ลมแอร์กระทบผิวให้เกิดความเย็นอยู่เป็ระยะผมมองเพดานห้องสีขาวด้วยความว่างเปล่านึกถึงเหตุการณ์เมื่อวานทั้งโพสต์และคาร่ามันยิ่งทำให้ผมรู้สึกเ็ปหัวใจเหลือเกินถอนหายใจยาวยันตัวลุกขึ้นนั่งทอดมองออกนอกหน้าต่างท้องฟ้าครึ้มไม่นานฝนก็เทลงมาพร้อมกับเสียงฟ้าร้อง
เปรี๊ยง!!!!
เสียงฟ้าผ่าฟาดกระทบพื้นดังลั่นให้ผมสะดุ้งยกมือขึ้นปิดหูก่อนจะหันไปซุกหน้ากับตุ๊กตาหมีเสียงฟ้าร้องยังคงตามมาเป็ระยะ ผมไม่ชอบเสียงฟ้าร้องเลย
เปรี๊ยง!!!!
เสียงฟ้าผ่ายังคงดังต่อเนื่องผมจับผ้าห่มคลุมโปงใช้ตุ๊กตาหมีปิดหูทั้งสองเพื่อให้ได้ยินเสียงฟ้าร้องน้อยที่สุดนึกย้อนไปตอนเด็กตอนนั้นเป็วันที่ฝนตกผมเข้าไปหลบที่ห้องเก็บของพราะกลัวเสียงฟ้าร้องผมยังจำมันได้เป็อย่างดีเสียงฟ้าผ่าในวันนั้นมันทั้งใกล้และทำพื้นดินสั่นไหวจนเหมือนกับว่ามันจะทำลายทุกสิ่งไหนจะแสงที่วาบที่จะเกิดขึ้นทุกครั้งก่อนเสียงมันขาวจนเหมือนจะกลืนกินผมไปด้วยเลย
เสียงกดออดจากนอกห้องให้ผมละหันไปมองผมยันตัวลุกจากเตียงโดยมีมืออุดหูทั้งสองข้างอยู่ส่องตาแมวที่ประตูพบว่าเป็พี่คลื่นในสภาพเปียกชุ่มผมรีบเปิดประตูออกประจันหน้ากับเขาพี่คลื่นส่งยิ้มมาเล็กน้อยพร้อมกับยกถุงโจ๊กเป็การบอกว่าเขาซื้อมาฝาก
“พี่ซื้อมาฝากครับ”
เชื่อมั้ยพอเห็นรอยยิ้มนั่นผมก็ใจอ่อนทันทีผมขยับตัวเองเพื่อให้อีกคนเข้ามายังด้านในก่อนจะละตัวเองไปหยิบผ้าขนหนูเพื่อให้พี่คลื่นเช็ดตัวผมยืนมองพี่คลื่นที่กำลังเช็ดตัวโดยใช้ผ้าขนหนูเชื่อมั้ยว่าตอนแรกผมเกือบจะตัดใจแล้วแต่พอมาเจอแบบนี้ผมใจอ่อนยวบเลย เสร็จสรรพผมพาพี่คลื่นไปเปลี่ยนชุดโชคดีที่ผมยังมีชุดบอลโอเวอร์ไซส์
เรานั่งกันอยู่ที่โซฟาหน้าทีวีโดยที่มีเสียงฝนเป็แบ็คกราวด์เสียงฟ้าร้องดังสนั่นแต่ไม่ดังเท่าสองครั้งแรกผมยกมือขึ้นปิดหูด้วยความกลัวพี่คลื่นเห็นผมเขายื่นมือมาจับแขนผม
“กลัวเสียงฟ้าร้องหรอ”
ผมไม่ตอบเพียงแต่พยักหน้าแสงวาบจากด้านให้ผมปิดหน้าซุกหน้ากับเข่าไม่นานเสียงก็ตามมาความอุ่นที่ััมือให้ผมหันไปมอง เป็พี่คลื่นที่ทาบมือ
“มองหน้าพี่ไว้จะได้ไม่กลัว”
พี่คลื่นขยับเข้ามาใกล้ก่อนจะจับผมให้หันประจันหน้าเขาพร้อมกับจับมือผมความอุ่นจากมือมันกลับทำให้ผมรู้สึกกลัวน้อยลงไม่นานฝนเริ่มหยุดตกเรายังคงนั่งประจันหน้ากันความเงียบเข้าปกคลุมทำให้ได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศ ก้มเบนสายตาให้มองไปทางอื่นผมไม่กล้าสบตากับเขาโดยตรง
“มีอะไรรึเปล่า วันนี้เราแปลกไปนะ”
หันสบตาเขาอีกครั้งเม้มปากแน่นส่ายหัวปฏิเสธรู้สึกถึงความอุ่นที่ดวงตาน้ำตาเหมือนเริ่มจะเอ่อ
“ผมไม่เป็ไรครับ แค่อินซีรี่ย์เฉยๆ”
“โกหกไม่น่ารักเลยนะ” มือกำกางเกงแน่นเม้มปากแน่นพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลแต่เหมือนร่างกายจะไม่ฟัง
“บอกพี่ได้มั้ยครับว่าเราเป็อะไร”
“ผม…”
น้ำตาไหลออกมาทันทีเมื่อได้ยินประโยคจากพี่คลื่นก้มหน้ามองกางเกงไม่กล้าสบตา อีกคนยื่นมือเชยคางให้ผมสบตาเขาทันทีที่พี่คลื่นขยับตัวจับศรีษะของผมให้ซบที่อกหนาพลางโอบกอดน้ำตาของผมก็ไหลออกมาทันที
“ฮืออออ ผมเจ็บ”
“เจ็บตรงไหนครับ”
“ตรงนี้ ฮึก” ผมจิ้มที่หัวใจแรงๆเพื่อบอกอีกคนพี่คลื่นยกมือเช็ดน้ำตาพลางลูบหัวเบาๆ
“ใครทำเราเจ็บครับ บอกพี่ได้มั้ย”
ผมเม้มปากสะอื้นน้ำตาจิ้มที่อกพี่คลื่นด้วยมือสั่นๆโน้มตัวลงเพราะความสั่นพลางยกมือเช็ดน้ำตาลวกๆ
“พี่ทำอะไรให้เราเจ็บครับ” ผมเงยมองสีหน้าพี่คลื่นดูเครียดมาก ผมเม้มปากแน่นจู่ก็รู้สึกผิดขึ้นมาทันทีผมทำให้พี่คลื่นเครียดและกังวลแต่ผมก็หยุดน้ำตาตัวเองไม่ได้ผมสูดหายใจลึกมองประจันหน้าอีกคน
“ผมชอบพี่คลื่น ฮึก แต่พี่คลื่นมีแฟนแล้วผมอกหัก ฮึกผมจะตัดใจ…แต่มันตดไม่ได้ ฮือออ”
พี่คลื่นคิ้วขมวดแน่นสีหน้าของเขาดูสงสัยกับสิ่งที่ผมพูดออกมา
“พี่ไม่มีแฟนนะ”
“แต่คาร่าบอก ฮึก”
“พี่ขอดูหน้าคนที่ชื่อคาร่าได้มั้ย”
ผมยกมือเช็ดน้ำตาให้แห้งหยิบมือถือเปิดแอคเคาท์พี่คลื่นก่อนจะเปิดรูปที่เขาโดนแท็กพี่คลื่นรับมาดูพร้อมสีหน้าที่คิ้วขมวดมากกว่าเดิม
“นี่ไม่ใช่แอคเคาท์พี่ และรูปพวกนี้พี่ก็ไม่เคยถ่ายด้วย”
“เอ๊ะ?”
น้ำตาผมหยุดไหลกลายเป็ว่าตอนนี้ผมทำหน้าสงสัยแทนผมชะเง้อมองในจอมือถือแต่ในรูปนั่นมันก็คือเขาไม่ใช่หรอ
“คนนี้ใช่มั้ยที่เราเป็คนบอก”
“ครับ”
ผมพยักหน้าตอบรับพี่คลื่นถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนจะเอนหลังพิงกับโซฟาเอามือก่ายหน้าผาก
“เธอเป็น้องสาวต่างแม่ของพี่”
“ห๊ะ? จริงหรอครับ”พี่คลื่นพยักหน้าก่อนจะเอามือลงแล้วหันมามองผม
“งั้นก็หมายความว่าผมโดนหลอกหรอครับ”
“ใช่”
ผมถึงกับอ้าปากหวอใกับคำตอบที่ได้ยินนี่ผมมานั่งเสียใจกับเื่โกหกหรือเนี่ย
“พี่ว่าเธอน่าจะปลอมแอคเคาท์เป็พี่แล้วตัดต่อรูปลง”ผมใช็อคไม่คิดว่าคาร่าจะถึงขนาดปลอมแอคเคาท์เป็พี่คลื่นผมนึกย้อนกับไปเหตุการณ์เมื่อวานจำได้ว่าเหมือนจะเห็นว่าเธอคุยแชทกับโทรคุยกับพี่คลื่นด้วย
“เมื่อวานผมไปห้างแล้วคาร่ามาขอนั่งด้วยเพราะรอพี่คลื่นทำธุระตอนนั้นผมจำได้ว่าเธอคุยแชทกับพี่คลื่นแล้วก็โทรคุยด้วยครับ”
พอพี่คลื่นได้ฟังจากที่ผมเล่าเขาถึงกับกุใขมับเลยทีเดียวก่อนจะถอนหายใจออกมาอีกครั้ง
“เมื่อวานพี่ไม่ได้ไปห้าง พี่พาไอ้คินไปทำธุระที่สมุทรปราการกว่าพี่จะกลับก็เย็นแล้ว อีกอย่างวันนั้นพี่ไม่ได้โทรคุยกับเธอด้วย”
“What…”
ยิ่งพอได้รู้ความจริงผมยิ่งช็อคไปใหญ่นี่ผมนั่งฟังเื่อะไรกันเนี่ยเรานั่งเงียบกันอยู่สักครู่เพราะช็อคกับเื่ที่เจอพี่คลื่นได้เล่าเื่ราวของคาร่าให้ผมฟังพ่อของพี่คลื่นมีภรรยาสองคนซึ่งก็คือแม่ของพี่คลื่นที่เป็เมียหลวงส่วนแม่ของคาร่าเป็เมียน้อยวันหนึ่งแม่ของคาร่าเกิดป่วยเสียชีวิตพ่อของพี่คลื่นเลยให้คาร่ามาอาศัยในบ้านเดียวกันคาร่าชอบพี่คลื่นมากและทำทุกอย่างเพื่อกันคนที่เข้าหาพี่คลื่นพอพี่คลื่นรู้เื่เลยเคลียร์ใจกันแล้วคาร่าก็ย้ายไปอยู่ต่างประเทศแล้วครั้งนี้เธอก็กลับมาอีกครั้งพร้อมกับวีรกรรมเดิม
พี่คลื่นเงยหน้ามองเพดานส่วนผมก็จ้องมองเขาอีกทอดดูเหมือนพี่คลื่นจะดูเครียดกับเื่นี้มากพี่คลื่นหันหน้ามองผมเราสบตากันก่อนที่พี่คลื่นจะถามบางอย่างกับผม
“บิล เราชอบพี่จริงหรอ”
เจอคำถามนี้เหมือนโดนใครมากดปุ่มะเิในตัวเลยผมเม้มปากแน่นยกมือขึ้นปิดหน้าที่แดงเขินก่อนจะค่อยๆลดมือลงมองลอดผ่านนิ้วมือทั้งสิบ
“ครับ”
พี่คลื่นยิ้มออกมาเหมือนกับสบายใจกับคำตอบผมหัวใจผมเต้นตุบๆรัวยิ่งกว่าเครื่องปั่นน้ำผลไม้เสียอีก
“งั้นก็อย่าเลิกชอบพี่นะ ช่วยจีบพี่ต่อได้มั้ย”
ภายในใจแทบจะะโโลดเต้นมุมปากผมก็ยกยิ้มขึ้นทันทีที่ได้ยินจบประโยคก่อนจะพยักหน้าตอบรับพี่คลื่นขยับตัวก่อนจะโน้มหน้าลงจนหน้าผากของเราชิดกันััอุ่นจากลมหายใจของพี่คลื่นได้อย่างชัดเจน
“รอพี่หน่อยนะ พี่จะเคลียร์เื่นี้ให้เร็วที่สุดแล้วถึงตอนนั้นพี่จะเป็คนเข้าหาเราเอง”
“มึงเรียกกูมาเพื่อให้มาฟังมึงกรี๊ดเนี่ยะ”
เมลยืนเท้าเอวมองพร้อมที่กำลังเอาหน้าซุกกับหมอนแล้วกรี๊ดไม่หยุดั้แ่พี่คลื่นกลับบ้านไปผมก็เสียอาการทันทีผมเงยหน้าหยิบหมอนขึ้นมากอดหมุนตัวไปมาด้วยความเขินเมลเห็นทีท่าว่าผมยังเขินไม่เลิกมันหันหลังหนีทำท่าเหมือนจะกลับผมเลยต้องปล่อยหมอนไปดึงแขนมันรั้งเอาไว้ก่อน
“อย่าพึ่งไปอยู่ฟังกูก่อน”
“ฟังห่าอะไรกูเห็นมึงเอาแต่กรี๊ดเนี่ย”ว่าเสร็จมันก็หย่อนตัวลงที่ว่างข้างผมกลัวว่าอีกคนจะหนีกลับผมเลยตัดสินใจเล่าเื่ของพี่คลื่นกับคาร่าให้มันฟัง
“กูว่าแล้วเชียว แม่งแหม่งๆั้แ่เจอกันเมื่อวานล่ะ”
“มึงรู้ั้แ่แรกหรอ” ผมหันถามเมลที่กำลังปั้นหน้านิ่งพลางกอดหมอนอีกใบ
“ก็ไม่เชิงรู้หรอกแต่พอเดาได้ มึงคิดดูนะการที่เราบังเอิญเจอนางที่ห้างแล้วจู่ ๆก็โผล่หน้ามาอ้างว่าพี่คลื่นเป็แฟนตัวเองทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยเจอกันและก็ไม่เคยบอกว่ามึงชอบพี่คลื่นถ้าไม่สต็อคเกอร์หรือคอยจับตาดูแล้วจะเรียกว่าอะไรล่ะ”
ผมคิดตามที่เมลอธิบายเอาจริงๆมันก็จริงนะเพราะทุกอย่างมันเหมือนบังเอิญจนลงล็อคกันเกินไป
“ดูก็รู้เลยว่าเดี๋ยวนางก็จะทำอีหรอบนี้อีก”
“เอาจริงดิ”
“เออ เนี่ย เพราะมึงไปแอบตามพี่คลื่นกรรมเลยตามสนองเลย”
“ไม่เกี่ยวสักหน่อย”ผมพูดพลางยกหมอนตีอีกคนก่อนจะเอนหลังพิงกับโซฟาก่อนจะเปิดประเด็นเื่คาร่าอีกครั้ง
“มึงคิดว่าคาร่าจะทำอะไรต่อวะ”
“อืม…ถ้าให้เดานะ น่าจะทำให้มึงเสียใจไม่ก็หักหน้ามึงต่อหน้าพี่คลื่น”
“ต่อหน้าเลยหรอ”
“เออ ต่อหน้าเลย เผลอๆอาจจะไม่ใช่แค่พี่คลื่นด้วย”
ผมได้ยินถึงกับเบ้ปากทันทีถ้าคาร่าเธอทำอย่างเมลว่าจริงๆถ้าผมยังไม่รู้ความจริงจากพี่คลื่นคงได้ช้ำใจตายแน่ ๆ
“แล้วแบบนี้ต้องทำไงอ่ะ”
เมลหันมองพลางเปลี่ยนท่านั่งเป็กึ่งนั่งกึ่งนอนหยิบรีโมทขึ้นมาเปิดทีวีอย่างสบายใจ
“มึงต้องเล่นตามน้ำไปก่อนเล่นละครทำหน้าซื่อไม่รู้เื่ไม่รู้ราวจากนั้นก็ค่อยตะล่อมมันให้จนมุมไง”
ผมฟังถึงกับคิ้วขมวดปมเลยเเพราะจากที่เมลมันอธิบายมันดูยากเสียเหลือเกิน
“ยากอ่ะ”
“ไม่ยากหรอก แค่ทำแบบที่เคยทำ แล้วค่อยตลบหลังหักหน้าแม่งเลย”
“นี่เราถึงขั้นต้องเล่นบทนางเอกบอบช้ำเวอร์ชั่นแล้วหรอ”
“เออ เอาเวอร์ชั่นโคตรบอบช้ำเลยนะ เล่นแม่งให้สุดแล้วหยุดตอนมันดิ้นชักตาย”
ผมหรี่ตามองคนข้างๆอย่างน่าเหลือเชื่อแม้จะรู้จักเมลดีแต่ก็ไม่คิดว่ามันจะฉลาดหลักแหลมได้ขนาดนี้สุดยอดเลยว่ะเพื่อน
“มึงขอมากูก็จัดให้ เอกการละครแบบนี้กูถนัด”