ยามอู่ (12.00) บ้านสกุลตู้
“เ้าว่าอย่างไรนะจินเมี่ยว” ฟางซินเอ่ยถามสาวใช้เสียงดัง มือที่จับพู่กันสั่นระริก
“ผู้ตรวจการเหยานำกำลังทหารไปจับกุมตัวคุณชายฝู่ที่บ้านของป้ากวน ในข้อหาชำเราเด็กสาวมิพ้นวัยปักปิ่นเ้าค่ะ” เหลือบมองคุณหนูของนาง “ยังมิมีเท่านั้นนะเ้าคะ…ชาวบ้านที่เล่าลือกันมาบอกว่ายามที่ผู้ตรวจการเหยาเดินทางไปจับคุณชายฝู่นั้นเขามิมีเสื้อผ้าปกปิดร่างกาย อีกทั้งกลางกาย..เอ่ออ…ส่วนนั้น ส่วนนั้นของบุรุษถูกตัดขาดหายไปเืนองอยู่เต็มหว่างขาไปหมดเ้าค่ะ” จินเมี่ยวเล่าออกมาจนหมด
“ถูกตัดส่วนนั้นเลยรึ?” ฟางซินหน้าขาวซีดปนเวทนา
“เ้าค่ะ..มีอาป้านบ่าวชายนั่งร้องเรียกคุณชายๆ อยู่หลายครั้งยามที่ถูกจับกุมตัวขึ้นรถม้าไปสอบสวนทั้งคู่เ้าค่ะ”
“แล้วมี่หลิวเล่า นางเป็เช่นใดบ้าง?” ใจนางเริ่มหวั่นวิตกขนาดคุณชายฝู่ยังถูกทำร้ายขนาดนี้แล้วกวนมี่หลิวจะมิล้มตายเลยรึ
“มี่หลิวสลบอยู่ในบ้านเ้าคะ ป้ากวนแกบอกให้ชาวบ้านแถวนั้นวิ่งไปตามหมอหญิงมาตรวจดูจึงรู้ว่านางถูกชำเราและถูกทำร้ายจนสลบไปน่ะเ้าค่ะ..แต่ยามนี้มิเป็ไรแล้วรอเพียงนางตื่นผู้ตรวจการเหยาก็จะมาสอบปากคำนางเ้าค่ะ”
“ดีแล้วๆ ..” ฟางซินถอนหายใจโล่งอก “คุณชายฝู่ช่างวิปริตนักเคราะห์ดีที่ฟางอินนำความมาบอกข้าเมื่อวันก่อนมิเช่นนั้นข้าคงเป็สตรีที่หูหนวกตาบอดถูกบุรุษผู้นั้นหลอกลวงดังเช่นมี่หลิว” นางรู้สึกเสียใจยิ่งนักที่มิอาจรู้เท่าทันบุรุษ “เราไปเยี่ยมมี่หลิวกันดีหรือไม่?”
“ดีเ้าค่ะ นางน่าสงสารยิ่งนักคุณหนูจะไปยามใดเ้าคะ?” จินเมี่ยวเอ่ยถาม
“อีกหนึ่งชั่วยาม เ้าไปจัดเตรียมของไปเยี่ยมนางเถิด..เอาสำรับอาหารไปให้มากหน่อยเผื่อป้ากวนด้วยแล้วยามนี้นางอยู่ที่ใด?”
“พักรักษาตัวอยู่ที่บ้านของท่านหมอหญิงว่านเ้าค่ะ”
“อืม..ไปเตรียมการเถิด” ฟางซินพูดจบจินเมี่ยวก็เดินออกจากเรือนเล็กทันที ระหว่างทางที่เดินไปโรงครัวจินเมี่ยวก็พบกับไจ่ซื่อ
“ท่านพ่อ!!!” เสียงเรียกดังขึ้นด้านหน้าชายหน้าบาก “เมื่อยามเฉิน (08.00) ท่านไปไหน? ข้าไปตามหาท่านเพื่อไปรับสำรับแต่ไปหาที่ใดก็ไม่เจอ” จินเมี่ยวเดินกอดแขนไจ่ซื่อเดินไปด้วยกัน
“จะมาตามทำไม ทุกทีเห็นเ้ายืนเฝ้าคุณหนูใหญ่อยู่ที่เรือนเล็กมิใช่รึ?” ไจ่ซื่อก้มมองบุตรสาวที่ฮูหยินเป็ผู้ช่วยทำคลอดออกมาให้ในวันวานเมื่อ15ปีก่อนด้วยสายตารักใคร่
“ก็ยามรับสำรับเช้าคุณหนูรองขอเข้าไปทานกับคุณหนูใหญ่น่ะสิเ้าคะมีลี่เอ๋ออยู่ด้วยแล้วข้าก็เลยเดินมาหาท่านแม่แล้วท่านพ่อก็ไม่อยู่ข้าก็เลยนั่งทานกับท่านแม่แค่สองคน”
“พ่อไปดูสินค้าของนายท่านที่เข้ามาใหม่เพิ่งกลับมาถึงยามนี้นี่เอง”
“อ่อ..เป็เช่นนั้น” จนมาถึงโรงครัวจินเมี่ยวก็หยิบตะกร้าสานใบใหญ่ออกมา
“เ้าเอาตะกร้าไปทำไม จะไปไหนรึ?” ป้าแม่ครัวเอ่ยถามจินเมี่ยว ไจ่ซื่อที่เดินมาหาสำรับอาหารที่เหลือเพื่อจะเอาไปกินเพราะเมื่อเช้าเขาทำ ‘ธุระ’ จึงยังมิมีสิ่งใดตกถึงท้องหันหน้ามองบุตรสาว
“ไปเยี่ยมกวนมี่หลิวน่ะสิท่านป้า ไปกับคุณหนูใหญ่นางให้ข้ามาหาของไปเยี่ยมเยียนนาง ขอสำรับอาหารมากๆ หน่อยเผื่อป้ากวนด้วย”
“เช่นนั้นรึ..มาๆ ป้าช่วย” ทั้งสองช่วยกันตักอาหารใส่ชามและเอาฝาครอบไว้มากมายหลายอย่างไจ่ซื่อมองภาพนั้นนิ่งๆ และนั่งทานอาหารคนเดียวต่อ
“จะว่าไปมี่หลิวก็น่าสงสารนะป้า..ดีแล้วที่บุรุษวิปริตผู้นั้นถูกตัดส่วนนั้นทิ้งไป..หึ..ข้าละสมน้ำหน้า” จินเมี่ยวจับผลไม้ใส่ตะกร้าอีกใบอย่างแรงอย่างโมโห
“เ้าก็พูดน่าเกลียด ท่านพ่อเ้าก็นั่งอยู่ด้วยเป็สตรีพูดจาสิ่งใดไม่คิด” ป้าแม่ครัวเอ่ยเตือนพร้อมส่ายหัว
“มิเป็ไรหรอก นั่นเป็ท่านพ่อข้าหาใช่บุรุษวิปริตผู้นั้นไม่ข้าพูดความจริงมีสิ่งใดให้ต้องคิดมาก” หันมองไจ่ซื่อที่นั่งทานข้าวคนเดียว “ใช่หรือไม่เ้าคะท่านพ่อ”
“ใช่แล้วลูกรัก” ไจ่ซื่อยิ้มกับคำพูดของบุตรสาว ‘บุรุษผู้นั้นถูกตัดส่วนนั้นไปก็ดีแล้ว’
---+++++-------------+++++++------
บ้านท่านหมอหญิงว่าน
“ป้าขอบคุณคุณหนูมากนะเ้าคะ” ป้ากวนที่นั่งเฝ้าบุตรสาวอยู่ข้างๆ เตียงเอ่ยขอบคุณจากใจจริงกับของเยี่ยมสองตะกร้าใบใหญ่
“มิเป็ไรเ้าค่ะท่านป้า หากขาดเหลือสิ่งใดท่านไปหาข้าที่บ้านได้ตลอดนะเ้าคะ” ฟางซินยิ้ม
“ข้าอยากจะเห็นยามบุรุษชั่วผู้นั้นถูกตัดของสงวนยิ่งนัก..หึ” ฟางอินที่ขอติดตามพี่สาวมาด้วยเอ่ยแบบสะใจ
“เขาบอกว่าเืสาดอยู่เต็มพื้นที่เลยนะเ้ากล้ามองรึฟางอิน” ฟางซินที่ยามนี้เริ่มที่จะให้ความสนิทสนมกับน้องสาวผู้นี้มากขึ้นเอ่ยเย้า
“กล้าสิเ้าคะ” ฟางอินยืดอกรับ
“เช่นนั้นยามนี้คุณหนูรองเดินไปที่หน้าบ้านป้าก็ได้นะเ้าคะ กองเืกองใหญ่ยังมีให้เห็นอยู่ ในห้องโถงก็มีคราบเืเหมือนรอยลากเป็ทางยาวป้ายังมิได้ทำความสะอาดเลย..ป่ะไปกันเถิด” ป้ากวนลุกขึ้นแล้วเดินมาจับแขนฟางอินพร้อมทำท่าจะเดินออกไป
“อ้ะ..เดี๋ยวๆ อะโอ๊ยยย..ข้าปวดขา.โอยยยป้ากวน” แกล้งทรุดนั่งลงบีบนวด “ข้าปวดขาเดินไม่ไหวแล้วเ้าค่ะ” ฟางอินทำหน้าบิดเบี้ยว
ทุกคนในห้องร่วมกันหัวเราะฟางอินจนเสียงดังเล่นไม่เว้นแม้แต่มี่หลิวที่นอนป่วยอยู่บนเตียง
“มี่หลิวจะกลับบ้านได้ยามใดเ้าคะท่านหมอ” ฟางซินถามหมอหญิงว่าน
“ถ้าหากนางมิมีไข้น่าจะวันพรุ่งนี้ค่ะคุณหนู” หมอหญิงว่านเอ่ยบอก
“ค่ารัษาของนางข้าจะเป็ผู้ชำระให้แทนนะเ้าคะ ทั้งหมดรวมแล้วเท่าไหร่เ้าคะ” ฟางซินอาสาชำระแทน
“ข้าขอเพียงค่ายาก็พอแล้ว พวกเราเป็ชาวบ้านยากจนเช่นเดียวกันมีสิ่งใดก็ช่วยๆ กันไป” หมอหญิงยิ้ม
“เช่นนั้น..อืมม” ฟางซินหยิบถุงเงินที่ผูกไว้ข้างเอวใกล้ๆ ป้ายหยกสีขาวออกมาแล้วยื่นตั๋วแลกเงินให้ท่านหมอหนึ่งใบ “นี่เ้าค่ะ..เอาไว้ให้ท่านหมอซื้อยามารักษาชาวบ้าน”
“มิได้เ้าค่ะคุณหนู..มิได้นี่มันมากเกินไป” คุณหนูฟางอินและทุกคนต่างพากันมองตัวเงินหนึ่งพันตำลึงที่คุณหนูหยิบยื่นให้พร้อมทำตาโต
“รับไว้เถิดเ้าค่ะ..ข้าบอกแล้วว่าให้ท่านหมอเอาไว้ซื้อยามารักษาชาวบ้านอย่าทำลายความตั้งใจของข้าเลยเ้าค่ะ” ฟางซินยัดตั๋วแลกเงินใส่มือหมอหญิง
“ขอบคุณแทนชาวบ้านด้วยเ้าค่ะคุณหนู” มี่หลิวที่นอนดูอยู่พูดขึ้นมา
“ส่วนเ้า” หันไปพูดกับมี่หลิว “หากทางบ้านคุณชายฝู่คิดฟ้องร้องเ้า กลับดำเป็ขาวกลายเป็เ้าคือคนผิดก็ให้เ้ามาบอกข้า ข้าจะช่วยเหลือเ้าเอง” ฟางซินยืนยันหนักแน่นทางบ้านของป้ากวนมิได้มีทรัพย์สินมากมายอะไรเป็เพียงชาวบ้านธรรมดาที่ถูกทำร้ายจะมีสิ่งใดไปสู้ได้หากเื่นี้เป็อย่างที่นางคิดจริงๆ