สายฟ้าสีแดงฉาน ฟาดตัดผ่านม่านเมฆหนาทึบ ของเขตแดนต้องห้าม เสียงคำรามของ์ ราวกับจะพิพากษา ความผิดบาปที่มิอาจให้อภัย
“ท่านผู้ควบคุมกฎกำลังจะมาถึงแล้ว!” เสียงกระซิบสั่นพร่าของเทพหนุ่มดังขึ้น ท่ามกลางเสียงลมพายุ เขากระชับร่างของเด็กน้อย วัยสองขวบไว้ในอ้อมแขนแน่น น้ำตาแห่งความจนใจไหลอาบแก้ม
“เราต้องทำ…เพื่อให้เด็กรอด” เทพสาวผู้เป็แม่สะอื้นไห้ นางดึงคัมภีร์ลับ ที่ทอแสงสีทอง ออกมาจากสาบเสื้อก่อนจะใช้พลังเฮือกสุดท้าย ผนึกมันลงไปยังหน้าอกของบุตรสาว แสงสีทองสว่างจ้า ซึมลึกเข้าสู่หัวใจดวงน้อย
ร่างของเด็กน้อยถูกจับใส่ไข่ สีทองโดยผู้เป็พ่อ
“ลูกรักของแม่ ขอให้เ้าปลอดภัย ใช้ชีวิตที่ดีในโลกมนุษย์และอสูร!”
ร่างเด็กน้อยถูกโยนลงมาจากเบื้องบน ด้วยพลังของทั้งคู่ ก่อนที่เทพหนุ่มสาวทั้งคู่จูงมือกันวิ่งหนี จากการตามล่าของผู้คุมกฎ์ ที่ออกกฎภายในสี่ร้อยปีนี้ห้ามมีบุตรเด็ดขาด
ท่ามกลางความมืดมิดของหุบเขาอสูรเบื้องล่าง ร่างเล็กๆ ถูกโยนลงมาจากวิมานชั้นฟ้า ร่วงหล่นลงสู่ดงหนามที่เต็มไปด้วยฝูงงูพิษนับหมื่น
เด็กน้อยตกลงสู่ไข่งูั์จนแตกร้าว พลังจากคัมภีร์ในกาย แผ่ซ่านออกมาปกคลุมทั่วรังงู สยบสัตว์ร้ายให้หมอบกราบ แทนการปลิดชีพ
ไข่ใบใหญ่สมานรอยร้าว ปิดสนิทขังเด็กน้อยไว้ข้างใน ถึงสองชั้นปิดบังกลิ่นอายของเทพไว้ ร่างเล็กดูดพลังจากไข่ แทนการกินอาหาร จากไข่ใบเล็กที่ห่อหุ้ม
สามร้อยปีต่อมาที่ป่าอสูร
เด็กน้อยในวัยห้าขวบ ไม่สามารถออกไปจากไข่ได้ แต่…เมื่อร่างกายออกไปไม่ได้ เด็กน้อยใช้วิธีถอดดวงจิตออกไป จากไข่เดินเล่นตามหุบเขา พอเหนื่อยแล้วก็กลับเข้าร่างเดิมในไข่งู
“ล่องลอยไปมา เริ่มหิวแล้วทำไม ผลไม้ในป่านี้ถึงกินไม่ได้”
“มันมีผลไม้เยอะเลยนะ ข้าหิว แล้วสัตว์พวกนี้ล่ะกินได้ไหม!”
เด็กน้อยเริ่มสนุกจากที่เห็นสิ่งแปลกใหม่ สัตว์อสูรหลายเผ่าพันธุ์ นางไปแกล้งสัตว์ในป่าเพื่อความสนุก บางตัวก็มองเห็นร่างเด็กน้อย และบางตัวที่มองไม่เห็น
“พวกเ้าไม่มีไข่ให้ข้ากินเลยหรือ ทำไมถึงจับอะไรเข้าปากไม่ได้เลย แล้วแบบนี้ข้าจะหายหิวได้ยังไงกัน?”
“ต้องมีสักอย่างในป่านี้ให้ข้าได้กินบ้าง”
“เด็กน้อยเ้าเป็ดวงจิต จับอะไรกินไม่ได้หรอก นอกจากจะไปขอกิน ในเมืองมนุษย์ที่แสนไกลออกไปโน่น” เสียงเต่าชราดังขึ้น เขารำคาญเด็กน้อยที่วิ่งไปมาในป่า
“ในเมืองมนุษย์มีอาหารให้กินอย่างนั้นหรือเต่าใหญ่ แล้วเมืองมนุษย์มีอะไรบ้างข้าอยากรู้ ข้าอาจจะไปที่นั่น”
สัตว์ป่าได้ยินแบบนั้น ต่างดีใจที่ดวงจิตของเด็ก จะออกไปจากป่า เลิกรบกวนพวกเขาเสียที ต่างพากันเล่าเื่ราวต่างๆ ของแดนมนุษย์ ให้เด็กน้อยได้ฟัง มันสนุกมากในความคิดของนาง
จนตอนหลังดวงจิตของเด็กน้อย ไม่กลับมาที่ไปรังไข่งู เดินเร่ร่อนอยู่ในป่า คุยกับสัตว์อสูรเื่ดินแดนมนุษย์ จนซึมซับเื่ราวของมนุษย์ เสมือนเป็ที่สอนความรู้ เื่ของมนุษย์ จากสัตว์อสูรหลายพันตัว ที่มีอายุมายาวนาน เด็กน้อยเดินออกไปไกลเรื่อยๆ
กลางป่า ไม่ไกลจากรังไข่อสรพิษในดงหนาม
“เอ๊ะ! แถวนี้ทำไมถึงมีกลิ่นหอมดอกไม้ ที่ไม่ได้มีในแดนสัตว์อสูรมาก่อน มันหอมมาจากตรงไหนกันน่ะ!” เซียวเฉิงซวี อสูรเ้าสำราญ เขามีหน้าตาเป็เอกลักษณ์ที่โดดเด่น เดินตามกลิ่นเข้ามา ถึงรังงู
“ไข่ใบนี้ช่างแปลก เหมือนมีพลังบางอย่างอยู่ข้างใน กลิ่นก็หอมต้องรอดูว่า เป็งูประเภทไหนที่อยู่ในไข่ ตั้งอยู่ใบเดียวน่าจะหนาว” ชายหนุ่มนำผ้าคลุมสีแดง ออกมาจากแหวนมิติ มาห่มไข่ให้อบอุ่น ในหน้าหนาวและกันแดด ก่อนจะเดินจากไป
สามเดือนต่อมา
“นอกป่ามีบ้านเรือนของมนุษย์จริงด้วย เหมือนกับสัตว์พวกนั้นเล่าให้ฟังเลย พวกเขามองไม่เห็นข้า หรือว่ามองเห็นกันน่ะ” เด็กน้อยวิ่งไปตามถนน มองดูบ้านเรือนประชาชน ด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“ที่ตรงนั้นมีอะไร ทำไมผู้คนถึงเยอะขนาดนั้น” ดวงจิตเด็กน้อยวัยห้าขวบ วิ่งตามเข้าไปดู
“มีขนมมากมาย ผลไม้วางอยู่เต็มถาด” เด็กน้อยเอื้อมมือไปจับ เข้าปากเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย
“ดีจริงกินได้ ทำไมถึงกินได้ อยู่ในป่ามีผลไม้มากมาย แต่กินไม่ได้”
“เด็กน้อยเ้ามาจากที่ไหน ถึงมาหยิบกินขนมที่มนุษย์เอามาเซ่นไหว้ข้า โดยที่ไม่ได้ขออนุญาต จากเ้าของสถานที่ก่อน เ้าเร่ร่อนมาไกลหรือ ทำไมไม่เคยเห็นเ้าอยู่แถวนี้มาก่อน”
“ท่านปู่มองเห็นข้าด้วยหรือ? แล้วข้าต้องไปขอขนมจากใครหรือ”
“เด็กน้อยเ้าเป็ดวงจิต ข้าเป็ิญญาที่แกร่งกล้า ประจำอยู่ที่ศาลเ้าแห่งนี้ ด้วยความศรัทธาของมนุษย์ ทำให้มองเห็นเ้าได้ ถ้าเ้าหิวก็กินไปเถอะ” เขาเห็นเด็กน้อยท่าทางหิวโหย จึงอนุญาตให้กิน
เด็กน้อยได้ยินคำว่ากินได้ ใช้สองมือหยิบเข้าใส่ปากไม่หยุด จนรู้สึกอิ่ม
“ท่านปู่ข้าขอถาม ของอยู่ในป่ามีเยอะ อย่างผลไม้ขึ้นตามธรรมชาติ ทำไมข้าถึงกินไม่ได้กัน ข้าจับมันได้แต่กินไม่ได้ แต่ทำไมของที่วางอยู่ตรงนี้ ถึงกินได้ล่ะ”
“มันเป็ของเซ่นไหว้ เ้าเลยกินได้ อย่ากินเยอะล่ะ ส่วนของที่อยู่ในป่า ต้องรอพลังดวงจิตของเ้า เข้มแข็งกว่านี้ถึงจะดูดกินพลังของมันได้ เพราะเ้าไม่มีร่างที่แท้จริง จึงไม่สามารถกัดกินได้”
“ไม่น่าล่ะของพวกนี้ข้ากินไปตั้งเยอะ มันยังอยู่เต็มถาดเหมือนเดิมเลย อยู่ที่แบบนี้ก็ดีน่ะสิ มีของอร่อยกินทุกวัน ข้าเร่ร่อนอยู่ในป่าตั้งนาน เจอแต่สัตว์อสูร และป่าเท่านั้น”
ชายชรามองดูเด็กน้อย นั่งกินขนมอย่างเอร็ดอร่อยก็สงสาร ทีแรกจะไล่ไปที่อื่น ก่อนที่ิญญาเร่ร่อนกลุ่มใหญ่ จะเข้ามากินอาหารพวกนี้ หลังจากที่เขากินแล้ว
“เ้าอยากกินอะไรก็รีบกิน เดี๋ยวจะมีิญญาเร่ร่อนกลุ่มใหญ่ เข้ามากินของที่เหลือพวกนี้ ตอนพวกเขามาเ้าหลบหน่อย ก็แล้วกัน!”
“ทำไมต้องหลบด้วย ของกินมีตั้งเยอะ ข้าตัวแค่นี้กินไม่หมดหลอก” ชายชรามองตามเด็กน้อยพูด
“ห้ะ! เ้ากินขนมเกือบหมดถาด ไหนจะหมูเห็ดเป็ดไก่ เ้าไปอดอยากมาจากไหน รีบกินแล้วไปซ่อนตัว พวกเขามีตั้งหลายคนไม่พอกินแน่ ปกติแล้วข้ากินไม่เยอะ”
“ข้าเผลอกินไปแค่นิดเดียวเอง ทำไมถึงหมดไวขนาดนี้ แล้วที่วางอยู่เต็มถาดกินไม่ได้หรือ”
“เราเป็กายทิพย์กินอาหารหยาบไม่ได้ ิญญาทุกดวงกินอาหารหยาบไม่ได้ ไม่รู้ว่าพวกเขาจะพอกินกันหรือไม่”
“ถ้าไม่พอกินเราก็ให้มนุษย์ เอาของมาเซ่นไหว้เยอะๆ สิ ท่านปู่”
“มนุษย์ก็ต้องทำมาหากิน จะเอาของที่ไหนมาเซ่นไหว้เ้า นอกจากวันที่มีเทศกาลเท่านั้นพวกเขาถึงจะมาไหว้ ถ้าเป็วันธรรมดาแทบจะไม่มี”
“นอกเสียจากเ้า จะทำให้พวกเขาสมปรารถนา ถึงจะมีของมาเซ่นไหว้”
“ทำแบบไหนหรือท่านปู่ ถึงจะเรียกว่าสมปรารถนาแล้วได้ของเซ่นไหว้” เด็กน้อยถามด้วยดวงตาเป็ประกาย
“มีชาวบ้านมาบนบานศาลกล่าว ขอให้ตัวเองสมปรารถนา หลายอย่างเช่นความรัก การงานรุ่งเรือง ลูกหลานสอบผ่าน ขอให้ตัวเองร่ำรวย ขอให้ตัวเองมีลูกหลาน ถ้าเ้าอยากรู้ก็รอดู วันหนึ่งมีคนมาขอเป็ร้อยคน ร้อยเื่”
“แล้วท่านปูช่วยพวกเขาได้ไหม ถ้าท่านสอนข้า ไม่แน่ว่าข้าอาจจะช่วยท่านได้ อาหารจากของเซ่นไหว้ก็จะเยอะด้วย พวกิญญาเร่ร่อนที่ท่านปู่บอก ก็ให้มาช่วยกันสิ จะได้มีของกินเยอะๆ”
“ถ้ามีคนมาขอสิ่งที่ปรารถนา ข้าจะพาเ้าไปดู ว่าพวกเขาขออะไรเยอะแยะจนปวดหัว ไม่สามารถทำให้ใครสมหวังได้ทั้งหมด”
“ดูเหมือนพวกเขาจะมาแล้ว เ้าเข้าไปหลบก่อน ดวงจิตไม่ควรอยู่ใกล้ิญญา จำนวนมากนาน มันจะทำให้เ้าอ่อนแอลง ได้ยินเสียงปู่เรียกแล้วค่อยออกมา”
“ท่านผู้เฒ่าวันนี้ ทำไมของเซ่นไหว้เหลือเท่านี้ ไม่ใช่ว่าวันนี้มีคนมา เซ่นไหว้ว่าเยอะกว่าปกติรึ หรือว่าท่านกินไปหมดแล้ว พวกข้าเร่ร่อนไปหากินที่อื่นก็หาไม่ได้”
เ้าของิญญาที่พูด อายุประมาณสามสิบปี พวกเขาเป็ิญญาโปร่งแสง มีทั้งเด็กผู้ใหญ่ร่วมยี่สิบคน พากันยืนกินอาหารที่เหลืออยู่ในถาด
“พวกเขามีหลายิญญา ไม่น่าล่ะถึงจะทานไม่อิ่ม ท่านปู่แล้วพวกเขาหากินเองไม่ได้หรือ” เด็กน้อยเห็นไม่มีใครสนใจตน ก็ออกมายืนข้างชายชรา
“เ้ามองดูิญญาเป็ร่างโปร่งแสง จะไปหยิบจับหาอะไรได้ นอกจากจะมีคนเอามาเซ่นไหว้ บางดวงก็โชคดีหน่อย มีญาติพี่น้องคอยเผากระดาษเงินกระดาษทอง หรือตั้งของเซ่นไหว้ จุดธูปเรียกไปกิน”
“แล้วพวกเขาไม่มีญาติพี่น้องหรือ ถึงได้เร่ร่อนกันแบบนี้”
“บางคนก็มี แต่ญาติพี่น้องยากจน ไม่ได้เอาของเซ่นไหว้มาให้ บางคนก็เสียชีวิตั้แ่เด็ก ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ ไม่มีใครเอาของเซ่นไหว้มาให้ บางคนเป็ทาสแล้วถูกทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต ญาติพี่น้องที่ขายมาไม่มีใครรู้”
“แล้วมนุษย์ส่วนใหญ่ตายแล้วไปไหน ทำไมพวกเขาถึงไม่ไปที่นั่น ข้าหมายถึงถ้าตายแล้ว ทำไมิญญาถึงอยู่ที่นี่”
“เหมือนที่ปู่บอก ตายโดยไม่มีใครรู้ จิตยังห่วงอยู่กับกายเดิม เสียชีวิตก่อนหมดอายุขัย มีบางิญญาที่หลบหนียมทูต เพราะจิตใจยังตัดไม่ได้ บางดวงิญญายังมีความแค้น ความขุ่นข้องหมองใจ”
“โน่นมาแล้ว ถือดอกไม้ธูปเทียนมา ไม่รู้จะมาขออะไร เ้าตามมาฟัง จะได้รู้ว่าวันหนึ่งนั้น มนุษย์มาที่ศาลเ้าแห่งนี้กี่คน มีเื่ราวไม่ซ้ำกัน ขอกันหลายอย่าง ถ้าสิ่งที่ขอสำเร็จ พวกขาก็จะเอาของเซ่นไหว้มาให้”
เด็กน้อยรีบวิ่งตามชายชรา มาฟังสิ่งที่ชาวบ้านขอ นางเป็หญิงวัยประมาณสามสิบ จุดธูปเทียนบูชา และเริ่มบนบานศาลกล่าว
“สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่อยู่ในศาลเ้าแห่งนี้ ช่วยดลบันดาลให้ท่านพ่อของข้า หายป่วยไข้ด้วยเถอะ หาหมอมาหลายที่แล้วรักษาไม่หาย ถ้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในศาลเ้าแห่งนี้ ช่วยให้ท่านพ่อของข้าหายป่วยได้โดยเร็ว ข้าจะถวายไก่ตัวใหญ่หนึ่งคู่ รวมทั้งของคาวหวานและผลไม้”
“ท่านปู่อย่างนี้เราก็ต้องตามไปที่บ้าน แล้วไปช่วยรักษาให้ ใช่หรือไม่ ถึงจะได้ของเซ่นไหว้ แล้วท่านปู่เคยรักษาหายไหม?”
“เราไปรักษาไม่ได้ เพียงแต่ส่งพลังบุญที่มี ไปให้บรรเทาอาการเจ็บป่วย ให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น ถ้าป่วยเป็โรคจากเวรกรรม ก็แค่บรรเทาอาการเจ็บป่วยไปสักระยะหนึ่ง ถ้าเป็เจ็บไข้ธรรมดาก็หาย”
“ส่งพลังบุญ ส่งยังไงหรือ ถ้าไม่ตามไปดูที่บ้าน แล้วส่งไปยังไง?”
“คนที่ขอจะจุดธูปเทียนบอกชื่อนามสกุล เ้าก็ส่งพลังบุญไปตามชื่อนั้นก็ได้แล้ว แต่ถ้าพวกเขาถึงเวลาหมดอายุขัยแล้ว ส่งพลังบุญไปแบบไหนก็ช่วยเหลือไม่ได้หรอก”
“แต่ถ้าช่วยท่านป้าผู้นั้นได้ ก็จะได้ของเซ่นไหว้ไก่สองตัว ไหนจะอาหารคาวหวานอีก ิญญาเร่ร่อนก็จะได้มีอาหารกิน ข้าก็จะได้กินด้วย” ไม่พูดเปล่า ดวงจิตเด็กน้อยลอยไปหา หญิงคนที่มาขอความช่วยเหลือ
เด็กน้อยแอบเดินตาม หญิงผู้นั้นเดินทางกลับไปบ้าน ที่อยู่ไกลจากศาลเ้าพอสมควร ต้องนั่งรถม้ากลับ บ้านมีขนาดปานกลาง เวลานี้เป็่ใกล้เที่ยงวัน นางไปถึงบ้านเดินเข้าไปในห้องครัว รีบยกยาที่ตั้งอุ่นอยู่บนเตา รินใส่ถ้วยยกไปป้อนให้กับผู้เป็พ่อ ซึ่งนอนป่วยอยู่บนเตียง
“ท่านพ่อกินยาก่อนเ้าค่ะ ท่านต้องหายดีแน่! วันนี้ข้าเดินทางไปที่ศาลเ้าพ่อเสือขาว บอกกล่าวท่านแล้ว มีหลายคนไปที่นั่น แล้วญาติพวกเขาหายดี ข้าได้ยินมาจากแม่ค้าในตลาดพูดกัน”