“ท่านรองแม่ทัพ” หยวนอิงทำความเคารพในฐานะรองแม่ทัพ เป็กฎเหล็กของที่นี่มีแต่ทหารและตำแหน่งในความรับผิดชอบ ไม่มีฐานันดรใดๆ ทั้งสิ้น
“ข้าถามว่าทำอะไรกัน” รองแม่ทัพถามอีกครั้ง
“ก็ไอ้ เอ้อเด็กอันดานี่มันถีบข้าน้อยน่ะขอรับ” หยวนอิงตอบ
“ก็ท่านหยวนอิงผลักหน้าอกข้าก่อน” อันดาเถียง
“ข้าแค่อยากรู้ว่าเ้าสวมเอี๊ยมอะไรเท่านั้น” หยวนอิงตอบ
“นั่นสิเอี๊ยมเ้าดูแปลกๆ แข็งๆ หนาๆ ไม่มีลายปักอะไรเลย” รองแม่ทัพทัก
“นี่ไม่ใช่เอี๊ยม เรียกว่าเสื้อเกราะกันะุ ทำจากผ้าแคฟล่า น้ำหนักเบาไม่เหมือนเสื้อเกราะของพวกท่านหรอก ถ้าข้าใส่มีหวังหลังคงหัก” อันดายืดอกอย่างภาคภูมิใจช่วยไม่ได้ ในเมื่อเธอเป็แฟนของแบทแมน ดังนั้นได้ค่าจ้างมาเมืื่อไหร่เธอก็จะไปตระเวนซื้ออุปกรณ์มาทำของเล่นแบบที่พี่แบทแกมี
“ะุเหรอ” รองแม่ทัพ
“เป็อาวุธที่ทำงานเหมือนลูกธนูน่ะ” แม่ทัพหยางเดินออกมาร่วมสนทนาด้วย
“ท่านแม่ทัพ” ทั้งหมดทำความเคารพแม่ทัพ เข้าเมืองตาหลิ่วก็ต้องหลิ่วตาตามอันดาทำท่าเคารพตามเขาไปด้วย
ท่าทางลอกเลียนแบบทำได้เหมือนแต่อินเนอร์ไม่ได้ ท่าทางแบบนั้นทำให้แม่ทัพรู้สึกเอ็นดูเ้าหนูคนนี้ขึ้นไปอีก
“หายแล้วหรือ” แม่ทัพถามรองแม่ทัพ
“ขอรับ เื่นี้ต้องขอบคุณเ้าหนูอันดาที่ช่วยข้าไว้ ท่านหมอเจียงบอกข้าแล้วว่าเ้าให้เขาต้มสมุนไพรล้างพิษให้ข้าด้วย” รองแม่ทัพได้โอกาสหันมาขอบใจเข้าหนูน้อยที่หน้าตาน่ารัก อยากได้มาเป็น้องชายจริงๆ
“ใช่ ผู้ติดตามข้าก็ย่อมต้องมีฝีมือเป็ธรรมดา” แม่ทัพหยางรู้ทันหลานชาย เื่อะไรที่เขาจะปล่อยให้เ้าเด็กอันดาหลุดมือ
เขามีทั้งความรู้และมีทั้งอาวุธและมียาที่วิเศษขนาดนี้ ยังไงเขาก็ไม่ให้ไปไหน
“ขอบคุณความเมตตาของท่านแม่ทัพ แต่ว่าข้ามีภารกิจต้องทำดังนั้นความหวังดีของท่านข้าขอรับไว้ด้วยใจ ข้าไปล่ะ” อันดาโค้งคำนับแล้วเดินจากไป แต่ว่ากลับโดนแม่ทัพหยางหิ้วตัวลอย
“เ้าจะไปไหน คิดว่าฐานทัพข้าใครจะเข้าออกได้ตามใจอย่างนั้นรึ” แม่ทัพหิ้วอันดามาใกล้แล้วถาม
“โธ่ ท่านแม่ทัพ ข้าพูดเล่นน่ะ ท่านก็ทำเกินไป ปล่อยข้าเถอะ แต่ว่าข้าขอไม่รับตำแหน่งไม่ได้เหรอ” อันดารีบประจบก่อนจะถูกกุดหัวจริงๆ
“ข้าขอตัวก่อน” แม่ทัพหยางหันมาหาผู้ช่วยแล้วหนีบอันดาเข้าเอวแล้วพากลับเข้ากระโจมไป
“เ้าคิดจะทำอะไร” แม่ทัพหยางถาม เมื่อวานยังให้ความร่วมมือดีๆ อยู่เลย วันนี้กลับจะทิ้งกันเสียแล้ว
“ข้าอยากกลับบ้านน่ะ” อันดาตอบ
"แล้วเ้าจะกลับยังไง ข้างนอกนั่นมีแต่ฆ่าศึกออกไปตอนนี้มีกี่ชีวิตก็ไม่พอหรอกนะ แล้วข้าสัญญาแล้วว่าอยู่กับข้าจะปลอดภัย"แม่ทัพหยางตอบ
“แต่ข้าไม่อยากผูกพันกับท่านนี่นา ข้าถูกพลัดพรากจากครอบครัวที่ข้ารัก ตอนนี้มาอยู่ที่นี่คนเดียว แล้วเมื่อาจบเราก็แยกย้าย ข้าก็ต้องอยู่คนเดียวอีก ไม่ไหวหรอกใจข้าบาง” อันดาตอบตามตรง
“แล้วทำไมต้องแยกย้าย” แม่ทัพหยางไม่เข้าใจ
“ก็ท่านก็กลับไปอยู่กับครอบครัว ทุกคนต่างก็มีครอบครัว แต่ข้าไม่มีแล้วข้าก็กลับไปหาครอบครัวข้าไม่ได้แล้ว มีคนบอกว่าที่นี่มีพ่อแม่ที่ตามหาข้าอยู่ ยังไงข้าก็ต้องออกตามหาพวกเขา ถ้าต้องแยกจากท่านหลังจากที่ผูกพันท่านอาจรับได้ แต่ข้าไม่อยาก” ตอนนี้เธอยังเสียใจที่ไม่สามารถกลับไปหาทีมเธอได้เลย ป่านนี้พวกเขาคงกำลังช่วยชาวบ้านอยู่โดยที่ไม่มีใครจำได้เลยว่าเคยมีเธออยู่ คิดแค่นั้นน้ำตาก็ไหลพราก
“ข้าไม่มีครอบครัว ที่จริงข้ามีพี่ชายและหลานๆ แต่พวกเขาก็อยู่ส่วนของพวกเขา ข้าเมื่อเวลาจบาข้าก็อยู่คนเดียว ทำไมจะไม่เข้าใจความรู้สึกโดดเดี่ยวนั่น” แม่ทัพหยางถอนหายใจ
เ้าเด็กนี่อายุคงยังไม่ถึงเวลาสวมกว่านเสียด้วยซ้ำ ตอนถูกพลัดพราก ตอนนั้นเขาเองก็กลัวจะผูกพันกับคน จนต้องอยู่คนเดียวมาจนทุกวันนี้
“แต่ท่านก็ยังมีคนคุยด้วย หยวนอิงก็สนิทกับท่าน ท่านมีทหารทั้งกองทัพเลยนะ” อันดาตอบ
“มันเหมือนกันที่ไหน พวกเขาต่างเป็เพื่อนร่วมงานไม่ใช่ครอบครัว” แม่ทัพหยางตอบ
“แต่เพื่อนร่วมงานของข้าคือครอบครัว” เพราะเธอมีแค่นั้นจริงๆ
“เฮ้อ เอาล่ะ ยังไงก็รอให้าสงบเสียก่อน วันนี้เราต้องเคลื่อนทัพกลับไปที่ค่ายหลัก เ้าอยู่ใกล้ข้าไว้ ไปถึงค่ายเมื่อไหร่ค่อยว่ากัน ดีหรือไม่” แม่ทัพหยางบอกให้อันดาเตรียมตัว
“ท่านเห็นร่มของข้าหรือไม่” อันดาถาม
“ร่มอะไร” แม่ทัพหยางถาม
“ก็กระเป๋าสีดำที่ข้าถอดไว้เมื่อวานก่อนพาท่านไปฝึกยิงปืนไง” อันดาเตือนความจำ
“อ้อ ก็อยู่ตรงนั้นยังไงล่ะ” เขาชี้ไปที่มุมด้านในของกระโจม
“อ้อ ถ้าอย่างนั้นตอนนี้ข้าต้องทำอะไรล่ะ” อันดามองซ้ายมองขวาแล้วก็ไม่รู้จะทำอะไรต่อ
“เอาร่มของเ้าใส่ไว้ในลังนั่นแหละ ไม่ต้องแบกเองหรอก แล้วออกไปกินข้าวกับข้า” แม่ทัพหยางพาอันดาออกมากินข้าวพร้อมๆ กับพวกทหาร
“ท่านรองแม่ทัพ ข้าว่าท่านอย่าเพิ่งกินเนื้อสัตว์มาหนัก กินอันนี้ดีกว่ามีไฟเบอร์ แล้วก็โปแตสเซียมช่วยในเื่การขับถ่าย” อันดาเดินไปหยิบโปรตีนแท่งแล้วกระซิบบอกรองแม่ทัพ เล่นเอาเขาหน้าแดง เขินจนลืมถามว่าโปแตสเซียมคืออะไร
เมื่อพิจารณาหน้าตาของท่านรองแม่ทัพคนนี้ช่างหล่อเหลา ผิวขาวเหมือนคนสูงศักดิ์ไม่กร้านแดดเหมือนท่านแม่ทัพเลย
ใบหน้ายาวรูปไข่ คิ้วดาบ ตาหงส์ ริมฝีปากบางบ่งบอกถึงความเป็คนฉลาดแต่ทำไมโง่จัง อันดามองหน้ารองแม่ทัพแล้วพินิจพิเคราะห์อยู่นาน จนเ้าตัวรู้สึกอาย
“เ้าเด็กบ้า เ้ามองอะไรนักหนา ข้ากินตามเ้าแล้ว” รองแม่ทัพรู้สึกตื่นเต้นที่เห็นตากลมโตสีเขียวมรกตจ้องเขาประหนึ่งว่าเขาเป็รูปปั้นให้พินิจพิเคราะห์
“อย่าลืมดื่มน้ำตามเยอะนะท่าน จะได้ไม่ปวดท้อง” อันดาะโไล่หลังไป
“เ้าหนูแล้วข้าต้องกินอันไหนดี” ทหารคนหนึ่งเดินมาปรึกษา
“ดูจากตาท่านขอบตาซีดขาดเืท่านมีอาการอักเสบเืน้อย ่นี้นอนไม่ค่อยหลับใช่หรือไม่” อันดาถาม
“อยู่ใน่าใครจะหลับได้ลง” หยวนอิงหมั่นไส้ ไอ้เด็กรู้ดี
“ท่านรองแม่ทัพเมื่อคืนท่านนั้นกรนดังกว่าใคร เล่นเอาข้านอนไม่ได้เลยนะ” ทหารอีกคนหนึ่งพูดขึ้นมา จากนั้นก็ตามด้วยเสียงหัวเราะ
“เ้ากินซองนี้มีตับและผักบำรุงเื พยายามนอนให้หลับก่อนนอนใส่ถุงเท้าให้อุ่นไว้ เดี๋ยวไปถึงค่ายข้าจะตรวจให้ละเอียดอีกที” อันดาตอบ
“แล้วข้าล่ะ เ้าหนู แล้วข้าก็มีอาการปวดท้องน้อยรู้สึกหน่วงๆ” แต่ละคนก็รีบแย่งเข้ามาบอกอาการเพื่อให้อันดาตรวจ
ปัง! เสียงตบโต๊ะทำให้ทุกคนหยุดนิ่ง
“ไร้วินัยเยี่ยงนี้ เช้านี้ไม่ต้องกินข้าวออกเดินทาง” แม่ทัพหยางโกรธแล้วที่จริงต้องลงโทษหนักแต่กลัวว่าเ้าเด็กอันดาจะเดือดร้อนเลยลงโทษสถานเบา
“เป็เพราะเ้านั่นแหล่ะ อวดภูมิดีนักดูสิอดกันหมดเลย” หยวนอิงอารมณ์เสียแล้วโทษว่าเป็ความผิดของอันดา
“หยวนอิงเ้าหอบสัมภาระของข้าและของเฟยหลงรวมทั้งลากลังนั้นด้วย” แม่ทัพสั่งลงโทษแล้วตอนนี้ไม่มีใครกล้าเปิดปากอีก
_____________________________
จับพลัดจับผลูต้องมาช่วยเขารบอีก อันดาเอ๊ย