นิยายรักเล่นกลวนเวียนใจ เพราะรักเล่นกล เขียนโดย.. สลักกานต์
ตอนที่ ๗
คิดเองเออเอง
ทั้งห้องเงียบสนิท..!!
ทุกคนตกอยู่ในมนต์แห่งรักของโรมิโอชลวิทย์เสียแล้ว
“เก่งมากกกกก” ครูโชออกปากชมชลวิทย์
ชลวิทย์ไหว้ครูโชอีกครั้ง “ขอบคุณครูโชมากนะครับ ผมเข้าใจแล้วครับ รู้แล้วว่า ไอ้ที่รู้สึกแล้วเล่นน่ะ เป็ยังไง มันรู้สึกขึ้นมาจริงๆ เลยครับครู อยู่ๆ ผมก็อยากที่จะจับมือครู อยากที่จะจูบมือครู ผมไม่ได้ทำเพราะบทเขียนไว้นะครับ”
ครูโชยิ้มให้ชลวิทย์อย่างพอใจ “หมั่นฝึกฝนนะ จะได้เก่งสมใจ”
“ขอบคุณครูมากนะครับ ผมรู้แล้วว่า.. การแสดงมันสนุกยังไง”
ครูโชยังคงยิ้มให้ชลวิทย์ แต่ก็ไม่ได้ตอบอะไรชลอีก ภายใต้ใบหน้าที่ยิ้มละไม .. ในใจเขากลับป่วนปั่นไม่น้อย.. ชลมีอะไรหลายอย่างที่คล้ายกับ.. ‘ไม้’ .. คนรักเก่าของครูโช ..
.. โดยเฉพาะลีลาการแสดง.. ชลแทบจะถอดแบบของไม้มาเลย .. การแสดงเมื่อครู่ .. จึงเหมือนกับว่า.. เตโชได้แสดงกับไม้อีกครั้ง.. ภาพการช่วยกันเขียนบท .. ช่วยกันต่อบท .. ทดลองแสดงในบทที่ช่วยกันเขียน ..กลับมาวนเวียนในความทรงจำเตโชอีกครั้ง .. จึงยิ่งทำให้เตโชคิดถึงไม้.. ยิ่งขึ้น..!!
ฝุ่นดินดีใจมาก..เธอเห็นการแสดงที่เธออยากทำได้ .. ยิ่งเมื่อเห็นอย่างนี้ .. ยิ่งอยากเรียนกับครูโช.. ยิ่งอยากที่จะทำให้ได้ .. อย่างที่ครูโชทำให้ดู ..
แต่..!! หากต้องแสดงกับชลวิทย์.. แบบที่ชลวิทย์แสดงเมื่อครู่.. เธอจะรับรู้ความรู้สึกอย่างนั้นแบบจูเลียตของครูโชไหวไหม?..
ก็สิ่งที่ไม้แสดงความรักไปเมื่อครู่.มัน.. หวาน.. มากอย่างนั้น..!!
ต้นน้ำหลงรักโรมิโอจนหมดหัวใจ เขาหลงเสน่ห์ชลวิทย์จนมองไมเห็นใครอีกแล้ว
และ..การที่ต้นน้ำได้ดูการซ้อมฯ ในวันนี้ ทำให้ต้นน้ำเข้าใจแล้วว่า..ทำไมครูโชจึงต้องเลือกนักแสดงคนให้ตรงกับบท ตรงกับตัวละคร
ก็สิ่งที่เขาเห็นมันชัดเจน..พี่กนกแสดงเก่ง แสดงได้อย่างแพรวพราว มีสารพัดเทคนิค .. ซึ่งชลวิทย์ไม่มีอะไรเทียบกับพี่กนกได้เลย นอกจาก.. เขาใช่..!!
ชลวิทย์คือคนที่ใช่สำหรับบท..โรมิโอ
แค่นั้นเมื่อมีครูโชแนะนำ ชลวิทย์ก็แสดงได้น่ารักน่ามองกว่าพี่กนกตั้งมากมาย
ต้นน้ำรู้แล้วว่า..แม้นักแสดงจะมีความสามารถ เล่นได้เก่งเพียงใด แต่ถ้าไม่ตรงคาแรกเตอร์ตัวละคร มันก็สร้างเสน่ห์ชวนมองได้แสนยาก
แม้กนกรู้สึกว้าวมากที่เห็นอาจารย์เตโชแสดง.. แต่ลึกๆ เขากลับรู้สึกอิจฉาไอ้เด็กพวกนี้ .. ทำไมมันช่างโชคดีอย่างนี้ ..รุ่นพี่เขาบางรุ่น .. เรียนกับอาจารย์เตโชถึง ๔ ปี ยังไม่มีโอกาสอย่างนี้เลย
พี่นัทมารับฝุ่นดินกลับบ้าน ด้วยรถเบ๊นซ์คลาสสิคคันดำสุดหรูหรา ชลวิทย์ได้แต่มองฝุ่นดินเดินไปหาณัฐกนกด้วยใจที่แปลบปลาบ
“ต้นน้ำกลับกันพี่นะครับพี่จะไปส่งต้นน้ำเอง” เสียงพี่นัทนุ่มนวล
“ได้ครับ” ต้นน้ำตอบได้แค่นั้น ก็เขินจนไปไม่เป็
“ไปกินอะไรนิดหน่อยแล้วค่อยเข้าบ้านนะฝุ่นนะ” พี่นัทขอความเห็น
“ตามใจพี่นัทค่ะ” ฝุ่นดินตอบพร้อมกับรอยยิ้ม
รอยยิ้มที่ชลวิทย์อยากให้ยิ้มเขาคนเดียว
..
“ลี..เธอไม่ไปกะฝุ่นเหรอ” ปฐวีถามเพื่อน
“ไม่อะ ถึงจะสบายนะ แต่ฉันวางตัวไม่ค่อยถูกเวลาต้องอยู่ในที่แบบนั้น มันเหมือน.. ไม่ใช่ที่ของเรา” ปณาลีอธิบายละเอียด ปฐวีได้แต่พยักหน้ารับรู้
อุรวีซึ่งสนใจแต่..น้องชล เธอจึงเห็นอาการต่างๆ ของชลวิทย์ดาราในใจเธอชัดเจน “ลี.. ฉันว่า..น้องชลนี่ต้องปิ๊งกะฝุ่นดินเพื่อนเราแน่ๆ เลย”
ปณาลีใ “จริงเหรอ?”
“ฉันว่าฉันดูไม่ผิดนะ”
“ถ้าจริง ก็แย่ล่ะ ฉันต้องบอกฝุ่นดิน” ปณาลีเปรยกับเพื่อนอุรวีด้วยความหนักใจ
..
ในรถเบ๊นซ์คลาสสิคคันดำยาวสุดหรู ส่วนโดยสาร่กลางของตัวรถ มีที่นั่งสองแถวซึ่งผู้โดยสารนั่งหันหน้าเข้าหากัน
แม้ฝุ่นดินจะนั่งข้างๆพี่นัท แต่เธอก็ไม่ได้รู้สึกอะไรมากมายกับพี่นัท ในหัวฝุ่นดินทบทวนทุกอย่างที่ครูโชสอนเธอในวันนี้
และก็เช่นเดียวกัน ถึงพี่นัทจะนั่งติดกับฝุ่นดิน พี่นัทก็ไม่ได้พูดคุยอะไรกับฝุ่นดิน นอกจาก.. สายตา ..ที่พี่นัทมองต้นน้ำซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม พร้อมกับบอกความหมายนานาไปกับแววตานั้น
จนต้นน้ำทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ขยับตัวไปมาเล้กน้อยด้วยความเขินอาย
พี่นัทมองต้นน้ำจนคนขับรถของพี่นัทไม่พอใจ ‘เขน’ คนขับรถของพี่นัทจึงพูดขึ้น “คุณนัทครับ คุณจะให้ไปที่ไหนครับ”
ณัฐกนกใ แล้วก็บอกจุดหมายให้เขนรู้ ซึ่งก็คือร้านอาหารที่มีชื่อร้านหนึ่งใน กทม.
“ฝุ่นนนน” ปณาลีเรียกเพื่อน “ฉันกับวีคิดว่า.. น้องชลเค้าชอบเธอนะ”
“ไม่หรอกมั้ง?” ฝุ่นดินไม่อยากปฏิเสธตรงๆ เธออยากบอกเพื่อนสองคนว่า..น้องชลเค้ามีเมียแล้ว แต่เธอไม่แน่ใจว่า.. นั่นเป็ความลับขนาดไหน? เธอบอกเพื่อนได้หรือเปล่า? .. ไว้ถามน้องชลก่อนค่อยบอกสองคนนี้ก็ได้
“ไม่จริงอะ เมื่อวาน ตอนที่เธอเดินไปหาพี่นัทนะ น้องชลมองเธอ มองพี่นัทแรงมาก” อุรวีเสริมที่ปณาลีพูด
ฝุ่นดินเดินเลี่ยงเพื่อนๆ๒ คนของเธอ ก็ไม่อยากให้ทั้งสองสบตาเธอ ฝุ่นดินกลัวว่าเพื่อนทั้งสองจะจับได้ว่าเธอโกหก..พลัน.. ฝุ่นดินก็คิดได้ว่าจะบอกอะไรเพื่อน “คือ.. ฝุ่นกะน้องชล ตกลงกันไว้ว่า.. จะลองจีบกันจะได้เข้าใจความรู้สึกของโรมิโอกะจูเลียต”
อุรวีพยักหน้ารับรู้
แต่ปณาลีซึ่งรู้แล้วว่ามีข้อตกลงนี้กลับคิดอีกอย่าง “แสดงว่าแกสองคนจีบกันแล้ว”
ฝุ่นดินพยักหน้ารับ
“แล้วน้องเค้าก็หวั่นไหวไปกับการจีบแก” ปณาลีพูด และสรุปต่อทันที “ฉันว่า.. น้องเค้าหวั่นไหวกับแกจริงๆ”
ฝุ่นดินพยักหน้ารับ แล้วก็คิดได้ว่าไม่ควรทำอย่างนั้น “ไม่ไม่ไม่ ฝุ่นไม่ได้หวั่นไหว แต่.. ฝุ่นไม่รู้นะ ว่าน้องคิดยังไง แต่ฝุนไม่มีอะไรในใจจริงๆ”
“เออเออฉันเชื่อแล้วววว” อุรวีตอบเพื่อนแล้วก็เพ้อเจ้ออยู่ในโลกสาววายต่อ “ฉันอยากให้น้องชลชอบกะต้นน้ำจัง พวกเค้าซ้มสมกัน ควรจะเป็คู่กัน”
ปณาลีเดินมาใกล้ๆฝุ่นดิน “ฉันไม่เชื่อว่าเธอไม่หวั่นไหวกะน้องชล”
ฝุ่นดินรีบหลบตาปณาลี เธอเห็นพี่กนกกำลังเดินมาหาเธอ ฝุ่นดินยิ้มให้ “พี่หนก”
พี่กนกยิ้มให้และรีบก้าวเดินมาหาฝุ่นดิน “วันนี้ ’จารย์โชบอกพี่ว่าจะมาช้า เลยให้พี่รีบมาก่อน พี่ช่วยต่อบทให้น้องฝุ่นก่อนดีไหม”
“งั้นเราเริ่มเลยมั้ยคะ”
แล้วกนกกับฝุ่นดินก็นั่งลงที่ชุดม้านั่งใกล้ๆ และเริ่มต่อบทกันทันที..!!
..
ชลวิทย์มาถึงที่ซ้อมตามที่นัดกันไว้ แต่ก็ไม่เห็นใคร เขามองออกมานอกห้อง ก็เห็นพี่กนกนั่งต่อบทกับพี่ฝุ่นดินอยู่ .. ใจหนึ่งก็อยากไปต่อบทกับพี่ฝุ่น.. แต่อีกใจ ก็ไม่อยากไปใกล้ชิดฝุ่นดิน เขาไม่อยากให้จิตใจเลยเถิดไปกว่าที่เป็อยู่นี่..
แต่..ความรักเล่นกลกับชลวิทย์เต็มๆ .. เขาทำใจท่องบทคนเดียวไม่ได้ ประกอบกับต้นน้ำเพิ่งเดินเข้าห้องซ้อมฯ ชลวิทย์ไม่อยากอยู่กับต้นน้ำสองต่อสอง เขาจึงเดินออกมาหาฝุ่นดิน และขอต่อบทกับฝุ่นดิน ซึ่งกนกก็ยินดีหลีกทางให้นักแสดงตัวจริงต่อบทกัน ชลวิทย์กับฝุ่นดินต่อบทด้วยกันจนจบไปหนึ่งฉากใหญ่ๆ ทั้งฝุ่นดินและชลวิทย์จึงพักการต่อบท
ระหว่างที่ต่อบทอยู่นั้น อุรวีกับต้นน้ำต่างก็แอบเม้ากัน และหัวเราะกันแบบไม่มีเสียงจนกนกต้องหันหน้าไปทำท่าปรามทั้งสองเป็ระยะ ระยะ
หลังจากพักการต่อบทไปสักครู่หนึ่งแล้ว ด้วยความหวังดี พี่กนกก็ช่วยติวการแสดงให้ฝุ่นดินกับชลวิทย์
“พี่หนกครับ ผมไม่ได้เรียนเต็มสตรีมแบบพวกพี่ ผมฟังพี่สอนยังไงก็ไม่เข้าใจ ผมรอครูโชสอนผมดีกว่าครับ” ชลวิทย์พูดเรียบๆ
กนกไม่พอใจ เขามองหน้าชลวิทย์อย่างเอาเื่ ที่จริงเมื่อครู่ กนกไม่ยอมให้ชลวิทย์ต่อบทกับฝุ่นดินก็ได้ แต่เขาไม่อยากมีปัญหา จึงยอมให้ มาตอนนี้ ไอ้เด็กนี่กลับมาหาเื่เขาอีก
ปณาลีเห็นท่าไม่ดี “น้องชล ไปช่วยพี่ขนของหน่อยสิ” พูดจบเธอก็ลากชลวิทย์ออกไปจากตรงนั้นทันที
“ไปไปไป พี่ไปด้วย” ต้นน้ำพูดขึ้น “อูวีเธออยู่เป็เพื่อนฝุ่นดินนะ”
เป็อันว่า.. อุรวีไม่ได้ตามชลวิทย์ออกไปด้วย เธอนั่งอยู่เป็เพื่อนฝุ่นดินอย่างไม่สบอารมณ์เท่าใดนัก
กนกถอนหายใจเฮือกใหญ่เมื่อชลวิทย์ไปพ้นหน้าเขา
ซึ่งฝุ่นดินก็เห็นทุกอย่างชัดเจน “พี่กนกคะ น้องชลเค้ายังเด็ก พี่อย่าไปอะไรกับเค้าเลยค่ะ”
กนกยิ้มให้ฝุ่นดิน “ครับ พี่ยอมให้น้องฝุ่นได้อยู่แล้วครับ”
ฝ่นดินยิ้มรับคำพูดพี่กนก ที่จริงเธอเข้าใจความหมายที่กนกพูด แต่เธอเลือกวางเฉย ไม่รับรู้อะไรด้วย อย่างนี้น่าจะดีที่สุด
..
“จะให้ผมมายกอะไรเหรอครับพี่ลี” ชลวิทย์ถามขึ้นเมื่อปณาลีพาเขามานั่งอีกมุมหนึ่งของอาคาร หางเสียงเขายังขุ่นๆจากสายตากนกที่มองเขาเมื่อครู่
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะน้องชล พี่กลัวน้องชลมีเื่ชกต่อยกะพี่กนกน่ะค่ะ พี่เลยต้องโกหกน้องชล” ปณาลีสารภาพ
“อย่าโกรธพวกนี่นะ” ต้นน้ำอ้อน
ชลวิทย์มองปณาลีและยิ้มให้ลีคนเดียว “ไม่โกรธครับ ขอบคุณครับพี่”
รอยยิ้มชลวิทย์ทำให้ปณาลีเขินจนตัวแทบบิด
ต้นน้ำยิ่งรู้สึกมากขึ้นว่า..น้องชลไม่สนใจตัวต้นน้ำเลย
“เออ..พี่ลีครับ พี่เป็เพื่อนสนิทของพี่ฝุ่นใช่ไหมครับ”
“พี่กะพี่ฝุ่นรู้จักกันมาั้แ่อนุบาลเพราะอยู่หมู่บ้านใกล้ๆ กัน แต่มาเริ่มสนิทกันก็.. ตอนอยู่ประถม แล้วก็สนิทกันเรื่อยมา มีทะเลาะกันบ้างนะ แต่ก็งอนกันแป๊บเดียว แล้วก็สนิทกันต่อ.. จนมาถึงวันนี้แหละจ้ะ” หากเป็คนอื่นคงพูดไม่ออก แต่ไม่ใช่ปณาลี ปณาลียิ่งเขินยิ่งพูด เธอจึงเล่าแบบน้ำไหลไฟดับ เพราะเขินมาก
..จนชลวิทย์หัวเราะออกมา
ปณาลีจึงหยุดเล่าประวัติของเธอกะฝุ่นดิน
“ส่วนพี่นะ” ต้นน้ำอยากมีส่วนร่วมบ้าง “พี่มารู้จักและสนิทกะฝุ่นกะลีตอนเรียนม.ปลาย พวกเราชอบการแสดงเหมือนกัน ก็เลยจับมือกันมาเรียนที่นี่ด้วยกัน” ต้นน้ำพยายามเล่าให้สนุก
แต่ชลวิทย์ทำเหมือนไม่ได้ยินที่ต้นน้ำพูดด้วยซ้ำ เขาถามปณาลีอย่างจริงจัง “พี่ลีครับ.. ที่ผ่านมา.. พี่ฝุ่นไม่เคยมีแฟนนี่จริงเหรอเปล่าครับ”
“จริงสุดๆเลยน้องชล ฝุ่นน่ะ.. ดูหนังเื่โรมิโอกะจูเลียตั้แ่ตอนประถม แล้วก็หลงรักเื่นี้ เลยฝันอยากเป็จูเลียตั้แ่ตอนนั้น พวกพี่ชอบการแสดงเหมือนกัน ถึงได้คบกันมายืดยาวซะขนาดนี้”
ต้นน้ำไม่กล้าพูดอะไรอีก ได้แต่นั่งมองหน้าชลวิทย์.. ชายในฝันของเขา พูดคุยอยู่กับปณาลีอยู่อย่างนั้น
ชลวิทย์ถามปณาลีต่อ “แล้ว.. เื่ที่พี่ฝุ่นตกลงกับทางบ้าน เื่คนรักล่ะครับ”
“ก็แลกกับการได้เรียนการแสดงนี่ไงหล่ะน้องชล”
ชลวิทย์สลด แต่ลึกๆ ก็แอบดีใจหน่อยนึงที่ฝุ่นดินไม่ได้โกหกตนเอง
“น้องชลทราบมั้ยว่าพ่อพี่ฝุ่นคือใคร”
ชลวิทย์สบตาปณาลี แล้วส่ายหน้าปฏิเสธ
“พ่อของฝุ่นคือท่านส.ส.มนต์ชัย ส.ส.และรัฐมนตรีหลายสมัย”
ชลวิทย์รับรู้ เขาเข้าใจทันที่ว่า..ทำไมบ้านฝุ่นดินจึงหรูหราเช่นนั้น
“ฝุ่นดินเป็ลูกคนเดียวของท่าน เมื่อเรียนจบ ก็ต้องเป็ทายาททางการเมืองต่อจากพ่อ และต้องแต่งงานกับคนที่พ่อเลือกให้ ฝุ่นจำต้องยอมรับข้อแม้นั้น เลยขอเรียนการแสดงเป็การแลกเปลี่ยน”
ชลวิทย์เข้าใจฝุ่นดินมากขึ้น และรู้สึกว่าตนเองทำร้ายจิตใจฝุ่นดินเกินไป
อาจารย์เตโชเดินมาถึงพอดี ทั้งสามจึงยกมือไหว้ครูและทักทายกันเล็กน้อย
“ทำไมพวกเธอมาอยูตรงนี้ล่ะทำไมไม่ไปซ้อมในห้องซ้อมล่ะ”
“ขอโทษครับครู ผมไม่คลิกกับวิธีที่พี่กนกสอนครับ มันไม่เข้าใจ ก็เลยพาลไม่อยากแสดง พี่ลีเขาเลยพาผมออกมานั่งตรงนี้ครับ” ชลวิทย์สารภาพองทุกอย่าง จนต้นน้ำกับปณาลีไม่ต้องพูดอะไรเลย
“ยังมีเื่อะไรอีก” ครูโชถามเรียบๆ
ชลวิทย์มองสบตาครูโช แล้วก็หลบตา “เอ่อ.. ”
“จะบอกเอง.. หรือรอให้เป็ข่าวลอยลมมาถึงผม .. อันไหนดีกว่ากัน” แม้เสียงจะแสนเรียบ แต่พลังบางอย่างกลับชัดเจน
..จนชลวิทย์ต้องสารภาพ “คือ.. ก่อนนี้..ผมอยากเข้าใจโรมิโอ.. เลยลองจีบพี่ฝุ่นดูครับ.. ตอนนี้.. มันกลับ..รู้สึกจริงๆ”
“การแสดงน่ะคือโลกสมมติ ที่พิเศษกว่าโลกของเราตรงที่เราสามารถตายจริงๆ ได้หลายครั้ง โลกการแสดงคือโลกในจินตนาการ ที่เรามีรักครั้งแรกจริงๆ ได้หลายหน ..แต่มันก็คือ.. โลกในจินตนาการ เมื่อใดที่เธอเอาโลกจริงที่เราอยู่ไปพัวพันด้วย สุดท้าย มันก็จะพันตัวเธอจนเธอดิ้นไม่หลุดอย่างนี้แหละ” ครูโชพูดช้าๆ เนิบๆ ทิ้ง่เวลาให้ทั้งชลวิทย์และปณาลีทำความเข้าใจทีละวรรคทีละตอน
“แล้วผมจะแก้ไขมันยังล่ะครับครู”
“ก่อนที่จะแก้ไข เธอแบ่งเื่ที่เกิดให้ตรงกับโลกของมันก่อน แล้วจะแก้ไขไม่ยาก”
“ยังไงครับ”
“การที่เธอรู้สึกดีๆกับฝุ่นดินอยู่ตอนนี้ มันคือเื่ของโลกละคร หรือโลกจริง”
“โลกจริงครับ” ชลวิทย์ตอบเสียงอ่อยๆ
ครูโชยิ้มให้กับความเป็สุภาพบุรุษที่กล้าทำกล้ารับ “เื่ในโลกจริง ก็ต้องแก้แบบโลกจริง” แล้วครูโชก็นั่งพูดคุยเื่หัวใจกับชลวิทย์อีกพักใหญ่ จึงได้ชวนลูกศิษย์ทั้งสองไปห้องซ้อมละคร
เย็นนี้ทั้งเย็น อาจารย์เตโชนำบทสนทนาในละคร ‘โรมิโอกับจูเลียต’ มาให้แต่ละครฝึกค้นหาความหมายความหลากหลายทางการแสดง โดยมิได้ซ้อมเข้าบทหรือฝึกต่อบทกัน
ทำให้ทุกคนได้ฝึกได้สนุกกับแบบฝึกหัดการแสดง และได้ทะลวงความคิดจนเข้าใจการแสดงมากขึ้น จนหมดเวลา แต่ละคนก็แยกย้ายกันกลับบ้าน
..
รถเบ๊นซ์คลาสสิคคันดำสุดหรูหราจอดรอฝุ่นดินอยู่ที่เดิม ชลวิทย์รีบเดินตามฝุ่นดินมาจากห้องซ้อมฯเขาอยากขอโทษ และอยากอธิบายให้ฝุ่นดินเข้าใจ แต่ก็ช้าไป.. ฝุ่นดินเดินอย่างเร็วมาถึงรถเบ๊นซ์นั่น แล้วเธอก็เปิดประตูรถเข้าไปนั่ง โดยที่เ้าของรถจะมาเปิดประตูให้ก็ยังเดินมาไม่ทัน
ชลวิทย์หยุดยืน!!
เขามองภาพตรงหน้า..หากพี่ฝุ่นจะเอาแบบนี้ก็ย่อมได้ .. เขาบอกตนเอง .. ไม่อยากให้เขาอธิบาย ..ก็ไม่อธิบายก็ได้ ..
ชลวิทย์เดินกลับไปที่รถเก่าของเขา
ซึ่งต้นน้ำก็รีบตามชลวิทย์ไป แต่เหมือนภาพซ้ำ..ต้นน้ำก็ตามชลวิทย์ไปไม่ทัน เหมือนที่ชลวิทย์ตามฝุ่นดินไม่ทัน ชลวิทย์เปิดประตูรถเข้าไปนั่งในรถอย่างเร็ว เพราะหงุดหงิด
ต้นน้ำจึงได้แต่ยืนมองอยู่ที่เดิม.. หรือจะได้แค่มองอย่างนี้เท่านั้น .. ต้นน้ำถามตัวเอง ..จิตใจเขาหดหู่จนไม่อยากดิ้นรนอะไรอีกแล้ว ..
ณัฐกนกเห็นต้นน้ำั้แ่แรกแล้ว และเดินเข้าไปใกล้ต้นน้ำประมาณหนึ่ง จนเมื่อต้นน้ำยืนนิ่ง เขาจึงเดินเข้าไปหา “ไปทานข้าวเย็นด้วยกันไหมครับ”
ต้นน้ำมองที่มาของเสียงก็เห็นพี่นัทยิ้มให้เขาอยู่
ทำไมไม่เป็น้องชลนะ.. ถ้าเป็น้องชลล่ะก็ .. จะเซย์เยสและโดดกอดเลย
“ไปนะครับ น้องฝุ่นก็นั่งรอพวกเราอยู่ในรถแล้ว” ทั้งเสียง ทั้งลีลาท่าทาง..แสนสุภาพจับใจต้นน้ำเหลือเกิน
ต้นน้ำยิ้มให้พี่นัทเศร้าๆ “พี่ไปกะฝุ่นดินเถอะ”
“กลัวเป็กอขอคอล่ะสิ ไม่หรอก อย่าคิดมากนะ พี่กะฝุ่นก็เป็เพื่อนกัน” พี่นัทอธิบาย
“ไม่ใช่อย่างนั้นครับ วันนี้ผมไม่สะดวกจริงๆ” ต้นน้ำตอบให้นุ่มนวลที่สุด ลึกๆ ในใจเขาก็รู้สึกดีกับผู้ชายคนนี้มาก
“งั้นพรุ่งนี้หรือวันต่อๆไป ต้นน้ำต้องไปทานข้าวกะพี่นะครับ” พร้อมกับรอยยิ้มที่แสนจริงใจ “อยากกินอะไร คิดไว้ได้เลย แพงแค่ไหนพี่ไม่เกี่ยง พี่จะพาต้นน้ำไปกินนะครับ”
ต้นน้ำพยักหน้ารับ แล้วไหว้ลาพี่นัท และรีบเดินออกมาจากตรงนั้น .. เฮ่อ.. ทำไมน้องชลไม่พูดดีดีกะเราแบบนี้บ้างนะ.. ทำไมน้องชลต้องปฏิเสธเราขนาดนั้น ..?
เค้าไม่ชอบเธอเลยน่ะสิ!!
อีกใจหนึ่งตอบ..!!
ต้นน้ำหยุดเดิน.. เขายืนนิ่ง .. นี่.. น้องชลไม่เคยชอบเราเลยเหรอ .. แล้วต้นน้ำก็พยายามคิดทบทวน.. ทุกอย่างที่ผ่านมา .. เขาคิดเองเออเองทุกสิ่ง .. น้องชลไม่เคยอะไรกับเขาเลยนี่.. มีแต่เฉย .. หรือ .. รำคาญด้วยซ้ำ
เข่าต้นน้ำอ่อน..และทรุดลงตรงนั้น
นี่..!! นี่เราเป็อะไรไป.. ทำไมถึงไม่เคยรู้เลย.. ว่าน้องชลเขาเฉยกับเราขนาดนี้!!
ต้นน้ำอยากจะร้องไห้.. แต่น้ำตาไม้รู้มันหายไปไหนหมด ..
ถึงหมดเรี่ยวแรง.. สุดแสนเสียใจ .. แต่ก็ไม่มีน้ำตาแม้สักนิด
หรือ..น้ำตามัน.. ตกใน
จบตอน ๗