เพรี๊ยะะ!!
เสียงฝ่ามือของนัทธมนตบกระทบลงบนใบหน้าสวยของพิชญาอย่างเต็มแรง
“เลวว..! ฉันเคยพูดว่าเื่เซ็กส์เป็เื่ปกติของวัยรุ่นที่จะมีความตั้งการทางเพศเป็ธรรมดาก็จริง แต่นี่ฉันพึ่งรู้ว่าเธอถึงขั้นเอากับแม่เลี้ยงตัวเอง เธอนี่แม่งเหี้ยยิ่งกว่าเหี้ยซะอีก”
พูดจบก็ยัดเงินใส่มีพิชญา
“เงินนี่พวกนั้นรวบรวมมาให้เธอเป็ค่าพิซซ่า พวกนั้นไม่ได้เห็นแกของกินฟรีๆขนาดนั้น”
กล่าวจบก็เดินกลับขึ้นไปข้างบน พิชญาจึงรีบตามขึ้นไปคว้าแขนเอาไว้
“รุ่นพี่..”
“ปล่อยย...”
“ฉันขอโอกาส..ฟังฉันอธิบายก่อน”
“โอกาสของเธอมันไม่มีอีกแล้ว ฉันจะไม่ฟังคำอธิบายหรืออะไรทั้งนั้น เสียดาย.....และเสียแรงที่ฉันอุตส่าห์เริ่มมีความรู้สึกดีๆให้กับเธอจริงๆ ฉันจะบอกให้พ่อฉันถอนหมั้นกับเธอซะ”
กล่าวด้วยถ้อยคำที่สุดแสนจะเ็า
“ไม่นะรุ่นพี่..ฉันไม่ถอนเด็ดขาด”
“หึ..!! เธอรั้งไว้ไม่ได้หรอก ถ้าฉันบอกพ่อเื่นี้ นะไงท่านก็จะถอนหมั้นให้แน่นอน”
“ไม่นะ ถ้าบอกป๊าฉันก็จะรู้..”
“นั่นมันก็เื่ของเธอ แล้วทีตอนทำทำไมไม่คิดบ้างล่ะ”
นัทธมนหันหน้ากับไปถามแต่ก็ไม่มีเสียตอบรับใดๆกลับมาเลย
“จัดการเอาเองละกัน”
สะบัดแขนให้หลุดจากมือแล้วกับขึ้นไปข้างบนชั้นเรียนทิ้งให้พิชญายืนอยู่ตรงนั้นเพียงลำพัง
“อื้ออ..อ้ายยยย!! อีเหี้ยเอ้ยย..”
พิชญาร้องและอุทานออกมาเสียงดังลั่นอย่างอดไม่ได้ ที่นัทธมนดันได้มาได้ยินเข้า และทำให้สถานะของทั้งสองคนต้องเปลี่ยนไป
.
“เสียงใครร้องเสียงดังวะ”
.
“แม่งเอ้ยย!!”
อุทานแล้วเชยผมขึ้นด้วยอารมณ์ฉันขาดให้กับตัวเองก่อนจะเดินลงไปข้างล่าง ไปจนถึงโรงอาหารซึ่วตอนนี้กูไม่ค่อยมีคนแล้วแต่ก็กินไรไม่ลง
“หน้ามึงไปโดนไรมาวะ ทำไมมันแดงงี้”
“นั่นดิ! เหมือนรอยนิ้วมือเลย หึ!! หรือว่าโดนใครตบมา..”
“ใช่..!! โดนตบ..”
“ใครตบ”
“คู่หมั้น”
“อ้าวว!! แล้วตบทำไม ก็เห็นเริ่มสนิทกันขึ้นเรื่อยๆแล้วนี่นา”
“ได้ยินกูคุยกับแม่เลี้ยงผ่านโทรศัพท์เข้า”
“แค่ได้ยินแล้วจะตบเพื่อ..”
“ก็ได้ยินเื่นั้นน่ะดิ”
“เื่นั้น! อีเชี่ยเอิร์ท..ไหนมึงบอกมึงจะเลิก แล้วมาพูดเื่แบบนั้นที่โรงเรียนเนี่ยนะ”
“เออ..! เป็กูกูทำมากกว่าตบวะ”
“เปล่าา..กูขอยุติความสัมพันธ์ แต่น่าจะได้ยินตอนที่กูพูดเื่นั้นด้วย”
“แล้วมึงมาพูดในโรงเรียน อีห่านี่..”
“ถ้ากูเป็พี่เค้านะ แม้แต่หน้ามึงกูก็จะไม่มองไม่คุยด้วยอีกต่อไป”
เพื่อนๆในกลุ่มของพิชญาต่างพร้อมเพียงกันซ้ำเติมเธอ และไม่แม้แต่จะให้กำลังใจเธอเลยสักคำ
“เออ..! ขอบใจที่ซ้ำเติม..ก็ใครมันจะไปคิดวะว่ารุ่นพี่เค้าจะเดินตามมาตอนที่แม่เลี้ยงกูโทรมาพอดี”
“แล้วโทรมาทำไม”
“บอกให้ไปเจอน้องเพราะอยากเจอกู..น้องกูป่วยเข้าโรงพยาบาล”
15:40 น.
พิชญายืนรอนัทธมนให้ลงมาจากอาคารเรียนเพื่อจะรอขอคุยด้วย แต่เมื่อนัทธมนลงมาเธอก็ทำเป็มองไม่เห็นแล้วเดินไปกับเพื่อนตัวเอง ถึงพิชญาจะเรียกและเดินตามหรือเพื่อนตัวเองบอกให้หยุดคุยกับพิชญาเท่าไหร่ก็ไม่ฟัง ทั้งยังพูดบอกกับเพื่อนและให้พิชญาได้ยินอีกว่า
“กูไม่รู้จักผู้หญิงคนนี้”
คำพูดนั้นทำเอาเพื่อนของเธอต้องงงไปตามๆกันเลยก็ว่าได้
ส่วนพิชญาที่ได้ยินดังนั้นก็ต้องหยุดยืนไม่คิดจะเดินตามไปหรือเรียกอีก
“โอเค..! เข้าใจแล้ว”
กล่าวพร้อมทั้งมองตามแผ่นหลังของนัทธมน แต่สุดท้ายแล้วก็ตัดสินใจเดินตามไปฉุดนัทธมนให้ไปกับตน ถึงเธอจะพยายามขัดขืนเท่าไหร่ก็ไม่เป็ผล และเมื่อมาถึงรถสปอร์ตคันหรูของพิชญาเธอก็จับคู่หมั้นรุ่นพี่เข้าไปนั่งในรถ แต่เธอก็ดันทุรังจะออกมาพิชญาจึงต้องเปิดเอากุญแจมือออกมาล็อคแขนขวาของนัทธมนและแขนซ้ายของตัวเองเสียเลย และจากนั้นก็มุดเข้าไปฝั่งคนนั่งข้ามไปฝั่งคนขับแล้วยื่นมือไปปิดประตูรถแล้วก็สตาร์ทรถแล้วขับออกไปจากโรงเรียน
“เธอทำแบบนี้ทำไมกันห๊ะ”
“........”
ไม่มีเสียงตอบรับใดๆจากอีกฝ่ายทั้งนั่นนอกจากความเงียบในรถ
“ถามไม่ได้ยินรึไงห๊ะ”
ถึงจะถามอย่างนั้นก็ยังไม่มีการตอบรับหรือตอบสนองใดๆจนขับรถมาถึงที่โรงพยาบาลจึงเข้าไปหาที่จอดแล้วหยุดรถ
“พามาที่นี่ทำไม ไขกุญแจให้ฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ”
“ถ้าจะถอนหมั้น..ก็ได้ เพราะยังไงป๊าก็สั่งไรฉันไม่ได้อยู่แล้ว”
“แบบนี้ก็ดี..”
นัทธมนกล่าวพร้อมกับเชิดหน้านิ่ง
“แต่.....! อย่าพูดถึงเหตุผลที่จะขอถอนหมั้นเื่วันนี้ได้มั้ย จะหาเหตุผลเื่อะไรก็ได้..จะว่าฉันไปเอากับใครก็ได้ แต่อย่าพูดเื่ฉันกับแม่เลี้ยง”
“เป็ห่วงแม่เลี้ยงหรอ ชอบแม่เลี้ยงตัวเองว่างั้น”
“เปล่าา...ฉันห่วงความรู้สึกภาคิณต่างหาก ภาคิณน้องชายฉันยังเด็ก แกแค่เก้าขวบเอง..ฉันไม่อยากให้น้องชายฉันตกอย่าในสภาพแบบฉัน สภาพที่พ่อแม่แยกทางกัน ลำพังฉันมันไม่เป็ไรหรอก จะต้องออกจากบ้านไปอยู่ที่ไหนก็ได้จึงจะขอถอนหมั้น ไปอยู่กับม้าที่ไร่ก็ได้..แต่ภาคิณ”
พิชญากล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจังและกล้ำกลืนก่อนจะหยุดพูดแล้วส่ายหัวแล้วพูดขึ้นมาต่ออีกว่า
“ภาคิณเป็เด็กที่อ่อนไหวง่าย ลำพังแค่เห็นป๊ากับแม่ตัวเองทะเลาะกันก็ร้องไห้ขี้มูกโป่งวิ่งหนีไปอยู่กับคนใช้ในบ้านแล้ว ฉันไม่อยากให้น้องต้องเป็แบบฉัน ถึงฉันจะไม่ได้สนิท..ไม่เล่น ทำตัวเหินห่างไม่อยากใกล้ชิดน้อง แต่ฉันก็รักน้องนะ ก็แหงล่ะ!! มีใครที่ไหนบ้างจะไม่รักน้องตัวเอง ..............ตอนที่ยังไม่มีรุ่นพี่เข้ามาอยู่ในชีวิตฉัน ฉันก็เคยอยากให้ป๊ารู้เื่ความสัมพันธ์ของฉันกับแม่เลี้ยงนะ อยากให้บ้านแตกไปเลยด้วยซ้ำ เพราะมันน่าจะสะใจน่าดูถ้าได้เห็นมันเป็แบบนั้นขึ้นมา แต่ก็..มีคิดถึงน้องอยู่บ้าง แต่ก็ไม่มากพอ..”
“แต่ก็ยังทำ.....! พูดออกมาได้หน้าไม่อาย”
“ใช่..!! ฉันมันหน้าไม่อาย..มีไรกับคนอื่นไปทั่วแต่แบบไม่ผูกพันธ์ น้ำแตกแยกย้าย จบ..กระทั่งกับแม่เลี้ยงเองก็ไม่ละเว้น แต่รู้มั้ย! พอมีรุ่นพี่เข้ามา..ความคิดฉันมันก็เปลี่ยนไป รุ่นพี่ทำให้ฉันเปลี่ยนความคิด คอยให้กำลังใจฉัน ถามฉันในวันที่ฉันรู้สึกแย่ ฉันไม่อยากให้ใครรู้เื่นี้ อยากเก็บความลับนี้ไว้จนวันตาย แต่ทำไงได้..รุ่นพี่ก็รู้ไปแล้วนิ่ ฉันพร้อมเสียทุกอย่างเพื่อแลกกับความสุขของน้องชาย ฉันไม่อยากให้ครอบครัวน้องต้องแตกแยกเพราะสิ่งเหี้ยๆที่ตัวฉันได้กระทำลงไป ขอร้องล่ะ!! ถือว่าเห็นแก่น้องชายฉัน..ขอร้องล่ะ รุ่นพี่เองก็รักและเอ็นดูน้องชายฉันอยู่ได้น้อยนี่ เพราะงั้น..! ฉันขอร้องล่ะ”
เมื่อกล่าวคำขอร้องไม่ให้อีกฝ่ายใช่เื่นี้เป็ข้ออ้างในการขอถอนหมั้นแล้วเงียบไปสักพัก
“ฉันจะถอนหมั้นให้ก็ได้..แต่ขอร้องอย่าพูดเื่นี้”
ว่าแล้วก็เปิดเอากุญแจมาไขข้อมือออกให้
“ทำไปแล้วก็ต้องยอมรับผบมันให้ได้สิ”
กล่าวด้วยน้ำเสียงและท่าทางอันเฉยชา
“ฉันจะขึ้นไปหาน้อง เดี๋ยวรีบลงมาแล้วพาไปส่งบ้าน”
“ไม่ต้อง..!!”
ตอบปฏิเสธแล้วเปิดประตูลงจากรถ
“ฉันจะเลิกตื้อเลิกตาม จะทำเหมือนเป็คนที่ไม่เคยรู้จักกัน เหมือนที่รุ่นพี่บอกกับเพื่อน”
นัทธมนยืนฟังที่พิชญาพูดจบแล้วก็เดินจากไปแบบไม่ใยดี
พอกันทีกับยัยนี่ ฉันจะไม่มีทางหวั่นไหวกับคนแบบนี้อีก ความรู้สึกดีๆที่เคยมีให้ฉันจะเอามันคืนมาให้หมด
เดินไปคิดไปพรางน้ำตาก็ค่อยๆไหลออกมาจากั์ตาคู่สวยทั้งสองข้างอย่างช้าๆ
ฉันจะไม่มีทางรักคนอย่างเธอเด็ดขาด คนที่ใช้ความรู้สึกของคนอื่นมาเป็เครื่องมือเพื่อจะทำลายทุกอย่าง ถึงจะเปลี่ยนความคิดนั้นไปแล้ว แต่มันก็สามารถทำความรู้สึกคนอื่นได้อยู่ดี หยุดทำไปตอนนี้ยังไงมันก็สายไปอยู่ดีถ้าตอนก่อนจะทำไม่คิดให้ดีเสียก่อน
ฉันรับไม่ได้หรอกกับสิ่งที่เธอทำ..เพราะมันเกินไปแล้วจริงๆ ไม่ว่าเธอจะไปเอากับใครก็เอาไปสิ แต่ทำไมต้องเป็แม่เลี้ยงตัวเองด้วยวะ
อีกสองเดือนก็เรียนจบแล้วฉันก็จะไม่ได้เจอกับเธออีก ต่างคนต่างอยู่..
.
.
.
วันต่อมา..
สุดท้ายเื่ก็เกิดจนได้ เรียกฉันให้เข้ามาหาที่บริษัท
เพรี๊ยะะ
“ยัยเอิร์ท..แกทำแบบนี้ได้ไง แกตอบตกลงจะหมั้น แต่สุดท้ายเค้าก็ขอถอนหมั้นกับแกเพราะแก..แกไปทำอะไรให้เค้าต้องถอนหมั้นกับแก”
“มันก็ดีแล้วนี่คะ อย่างที่ฉัน้าั้แ่แรก ตนเรามั้นไม่ได้รักกัน หมั้นกันแต่งกันไปก็ไม่มีทางไปกันรอดอยู่ดี ที่นี่ป๊ารู้รึยังว่าการที่รับปากแล้วไม่รักษาคำพูดมันรู้สึกยังไง ต่อให้ฉันไม่ทำแบบนี้ แต่ไม่ว่าจะเป็ทางไหนมันก็เข้าทางฉันหมดอยู่ดี”
“แกจะไม่สำนึกผิดเลยใช่มั้ยห๊ะ”
“สำนึกผิดทำไมอ่ะ”
“แกนี่มัน...จริงๆเลย”
“อะไรป๊า..เป็ป๊าเองรึเปล่าที่เป็ตัวอย่างให้ฉันเห็น ฉันรู้นะว่าป๊าเป็อะไรกับเลขาตัวเอง แต่ระวังอย่าให้เลขาป๊าพลาดท้องขึ้นมาอีกก็แล้วกัน”
พูดจบก็เยี้ยงคอไปมองด้านหลังของผู้เป็ป๊า จนหญิงสาวที่ยืนหอบแฟ้มเอกสารตั้งรีบหลบสาวตา
“ป๊าเอาเื่ตัวเองให้รอดก่อนจะดีกว่า..ได้เมียตั้งสองคนแล้วยังไม่พออีก บ๊ายบายนะป๊า..ไว้เจอกันที่บ้าน”
ชักสีหน้ายิ้มให้กับผู้เป็พ่อแล้วเดินจากไป แต่หลังจากนั้นสีหน้าก็ค่อยๆเปลี่ยนไปจากรอยยิ้มค่อยๆเปลี่ยนเป็ความหมองเศร้าและความเ็ปจนไม่รู้ว่าจะหาทางออกได้ยังไง
.
.
ทำไมฉันต้องคิดถึงแต่สิ่งที่ได้ยินเมื่อวานเข้ามาในหัวด้วยกันนะ ฉันต้องลืมมันไปให้ได้สิ จะไปครุ่นคิดถึงทำไม ก็แค่คนเหี้ยๆคนนึงที่ทำทุกอย่างความ้าของตัวเอง
“นัท..! คุยกับแม่หน่อยสิ”
“ค่ะ!! แม่มีเื่ไรรึเปล่าคะ”
นัทธมนกล่าวถามผู้เป็แม่แล้วแม่ของเธอก็เดินเข้ามานั่งข้าง
“ทำไมถึงถอนหมั้นน้องตอนนี้ล่ะ ทั้งที่ก็ดูเหมือนจะค่อยๆสนิทกันไปทีละนิดแล้วนี่นา”
“ก็..! นัทขอไม่พูดนะคะ”
“อื้ออ..!! งั้นก็เอาเถอะ ยังไงแม่ก็ยอมรับในการตัดสินใจของนัท แต่พ่อกับคุณพจน์ไม่น่าจะยอม เพราะถ้าไม่มีคุณพจน์ยื่นมือเข้ามาช่วยบริษัทพ่อในตอนนั้น เราก็คงไม่มีวันนี้”
“พ่อจะขายนัทกินหรอ..!”
“ไม่ใช่อย่างนั้นนะนัท มันเป็คำสัญญาที่พ่อกับพจน์เคยให้กันไว้ ต่อให้ไม่มีเื่บริษัทนัทกัยเอิร์ทก็ต้องหมั้นและแต่งงานกันอยู่ดี ถ้ารู้เพศที่แน่ชัดของเอิร์ทกับลูก”
บุคคลที่สามซึ่งนั่นก็คือพ่อของเธอเดินเข้ามาพูดแทรก
“แต่ป๊าไปตกลงหมั้นทั้งทีายังไม่รู้ว่านัทจะเป็เพศไหนงั้นหรอคะ แล้วถ้านัทเกิดเป็เพศอัลฟ่าขึ้นมาเหมือนกับยัยนั่นล่ะ”
“ผลตรวจเืของแกบอกว่าเป็โอเมก้า”
“พ่อแอบเอาเืนัทไปตรวจหรอ”
“ใช่..! พ่อขอร้องอย่าถอนหมั้นได้มั้ย”
“ไม่ล่ะค่ะ! นัทพูดคำไหนคำนั้น..นัทจะไม่มีทางเอาคนแบบนั้นมาเป็ผัวเด็ดขาด นัทขอตัวนะคะ อยากออกไปข้างนอก..อยู่บ้านแล้วรู้สึกเบื่อๆ”