หลังจากที่เฟลิเซียตื่นนอน เธอถือหนังสือสองเล่มนั้นเดินเงียบๆไปยังห้องอ่านหนังสือเพื่อที่จะนำไปเก็บไว้ในตู้เก็บของเก่าของวงศ์ตระกูลของเธอเธอยังไม่อยากที่จะอ่านต่ออีกเธอคิดในใจว่าขอให้เธอได้เมินหนังสือพวกนี้ไปสักพักก่อนเธอพยายามลืมสิ่งที่เธอได้เห็นเมื่อคืนแต่ก็ไม่สำเร็จในหัวของเธอตอนนี้ได้แต่นึกถึงความฝันเมื่อวานซืนและภาพนิมิตของเมื่อคืนสลับกันไปมาทำให้สีหน้าของเธอตอนนี้บ่งบอกถึงความเศร้า ความไม่สบายใจตลอดเวลา เธอบิดกลอนประตู เปิดประตูเบาๆเพื่อไม่ให้คนอื่นๆในคฤหาสน์ตื่นและเดินเข้าไปในห้องอ่านหนังสือเงียบๆ
‘‘อืมมมค่อยกลับมาอ่านทีหลังแล้วกัน’’ เฟลิเซียวางหนังสือในตู้เสร็จแล้วเธอปิดประตูตู้กระจกแล้วเอาผ้าสีขาวมาคลุมปิดบังตามเดิมหลังจากนั้นเธอหันหลังเดินกลับไปยังทางประตูห้องเพื่อที่จะกลับไปยังห้องนอนของเธอแต่ในจังหวะที่เธอเปิดประตูห้องนั้นเองเมอริสที่กำลังเคาะประตูห้องหนังสือนั้นก็ใว่าทำไมเฟลิเซียถึงมาอยู่ที่นี่ตัวเธอเองนั้นก็ใเหมือนกันที่ไม่คิดจะเจอเขาที่นี่ด้วย…
‘‘ค คุณหนู’’ เมอริสทักด้วยความใ
‘‘อ๊ะ!’’ เฟลิเซียอุทานพร้อมกับที่เขาทัก
‘‘ผมเคาะประตูหน้าห้องนอนคุณหนูประมาณ3-4 รอบแล้ว ผมเปิดเข้าไปดูแล้วเห็นว่าคุณหนูไม่อยู่น่ะผมจึงได้ลองมาหาคุณหนูที่นี่น่ะครับ’’ เขาอธิบายพร้อมกับรู้สึกโล่งอกไปที
‘‘อ้อ อ… อื้อ .. ว่าแต่อาหารเช้าเสร็จแล้วหรอจ๊ะ?’’ เฟลิเซียถามเพื่อเปลี่ยนเื่
‘‘อื้มเสร็จแล้วครับ พวกแม่บ้านเค้าลงไปทานกันหมดแล้วนะครับ’’ เมอริสตอบพร้อมชวนต่อ ‘‘นี่ คุณหนู ไปด้วยกันเถอะนะ’’ เขาใช้ทั้งสองมือกุมมือซ้ายของเฟลิเซียทำเอาเฟลิเซียสตั๊นจ้องค้างมองไปที่มือประมาณ10 วินาที
‘‘หืม คุณหนูเป็อะไรไปหรอครับ?’’ เมอริสกระตุกมือของเธอเล็กน้อย
‘‘อ อืออออ’’ คุณหนูใจลอยคิดเื่อื่น
‘‘คุณหนูเป็อะไรไปหรอ สีหน้าดูไม่ค่อยร่าเริงเลยนะครับ’’ เมอริสถามเพื่อความแน่ใจ
‘‘อ้อ ..ป เปล่า ไม่มีอะไรหรอก’’ เฟลิเซียพยายามเปลี่ยนสีหน้าเป็ปกติ
‘‘อื้องั้นไปกันเถอะ’’ เมอริสจับมือเฟลิเซียและพาเธอเดินลงไปชั้นล่างไปยังห้องทานอาหารทั้งสองได้ทานอาหารเช้าด้วยกันและรวมถึงเหล่าแม่บ้านที่กำลังทานอาหารจวนจะเสร็จหมดจานแล้วแม่บ้านคนที่ทานเสร็จแล้วนั้นได้ลุกขึ้นจากที่นั่งและนำจานชามไปเก็บไว้ที่ชั้นล่างของรถเข็นจากนั้นจึงไปทำงานบ้านอื่นๆตามกิจวัตรประจำวันแม่บ้านคนอื่นๆทยอยลุกจากที่นั่งตามลำดับจนครบ 4 คนเหลือเพียงแค่เมอริสและเฟลิเซียอยู่กันสองต่อสองตามลำพังเท่านั้น
‘‘คุณหนูครับอาหารวันนี้ไม่อร่อยหรอครับ?’’ เมอริสสังเกตเห็นเฟลิเซียทานอาหารช้ามากเคี้ยวข้าวเหมือนเด็กอมข้าวและเหมือนคนป่วยฝืนกินอาหารรสชาติจืดชืดดูไม่อร่อยเขาเห็นสีหน้าของเธอดูนิ่งแต่ค่อนไปทางเศร้าเหมือนคิดอะไรอยู่ในใจตลอดเวลา
‘‘อ้อ เปล่าๆไม่มีอะไรหรอกจ้ะ อาหารวันนี้อร่อยมากเลย’’ เฟลิเซียเพิ่งได้ยินสิ่งที่เขาถามและหันหน้าไปตอบพร้อมกับแสดงรอยยิ้มเพื่อกลบเกลื่อนอารมณ์หน้านิ่งเมื่อสักครู่
‘‘หรือเป็เพราะสิ่งที่ผมทำเมื่อวานน่ะหรอครับ?’’ เมอริสถามเพราะเขาแอบรู้สึกอึดอัดในใจที่คุณหนูปิดบังไม่บอกอะไรเขาเขาคิดว่าเป็เพราะสิ่งที่เขาทำเมื่อวานหรือเปล่า หรือเื่ที่แกล้งหรือเปล่านะ?... เมอริสนำฝ่ามือด้านขวาของเขามาแตะใต้คางด้านซ้ายของเฟลิเซียทำเอาเฟลิเซียหน้าแดงเหมือนมะเขือเทศ
‘‘เปล่าไม่มีอะไรหรอก สบายใจได้จ้ะ’’ เฟลิเซียเขิน แต่แล้วเธอก็ใช้มือซ้ายของเธอจับข้อมือของเขาให้วางลง
‘‘ขอบคุณที่เป็ห่วงนะเมอริส คุณดีกับฉันมากเลย’’ เธอกล่าวและทานอาหารต่อ
‘‘คุณหนูวันนี้อยากไปปิกนิคกันที่ทะเลสาบอีกมั้ยครับ?’’ เมอริสชวนเผื่อเขาจะสามารถทำให้คุณหนูรู้สึกดีขึ้นได้บ้าง
‘‘อื้อ ก็ได้นะ’’ เฟลิเซียตอบตกลง เธอคิดว่าการไปปิกนิคครั้งนี้อาจจะทำให้เธอหายคิดมากก็เป็ได้
‘‘งั้นหลังจากทานเสร็จผมจะเตรียมของให้ครับ คุณหนูไม่ต้องช่วยผมหรอก เดี๋ยวผมจัดการเอง’’ เมอริสตอบ จากนั้นเขาลุกจากที่นั่งและเริ่มทำการทยอยเก็บห้องอาหารให้เรียบร้อย
ณ ตอนนั้น เฟลิเซียก็ทานอาหารเสร็จพอดีลุกขึ้นเก็บจานชามวางไว้ที่ชั้นล่างของรถเข็น จากนั้นเธอเดินออกจากห้องทานอาหารขึ้นชั้นสองและเดินกลับไปยังห้องนอนของเธอ เธออาบน้ำแต่งตัว สวมชุดเดรสแขนตุ๊กตาสีเหลืองสดใสลายดอกไม้เล็กๆที่ประดับอยู่ตรงส่วนของกระโปรงสวมที่คาดผมลายลูกไม้สีเหลืองมีริบบิ้นโบว์ขนาดเล็ก และใส่รองเท้าส้นสูง 1 นิ้วแบบใสปกติเธอเดินลงมาชั้นล่างและเห็นว่าเมอริสได้รอเธออยู่ที่ประตูส่วนหลังของคฤหาสน์แล้วเธอจึงเดินไปหาเขาและทั้งสองก็เดินไปที่ทะเลสาบนั้นด้วยกัน
ณ ทะเลสาบ
เมอริสปูเสื่อจากนั้นนำข้าวของทั้งหลายจากในตะกร้าออกมาจัดวางเรียงกัน เมนูของว่างวันนี้จะเป็ขนมปังเมล่อนเค้กฟองน้ำ และทาร์ตผลไม้ ส่วนน้ำชาวันนี้จะเป็น้ำชาผลไม้ ในระหว่างที่รอเมอริสจัดของทุกอย่างนั้นมีลูกนกตัวน้อยๆขนสีขาวทั้งตัวหลายตัวบินล้อมรอบเฟลิเซียเป็วงกลมราวกับว่ากำลังเล่นกับเธอบางจังหวะมีการร้องเพลงประสานเสียงกันไพเราะเพราะพริ้ง ราวกับว่าลูกนกพวกนี้จะเข้าใจเธอเป็อย่างดี ณตอนนั้นเฟลิเซียเหมือนเ้าหญิงสโนวไวท์มากเลยล่ะ
‘‘คุณหนูครับ มาทานได้เลยนะครับผมจัดทุกอย่างเสร็จแล้ว’’ เมอริสเรียกในขณะที่ตัวเขานั้นกำลังรินน้ำชาอยู่
เฟลิเซียเดินกลับไปพร้อมกับเหล่าลูกนกตัวน้อยที่เกาะติดตามร่างกายของเธอเช่น ตามศีรษะ บ่า และนิ้วมือ แต่เมื่อนกน้อยเ่าั้เห็นศีรษะของเมอริส โดยเฉพาะเส้นผมดกและหนาสีขาวนั้นนกทุกตัวมองหน้าเข้าหากัน พยักหน้าพร้อมกัน และจากนั้นจึงได้ทำการบินออกจากตัวของเฟลิเซียอย่างรวดเร็วเพื่อไปรุมแย่งที่เกาะกันบนศีรษะของเมอริสส่วนตัวไหนที่บินไม่ทันนั้นก็มาเกาะที่บ่าของเขาแทนมีเพียงสองสามตัวที่เดินเตาะแตะๆย่ำๆบนเสื่อที่เขาปู โมเม้นของเมอริส ณตอนนั้นอยู่เหมือนคนเลี้ยงนกไปเสียแล้ว
‘‘อะ เอ่อออ ไหงเป็ยังงี้ล่ะเนี่ย?’’ เมอริสมองบน พยายามสะบัดหัวให้นกเ่าั้หลุดออกไปแต่นกเ่าั้ได้ใช้ขาจิกศีรษะของเขาแน่นขึ้นพร้อมทั้งขดตัวนั่งอารมณ์ว่าเส้นผมของเขาเปรียบเสมือนรังนกอันแสนอบอุ่นเฟลิเซียที่กำลังทานขนมปังเมล่อนอยู่นั้น ก็ได้แกะเศษขนมปังเป็ชิ้นเล็กๆและบี้ด้วยนิ้วมือของเธอให้มันแตกละเอียดเป็ปุยผงโรยไปบนเสื่อเพื่อให้นกตัวที่เดินย่ำๆอยู่นั้นมากิน และมีนกบางตัวที่เกาะอยู่บนร่างของเมอริสได้บินลงมากินเศษขนมปังด้วยขณะเดียวกันเฟลิเซียทำการกุมมือผสานนิ้วมีแสงอ่อนๆสีขาวผสานสีเขียวมรกตเปล่งออกตามร่องนิ้วมือของเธอ เธอลองเสกภูติน้อยตัวจิ๋วออกมา1 ตัวเพื่อที่จะให้ภูติน้อยตัวนี้เล่นกับเหล่านกน้อย ภูติน้อยชุดเขียวทำหน้างงงวยหันซ้ายหันขวามองเฟลิเซีย เมอริส และเหล่าลูกนกแต่แทนที่เ้าภูติตัวนี้จะไปเล่นกับลูกนกนั้นเธอลงมากินขนมชิ้นอื่นๆที่วางอยู่ในจานแทนน่ะสิ… พูดง่ายๆคือเหมือนมาแย่งกินขนมจากคุณหนูเลยเนอะ
‘‘นกน้อย’’ คุณหนูพูดพร้อมหันไปหาเหล่านกที่เกาะบนศีรษะของเมอริส
‘‘มานี่เร็วววววว’’ คุณหนูเรียกด้วยน้ำเสียงหวานเชิงออดอ้อนอีกครั้ง
‘‘ลงมากินขนมเถอะนะ อย่าไปยืนตรงนั้นเลยเดี๋ยวเขาเจ็บ นะ’’ เธออ้อนเหล่าลูกนกอีกครั้งขอให้พวกมันทุกตัวบินออกมาเพราะเห็นว่าขาของนกที่จิกบนหัวของเมอริสอยู่นั้นคงจะทำให้เขาแอบเจ็บไม่น้อยเลย
นกทุกตัวที่เกาะอยู่บนหัวของเมอริสได้กรูบินออกมาพร้อมๆกันราวกับว่าพวกมันเชื่อฟังคำพูดของคุณหนูคุณหนูโปรยผงขนมปังลงไปเพิ่มเพื่อให้อาหารแก่เหล่าลูกนกที่เดินย่ำๆบนเสื่อ เมอริสแปลกใจมากเหมือนเขาอยากถามเฟลิเซียอะไรบางอย่าง
‘‘คุณหนูครับนี่เป็หนึ่งในเวทของคุณหนูหรือเปล่าครับ?’’
‘‘หืมมม พูดอะไรหรอ?’’ เฟลิเซียถามด้วยความงุนงง
‘‘ผมมีความรู้สึกว่า คุณหนูมีความสามารถในการสื่อสารกับสัตว์ได้นะครับสังเกตั้แ่คราวที่แล้วที่มีนกนางนวลมาเกาะแขนคุณหนูตอนอยู่ข้างในเรือถีบไง’’ เขาอธิบาย
คุณหนูทบทวนคำพูดของเขา แล้วลองคิด
‘‘อย่างนั้นหรอกหรอ สงสัยแบบนี้ต้องพิสูจน์แล้วล่ะมั้ง’’ เธอลองสั่งให้นกน้อยตัวนึงบินขึ้นมาเกาะที่นิ้วมือของเธอ
‘‘นกน้อย มานี่มา’’ เธอพูดกับนกน้อยตัวหนึ่ง และยื่นนิ้วชี้เพื่อเป็สัญญาณเรียกให้มันมาเกาะนกน้อยตัวนั้นมองไปที่นิ้วชี้ และทำการบินมาเกาะทันทีอย่างไม่ลังเล
‘‘ว้าว!! น่ารักจังเลย’’ เธอเอามืออีกข้างลูบหัว ลูบหลังนกและเกาใต้คางจนนกตัวนั้นทำหน้าฟิน
‘‘ที่ผ่านมาฉันก็เคยสื่อสารกับสัตว์ป่าตัวน้อยๆตัวอื่นด้วยนะแต่ไม่คิดเลยว่านี่จะเป็พลังเวทของฉันน่ะหรือเป็เพราะฉันทำจนติดเป็นิสัยแล้วล่ะมั้ง’’ เธอหันมองหน้าเมอริสและเอ่ยเช่นนั้น
เธอปล่อยให้นกตัวที่เกาะบนนิ้วชี้อยู่นั้นบินออกไปและเธอก็หยิบบลูเบอร์รี่และสตรอเบอร์รี่ที่อยู่บนทาร์ตผลไม้ เธอลุกขึ้นยืน เดินออกจากเสื่อจากนั้นลองนำผลไม้สองชิ้นนี้ไปวางบนกิ่งไม้ที่ต้นไม้ต้นหนึ่ง
‘‘นกน้อย มานี่เร็ว มากินนี่มา’’ เธอลองเรียกให้เหล่านกน้อยมากินผลไม้ที่เธอวาง
ทันทีที่เ้านกน้อยเหล่านี้ได้ยินคำพูดของเธอพวกมันรุมบินมาหาเธออย่างพร้อมเพรียงกันเพื่อที่จะไปแย่งกินผลไม้ 2 ชิ้นนั้น แต่ด้วยความที่พวกมันกำลังแย่งกันมีนกน้อยคู่หนึ่งทะเลาะกันจนกระทั่งมีนกน้อย 1ตัวตกลงมาจากกิ่งไม้กระทบพื้นอย่างจัง
‘‘นกน้อย !!!’’ เธออุทานด้วยความใ ช็อคกับสิ่งที่เกิดขึ้นเธอนั่งลงไปบนพื้น ช้อนนกน้อยที่ปีกหักตัวนั้นขึ้นมาในอุ้งมือของเธอเมอริสเห็นเช่นนั้นจึงรีบลุกออกจากเสื่อเพื่อมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น นกน้อยตัวนั้นร้องครางและหยีตาแสดงถึงความเ็ปเป็อย่างมาก
‘‘ไม่เป็ไรนะ นกน้อย’’ เฟลิเซียพูดให้กำลังเ้านกตัวเล็กตัวนั้นเธอให้มันนอนในมือซ้าย มือขวาพลางลูบตามตัวมันอย่างนิ่มนวลและอ่อนโยน ทันใดนั้นเองมีแสงประกายจางๆกึ่งระยิบระยับสีเขียวมรกตปกคลุมร่างของเ้านกตัวนั้นแสงนั้นค่อยๆเรืองขึ้นและแ่เบาลงสลับกันไปมา และในที่สุดเ้านกน้อยตัวนั้นก็ลุกขึ้นยืนในมือของเธอพร้อมกับสะบัดปีกของมันทำให้เฟลิเซียมั่นใจได้เลยว่าอาการปีกหักของเ้านกน้อยนั้นได้หายสนิทปลิดทิ้งแล้ว…
‘‘น .. นี่ ฉันทำได้ …. ไม่อยากจะเชื่อเลย!!!’’ เฟลิเซียสามารถใช้พลังเวททายาทรักษานกตัวนั้นได้สำเร็จ เมอริสที่อยู่ข้างๆเธอนั้นก็ได้อึ้งกับความสามารถของเธอหญิงสาวที่เขาหลงใหลอยู่นั้น เธอช่างมีจิตใจที่เมตตาและอ่อนโยนเหลือเกิน เฟลิเซียทำการวางนกน้อยตัวนั้นไว้บนกิ่งไม้ตามเดิมและจากนั้นเธอกับเมอริสเดินกลับไปทานขนมต่อที่เสื่อ เมื่อทั้งสองกำลังจะนั่งลงนั้นปรากฏว่า เ้าภูติน้อยตัวจิ๋วนั้นได้ทานทาร์ตผลไม้จนหมดนอนพุงกางตัวอ้วนหลับปุ๋ยบนเสื่อไปแล้วเรียบร้อย คุณหนูแอบบ่นในใจ
‘‘โธ่เอ๊ย ฉันคิดว่าจะคุยจะเล่นกับเธอซะหน่อยแต่ฉันเสกเธอออกมาเพื่อให้มากินขนมเนี่ยนะ จริงๆเล้ยยย’’ คุณหนูทำการดีดนิ้ว 1 ครั้งและภูติอ้วนตัวนั้นก็สลายหายไปทันที
‘‘ไม่เป็ไรหรอกครับคุณหนูยังเหลือเค้กฟองน้ำอยู่ปอนด์นึง เดี๋ยวพวกเราทานกับน้ำชาก็ได้นะครับ’’คุณพ่อบ้านยิ้มและเสนอเธอทั้งคู่ก็ได้ทานขนมเค้กและจิบน้ำชากันอย่างเอร็ดอร่อย ในด้านของเฟลิเซียเธอเริ่มเข้าใจถึงเวททายาทของเธอบ้างแล้ว และเธอภูมิใจในสิ่งนั้นมากๆเธอนึกถึงฝันเมื่อวันก่อนที่เธอได้เห็นคุณแม่และเทพธิดากาเบล
‘คุณแม่คะ หนูพอจะเข้าใจขึ้นบ้างแล้วนะคะคงยังมีอีกหลายสิ่งที่หนูต้องเรียนรู้อีกสินะคะ สักวันนึงหนูคงจะพบกับคำตอบเหล่านี้อย่างแน่นอน’