ในขณะที่ทุกคนกำลังขวัญเสียกับภาพตรงหน้าคนที่ดูจะสติหลุดลอยไปไกลที่สุดคงหนีไม่พ้นเฮนรี ใบหน้าที่เคยยะโสโอหังตอนนี้ซีดเผือดราวกับคนตายมือที่เคยถืออาวุธสั่นเทาจนกุมไม่อยู่ เขาตัดสินใจสะบัดโยนปืนกระบอกนั้นทิ้งไปให้พ้นตัวราวกับถูกไฟลวกก่อนจะทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นห้องโถงร่างทั้งร่างสั่นระริกด้วยความหวาดกลัวที่เกินจะแบกรับ
“คุณปู่...ผม... ผม...” เขาพึมพำเสียงแ่เหมือนคนละเมอ
เอเวลีนก้มลงไปสำรวจร่างที่แน่นิ่งของลอร์ดฮอว์ธอร์นเพียงครู่เดียวก่อนจะตวัดสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นแผดเผาใส่หลานชายคนโตเธอหวีดร้องใส่เขาเสียงหลงจนความขรึมที่เคยมีพังทลาย
“ฉันเคยเตือนแกแล้วใช่ไหมเฮนรี!ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าเอาอาวุธพวกนี้มาเล่นสนุก!”
“ผ...ผมไม่ได้ตั้งใจ!” เฮนรีโพล่งออกมาด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักจนฟังแทบไม่เป็ศัพท์เขามองสลับระหว่างร่างของปู่กับปืนที่นอนนิ่งอยู่บนพรม “ปกติมันไม่เคยมีะุ...พ่อบ้านก็บอกอยู่ว่ามันไม่มี! ผมแค่... ผมแค่จะล้อเล่นเท่านั้น!”
เขายังคงจ้องมองปืนกระบอกนั้นด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยและหวาดผวาราวกับมันเป็อสรพิษที่แอบเลื้อยเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์
ผมลอบสังเกตท่าทางของเขา...หากนี่เป็การแสดง เฮนรีก็คงเป็นักแสดงที่เก่งที่สุดในลอนดอน แต่ถ้าไม่ใช่ล่ะก็?คำถามที่สำคัญกว่านั้นคือ 'ใคร' กันที่เป็คนแอบบรรจุะุลงในปืนที่ควรจะว่างเปล่ากระบอกนั้น?
มาดามอีดาภรรยาสาวดูเหมือนจะถูกแช่แข็งอยู่บนเก้าอี้ดวงตาของเธอเบิกกว้างจ้องมองร่างสามีที่ไร้ิญญาอย่างไม่อยากเชื่อสายตา
เฮย์สหันมาสบตาผมด้วยสีหน้าเคร่งเครียดก่อนจะสาวเท้าเข้าไปที่ร่างของลอร์ดฮอว์ธอร์นเพื่อตรวจดูอาการเบื้องต้นส่วนผมแยกตัวเดินตรงไปยังปืนที่เฮนรีทิ้งไว้บนพื้นพรมเพื่อตรวจสอบร่องรอยบางอย่างที่อาจจะหลบสายตาคนทั่วไป
“ไม่ทันแล้ว...เขาเสียชีวิตแล้ว”
น้ำเสียงประกาศิตของเฮย์สทำลายความเงียบอันวังเวงลงทันทีคำพูดยืนยันนั้นเหมือนเป็สวิตช์เปิดวาล์วน้ำตามาดามอีดาที่เพิ่งได้สติโผเข้ากอดร่างสามีแล้วปล่อยโฮออกมาอย่างหนักจนไหล่สั่นเทิ้ม
โธมัสลูอิส และทนายลาร์คิน ต่างยืนตัวแข็งทื่อด้วยความช็อกไม่ต่างจากพวกคนรับใช้โดยเฉพาะหัวหน้าพ่อบ้านอย่างฮอบส์ผู้ออกตัวแรงไว้ก่อนหน้าว่าปืนทุกกระบอกถูกตรวจสอบและลงบันทึกอย่างละเอียดยิบใบหน้าที่เคยเรียบเฉยของเขาบัดนี้บิดเบี้ยวด้วยความสับสน
“เป็ไปไม่ได้...มันเป็ไปไม่ได้” ฮอบส์พึมพำออกมาเสียงแ่เหมือนโลกแห่งระเบียบวินัยของเขาพังทลายลงตรงหน้า
“ทุกคนในห้องนี้ฟังให้ดี!ห้ามขยับเขยื้อนไปไหนเด็ดขาดจนกว่าจะได้รับอนุญาต!” เฮย์สะโสั่งการด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลังของตำรวจมืออาชีพก่อนจะหันมาพยักหน้าให้ผม “บอร์น ผมฝากคุณควบคุมสถานการณ์ที่นี่ที... ส่วนฮอบส์นำทางผมไปที่โทรศัพท์ เดี๋ยวนี้! ผมต้องเรียกกำลังเสริมเข้ามาจัดการเื่นี้ต่อ”
เฮย์สเดินดุ่มๆออกจากห้องโถงไปพร้อมกับพ่อบ้าน ทิ้งให้ผมยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มคนที่น่าสงสัยและความตายที่ยังหาคำตอบไม่ได้
ผมย่อตัวลงข้างปืนกระบอกนั้น...ในขณะที่คนอื่นกำลังเสียใจหรือตื่นกลัว ผมกลับได้ยินเสียงของเกียร์ที่บินมาใกล้ๆพร้อมกับัับางอย่างที่ผิดปกติ
“นายว่ามันแปลกไหมเกียร์...เสียงปืนเมื่อกี้ ฉันรู้สึกได้ถึงแรงสั่นะเืที่ซ้อนทับกันอย่างผิดปกติ”
ผมกระซิบถามเ้าอีกากลไกที่บินลงมาเกาะบนพนักเก้าอี้ข้างตัวในขณะที่คนอื่นกำลังตกอยู่ในความโกลาหลผมกลับจดจ่ออยู่กับความผิดปกติที่ประสาทััของผมจับได้
“เกียร์...เล่นเสียงที่นายบันทึกไว้ใน่วินาทีที่ปืนลั่นหน่อยสิ”
ผมสั่งการเบาๆเพื่อเปิดใช้งานฟังก์ชันพิเศษที่ผมอุตส่าห์ติดตั้งไว้ในตัวมันเ้าเกียร์มีความสามารถในการบันทึกเสียงรอบข้างได้อย่างละเอียดแต่น่าเสียดายที่มานาอันน้อยนิดในโลกใบนี้ทำให้อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลของมันทำงานได้จำกัดเสียงที่บันทึกไว้จะค่อยๆเลือนหายไปภายในเวลาเพียงหนึ่งวันหากไม่ได้รับการรีชาร์จพลังงาน
“รับทราบนายท่าน” เกียร์ตอบรับเสียงเรียบก่อนจะเริ่มขยับฟันเฟืองในลำคอเพื่อเล่นเสียงย้อนกลับ
มันหรี่ระดับเสียงลงจนเบากริบพอที่จะให้ผมได้ยินเพียงคนเดียวเพราะในสถานการณ์ที่ทุกคนกำลังสติแตกและหวาดระแวงการเปิดเสียงปืนดังสนั่นขึ้นมาอีกรอบคงไม่ใช่ความคิดที่ดีแน่
ผมกลั้นหายใจพลางตั้งใจฟังเสียงที่ดังออกมาจากอกของเกียร์อย่างละเอียด...และข้อสันนิษฐานของผมก็เป็จริง
มันมีเสียงปืน‘สองนัด’ ดังขึ้นซ้อนทับกันจริงๆ มันรวดเร็วและแเีเสียจนคนทั่วไปไม่มีทางสังเกตเห็นได้แต่สำหรับคนที่คลุกคลีอยู่กับเสียงสะท้อนของการตามหาประตูมิติอย่างผมมันชัดเจนเหมือนแสงสว่างในความมืด
ในขณะที่สมองของผมกำลังหมุนวนหาคำตอบของเสียงนัดที่สองหูของผมก็แว่วไปได้ยินเสียงกระซิบกระซาบจากมุมห้อง เนลล์ รองหัวหน้าแม่บ้านกำลังยืนสุมหัวคุยกับสาวใช้คนอื่นด้วยท่าทางตื่นตระหนกแต่สิ่งที่หลุดออกมาจากปากของเธอกลับน่าสนใจยิ่งกว่าอาการช็อก
“...ให้ตายยังไงฉันก็ไม่เชื่อว่าคุณเฮนรีจะยิงโดนหรอก” เนลล์กระซิบเสียงต่ำ “ถึงเขาจะขยันเก๊กท่าถือปืนเดินไปเดินมาทั่วคฤหาสน์แค่ไหนแต่ทุกคนในบ้านก็รู้กันทั้งนั้นว่าเขายิงปืนได้ห่วยแตกสิ้นดีขนาดนกพิราบที่เกาะอยู่เฉยๆ เขายังยิงไม่เฉียดเลย!”
“แต่รอบนี้เขาอาจจะฟลุ๊คยิงแม่นขึ้นมาก็ได้นะพี่เนลล์”สาวใช้รุ่นน้องแย้งเสียงสั่น
‘หรือว่า...’
ประกายความคิดบางอย่างวูบเข้ามาในหัวผมรีบผละออกมาแล้วตรงดิ่งไปที่ปืนของกลางบนพื้นพรมทันทีผมย่อตัวลงใช้สายตาพินิจพิจารณ์ปากกระบอกปืนอย่างละเอียด
จริงอย่างที่สงสัย...ที่ปากกระบอกปืนมีเพียงคราบเขม่าดินปืนสีดำเขม่าหนาเตอะแต่กลับไร้ร่องรอยการเสียดสีของหัวะุตะกั่วที่ควรจะมีหากมีการลั่นะุจริงออกไปยิ่งไปกว่านั้น เมื่อผมกวาดสายตาไปรอบๆ บริเวณที่เฮนรียืนอยู่ผมก็พบเศษวัสดุที่เป็แผ่นอัดดินปืน (Wadding) กระเด็นตกอยู่
หลักฐานทุกอย่างบ่งบอกไปในทิศทางเดียวกันปืนกระบอกนี้มีเพียงดินปืนที่อัดไว้จนแน่นเพื่อให้เกิดเสียงดังสะนั่นและควันที่หนาทึบเกินความจำเป็มันคือปืนที่เอาไว้ใช้สำหรับ ‘แสดงโชว์’ หรือการข่มขู่เท่านั้น แต่มันไม่มี‘ลูกะุ’ ที่จะไปพรากชีวิตใครได้
เป้าหมายของคนร้ายชัดเจนมาก...นั่นคือการใช้เฮนรีเป็ 'ฉากหน้า' และเหยื่อรับบาป แต่สิ่งที่ทำให้ผมยังขบคิดไม่แตกคือวิธีการในเมื่อจังหวะที่เฮนรีคว้าปืนขึ้นมาเล็งทุกสายตาในห้องโถงต่างพุ่งตรงไปที่เขาเป็จุดเดียวหากมีใครอีกคนยกปืนขึ้นเล็งและเหนี่ยวไกในเวลาเดียวกันมันย่อมเป็ไปไม่ได้เลยที่จะหลบรอดสายตาผู้คนนับสิบไปได้
หรือคนร้ายจะยิงโดยไม่ต้องเล็ง?ความคิดนั้นดูจะหลุดพ้นจากตรรกะทั่วไปไปสักหน่อยผมจึงตัดสินใจพักสมมติฐานนั้นไว้ก่อนแล้วหันไปหา 'แหล่งข้อมูล'ที่ดีที่สุดในตอนนี้
ผมก้าวตรงไปหาเนลล์รองหัวหน้าแม่บ้านที่ยังคงยืนตัวสั่นอยู่ท่ามกลางวงล้อมของสาวใช้
“ขอโทษนะครับคุณเนลล์ผมรบกวนถามอะไรสักหน่อย” ผมโปรยรอยยิ้มสุภาพเพื่อลดความระแวง“ดูเหมือนคนในคฤหาสน์หลังนี้จะมีความผูกพันกับอาวุธปืนกันเป็พิเศษเลยนะมีใครในบ้านที่ชอบยิงปืนเป็งานอดิเรกบ้างไหมครับ?”
“อุ๊ย...ใช่ค่ะ” เนลล์ตอบพลางลูบแขนตัวเอง “เพราะนายท่านหลงใหลในอาวุธปืนมากเวลาว่างท่านก็มักจะหยิบออกมาขัดหรือออกไปซ้อมยิงอยู่บ่อยๆจนมันกลายเป็เื่ปกติของคนที่นี่ไปแล้วค่ะ บรรดาทายาทคนอื่นๆก็พลอยชอบยิงปืนตามท่านไปด้วย”
“แล้วปืนที่พวกเขาใช้ซ้อมยิงกันคือปืนที่ตั้งโชว์สะสมอยู่ตามผนังพวกนี้หรือเปล่าครับ?”ผมชี้ไปยังบรรดาคลังแสงรอบห้องโถง
“โอ้ไม่ใช่หรอกค่ะ ปืนพวกนี้มีไว้ประดับบารมีและสะสมตามประวัติศาสตร์เท่านั้น”เนลล์ส่ายหน้า “ปืนสำหรับซ้อมยิงจริงๆ จะเก็บแยกไว้ที่ห้องใต้ดินค่ะ”
“ในห้องใต้ดินนั่น...มีพวกดินปืนกับหัวะุเก็บไว้พร้อมเลยใช่ไหมครับ?” ผมหรี่ตาลงเล็กน้อย
“ใช่ค่ะมีเก็บไว้เป็ตู้ๆ เลยล่ะ”
“แล้วใครบ้างครับที่มีกุญแจหรือได้รับอนุญาตให้เข้าห้องเก็บอาวุธข้างล่างนั่นได้?”
คำตอบของเนลล์ทำเอาผมแทบจะถอนหายใจออกมา“แทบทุกคนเลยค่ะ เพราะนายท่านบอกว่ามันเป็งานอดิเรกของครอบครัวกุญแจเลยถูกแขวนไว้ในที่ที่ใครๆ ก็หยิบได้”
ให้ตายเถอะ...กฎระเบียบของบ้านนี้มันหละหลวมเสียจนน่าปวดหัว ในเมื่อ ‘ทุกคน’มีกุญแจเข้าคลังแสงได้สมมติฐานที่ว่าใครสักคนแอบลงไปขโมยดินปืนมาใส่ในปืนโชว์ของเฮนรีหรือเตรียมอาวุธสังหารนัดที่สองไว้ ก็แทบจะไร้ขีดจำกัดทันที
“แล้วในบรรดาทุกคนที่นี่...นอกจากท่านลอร์ดแล้ว ใครคือมือฉกาจที่สุดในด้านการยิงปืนหรอครับ?”ผมลองโยนคำถามสำคัญออกไปเพื่อจัดลำดับความอันตราย
“ถ้าไม่นับนายท่านคนที่ยิงแม่นราวกับจับวางก็คือ คุณโธมัส ค่ะ” เนลล์ตอบโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด“รองลงมาคือคุณเอเวลีน แล้วก็คุณลูอิส ส่วนท้ายแถวที่ห่วยที่สุดก็อย่างที่เห็น...คุณเฮนรีค่ะ”
“แล้วมาดามอีดาละครับ?เธอไม่ร่วมวงซ้อมยิงกับคนอื่นบ้างหรอ?”
“โอ้ไม่เลยค่ะ มาดามไม่แตะต้องอาวุธพวกนั้นเลยเธอเคยบอกว่าทนกลิ่นเหม็นไหม้ของดินปืนไม่ได้น่ะค่ะ”
ผมพยักหน้ารับพลางบันทึกข้อมูลลงในใจก่อนจะแสร้งถามถึงไลฟ์สไตล์ทั่วไปเพื่อหาช่องโหว่ของเวลา “นอกจากเื่ปืนแล้วแต่ละคนมีงานอดิเรกหรือทำอะไรเป็พิเศษในแต่ละวันบ้างไหมครับ?”
ข้อมูลที่ได้รับจากเหล่าคนรับใช้เริ่มทำให้ภาพพจน์ของแต่ละคนชัดเจนขึ้นเฮนรี มักจะใช้ชีวิตเสเพลอยู่นอกคฤหาสน์มากกว่าจะอยู่ในบ้าน ส่วน โธมัส หนุ่มผอมแห้งคนนั้นกลับคลุกตัวอยู่แต่ในห้องหนังสือและฝึกฟันดาบอย่างเอาเป็เอาตายทางด้าน ลูอิส นอกจากเื่กินที่เป็งานหลักเขาก็ชอบขลุกอยู่ในครัวเพื่อฝึกทำอาหาร
แต่จุดที่ทำให้ผมสะดุดใจที่สุดคือเอเวลีน เธอไม่ได้ฝึกแค่ปืน แต่ยังเชี่ยวชาญการใช้ธนูและหน้าไม้ แถมยังมีฝีมือด้านการเย็บปักถักร้อยขนาดเย็บกระเป๋าใช้เองส่วน มาดามอีดาผู้แสนอ่อนโยนก็มักจะใช้เวลาทั้งหมดไปกับการดูแลสวนดอกไม้ที่หลังคฤหาสน์
‘คนหนึ่งใช้เวลาอยู่กับหนังสือและดาบ...อีกคนอยู่กับธนูและหน้าไม้... และอีกคนอยู่กับสวนและปุ๋ย...’
ผมหรี่ตาลงพลางประมวลผลทุกคนดูเหมือนจะมี ‘ทักษะ’ บางอย่างที่สามารถประยุกต์ใช้ในการสังหารได้ทั้งสิ้นโดยเฉพาะเสียงปืนนัดที่สองที่ดังซ้อนขึ้นมา มันอาจจะไม่ใช่ปืนกระบอกที่สองเสมอไปหากคนร้ายมีความรู้เื่กลไกหรือแรงส่งมากพอ
“ในบ้านที่ดูเคร่งครัดแบบนี้...มีใครที่มีเื่ผิดใจหรือเขม่นกันเป็พิเศษไหมครับ?” ผมลองขุดลึกลงไปถึงความสัมพันธ์เื้ั
“ไม่มีหรอกค่ะพวกเขาอยู่กันอย่างสงบสุข ทุกคนรักกันดีจะตายไป” สาวใช้คนหนึ่งตอบด้วยท่าทีซื่อๆ“จะมีก็แต่คุณเฮนรีนั่นแหละค่ะที่มักจะทำให้คนในบ้านระอาใจ เพราะเขาเอาแต่เที่ยวเตร่ข้างนอกและใช้เงินมือเติบจนน่าใจหายแต่ถึงอย่างนั้นคนอื่น ๆ ก็แค่บ่นตามประสาไม่เคยเห็นใครถึงขั้นทะเลาะตบตีหรือมีปากเสียงกันรุนแรงเลยสักครั้ง”
รักกันดี...อย่างนั้นหรือ? ผมขอบใจพวกเธอเบา ๆ ก่อนจะปลีกตัวออกมาสำรวจโถงกลางอีกครั้งพร้อมกับครุ่นคิดในใจในโลกที่ผมจากมา ยิ่งกลุ่มมานาดูสงบนิ่งเท่าไหร่มันยิ่งหมายความว่ามีแรงดันมหาศาลซ่อนอยู่ข้างในมากเท่านั้น
หากวิเคราะห์จากทักษะเพียวๆ โธมัส คือผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะเขาคือมือพระกาฬด้านการยิงปืนที่แม่นยำที่สุดในบรรดาทายาทแต่ทฤษฎีนี้กลับติดหล่มในแง่ของกายภาพ... ในวินาทีที่ควันปืนของเฮนรีพุ่งออกมาทุกคนนั่งอยู่ห่างกันในตำแหน่งที่เห็นกันชัดเจนการที่โธมัสจะชักอาวุธที่ซ่อนไว้ออกมาเล็งและยิงให้จบภายในเสี้ยววินาทีโดยไม่มีใครสังเกตเห็นนั้นมันแทบจะเป็ไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ
ต่อให้ยิงแม่นแค่ไหนแต่ถ้าไม่มีจังหวะเล็ง ะุจะพุ่งเข้าหัวใจอย่างแม่นยำได้อย่างไร?
ผมกวาดสายตามองไปที่ตำแหน่งที่นั่งของแต่ละคนอีกครั้งในโถงรับแขกที่โอ่อ่านี้ ทุกอย่างดูเหมือนจะเปิดเผย แต่กลับมี 'ช่องว่าง' ของระยะห่างที่ถูกบิดเบือนไปพร้อมกับเสียงปืนนัดที่สองนั่น
ผมเริ่มรู้สึกเหมือนเดินหลงอยู่ในเขาวงกตที่ไร้ทางออกความว่างเปล่าจากการสำรวจซ้ำแล้วซ้ำเล่าเริ่มทำให้ผมร้อนรนแต่แล้วสัญชาตญาณนักสืบก็กระตุกเตือนอีกครั้งเมื่อผมเดินกลับมาหยุดอยู่ตรงตำแหน่งที่ร่างของลอร์ดฮอว์ธอร์นเคยนั่งอยู่
ผมเบี่ยงตัวหลบโต๊ะไม้โอ๊กตัวหนาแล้วเพ่งมองไปที่ผนังห้องที่อยู่ด้านหลังเก้าอี้ของท่านลอร์ด... และที่นั่นเองผมก็ได้พบกับ 'ความผิดปกติ' ที่ซ่อนอยู่ในความหรูหรา
บนวอลเปเปอร์บุผนังราคาแพงมีร่องรอยขนาดเล็กกระจุกตัวอยู่จุดหนึ่ง มันไม่ใช่รอยร้าวที่เกิดจากความเก่าแก่แต่มันคือรอยหลุมลึกขนาดจิ๋วหลายจุดที่ดูเหมือนถูกแท่งของแข็งบางอย่างกระแทกเข้าใส่อย่างรุนแรงซ้ำแล้วซ้ำเล่าร่องรอยเ่าั้กระจุกตัวอยู่ในรัศมีแคบๆ
‘รอยกระทบพวกนี้มันอยู่ตรงกับตำแหน่งศีรษะหรือหน้าอกของคนที่นั่งบนเก้าอี้พอดี...’
เดี๋ยวก่อนนะ...รอยกระทบซ้ำๆ บนผนังนั่น กับงานอดิเรกที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไรเชื่อมโยงกันได้...
ในพริบตานั้นเองข้อมูลกระจัดกระจายที่ผมรวบรวมมาทั้งหมดก็เริ่มหมุนวนและดีดตัวเข้าล็อกกันราวกับกลไกฟันเฟืองที่สมบูรณ์ภาพเหตุการณ์ตอนปืนลั่น เสียงซ้อนที่เกียร์บันทึกไว้ คราบเขม่าที่ปากกระบอกปืนและทักษะเฉพาะตัวของแต่ละคนที่เนลล์บอกผม... ทั้งหมดนี้มันไม่ได้เป็เื่บังเอิญเลยสักอย่างเดียว!
ผมยืนนิ่งงันกลางโถงรับแขกกวาดสายตาคมกริบมองผ่านกลุ่มคนที่กำลังสับสนและหวาดกลัว ผมไม่ได้มองแค่ที่ตัวบุคคลแต่มองหา 'บางสิ่งที่ขาดหายไป' หรืออาจจะ 'วางอยู่ผิดที่ผิดทาง' ั้แ่หลังเกิดเหตุ
คนร้ายในคดีนี้ฉลาดมากที่เลือกใช้ความโกลาหลและควันปืนเป็ฉากบังตาแต่กลับพลาดท่าทิ้งร่องรอยของการ 'ฝึกซ้อม'เอาไว้บนผนังอย่างแเีและรอยพวกนั้นเองที่ชี้ตัวฆาตกรออกมาอย่างชัดเจน
“เจอแล้วของที่หายไป” มุมปากของผมยกขึ้นเล็กน้อยเมื่อชิ้นส่วนสุดท้ายของปริศนาถูกเติมเต็ม
“ที่แท้มันเป็แบบนี้เองสินะ...”ผมพึมพำกับตัวเองเบาๆ
ผมรู้แล้วว่าะุนัดที่สองพุ่งมาจากทิศทางไหนและรู้แล้วว่าภายใต้หน้ากากแห่งความโศกเศร้าหรือความตื่นตระหนกที่แสดงอยู่นี้ใครกันแน่ที่เป็คนกุมความลับของความตายครั้งนี้เอาไว้