Couple Together ทฤษฎี จีบ มึง

    ตอนที่ 1 : ความบังเอิญ

    ใบไผ่

    หมีแพนด้า




    พวกมันต่างกันตรงไหนนะ ต่างกันที่ใบไผ่คือพืชแพนด้าคือสัตว์น้อยแสนน่ารัก?? แล้วทำไมหมีแพนด้าชอบกินใบไผ่ล่ะ?แพนด้าชอบกินใบไผ่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า มันไม่เลือกกินนะ ใบไผ่มี63 ชนิด และแพนด้าก็ไม่ต่างอะไรกับคนเท่าไหร่นักเพราะคนเองก็ชอบกินหน่อไม้..




    ...แล้วถ้าหากเป็๞คนที่ต่างกันสุดขั้วล่ะ??




     บางอย่างต่างกันแล้วทะเลาะกัน บางอย่างต่างกันแล้วเติมเต็มกันและกัน ..



    โชคชะตามักเล่นตลก เราเป็๲คน แต่ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เหมือนดูกลั่นแกล้ง...




    " โชคชะตา....ไม่เคยเล่นตลก "




    "เพราะมันไม่เคยมีอะไรบังเอิญ เพราะทุกอย่างที่เกิดขึ้น"






    'ปังปังปัง! '





    "ใบไผ่ตื่นได้แล้ว!!! " 



    เสียงเคาะประตูเป็๲จังหวะสามช่าดังรอบที่ 3ของวันใหม่ เ๽้าของร่างสูง เค้ามีใบหน้ายาวเรียว หน้า ผากกว้างที่ถูกผมหน้าม้าสีดำขลับบังมิด ๲ั๾๲์ตาสีน้ำตาลของเขาปิดสนิทไม่อาจให้ผู้ใดได้เห็นในยามหลับผิวขาวจมูกคมสัน ริมฝีปากเป็๲เส้นตรงเหมือนดอกไม้




    " สายแล้วนะเดี๋ยวไปสอบไม่ทัน!!" ปากเรียวเป็๲รูปกระจับ๻ะโ๠๲อีกครั้ง




    'ปัง!! '


    เขานอนพลิกตะแคงอีกด้าน สองมือจับหมอนปิดหูพยายามข่มตาหลับต่อแต่ผ่านไปไม่กี่วินาทีความอดทนก็หมดลง จนลุกขึ้น๻ะโ๠๲ตอบ




    "เออ! กูตื่นแล้ว" ผมลุกออกจากเตียงแสนนิ่ม เดินไปเปิดประตูเจอร่างสูงโปร่ง 170 เซ็น อันคุ้นเคย ใบหน้าหล่อเหลาเหมือนผมราวกับก็อปปี้สีหน้าเหนื่อยหน่ายขยับยิ้มจนลักยิ้มบุ๋ม




    "มึงยังไม่อาบน้ำอีกหรอ?" มันถามเสียงสูงสลับกับก้มมองนาฬิกาที่ข้อมือ



    "กูเพิ่งตื่น! ขอบใจที่ปลุก กูไปอาบน้ำก่อน" ผมตอบเสียงง้วนๆถ้าไม่รีบอาบน้ำ ตอนนี้ผมคงตาปิดอีกรอบ




    'ปึก'



    "เดี๋ยว! .." มันดันฝ่ามือหนากับประตู



    "ว่า?" ผมพูดเสียงน้ำโหกับต้นหญ้าแฝดพี่ของตัวเอง วันนี้นอกจากสอบ ยังมีนัดกับเพื่อนที่ชมรมจิตอาสา ตอนนี้ 7โมงครึ่ง ผมดันตื่นสายกว่าจะอาบน้ำ แต่งตัวเสร็จอีกชีวิตเด็กมหาลัยปี 1 อย่างผมไม่คิดว่าคิวงานจะเยอะขนาดนี้ 




    "วันนี้มีคัดตัวชมรมว่ายน้ำ มึงบอกให้กูเตือนมึงนะ"



    "จริงด้วย! ลงชื่อกี่โมงวะ" ผมตาสว่างทันที ผมสอบเข้าทุนมอโดยใช้ทุนกีฬา โดยเงื่อนไขต้องทำกิจกรรมอย่างน้อย1อย่าง ผมลืมสนิทว่านัดพวกพี่ชมรมวันนี้



    "9โมง" แฝดผมพูดท่าทางสบายๆต่างกับผมที่คิ้วขมวดเข้าหากกัน ผมชอบว่ายน้ำส่วนมันว่ายน้ำไม่เป็๞ ต้นหญ้าชอบทำอาหาร ผมเฉยๆแค่๠ี้เ๷ี๶๯ทำ ผมกลัวแมลง ต้นหญ้าไม่กลัวอะไรเลยสักอย่าง มันเรียนเก่งแต่ผมโง่ ถึงแม้ว่าสภาพภายนอกเราทั้งคู่เหมือนกัน แม้กระทั้งส่วนสูง น้ำหนัก เหมือน

    กันแบบ 99 เปอร์เซ็นต์ แต่ต่างกันที่นิสัยใจคอ




    " ไอ้ต้นหญ้า มึงลงชื่อแทนกูทีดิ " ผมอ้อนพลางจับแขนอีกฝ่าย



    "ไม่! "



    "น๊านะ ~กูไม่รู้จะพึ่งใครแล้วจริงๆ มึงเป็๲คนเดียวที่กูจะพึ่งได้นะเว้ย วันแรกไปลงชื่อเฉยๆไม่มีเทสส

    ลงสระหรอก" ผมเขย่าแขนมัน มันมองผมสีหน้า

    ย่นคิ้วลงแล้วสะบัดมือออกจากการเกาะกุม




    "กูไม่ได้กังวลเ๱ื่๵๹นั้น" ถ้าพี่เค้าให้ลงสระ มันหาข้ออ้างได้สบาย แต่ที่ไม่อยากไปคงเป็๲เพราะต้องเจอใครบางคนมากกว่า ซึ่งผมก็รู้ดีว่าเค้าคือใคร




    "...งั้นกูเปลี่ยนชมรมก็ได้.."มันมองมาที่ผม "กูขอโทษ" ผมตอบเสียงแบบหมาหงอย และได้ผลพี่ชายมันมองด้วยสายตาลังเลใจก่อนจะถอนหายใจ มันใจอ่อนทุกครั้งที่ผมงัดไม้เด็ด




    " เออ กูไปให้ก็ได้! "




    "แต้งกิ๊วครับ พี่ต้นหญ้าน่าร๊ากกกกที่สุด~~" ผมเอื้อมมือไปหยิกแก้มขาวๆจนมันรำคาญปัดมือผม



    "รำคาญ กูไปก่อนละกัน" มันหันหลังเดินได้ก่อนชะงักเหมือนลืมพูดบางอย่าง "เดี๋ยวกูไปส่งอชิระไปหาเพื่อนมึงให้ละกันนะ มึงสอบเสร็จแล้วรีบไปหาไอ้ช่อม่วงด้วย "




    "อืมมม"

    ผมขานรับพลางปิดประตูอชิระลูกญาติผม เธอย้ายไปอยู่ญี่ปุ่นหลังจากแต่งงานเพิ่งกลับเมื่อวานพร้อมกับลูกชายวัย 8 ขวบ เลยฝากมาอยู่กับผม 1 วัน






    .....................

    : 8:50 A .M





    Yu Wo

    ออกเล่มใหม่หรือเปล่านะ

    คำถามขึ้นในใจปลายนิ้วเรียวยาวจึงลังเลเล็กน้อยขณะเอื้อมหยิบปกหนังสือเรียกอย่างเป็๲-เอกลักษณ์ของนิยายแฟนตาซีแปลจีน นักเขียนสุดที่รักต่อให้ไม่มีป้ายโฆษณาติดยอดขายอันดับ 1 เขาก็ยังซื้อและเลือกที่จะหยิบมาพิจารณาอยู่ดี ผมพลิกหลังปกนิยายเพื่ออ่านเนื้อหาย่อ พนักงานสาวร่างเล็กในชุดเครื่องแบบของแบรนด์ก็กล่าวพูดด้วยท่าทางสุภาพ




    "นิยายของคุณ YuWo เล่นใหม่ยังไม่มานะคะ มันจะเริ่มเข้าเดือนหน้าค่ะ"



    "อืม..แล้วคนแต่ง zerzes ละครับ " ผมหันมาถามเธออีกครั้ง คราวนี้เธอยิ้มพลางพยักหน้า



    "ถ้าเป็๲เล่มล่าสุดเล่ม 4 อยู่ทางด้านนั้นค่ะ เหลือเล่มเดียวแล้วนะคะ ^^ " เด็กหนุ่มสวมเสื้อช็อปสีน้ำเงินเข้ม ด้านหลังปักลายสมอเรือ มุมปากค่อยๆ ยกยิ้ม  



    "งั้นผมเอาเล่มนี้ครับ "



    " ได้ค่ะ " เธอว่าพลางเดินไปหยิบเล่มหนังสือมาที่เคาน์เตอร์ "280 บาทค่ะ"พนักงานสาวรีบบอกราคาพลางยื่นหนังสือที่ชำระเงินเสร็จเรียบร้อยแล้วให้ผม ผมหยิบกระเป๋าตังค์ยื่นแบงค์สีแดงให้เขาทันที



       วันนี้เป็๞วันศุกร์ผมไม่มีเรียนเพราะงดคลาส แต่มีนัดสอบกับอาจารย์อีกคนแทน เพื่อนๆชมรมจิตอาสากับแก๊งค์ผมเลยนัดเปิดกล่องรับบริจาคสำหรับเด็กผู้ยากไร้บริเวณห้างใกล้มอ




    ' ตืดดดดดตืดดดดด  '

    ผมหยิบมือถือจากกระเป๋าเสื้อยกยิ้มเมื่อเห็นเบอร์ใครโทรมา 'เปาโล ' เพื่อนสนิทคณะประมง



    [มึงถึงไหนแล้ว]เสียงปลายสายถามผมได้ยินเสียงน้ำพุ คงอยู่ไม่ไกลจากผมเท่าไหร่นัก เพราะผมเดินออกมาจากตัวห้างแล้ว ตรงหน้าเป็๞สวนน้ำพุขนาดใหญ่เช่นกัน มันคงอยู่แถว bts




    " อีกไม่เกิน 5 นาทีถึงแล้ว "



    [ช่อม่วงกับคิโร่ฝากซื้อน้ำโค้กอะ]



    "เดี๋ยวกูซื้อให้ แล้วเจอกันนะ "



    ผมกดวางสายเงยหน้ามองสวนน้ำพุกลางลานกว้างก่อนละสายตาหยิบหนังสือนิยายขึ้นมาแกะอ่านโดยไม่ทันระวังตัวว่า





    .... ความซวยกำลังถามหา..




    'เสียงครืดคราด' 

    ของล้อสเก็ตบอร์ดบนทางคอนกรีตที่ดูลื่นเปียกเพราะกระเด็นจากลานน้ำพุ ท่าทางชายหนุ่มร่างสูง 180 สวมเสื้อช็อปสีน้ำเงิน ใบหน้ายาวคมเหมือนรูปสลัก ดั้งจมูกโด่งสูง ขนตายาวสีดำขลับ ตัวหนาแข็งแรงดูมีกล้ามเนื้อได้สัดส่วนอย่างสมบูรณ์แบบ ริมฝีปากเหยียดยิ้มสายตามองตรงขาข้างขวาส่งแรงถีบ ดันสเก็ตเท้าด้านซ้ายไปข้างหน้า ท่าทางเก๋ๆกังๆเหมือนจะล้ม ผมเหลือบสายตาไปด้านหลังแล้วส่ายหน้าน้อยๆ พื้นบริเวณนี้ยิ่งเปียก ถ้าเกิดเขาลื่นล้มมาโดนผมจะทำยังไงนะ และดูเหมือนความซวยจะเข้าข้างซะด้วยเพราะคิดไม่ทันขาดคำ ....




    "เฮ้ยยยย อ๊ากกกกกอ๊ากกกกก! "




    " เฮ้ยยยย! "



    'โคล้ม '

    'ตุ๊บ! '

    'ซ่า! '



    เสียงน้ำพุหลายแถวหลายช่องพุ่งขึ้นสูงและทิ้งตัวตามแรงโน้มถ่วง โดนพวกเราเต็มๆ พอดีกับร่างสูงไถลเซมาด้ายซ้ายชนกับร่างเล็กที่กำลังเดินอ่านหนังสือเข้าอย่างจัง สมุดนิยายตกลงพร้อมกับร่างทั้งสองสไลด์ลงกระแทกพื้น





    "โอ๊ย.."




    "โทษทีว่ะ กูไม่ได้ตั้งใจ" ผมเงยหน้ามองร่างสูงเหมือนนายแบบ เค้าเสื้อช็อปสีน้ำเงินสีคล้ายผมต่างกันตรงที่ไม่มีตราสมอเรือแบบผม เสื้อคณะวิศวะกับเสื้อยืดสีขาว ด้านในที่เปียกน้ำเผยให้เห็นสัดส่วนนิดๆกับปอยผมสีน้ำตาลที่เปียก

    น้ำ




    "แม่ง!...นิยายกู.." ผมส่ายหัวตั้งสติ มองมือที่ยื่นมาให้ผมจับ ผมเอื้อมมือและออกแรงดึงตัวเองให้ลุกขึ้นยืนพลางหยิบนิยายสุดโปรดสภาพเปียกเสียงหยดน้ำ 'ติ๊กๆ ' โถ่..ผมพึ่งได้จับไม่กี่วินาทีเอง




    "เดี๋ยวกูซื้อให้ใหม่เอง" มันว่าพลางลากแขนผมให้ออกมายืนนอกโซนน้ำพุที่เราล้มเมื่อกี้



    " มึงคงหาไม่ได้แล้วล่ะ เพราะเล่มนี้คือเล่มสุดท้ายของร้าน " ผมจ้องหน้าเขม็ง ยกหนังสือสภาพเปียก 'ครืดดด' เสียงฉีดขาดหนังสือแบ่งออกเป็๞ 2 ท่อน อีส่วนที่ขาดนั้นตกลงข้างกาย มันหน้าเหวอกว่าเดิมอีก " อะ..ไอ้เชี่ย " ผมสถบกับตัวเองเสียงเบา แต่คนข้างๆกลับได้ยินเพราะอยู่ใกล้กัน




    ' ตืดดดดตืดดด ตืดดดตืดดด '

    เสียงมือถือของเขาสั่น อีกฝ่ายหยิบมือถือออกมาจากกระเป๋าเสื้อช็อป มันสะบัดมือถือนิดหน่อยแล้วเอามาเช็ดกับเสื้อเพื่อให้แห้งก่อนกดรับสายสายโทรศัพท์กันน้ำ?

    ผมก้มมองสำรวจคนตรงหน้าตอนที่เขารับสาย ถึงได้รู้ว่า แบรนด์เนมทั้งตัว!



    รวย!!




    " ว่าไงมึง "


    [มึงอาจารย์จะเข้าแล้วนะ]


    "เออ เดี๋ยวกูรีบไป "


    [เร็วๆนะไอ้หมี~ ถ้ามึงหมดสิทธิ์สอบ คราวนี้ก็ช่วยไม่ได้แน่นอน]



    "อืมมม"


      มันพยักหน้ากดวางสายแล้วก้มหน้ามามองผมที่ยืนหนาวสั่น เพราะสภาพหมาตกน้ำ



    "มึงชื่ออะไร กูชื่อดอลลาร์ วิศวะคอม" มันมองผม คงนึกว่าเรียนประมงแน่นอน เพราะดูจากเสื้อช็อปตราสมอของผมเช่นกัน



    "กูชื่อใบไผ่คณะประมง ปี 1 แล้วตกลงมึงจะเอาไง?นิยายกู มือถือกูอีก?"ผมหันไปมองหน้าคนที่ชื่อดอลลาร์ มันคิ้วขมวดเป็๲ปม สีหน้าวิตกเมื่อเห็นสภาพนิยายของผม ก่อนยกแขนดูนาฬิกาตัวเอง ไม่นาน..มันก็เอ่ยวาจาน่าตบ




    "..คือกูต้องรีบไปแล้ว ถ้ามึงอยากให้กูชดใช้ยังไง กูทำได้หมดทุกอย่าง! "




    "เฮ้ย! มึงจะทิ้งกูเหรอออ" ผมงงกับคนตรงหน้าที่ก้าวเท้าวิ่ง เค้าไม่ลืมหยิบสเก็ตบอร์ดไปด้วย ปล่อยให้ผมยืนค้าง




    "พรุ่งนี้เจอกันที่หน้าคณะ กูจะโทรหาอีกทีนะ!" ดอลลาร์หยุดวิ่งเอี้ยวหน้ามา๻ะโ๠๲บอกผม แล้วหันหลังวิ่งจากไป ผมนิ่งค้างไปหลายสิบนาทีและก้มมองสภาพตัวเองและนิยายที่ขาดสองท่อน เค้าจะโทรหาผมยังไงล่ะ..ยังไม่ได้ให้เบอร์เลย





    หวังว่า...คงไม่โดนทิ้งกลางทาง...เห้อ....!