉันคงสู้เขาไม่ได้ แต่นี่เขากลับไม่ทำอะไรนอกจากจูบ ยังพอมีความดีเหลืออยู่ในตัวบ้าง
เอ๊ะ!นี่สรุปว่าเขาเลวหรือดีฉันยังสับสน
บังคับ ขู่เข็ญสารพัดถ้าไม่ใช่เพราะพี่อุนเคยไปแย่งแฟนเขาก่อน ฉันคงไม่ตกอยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออกแบบนี้
ติ๊ดดด...
เสียงเรียกจากวิทยุสื่อสารที่ไซปรัสให้ไว้ดังขึ้น ทั้งๆที่เพิ่งจากกันเมื่อกี้ ไอ้บ้านี่เอาแต่ใจชะมัด
( มรกต 013 จาก มรกต301 ว.2 เปลี่ยน )
ฉันมองวิทยุสื่อสารนิ่งๆไม่ยอมรับ เดี๋ยวเขาคงคิดว่าหลับไปแล้ว เรียกฉันซะเต็มยศเลยเพราะ013 คือรหัสขึ้นวิทยุประจำตัวของฉัน ส่วน 301เป็รหัสขึ้นวิทยุประจำตัวไซปรัส
( มรกต 013 จาก มรกต301 ว.2 เปลี่ยน )
( มรกต 013 จาก มรกต301 ว.2 เปลี่ยน )
( อิ้งฉันรู้นะว่าเธอยังไม่นอน ถ้าไม่ยกวิทยุขึ้นมากดรับ ฉันจะ…)
ฉันรีบกดคีย์รับและพูดเบาๆกลับไป เพราะน้ำเสียงของนายนั่นเริ่มโมโหแล้ว
“ ฉันง่วง มีอะไรอีกฆ่าฉันให้ตายเลยเป็ไง ”
( ฆ่าไม่ลง เสียดาย)
“ มีอะไร ”
( ก็แค่จะกู๊ดไนท์...คิสขอบใจนะ ที่ให้ฉันเป็จูบแรกของเธอ )
“ ไปตายซะ!!ไอ้ฝรั่งขี้นก ”
ฉันด่าเขากลับไปเสียงดังลั่นก่อนรีบเอามือปิดปากตัวเอง เพราะกลัวเสียงจะเล็ดรอดออกไปจากห้องนี่อุตส่าห์ย่องๆขึ้นมาโดยไม่ให้ใครรู้ ยังดีพ่อกับแม่เข้านอนั้แ่หัวค่ำส่วนพี่ชายตัวดีเวลานี้ยังไม่กลับ
ยกมือขึ้นลูบใบหน้าตัวเอง รู้สึกร้อนๆไปกับคำพูดของไซปรัสเมื่อครู่ รีบเอื้อมมือไปหยิบวิทยุสื่อสารที่ไซปรัสให้ไว้มาปิดเครื่องแต่เปิดวิทยุของตัวเอง เพื่อฟังรายงายงานอุบัติเหตุ ของทางศูนย์แทน
ชีวิตของฉันเริ่มวุ่นวายั้แ่เริ่มพบกับไซปรัส ชีวิตประจำวันคงเปลี่ยนไป เมื่อมีนายนั่นเข้ามาตอแยที่สำคัญ ฉันจะต้องแอบคบกับเขาโดยที่ไม่ให้พี่อุนรู้ และต้องพกโทรศัพท์กับวิทยุที่เดียวสองเครื่องเหมือนคนบ้า
ชีวิตของฉันกำลังจะขาดอิสรภาพจริงๆหรือ
ฉันสะพายกระเป๋าที่เต็มไปด้วยอุปการณ์สื่อสารเดินเข้ามหาลัยอย่างเซ็งๆ เมื่อวานพี่อุนมาเคาะประตูห้องเพื่อขอโทษแต่ฉันไม่รับฟัง ไม่พูดกับเขา แม้แต่วันนี้ฉันก็นั่งรถเมล์มามหาลัยโดยที่ไม่ยอมให้พี่อุนมาส่ง เพราะยังโกรธ ที่ถูกเขาทิ้ง และเปิดโอกาสให้ไซปรัสลากฉันไป พร้อมกับต้องยอมรับปาก คบเป็แฟนกับไซปรัส โดยที่เื่ระหว่างเขาสองคนไม่น่ามีฉันเข้าไปเกี่ยวข้อง แต่ก็ต้องตกกระไดพลอยโจนไปกับเขาด้วย
ตึ๊ดดดดด....ตึ๊ดดดดด...ตึ๊ดดดด...
เสียงโทรศัพท์ของไซปรัส ที่ฉันเปิดระบบสั่นเอาไว้ดังขึ้น ฉันล้วงมันออกมามอง อย่างเซ็งกับชีวิตสุดขีดนี่ฉันต้องตกเป็เบี้ยล่าง เขาไปถึงไหนนะ
“ โทรมาทำไม!!หมาออกลูกเป็ควายหรือไง....ฉันจะเข้าเรียน ”
ฉันตวาดใส่โทรศัพท์รำคาญที่รู้สึกว่า เหมือนตัวเองถูกละเมิด ความเป็ส่วนตัวมากเกินไป หรือฉันคิดว่าเวลาไม่เห็นเขาต่อหน้า แล้วฉันสามารถเบ่งใส่เขาได้ ถ้าอยู่ต่อหน้าเขา ก็ต้องกลัวไว้ก่อนน่ะสิ
( โว้ๆๆๆ ดุซะด้วยเดี๋ยวเธอโดนดีแน่ ที่กล้าตะคอกใส่ฉันน่ะ) ฉันสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆพยายามระงับอารมณ์ นับหนึ่งให้ถึงร้อย
“มีอะไรให้อิ้งรับใช้คะ อิ้งยินดีทุกอย่าง ว่ามาเลยค่ะ”
“แบบนี้ค่อยน่ารักหน่อย เย็นนี้ฉันไปรับ จะพาไปเที่ยวผับ ”
“ไม่...ฉันไม่ชอบเที่ยวแบบนั้น ฉันจะอ่านหนังสือ นายก็ควรจะอ่านด้วย ”
เสียงปลายสายเงียบหายไปก่อนจะตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“ฉันไม่ชอบให้ใครขัดใจ รู้ไหมว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเธอ...”
“ ก็ได้!!..แต่ฉันขอเคลียร์กับที่บ้านก่อน”
“ แล้วเจอกันเย็นนี้ เฟิร์สคิสมายดาร์ลิง”
“ ไปตายซะ!! ไอ้ฝรั่งขี้นก ” ประโยคนี้ ฉันได้แต่คิดในใจขืนพูดออกไปตอนนี้ อาจทำให้นายนั่นอารมณ์เสียเปล่าๆ อีกอย่างเดี๋ยวก็ต้องเจอกันฉันต้องสงบเสงี่ยมไว้ก่อน ถ้าเขาไม่พอใจขึ้นมา แล้วเปลี่ยนใจไม่เป็แค่แฟนแต่้าทำอย่างอื่นแทน ฉันคงแย่แน่ๆ
ฉันขอความร่วมมือ จากเบอรี่เพื่อนรัก เพราะฉันต้องทำผิดครั้งยิ่งใหญ่นี้เพราะไซปรัสแท้ๆ ปกติฉันไม่เคยออกไปเที่ยวกลางคืนจนเป็กิจวัตรแบบพี่อุนและไซปรัสแต่ก็มีบ้างที่ไปเที่ยวกับเพื่อนๆ แต่ไม่บ่อยนัก
“ แกช่วยฉันหน่อยนะเผื่อพี่อุนโทรมาเช็ค เราจะได้ตอบเหมือนๆกัน ”
“ ฉันช่วยแกก็ได้แต่ต้องบอกฉันมาก่อนว่า แกจะไปลัลลากับผู้ชายคนไหน ”
เบอรี่มองมาด้วยสายตาอยากรู้เพราะเื่ที่ฉันตกลงกับไซปรัส ฉันไม่สามารถเล่าให้ใครฟังได้ แต่จะเล่าเท่าที่เล่าได้เท่านั้น
“แกพูดเหมือนฉันมีผู้ชายเยอะงั้นแหละ ”
“ ที่เห็นก็มีตามจีบแต่ไม่เห็นแกตกลงกับใคร ถึงอยากรู้ไง ”
ฉันนั่งนิ่งจนเบอรี่ต้องสะกิดย้ำ
“ ว่าไง ”
“ไซปรัส...ที่อยู่วิศวะไฟฟ้าปีสาม ”
เบอรี่เบิกตากว้างก่อนเขย่าแขนฉันแล้วพูดออกมาดังๆ
“ ว๊าว!!ไอ้อิ้งแกสอยเดือนวิศวะมากิน เลยเหรอวะเพื่อน มาไม่ทันไรเลย แต่แกจะรับมือเขาไหวเหรอเ้าชู้ เอาแต่ใจ แต่หัวโคตรไบท์ ได้เป็พ่อของลูกก็โอล่ะ”
“ไอ้บ้า...ใครจะไปคิดไกลขนาดนั้น ฉันลองคบไปงั้นๆ ไม่ใช่เสป๊คสักหน่อยฉันชอบผู้ชายเอาใจใส่ พูดเพราะๆ ที่สำคัญฉันไม่ชอบผู้ชายเ้าชู้ที่สุด รับไม่ได้ว่ะ ”
“อ้าว...คนละขั้วซะงั้น คงไปกันไม่รอด แต่ก็ลองดูได้ ไม่ถูกใจก็บาย คืนนี้แกต้องกลับมาค้างที่บ้านฉัน เย็นนี้แกก็ต้องกลับพร้อมฉัน แกโทรบอกพี่อุนหรือยังเดี๋ยวมาโวยฉัน หาว่าฉันชวนแกเที่ยวอีก”
“ไม่ได้บอกพี่อุนแต่บอกแม่แล้ว แม่ฉันเข้าใจ และเห็นด้วย ที่ฉันกำลังหาประสพการณ์แกก็รู้ว่าแม่ฉันเปรี้ยวแค่ไหน ท่านไม่เคยว่าหรอก ทุกวันนี้ก็หาว่าฉันเหมือนกบในกะลาส่วนพ่อก็คิดตรงกันข้ามกับแม่เสมอแหละ แต่ไม่กล้าขัดใจแม่ฉันเลยเข้าทางแม่น่าจะโอเคกว่า”
“ แล้วพี่อุนของแกไม่ว่าหรือไง ถ้าเกิดเห็นแกคบกับผู้ชาย หรือไปเที่ยวกับผู้ชายน่ะ ”
“ ก็ไม่ให้รู้ถึงให้แกร่วมมือด้วยอยู่นี่ไง ”
( มรกต 013จาก มรกต301ว.2 เปลี่ยน )พูดไม่ทันขาดคำ เสียงวิทยุสื่อสารที่ไซปรัสให้มาดังขึ้นขัดจังหวะเขา เรียกรหัสฉันอีกแล้ว เบอรี่ยิ้มขำที่เห็นฉันยกวิทยุสื่อสารขึ้นมากดคีย์รับ
“นายจะเรียกเต็มยศทำไม ในเมื่อช่องนี้ไม่ใช่ช่องวิทยุส่วนกลางสักหน่อย ”
( ฉันอยากเรียกฉันชอบรหัสของเธอเพราะมันคล้ายของฉัน ทำไม!!หรือเธอมีปัญหา ”
“ปัญญาอ่อน..นายจะเรียกฉันทำไมบ่อยๆฮะ รีบพูดธุระมาเลยไม่งั้นฉันจะปิดเครื่องของนายซะ!!”
( อยู่กับใคร)
“ กับเพื่อน....ผู้ชาย ”
( ให้มันระวังตัวไว้ถ้าฉันเจอมัน มันเละแน่ ที่บังอาจมายุ่งกับผู้หญิงของฉัน )
ฉันเบื่อที่จะคุยกับไซปรัสนายนี่ไม่เคยมีคำหวาน เหมือนผู้ชายที่ฉันเคยเจอเลยสักนิด แข็งกระด้าง ทั้งคำพูดและการกระทำ สายตาของเบอรี่ที่จ้องมองบอกอาการงง ที่ได้ยินเราสองคนพูดกับราวกับว่า ไม่ได้เป็คู่รักเหมือนที่ฉันบอกไว้ฉันจึงรีบตัดบท เพราะไม่อยากคุยกับเขามากนัก
“ แบ๊ตวิทยุของนายจะหมดแล้วมีอะไรก็รีบพูดมาเร็วๆ ”
( ฮ่ะๆๆๆอย่ามาหรอกฉันซะให้ยาก แบ๊ตวิทยุ ฉันบิวท์มาเป็พิเศษ เปิดทั้งวันทั้งคืนห้าวันยังไม่หมด ในเครื่องฉันก็ใส่แบ๊ตสำรองไว้อีกก้อน เป็ไงหัววิศวะ เจ๋งไหม ) ฉันอยากจะลมใส่ ที่หลอกเขาไม่ได้สักที
“แล้วเรียกฉันหาพระแสงอะไรยะ!! ”
( ไหน...ว.3อีกครั้งสิ ) ว.3 คือไซปรัส้าทบทวนข้อความให้ฉันพูดกับเขาใหม่
“ก็..เรียกฉันทำไมบ่อยๆ...คะ ”
( ฟังแล้วค่อยลื่นหูหน่อย...ฉัน้าย้ำเธอเื่เย็นนี้ )
“ รู้แล้ว!! ”
(แล้วฉันจะไปรับเธอได้ที่ไหน)
“ ที่ xxx ”
เบอรี่หัวเราะลั่นเมื่อเห็นฉันด่าวิทยุโดยที่อีกฝ่ายไม่ได้ยิน และยังว่าฉันกับไซปรัสเป็คู่ที่แปลกมากๆที่สื่อสารกันทางความถี่ โดยใช้วิทยุสื่อสารคนละตัว ไม่ต้องเปลืองค่าโทรศัพท์ถ้าฉันกับไซปรัสอยู่ห่างกันในระยะไม่เกินสามสิบกิโลก็สามารถสื่อสารกันผ่านวิทยุสื่อสารได้ถ้าไกลกันมากกว่านี้ก็ไม่สามารถสื่อสารกันได้ หรือบางที่ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ และราคาถ้าแพงขึ้นก็จะมีลูกเล่นมากขึ้นไปอีก เหมือนโทรศัพท์
การสื่อสารของวิทยุขึ้นอยู่กับเสาที่ตั้งขึ้นด้วย ว่าจะรับส่งได้แรงแค่ไหน และการใช้ ถ้าใช้กันมากความถี่ก็จะเบียดกัน บางครั้งติดต่อไม่ได้ เพราะคลื่นของเรา ตัดทางไกลไม่ขาดโดนคลื่นที่แรงกว่า เราก็ดับได้เหมือนกัน จึงต้องมีศูนย์กลางในการติดต่อประสานงานระหว่างองค์กรกับองค์กรศูนย์กลางก็คือที่มูลนิธิมีเสาวิทยุ
ที่รับส่งได้ชัดเจนเพราะมีเสาวิทยุที่สูงมากสามารถรับคลื่นไกลๆได้ดี และมีประสิทธิภาพมากกว่า
แต่สำหรับวิทยุเครื่องนี้ไม่รู้ว่า ความแรงจะขนาดไหน หัววิศวะอย่างเขา จะดัดแปลงและทำให้มันแรง แข่งกับคนอื่นได้หรือเปล่า
การมีวิทยุสื่อสารได้ต้องผ่านการสอบ ต้องรู้หลักเกณฑ์ และระเบียบต่างๆ ในการใช้เพราะถ้าเรามีวิทยุแบบผิดกฎหมาย ก็เท่ากับเรามีปืนเถื่อนอยู่ในถูกจับและถูกปรับเป็หมื่นเป็แสนเพราะการใช้วิทยุอาจรบกวนสัญญาณต่างของหน่วยราชการแอบฟังการสื่อสารของหน่วยราชการซึ่งอาจเป็ความลับฉะนั้นคนปกติไม่สามารถมีได้
ฉันไม่มีเสื้อผ้าเตรียมมาเลยต้องขอยืมชุดของเบอรรี่ รื้ออกมาจนหมดตู้ก็ยังเลือกไม่ได้ แถมยังถูกมันบ่นอีก
“ แกช่วยตามให้ทันโลกหน่อยนะสมัยนี้เขาเปิดเผย อย่าให้ขายหน้าทำตัวเป็เต่าล้านปีไปได้ เรามันวัยรุ่นยุค GenerationAlpha นะเฟ้ย” เบอรี่พูดไปเลือกชุดให้ฉันไปด้วย แต่เด็ก GEN ต้องเกิดั้แ่พ.ศ.2553– 2568นี่หว่า..แล้วเราอยู่ในยุค GENได้ไง
“ใช่เหรอวะ เราเกิดก่อนย้อนไป6-7ปีจะเป็ GEN ได้ไง”ฉันเถียงมันกลับไป
“ แหมถอยไปแค่ไม่กี่ปี หยวนๆน่า” ยังแถไปได้เรื่อยๆคิดได้เนอะ
ชุดเดรสของของเด็ก GEN แต่ละตัวโอ้แม่เ้า...ชุดแซ็กสายเดี่ยวสีดำมีสายผูกไว้หลังคอพอดีตัวยาวเพียงต้นขาฉันหนาวนะเว้ย....แต่ลองสักครั้งก็คงไม่น่าจะเสียหายอะไร เห็นๆอยู่ว่าสถานทีที่เขาจะพาไปมันคือผับที่หญิงสาวทุกคนก็แต่งตัวแบบนี้กันทั้งนั้นมองดูตัวเองในกระจก ไม่น่าใช่ฉันเลยจริงๆ
ฉันบอกพิกัดบ้านของเบอรี่ผ่านการคุยกันด้วยวิทยุสื่อสารกับไซปรัส ซึ่งเขาก็คงหาได้ไม่ยาก
เอี๊ยดดดดด!!
เสียงเบรกรถดังสนั่นลั่นไปทั้งซอยทำให้ฉันและเบอรี่ต้องรีบวิ่งออกมาดู เพราะกลัวว่าจะมีใครได้รับอุบัติเหตุหรือเปล่าจะได้รายงานวิทยุบอกศูนย์ของทางมูลนิธิ ให้รีบสื่อสารกับทางโรงพยาบาลให้ส่งรถ emsของโรงพยาบาลมารับคนเจ็บได้ทัน
แต่ภาพที่มองเห็นคือไซปรัสลงมายืนกอดอกพิงกระโปรงรถอย่างเท่ห์ พร้อมกับยักคิ้วให้อย่างกวนๆก่อนเปลี่ยนเป็ทำหน้านิ่ว คิ้วขมวดมุ่น ทำไม เปลี่ยนโหมดเร็วขนาดนี้ ฉันหันไปมองหน้าเบอรี่ ก่อนส่ายหน้า
“ฉันไปก่อนนะ แล้วจะรีบกลับ ”
“โชคดีเพื่อน ”
เบอรี่ตบไหล่ยิ้มๆปลอบใจกับท่าทางเซ็งๆของฉัน
ไม่เข้าใจว่านิสัยแย่ๆแบบนี้ มีจิตใจอยากช่วยเหลือคนได้อย่างไร ใครเป็คนรับรองให้เขาทำงานกู้ภัยนะน่าสงสารคนเจ็บจริงๆ ตายด้วยน้ำมือของเขาไปกี่รายแล้วก็ไม่รู้ ซาดิสต์ชะมัด