บทที่ 14 ข้าจะนอนด้วย
ตะวันลาลับขอบฟ้าแสงสว่างของโคมไฟเริ่มทำหน้าที่ส่องสว่างตามทางเดิน เทียนหลันเซ่อกลับมาจากด้านนอกสะสางเื่ที่เกิดขึ้นเรียบร้อยจึงกลับมาที่ห้องพักของตนแช่กายอยู่ในอ่างน้ำอุ่นพลางครุ่นคิดถึงเยิ่นเม่ยเม่ย
“ไม่รู้ปานนี้าแที่หัวของเ้าจะดีขึ้นหรือยัง งานที่มีก็ล้นมือแต่ทำไมหัวใจของข้ามันเรียกร้องไปหาเ้าเช่นนี้นะเยิ่นเม่ยเม่ย เ้าไม่เหมือนสตรีใดที่ข้าเคยพบเจอช่างแปลกยิ่งนักอยู่ใกล้เ้าหัวใจของข้าเต้นแรงราวกับจะออกมาวิ่งโลดแล่นด้านนอก ท่านรองแม่ทัพท่านไม่ต้องเป็ห่วงนาง ครั้งนี้ข้าจะปกป้องนางด้วยชีวิตของข้าเอง " แม่ทัพมองไปด้านหน้าพลางลุกขึ้นจากอ่างอาบน้ำทหารคนสนิทคว้าผ้ามาคุมร่างกายให้แม่ทัพ
"ข้าจะไปหาฮูหยินที่ห้องของนาง วันนี้เ้าไม่ต้องอยู่ดูแลข้า ไปพักเถิดส่วนงานที่เหลือรุ่งสางค่อยหารือกันอีกที " ทหารคนสนิทมองหน้าแม่ทัพอย่างสงสัย
"ข้ามิรู้เลยนะขอรับว่าท่านแม่ทัพมีใจให้ฮูหยิน ข้าคิดว่าท่านแม่ทรงทำดีกับนางเพราะท่านรองแม่ทัพขอไว้เสียอีก" ทหารได้เอ่ยขึ้นเมื่อกำลังนำผ้ามาคุมกาย
"ตอนนี้นางขึ้นชื่อว่าเป็ฮูหยินของข้า แม้ว่าข้าจะมีใจหรือไม่มีใจข้าต้องทำหน้าที่ของตนเองให้ดี อีกอย่างนางไดรับาเ็เพราะอ้ายเยว่เช่นนี้เ้าเห็นสมควรว่าข้าต้องเอาใจใส่นางหรือไม่ "
"สมควรอย่างยิ่งขอรับ เช่นนั้นข้าขอตัวไปพักแล้วนะขอรับ" ทหารที่เคียงข้างแม่ทัพพอมองออกว่าตอนนี้เขาได้สนใจในตัวของฮูหยินผู้นี้เข้าแล้ว
"ไปเถิด "พูดจบเทียนหลันเซ่อเข้ามาเปลี่ยนเสื้อผ้าอาภรณ์ก่อนจะเดินตรงไปที่ห้องของเยิ่นเม่ยเม่ย
ฝั่งด้านหลี่มี่เมื่อกลับมาถึงห้องนางได้ใช้งานไป๋ลู่สารพัด เพราะไม่อยากให้เห็นอยู่ใกล้สังเกตสีหน้าของนางเวลานางใช้ความคิดเท่าไหร่นัก นางจึงใช้ไป๋ลู่ไปที่ห้องครัวให้นางไปยกสำรับมาให้
' หลิวอี้เฟ่ยมาหาฟางเหนียงทำไมกันนะ มาลองคิดดูแล้วสองคนต้องวางแผนทำเื่ไม่ดีอยู่แน่เลย ทั้งคนทั้งอำนาจฉันไม่มีอะไรสักอย่างแล้วอย่างนี้การใช้ชีวิตอยู่ในเรือนแห่งนี้จะปลอดภัยมั้ยนะ เหมือนชีวิตของฉันแขวนอยู่บนความเป็ความตายไม่ต่างกัน ทำย่างไรดีถึงจะรู้แผนการของพวกนั้นจะได้รับมือทัน สาวใช้ที่มาดูแลก็เป็คนของฝ่ายนั้น แล้วอย่างนี้ฉันจะใช้ใครให้ไปสืบข่าวได้นะ ' หลี่มี่ครุ่นคิดคิ้วขมวดเข้าหากัน เดินไปมาทั่วทั้งห้องหากจะใช้เงินทองว่าจ้างสาวใช้ในเรือนนี้ก็คงมิได้ พวกนางทั้งหลายต่างจงรักภักดีต่อเ้านาย
"เฮ้อ ! " หลี่มี่คิดหนักจนไม่รู้เลยว่าตอนนี้มีคนเดินเข้ามาให้ห้องของตน
"เ้าถอนหายใจทำไมหรือ มีเื่อะไรให้เ้าทุกข์ใจหรือไม่? " หลี่มี่สะดุ้งใเล็กน้อยที่จู่ ๆได้ยินเสียงของแม่ทัพดังขึ้นด้านหลังของนางที่ห่างกันเพียงคืบ
"อุ้ย ! ท่านแม่ทัพข้าใหมดเลย ท่านมาั้แ่เมื่อไหร่กันเ้าคะ " หลี่มี่ใช้มือทาบอกที่เต้นระรั่วให้สงบลง
"ข้ามาั้แ่ได้ยินเสียงเ้าถอนหายใจ แล้วนี้สาวใช้ของเ้าไปที่ใดมืดค่ำถึงเพียงนี้มิเห็นจุดเทียน" เทียนหลันเซ่อกวาดตามรอบห้องบัดนี้ความมืดได้ครอบงำจนหมดแล้ว หลี่มี่มัวแต่คิดจนลืมไปเลยว่าตอนนี้ตะวันตกดินเสียแล้ว เทียนหลันเซ่อเดินเข้าไปหาเทียนที่ตั้งโต๊ะอยู่พร้อมทำให้ไฟสว่างทั่วห้อง
"ข้าใช้ให้ไป๋ลู่ไปนำอาหารมาให้เ้าค่ะ คิดว่านางจะไปไม่นานเลยไม่ได้ให้นางจุดไฟไว้ "
"เช่นนั้นหรือแล้วแผลที่หัวของเ้าเป็เช่นไรบ้าง " เทียนหลันเซ่อเดินเข้ามาใกล้ ๆ ลูบที่ผ้าโพกหัวเบา ๆ แววตาเต็มไปด้วยความเป็ห่วง หลี่มี่หัวใจเต้นแรงเมื่อมองสายตาของเขา รีบถอยหลังหนีทันที
"ข้ายังปวดอยู่เลยเ้าค่ะ ว่าแต่ท่านแม่ทัพกินอะไรมาหรือยังเ้าคะข้าได้ยินมาว่าท่านออกไปด้านนอกมา "
"เ้าไม่ต้องเป็ห่วงข้าหรอกนะ มานี่เถิดมานั่งลงข้าขอดูแผลเ้าสักหน่อย" แม่ทัพจับมือของหลี่มี่ให้เดินตามตนเองมาที่โต๊ะอาหาร
'ทำไม ทำไมหัวใจฉันต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย เขาทำแบบนี้เพราะรับผิดชอบที่ลูกชายเขาทำกับฉันเท่านั้นแหละ อย่าลืมสิขนาดเยิ่นเม่ยเม่ยตายต่อหน้าต่อตาเขายังไม่สนใจเลย หัวใจหยุดเต้นแรงสักทีได้มั้ย' หลี่มี่บ่นในใจก่อนจะเดินตามเขามานั่งลง มือหนาของแม่ทัพได้แกะผ้าโพกหัวออกอย่างเบามือ หลี่มี่มองการกระทำของเขาอย่างอดสงสัยไม่ได้ พระเอกของที่นางแต่งในนิยายต้องเ็าไร้ความรู้สึกสิ แต่ทำไมแววตาของเขาเปลี่ยนไปเช่นนี้นะ
"แผลของเ้าเริ่มสมานกันแล้ว เ้าไม่ต้องโพกหัวแล้วล่ะหากโพกหัวไว้เช่นนี้แผลอาจจะแห้งข้านัก " เขามองสำรวจก่อนจะเอ่ยบอกแก่หลี่มี่ที่นั่งนิ่งไม่ขยับ
"ขอบคุณท่านแม่ทัพที่ดูให้เ้าค่ะ "
ก๊อก ๆ ๆ""
"ฮูหยินข้าน้อยเตรียมสำรับมาแล้วเ้าค่ะ "
"มาพอดีเลย เข้ามาสิข้ารอเ้าอยู่ "หลี่มี่รีบเรียกให้ไป๋ลู่เข้ามาด้าน สาวใช้เดินเข้ามาเห็นท่านแม่ทัพอยู่ในห้องด้วย นางรีบวางสำรับที่โต๊ะเดินถอยหลังสามก้าวเพื่อรอปรนนิบัติทั้งสอง
"อาหารมาแล้วเ้ารีบกินเถิดจะได้ดื่มยา " เทียนหลันเซ่อมองดูอาหารที่วางอยู่ต่อหน้าก่อนจะบอกให้หลี่มี่กินมัน
"เ้าค่ะ " หลี่มี่หยิบตะเกียบอย่างเร่งรีบ แถมยังถูกสายตาของเทียนหลันเซ่อจ้องอยู่ตลอดเวลาจนน่าอึดอัดใจ ทันใดนั้นเองเสียงประตูได้ถูกเปิดเข้ามาอีกครั้ง ทั้งสามต่างพากันมองไปยังหน้าประตูราวกับนัดหมายกันไว้
ปัง !
"ที่ข้ามามิใช่ว่าข้าอยากมานักหรอกนะ แต่ที่ข้ามาเพราะข้ามาตอบแทนที่ท่านช่วยข้าเอาไว้เท่านั้นอย่าสำคัญตนเองล่ะ" อ้ายเยว่เดินเข้ามาโดยไม่ได้ดูว่าข้างในห้องมีผู้ใดอยู่บ้าง เมื่อเห็นท่านพ่อที่นั่งคิ้วขมวดอยู่เด็กชายเริ่มเขอะเขินเล็กน้อย
"ทะ.. ท่านพ่อข้าไม่ทราบว่าท่านพ่ออยู่ที่นี่ด้วย " น้ำเสียงเอ่ยออกมาอย่างแ่เบา
"ข้าอยู่ที่นี่ไม่แปลกหรอกนะ แต่สิ่งที่เ้าเอ่ยมาเมื่อครู่คือเื่อันใดกัน มานี่มาใกล้ ๆ ข้าและเล่าให้ข้าฟังเดี๋ยวนี้" เด็กชายก้มหน้าเดินอย่างเชื่องช้าเข้าไปหาท่านพ่อของตน หลี่มี่ที่นั่งอยู่ถึงกับยิ้มกว้างที่เด็กชายเริ่มเปิดใจให้นางแล้ว
"สิ่งที่ข้าเอ่ยมาเมื่อครู่เป็สิ่งที่เยิ่นเม่ยเม่ย้าให้ข้าตอบแทนที่นางช่วยข้าเอาไว้ขอรับท่านพ่อ บุญคุญต้องทดแทนท่านพ่อเคยสอนข้าบ่อย ๆ ข้าทำดีหรือไม่ขอรับ" เด็กชายตาแป๋วเอ่ยออกมาอย่างออดอ้อด
"ดีสิบุญคุณต้องทดแทนว่าแต่สิ่งใดกันที่นางอยากให้เ้าทำเพื่อแทนคุณ" เทียนหลันเซ่อจิ้มนิ้วแตะที่จมูกของอ้ายเยว่ด้วยความเอ็นดู
"ข้าให้อ้ายเยว่มานอนที่นี่กับข้าเ้าค่ะ นี่คือการแทนคุณของอ้ายเยว่ "หลี่มี่รีบตอบแทนอ้ายเยว่ เทียนหลันเซ่อคิ้วขมวดใบหน้าบึงตึ้งรู้ทันทีว่าที่นางทำเช่นนี้เพราะไม่้านอนบนเตียงร่วมกันเขา
"เหอะ ! ช่างเป็การตอบแทนคุณที่แปลกเสียจริง แต่เอาเถอะหากเป็เช่นนี้ข้าเองจะนอนที่นี่กับเ้าด้วย " เทียนหลันเซ่อหันไปมองหลี่มี่ก่อนจะหันมามองหน้าอ้ายเยว่ที่ยิ้มกว้างเมื่อได้ยินว่าวันนี้เขาจะได้นอนกับท่านพ่อ
"เช่นนั้นก็ไปนอนกันเถอะเ้าค่ะ ข้าอิ่มแล้วไป๋ลู่เ้าเก็บสำรับเสร็จจงไปพักที่ห้องของเ้าเถิด"หลี่มี่ลุกขึ้นจับมือของอ้ายเยว่เดินไปที่เตียง ไป๋ลู่เก็บสำรับเดินออกไปข้างนอกพร้อมปิดประตูห้องอย่างเรียบร้อย
"ว่าแต่เ้ามาที่นี่เพียงลำพังหรือ? แล้วแม่นมของเ้าเล่า"หลี่มี่อดสงสัยไม่ได้ตอนนี้ทางเดินเริ่มมืดมัวเด็กชายตัวน้อยทำไมถึงกล้าเดินมาที่นี่เพียงลำพัง
"แม่นมของข้ารออยู่ด้านนอก ข้าขอออกไปบอกให้แม่นมกลับไปก่อนได้หรือไม่ " หลี่มี่ยิ้มหลางพยักหน้าให้เด็กชาย อ้ายเยว่เร่งฝีเท้าเพื่อไปบอกให้แม่นมของตนไปพักผ่อน เทียนหลันเซ่อจ้องหลี่มี่ไม่วางสายตาเมื่อเห็นว่าบุตรชายออกไปด้านนอกเขารีบเดินเข้ามากระซิบข้างหูของหลี่มี่จากด้านหลังอย่างแ่เบา
"ที่เ้าพาอ้ายเยว่มาที่นี่เพราะไม่อยากนอนกับข้าใช่หรือไม่ ? ข้าจำได้ั้แ่แต่งเ้าเข้ามาเพียงคืนเดียวที่ข้าได้ใช้ค่ำคืนกับเ้าั้แ่กระนั้นมาเ้าเอาแต่คอยหนีข้า การกระทำของเ้าช่างราวกับว่าเ้ายังไม่เคยร่วมหลับนอนกับข้าอย่างไรอย่างนั้น" หลี่มี่เบิกตาโพลงโตเมื่อได้ยินคำพูดของเทียนหลันเซ่อ ใจเริ่มเต้นแรง
'หรือว่าเขาจะรู้แล้วว่าคืนนั้นฉันกับเขาไม่ได้นอนด้วยกันไม่หรอก !! แม่ทัพอาจจะแค่ลองใจฉันก็ได้หลี่มี่อย่าสั่นกลัวไปตั้งสติสิอย่าให้เขาจับพิรุธได้' หลี่มี่คิดในใจก่อนจะหันหลังไปมองใบหน้าของเทียนหลันเซ่อ