บทที่ 15: แผนทำให้ตายใจ?
ตอนเที่ยงประมาณ 12 นาฬิกา
หลิงซิ่วซือพาจั่วซีกลับจากโรงแรมไปส่งถึงที่พักของเธอเอง และยังทำอาหารให้เธอด้วย เขามองเธออย่างอ่อนหวาน “ที่รัก กินข้าวให้หมดแล้วไปนอนพักนะ เมื่อคืนเธอคงเหนื่อยมากจริงๆ”
“พูดอะไรแบบนั้น ฉันไม่เห็นเหนื่อยอะไรเลย” จั่วซีเอาตัวซุกในอ้อมกอดของหลิงซิ่วซือและพูดด้วยเสียงออดอ้อน “ขับรถระวังๆ ล่ะ ฉันจะรอเธอกลับมาบ้านตอนเลิกงานนะ”
หลิงซิ่วซือจูบที่แก้มของจั่วซีเบาๆ ก่อนจะรีบออกไปทำงาน ระหว่างนั้นเขาก็โทรหาเซียวเป่ย
โทรศัพท์ดังอยู่นานกว่าจะมีคนรับ หลิงซิ่วซือพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพ “คุณหนูเซียว คุณอยู่ที่แผนกบรรณาธิการหรือเปล่า? ผมมีเื่อยากคุยกับคุณ”
“ขอโทษนะ วันนี้ฉันพักงาน ถ้ามีอะไรไว้พรุ่งนี้เช้าค่อยว่ากัน” เซียวเป่ยหยุดคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ “ฉันว่าคุณนี่สมองมีปัญหาหรือเปล่า ทำไมถึงตามรังควานฉันอยู่ได้ หรือกลัวว่าฉันจะคิดบัญชีกับตระกูลหลิงของพวกคุณเหรอ? ถ้าใช่ก็ถือเป็โชคดีของตระกูลหลิงแล้วล่ะ รู้ไว้ซะ”
“ถ้าไม่ได้อยู่ที่บริษัท งั้นฉันจะไปหาที่บ้านเธอเลย แล้วเธอล่ะ เก่งจริงอย่าให้ฉันหาเจอก็แล้วกัน”
หลิงซิ่วซือเพิ่งพูดจบ และกำลังจะพูดต่อ แต่เซียวเป่ยกลับวางสายไปซะก่อน
่นี้อากาศเริ่มเย็นลง จึงไม่รู้สึกถึงความหนาวเหน็บนัก รถของหลิงซิ่วซือวิ่งไปตามถนนอย่างรวดเร็ว สายลมเย็นปะทะพัดมากับความเร็วอย่างสบายใจ
บริเวณนี้ค่อนข้างเงียบสงบ
มีรถสวนผ่านมาบ้างเป็ครั้งคราว หลิงซิ่วซือเลยเหยียบคันเร่งเร่งความเร็วขึ้นไปถึงแปดสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมง รถวิ่งไปตามถนนโล่งๆ
ในที่สุดเขาก็มาถึงหน้าบ้านของตระกูลเซียว ขณะนั้น เซียวเป่ยยืนรออยู่แล้ว มือทั้งสองข้างล้วงกระเป๋ากางเกงอย่างไม่สบอารมณ์ ทันทีที่เห็นเขา เธอเดินไปที่ประตูที่นั่งข้างคนขับและเตะเข้าที่ประตูรถแรงๆ หนึ่งที แต่เหมือนจะยังไม่พอใจ เธอจึงเตะซ้ำอีกที แต่ถึงอย่างไรเธอก็เป็ผู้หญิง แรงเตะของเธอก็ไม่ได้ทำให้ประตูรถเเสียหายอะไร
เซียวเป่ยได้แต่สบถในใจ ‘ให้ตายสิ’ ก่อนจะหันไปมองหลิงซิ่วซือด้วยสายตาเ็า พร้อมทั้งด่าอออกมา "นายคิดจะไม่ปล่อยฉันไปใช่ไหม? เราหย่ากันแล้ว ใบหย่าก็ได้มาแล้ว ทำไมนายยังต้องตามมาวุ่นวายกับฉันอีก? มีบ้านหรู และยังมีคู่หมั้นที่ทั้งสวย ทั้งมีฐานะดี คอยดูแลทุกอย่างให้คุณอยู่หรือไง? แล้วนี่มาวุ่นวายกับฉันอีก นายไม่กลัวว่าคู่หมั้นของนายจะหึงแล้วงอนรึไง?"
เซียวเป่ยเหลือบมองนาฬิกา ตอนนี้บ่ายหนึ่งแล้ว เธอเริ่มรู้สึกง่วงเล็กน้อย พลางหาวออกมาแล้วพูดว่า “ทำไมไม่พูดอะไรล่ะ? ถ้าไม่มีอะไรจะพูดจริงๆ ฉันจะกลับไปนอนแล้วนะ ฉันไม่มีเวลามาเล่นกับคนบ้าแบบนายคุณหรอก ไอ้โรคจิต ไอ้บ้า”
ถ้าเมื่อคืนไม่ต้องเร่งทำแผนงาน วันนี้เธอคงไม่ต้องเสี่ยงกับการถูกไล่ออกเพราะลางาน เธอเพิ่งเริ่มงานได้ไม่นานและไม่ค่อยมีใครกล้าลางานใน่นี้
ขณะที่เธอกำลังจะเดินจากไป ข้อมือขวาของเธอก็ถูกหลิงซิ่วซือจับไว้อีกครั้ง "เฮ้ ทำไมรีบไปนักล่ะ? ฉันบอกแล้วว่ามีเื่จะคุยกับเธอ เธอฟังฉันดีๆ สักครั้งไม่ได้เหรอ?"
“ก็ได้” เซียวเป่ยดึงมือออกจากเขา มองตรงไปที่หน้าเขาด้วยท่าทางจริงจัง "ฉันจะให้เวลาแค่หนึ่งชั่วโมง... อ๊ะ ไม่สิ สามสิบนาที เพราะงั้นช่วยรีบพูดทุกอย่างให้ชัดเจน แล้วขอร้องล่ะ ขับรถออกไปจากหน้าบ้านฉันและหายไปจากชีวิตฉันซะที"
"โอเค งั้นฉันจะพูดเลย"
ตอนนี้หลิงซิ่วซือที่สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวล้วน ซึ่งมันดูยับเยิน ทำให้ดูน้อยกว่าความสง่างามที่เขามักจะมีอยู่ตลอดเวลา เขาปลดกระดุมเสื้อออกหนึ่งเม็ด เผยให้เห็นหน้าอกกว้างและแข็งแรง ดูเป็คนที่เซ็กซี่มาก
เซียวเป่ยรู้ดีว่าหลิงซิ่วซือภูมิใจในรูปร่างของตัวเองมาก ไม่เคยปิดบังมันไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนหรืออยู่กับใคร แต่ถึงกระนั้น เขาก็ไม่เคยแต่งตัวไม่เรียบร้อย ในความทรงจำของเธอ เขามักจะแต่งตัวดูเนียบอยู่เสมอ
"ที่ฉันมาหาเธอวันนี้เพราะอยากให้เธอลาออก เธอรู้อยู่แล้วว่าบริษัทหยุนซีเป็บริษัทของตระกูลฉัน แต่เธอยังมาสมัครงานที่นี่ ทั้งที่เราสองคนหย่ากันแล้ว ฉันว่าถ้าเป็ใครก็คงคิดไปต่างๆ นานา ฉันไม่รู้ว่าเธอมาทำงานที่นี่เพราะอะไร และก็ไม่อยากรู้ด้วย" หลิงซิ่วซือพูดชัดเจนทุกคำ "ตอนหย่ากัน เธอเป็คนบอกเองว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกันอีก แต่ตอนนี้เธอกลับคำ มันไม่แฟร์เลยนะ"
เซียวเป่ยฟังคำพูดของเขาจบแล้วก็ลังเลอยู่สักพัก จากนั้นก็หัวเราะเยาะออกมา "ฮ่าๆ คุณนี่มันตลกจริงๆ ฉันมาทำงานที่สำนักพิมพ์เพราะพ่อคุณเชิญฉันมาเอง ฉันยังคิดอยู่ตั้งนานว่าจะตัดสินใจ แล้วถึงแม้ว่าเราจะเคยพูดกันว่าเราจะไม่ยุ่งเกี่ยวกันอีก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าฉันจะมาทำงานที่สำนักพิมพ์ไม่ได้ ที่สำคัญตอนนี้คุณนั่นแหละที่เป็คนตามตื้อฉัน ไม่ใช่ฉัน!"
"ถ้าเธอไม่มาทำงานที่สำนักพิมพ์ ฉันจะต้องตามเธอทุกวันเหรอ" หลิงซิ่วซือพยายามเก็บอารมณ์โกรธเอาไว้ "ฉันแนะนำให้เธอลาออกซะ ก่อนที่จะต้องมาเสียใจทีหลัง"
คำว่า "เสียใจภายหลัง" นี่เธอได้ยินมาเป็ครั้งที่สองแล้ว ครั้งก่อนก็จากปากของหลิงอวิ๋นลั่ว ตอนนี้จากปากของเขา ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าพันธุกรรมของหลิงอวิ๋นลั่วจะแข็งแกร่งขนาดนี้ แต่น่าเสียดายที่ไม่ได้ถ่ายทอดสติปัญญามาให้เขาด้วย
"ทำไมฉันต้องลาออกด้วย ฉันจะฟังคำสั่งนายทำไมกัน คิดว่าตัวเองเป็ใคร? ถ้ามีปัญหาทางจิตก็รีบไปหาหมอที่โรงพยาบาลเถอะ แต่ฉันว่านะ อาการของนายมันหนักมากจนรักษาไม่หายแล้ว"
หลิงซิ่วซือโดนเซียวเป่ยต่อว่า จนโกรธหน้าแดงหน้าเขียว แต่เขาก็ต้องยอมรับว่าผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาคนนี้พูดเก่งจริงๆ แถมปากยังร้ายไม่ใช่น้อย
หลิงซิ่วซือตอนนี้อยากจะเข้าไปฉีกปากของเธอให้ขาดซะ เขาพยายามควบคุมอารมณ์ของตัวเองและพูดออกมาอย่างอดทนว่า "เรามาคุยกันดีๆ ไม่ได้เหรอ? ทำไมเธอต้องยืนยันที่จะอยู่ที่สำนักพิมพ์ด้วย เธอรู้ดีว่าด้วยสถานะของเธอในตอนนี้ การเข้าๆ ออกๆ ที่สำนักพิมพ์มันส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของทั้งฉันและบริษัท"
"ส่งผลกระทบ? จะกระทบอะไรได้บ้างล่ะ นายนี่มันชินกับการพูดเื่ไร้สาระอย่างจริงจังไปแล้ว ฉันว่าเหตุผลที่แท้จริงคือนายพาจั่วซีคู่หมั้นของนายมาที่บริษัทบ่อยๆ แล้วกลัวว่าเธอจะไม่พอใจ ถึงได้มาหาฉันเพื่อรักษาความรู้สึกของเธอใช่ไหมล่ะ" เซียวเป่ยพูดออกมาตรงๆ
"ในเมื่อเป็แบบนี้ ทำไมเธอต้องต่อต้านฉันตลอดเลย?"
"ฉันจะบอกแค่ครั้งเดียว ลาออกหรือไม่ลาออกก็เป็เื่ของฉัน นายไม่มีสิทธิ์มายุ่ง" เซียวเป่ยสูดลมหายใจเข้า เพื่อให้ตัวเองสงบลง "นายกับคู่หมั้นของนายจะคิดยังไงฉันไม่สนใจ ยังไงก็ตาม ฉันจะไม่ลาออกเด็ดขาด และถ้าไม่มีธุระสำคัญอะไรมากกว่านี้ ฉันขอตัว"
"เดี๋ยวก่อน เธอต้องทำแบบนี้จริงๆ เหรอ? ใช่ ฉันผิดที่นอกใจในตอนแต่งงาน แต่ฉันรู้ว่าภาพถ่ายพวกนั้นเธอเป็คนส่งให้กับนักข่าว แต่ฉันจะไม่ถือสาหรอก...บอกมาเถอะว่าเธอ้าเงินเท่าไหร่ ฉันจะให้เท่าที่เธอ้า แค่เธอลาออกก็พอ"
หลิงซิ่วซือเอ๋ย หลิงซิ่วซือ...
เซียวเป่ยหยุดเดิน น้ำตากลับไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว เธอไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงไม่เข้มแข็งพอ แม้ว่าการแต่งงานครั้งนั้นจะเกิดขึ้นเพราะผลประโยชน์ระหว่างครอบครัว แต่ความจริงแล้วเธอรักเขามาก รักสุดหัวใจ แม้จะทุ่มเททุกอย่างให้กับเขา มองเขาเป็ทุกสิ่งในชีวิต
แต่เขากลับไม่เข้าใจ ไม่เห็นคุณค่า และกลับเลือกที่จะนอกใจเธอในที่สุด แถมยังไม่เคยสนใจใยดีเธอเลย
หลายปีที่ผ่านมา เธอตื่นแต่เช้า ั้แ่เจ็ดโมงเพื่อเตรียมอาหารเช้า จากนั้นก็ถูพื้น ล้างจาน ทำงานบ้านซ้ำไปซ้ำมาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด แถมยังต้องทนกับสายตาเ็าของเสิ่นเยว่เอ๋อ แม่สามีของเขา ชีวิตในแต่ละวันนั้นช่างขมขื่นและหนักหนา ตอนกลางคืนเธอยังต้องซักผ้า กว่าจะได้นอนก็เกือบห้าทุ่มถึงจะได้หลับอย่างสบาย
แม้ว่าเธอจะทุ่มเททั้งหมดนี้ แต่กลับไม่ได้รับความเข้าใจจากแม่ลูกคู่นั้นเลย ในความทรงจำของเธอ มีเพียงหลิงอวิ๋นลั่วเท่านั้นที่พอจะให้ความห่วงใยเล็กน้อย แต่ความห่วงใยนั้นก็มาจากความ้าในใจที่ไม่สงบของชายแก่คนนี้
และถ้าหากวันนั้นไม่ถูกเสิ่นเยว่เอ๋อจับได้ล่ะก็ ร่างบริสุทธิ์ของเซียวเป่ยก็คงจะถูกรังแกโดยหลิงอวิ๋นลั่วไปแล้ว
"ฉันจะไม่ยอมทำตามคำขอที่ไร้สาระของนายหรอก" เซียวเป่ยค่อยๆ เช็ดคราบน้ำตาบนใบหน้าและพูดเบาๆ ว่า "ไม่ว่าจะด้วยเงินจำนวนเท่าไหร่ ฉันก็ไม่ตกลง ขอร้องล่ะ อย่ามารบกวนฉันอีก ขอบคุณ"
"เธอกำลังใช้วิธีทำให้ตายใจหรือเปล่า? เธอคิดจะทำให้ครอบครัวหลิงของฉันล่มสลาย ้าให้ฉันไม่มีอะไรติดตัว ถึงจะพอใจใช่ไหม" หลิงซิ่วซือกัดฟันแน่นพลางจ้องมองแผ่นหลังของเซียวเป่ย
"ที่นายพูดก็ถูก ฉันแค่อยากทำให้พวกนายไม่เหลืออะไรเลย ถ้าไม่มีอะไรแล้วฉันขอตัว" เซียวเป่ยพูดเสร็จแล้วก็เดินกลับเข้าบ้านไปโดยไม่หันกลับมามองเลย
ค่ำคืนค่อยๆ มืดลง
หลิงซิ่วซือขับรถของเขาบนทางยกระดับด้วยความเร็วสูง สีหน้าเคร่งเครียดแสดงให้เห็นว่าอารมณ์ไม่ค่อยดีนัก ความคิดของเขายุ่งเหยิง
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาไม่สามารถควบคุมเซียวเป่ยได้เลย เขารู้สึกว่าตัวเองล้มเหลว ไร้ความสามารถ แม้แต่จะจัดการกับผู้หญิงคนเดียวก็ยังทำไม่ได้ หลิงซิ่วซือโกรธจัด เขาหยิบขวดพลาสติกในรถและขว้างออกไปนอกหน้าต่างเพื่อระบายความโกรธ
ในขณะที่ค่ำคืนเริ่มเข้ามา ไฟในเมืองก็สว่างขึ้น
รถของเขามุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตก
หมู่บ้านหรูของตระกูลหลงตั้งอยู่บนเนินเขาทางตอนเหนือของเมือง ูเาทั้งลูกเป็ที่ดินของตระกูลหลง นอกจากคนในตระกูลหลิงแล้ว ก็ไม่มีใครเคยเข้าไปในนั้นเลย
หลิงซิ่วซือจอดรถไว้หน้าบ้านพักหลังหนึ่ง แล้วปลดเข็มขัดนิรภัยออกอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเปิดประตูลงจากรถทันที
"ไอ้บ้า ยังไม่รีบมาเปิดประตูอีก" หลิงซิ่วซือพูดด้วยความโมโหหลังจากกดโทรหา หลงเทียนอี้ "ฉันจะไปดื่มเหล้ากับแก" หลังจากวางสายไม่นาน ประตูบ้านก็เปิดขึ้นโดยอัตโนมัติ
หลงเทียนอี้นั่งอยู่บนโซฟา รอบข้างมีสาวๆ มากมายนั่งอยู่ เขาแทบไม่สนใจหลิงซิ่วซือเลย มัวแต่จูบสาวที่อยู่ในอ้อมแขนของเขา "ที่รัก ผิวเธอนี่ช่างเนียนจริงๆ ให้ฉันจูบอีกสักสองทีสิ"
"ไอ้หลง แกสนุกพอหรือยัง" หลิงซิ่วซือมองไปรอบๆ ที่เต็มไปด้วยบรรยากาศโกลาหลอย่างไม่พอใจ "ฉันมีเื่จะมาบอกแก"
"แกจะมีเื่อะไรมาให้ฉันทำอีก"
"ทำไม ไม่คิดว่าฉันจะมีเื่ดีๆ มาแบ่งปันกับแกบ้างหรือไง" หลิงซิ่วซือมองค้อนด้วยความไม่พอใจ "แกดูถูกฉันเกินไปแล้ว"
หลงเทียนอี้ไม่ได้สนใจ ยังคงกระซิบกระซาบกับสาวๆ ข้างกายโดยไม่สนใจหลิงซิ่วซือ เหมือนหลิงซิ่วซือเป็อากาศ
"ไอ้เด็กบ้านี่ รีบไล่ผู้หญิงพวกนี้ไป ฉันมีเื่สำคัญจะคุยกับแก" หลิงซิ่วซือดันไหล่ของเขาแรงๆ
หลังจากนั้นหลงเทียนอี้ถึงจะหยุด และสั่งให้สาวๆ ออกไป จากนั้นก็ถามว่า "คราวนี้มีเื่อะไรให้ช่วยอีกล่ะ แกไปก่อเื่อะไรไว้ข้างนอกอีกหรือเปล่า"
จริงๆ แล้วหลงเทียนอี้ก็เดาได้ว่าถ้าไอ้เพื่อนคนนี้มาหาเขาดึกๆ แบบนี้ มันต้องมีเื่ไม่ดีแน่ แม้ปากจะบอกว่ามีเื่ดี แต่จริงๆ ก็แค่อยากให้เขาช่วยแก้ปัญหาให้เท่านั้น
"พูดตรงๆ นะ คราวนี้ฉันอยากให้แกช่วยชนเซียวเป่ยให้ตายไปเลย" หลิงซิ่วซือพูดอย่างเรียบเฉย "ฉันอยากให้เธอหายไปจากโลกนี้ตลอดกาล"
หลงเทียนอี้นิ่งคิดสักพักก่อนจะถามว่า "แกพูดว่าอะไรนะ ฉันฟังไม่ผิดใช่ไหม"
"แกฟังผิดหรอก ฉันอยากให้แกช่วยชนเธอให้ตาย เพราะถ้าเธอตาย ฉันถึงจะสบายใจได้" หลิงซิ่วซือตบโต๊ะด้วยความโกรธ
"โอเค ดูเหมือนหูของฉันจะไม่ผิดปกติ" หลงเทียนอี้แกล้งเอานิ้วแคะหู "แกหย่ากันไปแล้ว ทำไมถึงยังวุ่นวายกันอยู่ หาทางออกให้กันไม่ดีกว่าเหรอ"
"ชิ ฉันตั้งใจจะให้ทางออกให้กับเธอ แต่ตอนนี้เธอต่างหากที่ไม่ให้ทางออกกับฉัน"
"ยังไง"
"ยัยผู้หญิงบ้านั่นยังดึงดันจะทำงานอยู่ในสำนักพิมพ์ของเรา แถมเธอตั้งใจเข้ามาเพื่อทำให้ตระกูลหลิงของเราล่มสลาย ทำให้ฉันไม่เหลืออะไรติดตัว แกว่าฉันจะปล่อยให้เธอมีความสุขต่อไปได้ยังไง" หลิงซิ่วซือกัดฟันด้วยความโกรธ "ที่สำคัญ พ่อของฉันเองก็เป็คนเชิญเธอเข้ามาทำงาน ฉันว่าพ่อแก่จนเลอะเลือนแล้ว หลังจากข่าวเื่การนอกใจของฉันขึ้นหน้าแรกแล้ว พ่อก็ไม่เชื่อใจฉันอีกแล้ว เพราะฉะนั้นฉันต้องเตรียมการล่วงหน้า ต้องจัดการผู้หญิงคนนี้ก่อนที่ปัญหาจะเกิดขึ้น"