บทที่ 22 วิกฤตเศรษฐกิจ
หนึ่งร้อยหินิญญา?
ตอนแรกที่เข้ามา หนึ่งชั่วยามก็เพียงแค่หนึ่งร้อยหินิญญาเท่านั้น
ค้างชำระเพียงหนึ่งเค่อก็ต้องจ่ายเพิ่มอีกหนึ่งร้อย?
หอคัมภีร์แห่งนี้ช่างโหดร้ายเหลือเกิน!
เซียวอวิ๋นบ่นอยู่ในใจ
แต่เวินฉิงกลับไม่แสดงความไม่พอใจใด ๆ เอ่ยขึ้นทันที "เ้าค่ะ"
หลังจากชายชราหนวดขาวเดินจากไป เวินฉิงจึงถอนหายใจอย่างโล่งอก
ศิษย์คนอื่น ๆ ของสำนักกระบี่ิญญาก็ไม่กล้าอยู่ต่อ ต่างแยกย้ายกันไป
หยางซวีห่าวเพียงแค่จ้องเวินฉิงและเซียวอวิ๋นอย่างดุดัน แล้วเดินจากไปด้วยสีหน้าบึ้งตึงโดยไม่พูดอะไรสักคำ
หลังจากทุกคนจากไปแล้ว เวินฉิงจึงเข้ามาหาเซียวอวิ๋นด้วยความยินดีเต็มหัวใจ
"ศิษย์น้อง เ้าต้องเก็บโอสถฟื้นฟูกายานั้นให้ดี มันเป็สมบัติล้ำค่าที่เพิ่มพูนพลังิญญา รอจนเ้าถึงขอบเขตจินตานแล้วค่อยกิน จะเป็ประโยชน์อย่างมหาศาลต่อการรวมตัวของิญญาก่อกำเนิดของเ้า"
"จริงหรือ? เช่นนั้นศิษย์พี่หยางคงขาดทุนใหญ่แล้ว!"
"เ้าไม่ได้สังเกตสีหน้าของเขาเมื่อครู่หรือ? ดำเหมือนก้นหม้อเลยนะ!"
เวินฉิงดีใจจนบอกไม่ถูก ความแค้นในอกถูกกวาดล้างไปหมดสิ้น
"แล้วเขาจะแก้แค้นพวกเราไหม?"
"วางใจเถอะ เมื่ออาจารย์อู่ได้ออกปากแล้ว ต่อให้มีความกล้าสิบเท่าเขาก็ไม่กล้าแก้แค้นพวกเรา"
"อาจารย์อู่ผู้นี้มีที่มาอย่างไร ดูเหมือนทุกคนจะกลัวเขามาก?" เซียวอวิ๋น ถาม
"แน่นอนอยู่แล้ว อาจารย์อู่เคยเป็ผู้ดูแลหอวินัย เป็คนเที่ยงธรรมไม่เกรงกลัวอิทธิพลใด เกลียดชังความชั่วร้าย ภายหลังเกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้น จึงถูกส่งไปดูแลคัมภีร์ที่หอคัมภีร์"
"เกิดอะไรขึ้นหรือ?" เซียวอวิ๋นรู้สึกอยากรู้อยากเห็น
"อย่าถามเลย เอาล่ะ… ข้ายังต้องถามเ้าด้วย ศิษย์น้อง ทำไมเ้าถึงได้บรรลุถึงขอบเขตสร้างรากฐานแล้วล่ะ? เป็อย่างที่อาจารย์อู่พูดจริงหรือ เ้ากินของวิเศษอะไรถึงได้บำเพ็ญเพียรเร็วขนาดนี้?"
เซียวอวิ๋นจะไปรู้ได้อย่างไร เขายักไหล่พลางกล่าวว่า "ศิษย์พี่ถามข้า แล้วข้าจะไปถามใครเล่า? ข้าก็จำไม่ได้ว่าได้กินอะไรมั่ว ๆ เข้าไปหรือเปล่า!"
เวินฉิงจ้องมองเซียวอวิ๋นด้วยสายตาสงสัยอยู่พักใหญ่ จนทำให้เซียวอวิ๋นรู้สึกเขินอายไปตาม ๆ กัน
"ศิษย์พี่ ท่านคิดว่าข้าโกหกท่านหรือ? ฟ้าดินเป็พยาน ข้าพูดความจริงทั้งหมด"
"ข้าก็ไม่คิดว่าเ้าจะกล้าโกหกข้าหรอก"
"ช่างเถอะ ไม่ต้องสนใจเื่พวกนี้แล้ว พวกเราออกไปกันเถอะ ถ้าช้าไปกว่านี้อีก หนึ่งร้อยหินิญญาก็คงไม่พอแล้ว"
เวินฉิงจูงมือเซียวอวิ๋นมาที่ประตูหอคัมภีร์ จ่ายหินิญญาเพิ่มอีกหนึ่งร้อยก้อนจึงได้รับอนุญาตให้ออกไป
สิ่งที่เซียวอวิ๋นไม่คาดคิดก็คือเวินฉิงไม่มีเงินแม้แต่หนึ่งร้อยหินิญญา
พวกเขาต้องเขียนใบรับรองหนี้ถึงจะได้ออกไป
หลังจากออกมาแล้ว เวินฉิงเรียกกระบี่ไม้ไผ่มา แล้วพาเซียวอวิ๋นบินตรงไปยังยอดเขาไผ่รำพัน
เซียวอวิ๋นยืนอยู่บนกระบี่ไม้ไผ่ด้านหลังเวินฉิง มือจับเอวบางของศิษย์พี่ไว้ ในหัวนึกถึงภาพที่ศิษย์พี่เขียนใบรับรองหนี้เมื่อครู่
นางค้นกระเป๋าไปมาแต่ก็ไม่สามารถรวบรวมหินิญญาได้ถึงหนึ่งร้อยก้อน
ศิษย์มากมายของสำนักกระบี่ิญญาจ้องมองอยู่เื้ั ภาพนั้นช่างน่าอึดอัดและอับอายจริง ๆ
"ศิษย์พี่ หนึ่งร้อยหินิญญามากมายขนาดนั้นเลยหรือ?"
เวินฉิงแก้มแดงเรื่อ "ข้าได้รับเงินอุดหนุนสามร้อยหินิญญาทุกเดือน หนึ่งร้อยหินิญญาสำหรับข้าไม่ใช่เื่ใหญ่อะไร"
"ยังมีเงินอุดหนุนอีกหรือ? แล้วข้าจะได้รับหรือไม่?" เซียวอวิ๋นรีบถาม
"แน่นอน ศิษย์ของสำนักกระบี่ิญญาทุกคนสามารถรับได้ ตอนนี้เ้าอยู่ในขอบเขตสร้างรากฐานแล้ว หนึ่งเดือนสามารถรับได้สิบหินิญญา"
แค่สิบหินิญญาเท่านั้นหรือ?
เซียวอวิ๋นเพิ่งรู้ว่าการที่ศิษย์พี่พาตนไปหอคัมภีร์ครั้งหนึ่งเท่ากับเงินเดือนหนึ่งปีของเขา
บวกกับค่าปรับที่เกินเวลา เงินเดือนกว่าหนึ่งปีก็หายไปเช่นนี้!
เซียวอวิ๋นนึกถึงเื่ที่ศิษย์พี่ควักกระเป๋าซื้อโอสถเสริมรากฐานให้ตน จึงรีบถามว่า "แล้วโอสถเสริมรากฐานราคาเท่าไหร่ต่อเม็ดหรือ?"
เมื่อพูดถึงเื่โอสถเสริมรากฐานว่าต้องใช้หินิญญาเท่าไหร่ เวินฉิงที่แต่เดิมอารมณ์ดีอยู่ก็นึกถึงภาพที่หยางซวีห่าวขึ้นราคาและทำให้นางลำบากใจขึ้นมาอีกครั้ง
เวินฉิงเบ้ปากพูดว่า "แต่เดิมราคาเม็ดละห้าสิบหินิญญา แต่ศิษย์พี่หยางผู้นั้นกลับเก็บจากข้าถึงเม็ดละหนึ่งร้อยหินิญญา พอนึกถึงเื่นี้ข้าก็ยังโกรธอยู่เลย!"
"หากเ้าไม่พูด ข้าก็เกือบลืมไปแล้ว ไม้ไผ่มรกตของยอดเขาไผ่รำพันไม่อาจให้ศิษย์ของยอดเขาไพร์เอาไปโดยเปล่าได้ ไป… ตามข้าไปเก็บหินิญญากัน"
ว่าแล้วเวินฉิงก็ควบคุมกระบี่ไม้ไผ่เปลี่ยนทิศทางบินไปยังที่ที่เหล่าศิษย์รับใช้กำลังตัดไม้ไผ่มรกตอยู่
ระหว่างทาง เวินฉิงก็เล่าเื่ราวที่หยางซวีห่าวขึ้นราคาให้เซียวอวิ๋นฟังอย่างละเอียด
หลังจากเล่าจบ เวินฉิงก็กำชับว่า "ข้าก็ไม่คิดว่าศิษย์พี่หยางจะเป็คนแบบนี้ ต่อไปเ้าอยู่ห่าง ๆ เขาไว้"
เซียวอวิ๋นฟังจบก็โกรธจนทนไม่ไหว
เวินฉิงไม่เข้าใจเื่ระหว่างชายหญิง แต่เซียวอวิ๋นรู้ดีว่าหยางซวีห่าวคิดอะไรอยู่
เ้าหมอนี่กล้าคิดจะแตะต้องศิษย์พี่ของเขา
เหมือนกับคางคกอยากกินเนื้อหงส์ไม่มีผิด
หากรู้แต่แรกว่าคน ๆ นี้มีความคิดเช่นนี้ วันนี้เขาคงต่อยไตมันสักหมัดแล้ว!
"ไม้ไผ่มรกตนี้ต้องเก็บหินิญญา! ไม่อาจปล่อยให้พวกเขาเอาไปโดยเปล่าได้!" เซียวอวิ๋นส่งเสียงสนับสนุนศิษย์พี่อยู่ด้านหลัง
"ใช่ไหม? หากไม่ใช่เพราะท่านอาจารย์รำคาญ ไม่สนใจเื่พวกนี้ หินิญญาของยอดเขาไผ่รำพันคงไม่ขัดสนถึงเพียงนี้!"
"ไม้ไผ่มรกตของยอดเขาไผ่รำพันมีประโยชน์มากมาย ทั้งสำนักกระบี่ิญญาไม่มียอดเขาใดไม่ใช้มันเลย"
เซียวอวิ๋นคิดในใจ มีแหล่งรายได้เช่นนี้ทำไมไม่นำมาใช้แต่เนิ่น ๆ เล่า!
ในฐานะศิษย์แห่งยอดเขาไผ่รำพัน เซียวอวิ๋นเริ่มคิดเพื่อยอดเขาไผ่รำพันแล้ว
ถูกคนอื่นเอาเปรียบมานานเช่นนี้ เซียวอวิ๋นคิดแล้วรู้สึกเ็ปใจ!
นี่มิใช่เพียงไผ่ธรรมดา แต่เป็หินิญญาทั้งสิ้น!
ไม่นานเวินฉิงก็พาเซียวอวิ๋นมาถึงสถานที่ตัดไม้ไผ่มรกตแห่งหนึ่ง
เหล่าศิษย์ผู้รับใช้ที่นี่ล้วนสวมชุดฝึกสีเขียวของยอดเขาไพร์
เมื่อเห็นเวินฉิงมา ลูกศิษย์เหล่านี้รีบวางงานในมือลง พร้อมใจกันโค้งคำนับ
"คารวะ ศิษย์พี่เวินฉิง"
เวินฉิงโบกมือพลางกล่าวเรียบ ๆ ว่า "อืม พวกเ้ากำลังตัดอยู่หรือ"
ศิษย์ผู้รับใช้ของยอดเขาไพร์คนหนึ่งที่เป็หัวหน้ายิ้มแย้มเข้ามาตอบว่า "ใช่แล้ว พวกข้ากำลังจะตัดไม้ไผ่มรกตกลับไป วันนี้ศิษย์พี่มีเวลาว่างมาที่นี่ด้วยหรือ"
"วันนี้ข้ามาเพื่อ..."
เวินฉิงพูดได้ครึ่งเดียว ศิษย์ผู้รับใช้คนนั้นก็รีบยิ้มพูดว่า "ศิษย์พี่เวินฉิงมาตัดไม้ไผ่มรกตเช่นกันใช่หรือไม่ บนยอดเขาฟืนไม่พอเผาแล้วหรือ"
"เื่เช่นนี้ไหนเลยจะต้องให้ศิษย์พี่ลงมือเอง นี่คือไม้ไผ่มรกตที่พวกข้าตัดไว้แล้ว แบ่งเป็ท่อน ๆ เรียบร้อย จะส่งขึ้นยอดเขาให้ศิษย์พี่เวินฉิงเดี๋ยวนี้"
"ต่อไปหากศิษย์พี่้าไม้ไผ่มรกต เพียงแจ้งพวกข้าสักคำก็พอ"
ศิษย์ผู้รับใช้คนนั้นพูดพลางะโเรียกคนข้างหลัง "แต่ละคนตัดไม้ไผ่มรกตสิบมัดส่งขึ้นเขาให้ศิษย์พี่เวินฉิง ได้ยินหรือไม่"
เหล่าศิษย์ผู้รับใช้ทั้งหลายตอบรับด้วยความยินดี
เวินฉิงมีชื่อเสียงดีในสำนักกระบี่ิญญา นางมีอัธยาศัยดี รูปโฉมงดงาม ไม่เคยวางท่าเป็ศิษย์พี่ และต้อนรับทุกคนด้วยรอยยิ้ม
ด้วยเหตุนี้แม้แต่เหล่าศิษย์ผู้รับใช้ก็ให้ความเคารพเวินฉิงเป็อย่างมาก
เมื่อเห็นเวินฉิงมาที่นี่ พวกเขาคิดว่านางมาตัดไม้ไผ่มรกต
ผลคือหัวหน้าศิษย์ผู้รับใช้จากยอดเขาไพร์พูดจาสุภาพเสียจนทำให้เวินฉิงรู้สึกเกรงใจ
หากต้องขอหินิญญาต่อไป นางก็ไม่รู้จะเอ่ยปากอย่างไร
เวินฉิงหน้าแดง มองไปทางเซียวอวิ๋น
เซียวอวิ๋นถอนหายใจอย่างจนปัญญา ไม่แปลกใจเลยที่ไม้ไผ่มรกตของยอดเขาไผ่รำพันไม่เคยเก็บหินิญญา
ด้วยนิสัยของศิษย์พี่ ตอนนี้การให้นางพูดเื่เก็บหินิญญาคงยากยิ่งกว่าฆ่านางเสียอีก!
ต้องคิดเสียว่า ไม้ไผ่มรกตทั้งูเานี้ล้วนเป็ของยอดเขาไผ่รำพันของพวกเรา ผู้อื่นมาเอาย่อมต้องเก็บค่าธรรมเนียม มีอะไรให้ต้องเกรงใจด้วยเล่า
การปล่อยให้พวกเขาได้เปรียบมานานขนาดนั้นก็ถือว่าดีพอแล้ว
เซียวอวิ๋นไอเบา ๆ หนึ่งครั้ง ทันใดนั้นก็ห้ามปรามเหล่าศิษย์ผู้รับใช้ที่กำลังจะขนไม้ไผ่มรกตที่มัดไว้ขึ้นไปบนยอดเขาให้แก่เวินฉิง
"เหล่าศิษย์พี่ร่วมสำนักเข้าใจผิดแล้ว ข้ากับศิษย์พี่มาที่นี่มิใช่เพื่อตัดไม้ไผ่มรกต แต่มาเพื่อเก็บหินิญญาต่างหาก"
"หินิญญาหรือ? บนยอดเขามีหินิญญาที่ไหนกัน?" เหล่าศิษย์ผู้รับใช้ต่างมีสีหน้างุนงงสงสัย