บทที่16: เมล็ดพันธุ์แห่งความสงสัย
ไม่นานนักหลิวเฉินและทีมต่อสู้ก็กลับมาถึงค่ายพัก พวกเขาพาศิษย์ที่าเ็หนึ่งคนกลับมาด้วยส่วนหลิวจูและเพื่อนอีกคนเดินตามมาด้วยใบหน้าที่ซีดเผือดและเต็มไปด้วยความละอายใจ
เมื่อหลิวเฉินเห็นซากของวานรเงาตัวจ่าฝูงนอนตายอยู่กลางค่ายสีหน้าของเขาก็เคร่งขรึมลงทันทีเขารีบเข้าไปตรวจสอบาแและรับฟังรายงานจากผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์อย่างรวดเร็ว
"พลังทำลายล้างที่รุนแรงและแม่นยำอย่างเหลือเชื่อ..."หลิวเฉินพึมพำหลังจากตรวจสอบาแที่ขมับของวานร"กะโหลกศีรษะของมันแตกจากภายในด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวจากภายนอก...นี่ไม่ใช่ฝีมือของศิษย์ทั่วไปแน่ หรือว่ามีผู้เยี่ยมยุทธ์ท่านอื่นอยู่ในบริเวณนี้?"เขาคาดเดาไปต่างๆ นานา
จากนั้นสายตาที่เ็าของเขาก็จับจ้องไปยังหลิวจูที่ยืนตัวสั่นอยู่
"หลิวจู!"เสียงของหลิวเฉินกดต่ำและเต็มไปด้วยความผิดหวัง"เพราะความโอหังและไม่เชื่อฟังคำสั่งของเ้า เกือบทำให้ศิษย์พี่น้องต้องตาย!เ้าทำให้ทั้งคณะตกอยู่ในอันตราย!"
"ศิษย์พี่เฉินข้า... ข้าผิดไปแล้ว" หลิวจูละล่ำละลัก
"คำขอโทษไม่มีประโยชน์!"หลิวเฉินตัดบท "นับจากนี้ไป เ้าถูกลดขั้นจากการเป็ทีมต่อสู้ มาเป็คนงาน!ไปช่วยพวกเขาสับเปลี่ยนเวรยามและดูแลสัมภาระ! ทบทวนความผิดของตัวเองซะ!"
นี่คือการลงโทษที่น่าอัปยศสำหรับศิษย์ในตระกูลหลิวหลิวจูก้มหน้างุด รับคำสั่งนั้นแต่โดยดีและเดินไปยังกลุ่มคนงานด้วยความอับอายบทลงโทษนี้เป็เครื่องเตือนใจที่ชัดเจนสำหรับทุกคนในคณะ
หลังจากจัดการเื่วินัยแล้วหลิวชิงอีก็เดินเข้ามาหาหลิวเฉินนางไม่ได้พูดอะไรมากนักเกี่ยวกับวานรเงาที่โจมตีตนเอง แต่สายตาของนางกลับเหลือบมองไปยังกลุ่มคนงานที่อยู่ห่างออกไป...และหยุดอยู่ที่ร่างของเฟยชินซึ่งกำลังก้มหน้าก้มตาเติมฟืนเข้ากองไฟอย่างเงียบเชียบ
มันเป็ไปไม่ได้...นางคิดในใจ แต่จังหวะนั้น... ทิศทางนั้น... ความเร็วที่มองไม่ทัน...
ภาพเหตุการณ์ยังคงติดตาของนางมันขัดแย้งกับภาพของทาสผู้เชื่องช้าและอ่อนแอที่นางเห็นอยู่ตรงหน้าอย่างสิ้นเชิง
คืนนั้นหลังจากทุกอย่างสงบลง หลิวชิงอีหาจังหวะเดินไปยังบริเวณที่เหล่าคนงานพักผ่อนเธอแสร้งทำเป็เดินตรวจดูความเรียบร้อยรอบๆ ค่าย ก่อนจะ "บังเอิญ"ทำกระบอกน้ำไม้ไผ่หลุดจากมือ มันกลิ้งไปหยุดอยู่ใกล้ๆ กับที่ที่เฟยชินนั่งอยู่
มันคือการทดสอบ
เฟยชินซึ่งตระหนักดีว่าตนเองอาจกำลังถูกจับตามองเขาจึงแสดงปฏิกิริยาตามแบบฉบับของทาสที่ควรจะเป็เขาสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อกระบอกน้ำกลิ้งมาใกล้ ก่อนจะค่อยๆ คลานเข้าไปเก็บมันขึ้นมาอย่างนอบน้อมทุกการเคลื่อนไหวของเขาดูเชื่องช้าและงุ่มง่าม
"คุณหนู...กระบอกน้ำของท่านขอรับ" เขายื่นกระบอกน้ำส่งคืนให้ โดยไม่กล้าสบตานางตรงๆ
หลิวชิงอีรับกระบอกน้ำคืนมานิ้วของนางัักับนิ้วของเขาโดยบังเอิญชั่วขณะ นางพยายามใช้จิตััเพื่อตรวจสอบพลังลมปราณของเขาแต่สิ่งที่นางััได้กลับเป็เพียงพลังปราณอันเบาบางและอ่อนแอของคนธรรมดาที่เพิ่งจะเริ่มฝึกตนเท่านั้นไม่มีร่องรอยของความแข็งแกร่งหรือพลังที่ซ่อนเร้นอยู่เลยแม้แต่น้อย
เฟยชินเก็บงำกลิ่นอายของตนเองได้อย่างสมบูรณ์แบบ
"ขอบใจ" หลิวชิงอีกล่าวเสียงเรียบก่อนจะหันหลังเดินจากไป
นางกลับมานั่งที่กองไฟของตนเองความสงสัยในใจของนางไม่เพียงไม่หายไป... แต่มันกลับยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นความแตกต่างระหว่างภาพที่นางเห็นกับสิ่งที่นางััได้มันมากเกินไปมันไม่ใช่แค่ความสงสัยอีกต่อไปแล้ว แต่เป็ปริศนาที่นางจะต้องไขให้กระจ่างให้ได้
เช้าวันรุ่งขึ้นบรรยากาศในค่ายดูเคร่งขรึมและจริงจังขึ้นอย่างเห็นได้ชัดทุกคนเรียนรู้บทเรียนราคาแพงจากเมื่อคืน
"วันนี้เราจะมุ่งหน้าเข้าสู่เขตชั้นใน"หลิวเฉินประกาศแผนการ "เป้าหมายของเราคือ 'หุบเขาเห็ดหลินจือ'ทุกคนต้องเดินให้เร็วขึ้นและรักษาการป้องกันให้แ่าตลอดเวลา!"
ขบวนเดินทางเริ่มต้นอีกครั้ง
เฟยชินแบกสัมภาระที่หนักอึ้งขึ้นบ่าและเดินตามหลังขบวนไปอย่างเงียบๆ เขาไม่ได้หันไปมองใครแต่เขาสามารถรู้สึกได้ถึงสายตาคู่หนึ่งที่คอยจับจ้องมาที่แผ่นหลังของเขาเป็ระยะๆ
สายตาของหลิวชิงอี...
เขาหนีออกจากกรงขังของจวนตระกูลหลิวได้สำเร็จแต่ดูเหมือนว่าเขาจะตกอยู่ในกรงขังที่มองไม่เห็นอีกแห่งหนึ่ง...กรงขังแห่งความสงสัยของคุณหนูสี่ผู้ชาญฉลาด การเดินทางครั้งนี้ คงจะไม่ง่ายอย่างที่เขาคาดหวังไว้เสียแล้ว