ใบไผ่
หมีแพนด้า
พวกมันต่างกันตรงไหนนะ ต่างกันที่ใบไผ่คือพืชแพนด้าคือสัตว์น้อยแสนน่ารัก?? แล้วทำไมหมีแพนด้าชอบกินใบไผ่ล่ะ?แพนด้าชอบกินใบไผ่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า มันไม่เลือกกินนะ ใบไผ่มี63 ชนิด และแพนด้าก็ไม่ต่างอะไรกับคนเท่าไหร่นักเพราะคนเองก็ชอบกินหน่อไม้..
...แล้วถ้าหากเป็คนที่ต่างกันสุดขั้วล่ะ??
บางอย่างต่างกันแล้วทะเลาะกัน บางอย่างต่างกันแล้วเติมเต็มกันและกัน ..
โชคชะตามักเล่นตลก เราเป็คน แต่ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เหมือนดูกลั่นแกล้ง...
" โชคชะตา....ไม่เคยเล่นตลก "
"เพราะมันไม่เคยมีอะไรบังเอิญ เพราะทุกอย่างที่เกิดขึ้น"
'ปังปังปัง! '
"ใบไผ่ตื่นได้แล้ว!!! "
เสียงเคาะประตูเป็จังหวะสามช่าดังรอบที่ 3ของวันใหม่ เ้าของร่างสูง เค้ามีใบหน้ายาวเรียว หน้า ผากกว้างที่ถูกผมหน้าม้าสีดำขลับบังมิด ั์ตาสีน้ำตาลของเขาปิดสนิทไม่อาจให้ผู้ใดได้เห็นในยามหลับผิวขาวจมูกคมสัน ริมฝีปากเป็เส้นตรงเหมือนดอกไม้
" สายแล้วนะเดี๋ยวไปสอบไม่ทัน!!" ปากเรียวเป็รูปกระจับะโอีกครั้ง
'ปัง!! '
เขานอนพลิกตะแคงอีกด้าน สองมือจับหมอนปิดหูพยายามข่มตาหลับต่อแต่ผ่านไปไม่กี่วินาทีความอดทนก็หมดลง จนลุกขึ้นะโตอบ
"เออ! กูตื่นแล้ว" ผมลุกออกจากเตียงแสนนิ่ม เดินไปเปิดประตูเจอร่างสูงโปร่ง 170 เซ็น อันคุ้นเคย ใบหน้าหล่อเหลาเหมือนผมราวกับก็อปปี้สีหน้าเหนื่อยหน่ายขยับยิ้มจนลักยิ้มบุ๋ม
"มึงยังไม่อาบน้ำอีกหรอ?" มันถามเสียงสูงสลับกับก้มมองนาฬิกาที่ข้อมือ
"กูเพิ่งตื่น! ขอบใจที่ปลุก กูไปอาบน้ำก่อน" ผมตอบเสียงง้วนๆถ้าไม่รีบอาบน้ำ ตอนนี้ผมคงตาปิดอีกรอบ
'ปึก'
"เดี๋ยว! .." มันดันฝ่ามือหนากับประตู
"ว่า?" ผมพูดเสียงน้ำโหกับต้นหญ้าแฝดพี่ของตัวเอง วันนี้นอกจากสอบ ยังมีนัดกับเพื่อนที่ชมรมจิตอาสา ตอนนี้ 7โมงครึ่ง ผมดันตื่นสายกว่าจะอาบน้ำ แต่งตัวเสร็จอีกชีวิตเด็กมหาลัยปี 1 อย่างผมไม่คิดว่าคิวงานจะเยอะขนาดนี้
"วันนี้มีคัดตัวชมรมว่ายน้ำ มึงบอกให้กูเตือนมึงนะ"
"จริงด้วย! ลงชื่อกี่โมงวะ" ผมตาสว่างทันที ผมสอบเข้าทุนมอโดยใช้ทุนกีฬา โดยเงื่อนไขต้องทำกิจกรรมอย่างน้อย1อย่าง ผมลืมสนิทว่านัดพวกพี่ชมรมวันนี้
"9โมง" แฝดผมพูดท่าทางสบายๆต่างกับผมที่คิ้วขมวดเข้าหากกัน ผมชอบว่ายน้ำส่วนมันว่ายน้ำไม่เป็ ต้นหญ้าชอบทำอาหาร ผมเฉยๆแค่ี้เีทำ ผมกลัวแมลง ต้นหญ้าไม่กลัวอะไรเลยสักอย่าง มันเรียนเก่งแต่ผมโง่ ถึงแม้ว่าสภาพภายนอกเราทั้งคู่เหมือนกัน แม้กระทั้งส่วนสูง น้ำหนัก เหมือน
กันแบบ 99 เปอร์เซ็นต์ แต่ต่างกันที่นิสัยใจคอ
" ไอ้ต้นหญ้า มึงลงชื่อแทนกูทีดิ " ผมอ้อนพลางจับแขนอีกฝ่าย
"ไม่! "
"น๊านะ ~กูไม่รู้จะพึ่งใครแล้วจริงๆ มึงเป็คนเดียวที่กูจะพึ่งได้นะเว้ย วันแรกไปลงชื่อเฉยๆไม่มีเทสส
ลงสระหรอก" ผมเขย่าแขนมัน มันมองผมสีหน้า
ย่นคิ้วลงแล้วสะบัดมือออกจากการเกาะกุม
"กูไม่ได้กังวลเื่นั้น" ถ้าพี่เค้าให้ลงสระ มันหาข้ออ้างได้สบาย แต่ที่ไม่อยากไปคงเป็เพราะต้องเจอใครบางคนมากกว่า ซึ่งผมก็รู้ดีว่าเค้าคือใคร
"...งั้นกูเปลี่ยนชมรมก็ได้.."มันมองมาที่ผม "กูขอโทษ" ผมตอบเสียงแบบหมาหงอย และได้ผลพี่ชายมันมองด้วยสายตาลังเลใจก่อนจะถอนหายใจ มันใจอ่อนทุกครั้งที่ผมงัดไม้เด็ด
" เออ กูไปให้ก็ได้! "
"แต้งกิ๊วครับ พี่ต้นหญ้าน่าร๊ากกกกที่สุด~~" ผมเอื้อมมือไปหยิกแก้มขาวๆจนมันรำคาญปัดมือผม
"รำคาญ กูไปก่อนละกัน" มันหันหลังเดินได้ก่อนชะงักเหมือนลืมพูดบางอย่าง "เดี๋ยวกูไปส่งอชิระไปหาเพื่อนมึงให้ละกันนะ มึงสอบเสร็จแล้วรีบไปหาไอ้ช่อม่วงด้วย "
"อืมมม"
ผมขานรับพลางปิดประตูอชิระลูกญาติผม เธอย้ายไปอยู่ญี่ปุ่นหลังจากแต่งงานเพิ่งกลับเมื่อวานพร้อมกับลูกชายวัย 8 ขวบ เลยฝากมาอยู่กับผม 1 วัน
.....................
: 8:50 A .M
Yu Wo
ออกเล่มใหม่หรือเปล่านะ
คำถามขึ้นในใจปลายนิ้วเรียวยาวจึงลังเลเล็กน้อยขณะเอื้อมหยิบปกหนังสือเรียกอย่างเป็-เอกลักษณ์ของนิยายแฟนตาซีแปลจีน นักเขียนสุดที่รักต่อให้ไม่มีป้ายโฆษณาติดยอดขายอันดับ 1 เขาก็ยังซื้อและเลือกที่จะหยิบมาพิจารณาอยู่ดี ผมพลิกหลังปกนิยายเพื่ออ่านเนื้อหาย่อ พนักงานสาวร่างเล็กในชุดเครื่องแบบของแบรนด์ก็กล่าวพูดด้วยท่าทางสุภาพ
"นิยายของคุณ YuWo เล่นใหม่ยังไม่มานะคะ มันจะเริ่มเข้าเดือนหน้าค่ะ"
"อืม..แล้วคนแต่ง zerzes ละครับ " ผมหันมาถามเธออีกครั้ง คราวนี้เธอยิ้มพลางพยักหน้า
"ถ้าเป็เล่มล่าสุดเล่ม 4 อยู่ทางด้านนั้นค่ะ เหลือเล่มเดียวแล้วนะคะ ^^ " เด็กหนุ่มสวมเสื้อช็อปสีน้ำเงินเข้ม ด้านหลังปักลายสมอเรือ มุมปากค่อยๆ ยกยิ้ม
"งั้นผมเอาเล่มนี้ครับ "
" ได้ค่ะ " เธอว่าพลางเดินไปหยิบเล่มหนังสือมาที่เคาน์เตอร์ "280 บาทค่ะ"พนักงานสาวรีบบอกราคาพลางยื่นหนังสือที่ชำระเงินเสร็จเรียบร้อยแล้วให้ผม ผมหยิบกระเป๋าตังค์ยื่นแบงค์สีแดงให้เขาทันที
วันนี้เป็วันศุกร์ผมไม่มีเรียนเพราะงดคลาส แต่มีนัดสอบกับอาจารย์อีกคนแทน เพื่อนๆชมรมจิตอาสากับแก๊งค์ผมเลยนัดเปิดกล่องรับบริจาคสำหรับเด็กผู้ยากไร้บริเวณห้างใกล้มอ
' ตืดดดดดตืดดดดด '
ผมหยิบมือถือจากกระเป๋าเสื้อยกยิ้มเมื่อเห็นเบอร์ใครโทรมา 'เปาโล ' เพื่อนสนิทคณะประมง
[มึงถึงไหนแล้ว]เสียงปลายสายถามผมได้ยินเสียงน้ำพุ คงอยู่ไม่ไกลจากผมเท่าไหร่นัก เพราะผมเดินออกมาจากตัวห้างแล้ว ตรงหน้าเป็สวนน้ำพุขนาดใหญ่เช่นกัน มันคงอยู่แถว bts
" อีกไม่เกิน 5 นาทีถึงแล้ว "
[ช่อม่วงกับคิโร่ฝากซื้อน้ำโค้กอะ]
"เดี๋ยวกูซื้อให้ แล้วเจอกันนะ "
ผมกดวางสายเงยหน้ามองสวนน้ำพุกลางลานกว้างก่อนละสายตาหยิบหนังสือนิยายขึ้นมาแกะอ่านโดยไม่ทันระวังตัวว่า
.... ความซวยกำลังถามหา..
'เสียงครืดคราด'
ของล้อสเก็ตบอร์ดบนทางคอนกรีตที่ดูลื่นเปียกเพราะกระเด็นจากลานน้ำพุ ท่าทางชายหนุ่มร่างสูง 180 สวมเสื้อช็อปสีน้ำเงิน ใบหน้ายาวคมเหมือนรูปสลัก ดั้งจมูกโด่งสูง ขนตายาวสีดำขลับ ตัวหนาแข็งแรงดูมีกล้ามเนื้อได้สัดส่วนอย่างสมบูรณ์แบบ ริมฝีปากเหยียดยิ้มสายตามองตรงขาข้างขวาส่งแรงถีบ ดันสเก็ตเท้าด้านซ้ายไปข้างหน้า ท่าทางเก๋ๆกังๆเหมือนจะล้ม ผมเหลือบสายตาไปด้านหลังแล้วส่ายหน้าน้อยๆ พื้นบริเวณนี้ยิ่งเปียก ถ้าเกิดเขาลื่นล้มมาโดนผมจะทำยังไงนะ และดูเหมือนความซวยจะเข้าข้างซะด้วยเพราะคิดไม่ทันขาดคำ ....
"เฮ้ยยยย อ๊ากกกกกอ๊ากกกกก! "
" เฮ้ยยยย! "
'โคล้ม '
'ตุ๊บ! '
'ซ่า! '
เสียงน้ำพุหลายแถวหลายช่องพุ่งขึ้นสูงและทิ้งตัวตามแรงโน้มถ่วง โดนพวกเราเต็มๆ พอดีกับร่างสูงไถลเซมาด้ายซ้ายชนกับร่างเล็กที่กำลังเดินอ่านหนังสือเข้าอย่างจัง สมุดนิยายตกลงพร้อมกับร่างทั้งสองสไลด์ลงกระแทกพื้น
"โอ๊ย.."
"โทษทีว่ะ กูไม่ได้ตั้งใจ" ผมเงยหน้ามองร่างสูงเหมือนนายแบบ เค้าเสื้อช็อปสีน้ำเงินสีคล้ายผมต่างกันตรงที่ไม่มีตราสมอเรือแบบผม เสื้อคณะวิศวะกับเสื้อยืดสีขาว ด้านในที่เปียกน้ำเผยให้เห็นสัดส่วนนิดๆกับปอยผมสีน้ำตาลที่เปียก
น้ำ
"แม่ง!...นิยายกู.." ผมส่ายหัวตั้งสติ มองมือที่ยื่นมาให้ผมจับ ผมเอื้อมมือและออกแรงดึงตัวเองให้ลุกขึ้นยืนพลางหยิบนิยายสุดโปรดสภาพเปียกเสียงหยดน้ำ 'ติ๊กๆ ' โถ่..ผมพึ่งได้จับไม่กี่วินาทีเอง
"เดี๋ยวกูซื้อให้ใหม่เอง" มันว่าพลางลากแขนผมให้ออกมายืนนอกโซนน้ำพุที่เราล้มเมื่อกี้
" มึงคงหาไม่ได้แล้วล่ะ เพราะเล่มนี้คือเล่มสุดท้ายของร้าน " ผมจ้องหน้าเขม็ง ยกหนังสือสภาพเปียก 'ครืดดด' เสียงฉีดขาดหนังสือแบ่งออกเป็ 2 ท่อน อีส่วนที่ขาดนั้นตกลงข้างกาย มันหน้าเหวอกว่าเดิมอีก " อะ..ไอ้เชี่ย " ผมสถบกับตัวเองเสียงเบา แต่คนข้างๆกลับได้ยินเพราะอยู่ใกล้กัน
' ตืดดดดตืดดด ตืดดดตืดดด '
เสียงมือถือของเขาสั่น อีกฝ่ายหยิบมือถือออกมาจากกระเป๋าเสื้อช็อป มันสะบัดมือถือนิดหน่อยแล้วเอามาเช็ดกับเสื้อเพื่อให้แห้งก่อนกดรับสายสายโทรศัพท์กันน้ำ?
ผมก้มมองสำรวจคนตรงหน้าตอนที่เขารับสาย ถึงได้รู้ว่า แบรนด์เนมทั้งตัว!
รวย!!
" ว่าไงมึง "
[มึงอาจารย์จะเข้าแล้วนะ]
"เออ เดี๋ยวกูรีบไป "
[เร็วๆนะไอ้หมี~ ถ้ามึงหมดสิทธิ์สอบ คราวนี้ก็ช่วยไม่ได้แน่นอน]
"อืมมม"
มันพยักหน้ากดวางสายแล้วก้มหน้ามามองผมที่ยืนหนาวสั่น เพราะสภาพหมาตกน้ำ
"มึงชื่ออะไร กูชื่อดอลลาร์ วิศวะคอม" มันมองผม คงนึกว่าเรียนประมงแน่นอน เพราะดูจากเสื้อช็อปตราสมอของผมเช่นกัน
"กูชื่อใบไผ่คณะประมง ปี 1 แล้วตกลงมึงจะเอาไง?นิยายกู มือถือกูอีก?"ผมหันไปมองหน้าคนที่ชื่อดอลลาร์ มันคิ้วขมวดเป็ปม สีหน้าวิตกเมื่อเห็นสภาพนิยายของผม ก่อนยกแขนดูนาฬิกาตัวเอง ไม่นาน..มันก็เอ่ยวาจาน่าตบ
"..คือกูต้องรีบไปแล้ว ถ้ามึงอยากให้กูชดใช้ยังไง กูทำได้หมดทุกอย่าง! "
"เฮ้ย! มึงจะทิ้งกูเหรอออ" ผมงงกับคนตรงหน้าที่ก้าวเท้าวิ่ง เค้าไม่ลืมหยิบสเก็ตบอร์ดไปด้วย ปล่อยให้ผมยืนค้าง
"พรุ่งนี้เจอกันที่หน้าคณะ กูจะโทรหาอีกทีนะ!" ดอลลาร์หยุดวิ่งเอี้ยวหน้ามาะโบอกผม แล้วหันหลังวิ่งจากไป ผมนิ่งค้างไปหลายสิบนาทีและก้มมองสภาพตัวเองและนิยายที่ขาดสองท่อน เค้าจะโทรหาผมยังไงล่ะ..ยังไม่ได้ให้เบอร์เลย
หวังว่า...คงไม่โดนทิ้งกลางทาง...เห้อ....!