7
ตื่นตระหนกกับการแช่โอสถ
ซ่งชิงสือใช้เวลาทั้งคืนในห้องเก็บของในที่สุดก็เจอเสื้อคลุมวิเศษสีแดงตัวเก่าซึ่งตัดเย็บมาจากไหมน้ำแข็งเขาถอดข่ายพลังบนเสื้อออกแล้วยื่นให้เด็กรับใช้เพื่อให้พวกเขาปรับเปลี่ยนเป็เสื้อตัวในหลังจากนั้นจึงแอบนำไปวางไว้บนหัวเตียงของเยวี่ยอู๋ฮวนพร้อมเสื้อคลุมยาวผ้าฝ้ายตัวใหม่
วันถัดมาเยวี่ยอู๋ฮวนตะลึงค้างเมื่อเห็นอาภรณ์ไหมน้ำแข็งตัวนี้
ซ่งชิงสือที่มารออยู่หน้าประตูเอ่ยเร่ง “เร็วเข้าพวกเราจะทำการรักษาในขั้นตอนต่อไปแล้ว”
“ขอรับ นายท่าน”เยวี่ยอู๋ฮวนตระหนักได้ว่าตนเปลี่ยนนายใหม่แล้วจึงไม่กล้ามากความรีบร้อนเปลี่ยนอาภรณ์เดินออกไปจากห้อง รู้สึกสบายเนื้อสบายตัวขึ้นมากยามเคลื่อนไหว
ซ่งชิงสือเดินนำเขาผ่านระเบียงไปยังห้องโอสถเดิมทีที่แห่งนี้เป็สถานที่ต้องห้ามของหุบเขาเ้าโอสถร่างเดิมใช้สัตว์และร่างกายมนุษย์เพื่อทดลองยาหลายชนิดในห้องแห่งนี้และมันยังเป็สถานที่ที่เหล่าเด็กรับใช้หวาดกลัวมากที่สุด
ซ่งชิงสือปฏิบัติตาม ‘ปฏิญญาเฮลซิงกิ’[1] ไม่เห็นด้วยกับการทดลองในมนุษย์แบบผิดศีลธรรมโชคดีที่ยามเขารับผิดชอบดูแลหุบเขาเ้าโอสถต่อการทดลองที่ร่างเดิมทิ้งไว้มีเหลือไม่มากนัก สิ่งไหนปล่อยได้ก็ปล่อยสิ่งใด้าปลดปล่อยก็ช่วยปลดปล่อยให้หลังจากนั้นซ่งชิงสือจึงเปลี่ยนห้องแห่งนี้ให้กลายเป็สถานรักษาส่วนตัวอย่างการทดลองและร่างของอาจารย์ใหญ่ทั้งหลายก็นำไปเก็บไว้อีกห้องหนึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็สมบัติล้ำค่าของวิชาแพทย์ ไว้มีเวลาว่างเมื่อใดค่อยศึกษาดูอีกที
ระหว่างทางที่เยวี่ยอู๋ฮวนเดินไปยังห้องโอสถมีเด็กรับใช้ไม่ต่ำกว่าหนึ่งคนมองเขาด้วยแววตาเห็นอกเห็นใจพานทำให้จิตใจคนเริ่มกระวนกระวาย เมื่อเข้ามาในห้องโอสถแล้วเขาเห็นซ่งชิงสือยกอ่างโอสถที่สามารถบรรจุคนได้ออกมาใบหนึ่งทั่วทั้งร่างพลันหวาดวิตก
ซ่งชิงสือไม่รับรู้ถึงความกังวลของเยวี่ยอู๋ฮวน นำตัวยาหลายชนิดที่คำนวณปริมาณไว้เป็อย่างดีแล้วใส่ลงไปในอ่างตามด้วยเทน้ำลงไป หลังจากนั้นจึงใช้พลังอัคคีภายในกายควบคุมอุณหภูมิน้ำรอจนกระทั่งน้ำภายในอ่างเปลี่ยนเป็สีแดงจึงหันไปสั่ง“เ้าถอดอาภรณ์แล้วลงไปแช่เสีย”
เยวี่ยอู๋ฮวนยืนนิ่งไม่ไหวติง พร้อมมองมาด้วยความเกร็ง
“ไม่ต้องกลัว” ซ่งชิงสือนึกขึ้นได้ว่าตนลืมอธิบาย“โอสถหญ้าแดงขจัดเภทภัย ใช้สำหรับแช่ ไม่ทรมาน”
เยวี่ยอู๋ฮวนลังเลชั่วขณะก่อนที่จะยื่นมือออกไปแกะสายรัดเอวช้า ๆ
ซ่งชิงสือหมุนตัวนั่งหันหลังให้ไม่แอบมองขณะอีกฝ่ายลงไปแช่น้ำ
เยวี่ยอู๋ฮวนถอนหายใจโล่งอกถอดอาภรณ์ด้วยความว่องไวก่อนก้าวลงไปในน้ำโอสถดุจเืความแสบร้อนของน้ำโอสถแทรกซึมเข้าสู่ผิวกาย มาพร้อมกับความเจ็บจี๊ดเบา ๆกระนั้นก็ยังมีความสบายอันยากจะอธิบายปนมาด้วย เขาสูดลมหายใจลึกในที่สุดก็คลายกังวลและพลันมุดลงไปในน้ำ ไหนเลยจะคิดว่าน้ำที่บรรจุเต็มอ่างจะล้นทะลักมิหนำซ้ำยังกระเด็นไปโดนลำคอ ใบหู เส้นผมและเสื้อคลุมวิเศษสีขาวของซ่งชิงสือจนคล้ายมีบุปผาสีแดงจางเบ่งบาน
สำหรับผู้ฝึกตนส่วนใหญ่แล้วเสื้อคลุมวิเศษเป็สิ่งล้ำค่า เสียหายเพียงเล็กน้อยก็แสนจะปวดใจ
เมื่อตระหนักว่าไม่ได้การ เยวี่ยอู๋ฮวนก็ค่อย ๆโผล่พ้นขึ้นมาจากน้ำ ขยับไปหลบที่มุมหนึ่งของอ่างพลางลอบมองด้วยกังวลว่าตนจะทำให้ท่านปรมาจารย์ไม่พอใจ
ทว่าซ่งชิงสือกลับไม่สนใจว่าเกิดสิ่งใดขึ้นเขายืนนิ่งเหม่อมองพื้นหิน ผ่านไปครู่ใหญ่ถึงสะบัดหยดน้ำออกจากเส้นผม
เยวี่ยอู๋ฮวนครุ่นคิด เอ่ยถามอย่างระมัดระวัง “นายท่านหันหลังสิขอรับ บ่าวจะช่วยเช็ดให้?”
ซ่งชิงสือก้มหน้าต่ำ จ้องเขม็งไปที่พื้นหิน“เ้ากำลังอาบน้ำ มิควรแอบมอง” มโนทัศน์ต่อโลกของเขายามที่แพทย์ตรวจดูร่างกายคนไข้นั้นมีเหตุผลในการรักษาทว่าหากแพทย์แอบมองคนไข้อาบน้ำ นับเป็เื่ผิดศีลธรรม ชั่วช้าไร้ยางอาย
เยวี่ยอู๋ฮวนนิ่งคิดอยู่นานกับประโยคดังกล่าวคาดเดาไปว่า “นายท่านรังเกียจที่ร่างกายของบ่าวสกปรกหรือขอรับ?”
ซ่งชิงสือส่ายหน้า ตอบเสียงแ่ “เ้าไม่ชอบถูกมอง”
“นายท่านช่างมีอารมณ์ขัน”ดวงตาคู่นั้นของเยวี่ยอู๋ฮวนเย็นะเืเขานิ่งเงียบครู่หนึ่งก่อนจะยืดตัวขึ้นมาจากผิวน้ำ เส้นผมเปียกชื้นแนบไหล่แลดูคล้ายเงือกที่เพิ่งโผล่พ้นวารี เรือนกายไร้ที่ติ ได้สัดส่วนไม่มีไขมันส่วนเกินเลยแม้แต่น้อย เอวบางเหมาะมือ แต่กลับมีความแข็งแรงกำยำซุกซ่อนอยู่เขาเอนตัวพิงขอบอ่าง ขยับเข้าประชิดใบหูของซ่งชิงสือพลางเป่าลมใส่เบา ๆดวงตาหงส์คู่นั้นงดงามไฝน้ำตาสีแดงเม็ดนั้นเองก็สวยสดเสียจนสามารถ่ชิงจิตใจของผู้คนน้ำเสียงเย้ายวนดุจมารร้าย “ร่างกายต่ำต้อยของบ่าวมีอันใดไม่น่ามองหรือขอรับ? ผู้ที่เคยพบเห็น...มีเยอะจนนับไม่ถ้วนพวกเขาล้วนบอกเป็เสียงเดียวกันว่าร่างกายของบ่าวงดงามยิ่งนัก สำส่อนไม่เลือกบุรุษที่เสร็จสมไปแล้วไม่มีแม้กระทั่งแรงจะก้าวเดินเป็ร่างกายที่เกิดมาเพื่อถูกเชยชม...”
ซ่งชิงสือรีบเอ่ยแทรก กล่าวซ้ำคำเดิม“เ้าไม่ชอบถูกมอง”
เยวี่ยอู๋ฮวนมองเขาอยู่นานก่อนที่จะเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “บ่าวไม่ถือหรอกขอรับ”
ซ่งชิงสือไม่รู้ว่าควรจะอธิบายอย่างไรดีทว่ายังคงเอ่ยด้วยความแน่วแน่ “เ้าไม่ชอบ”
ไม่ชอบสิ่งใดก็สามารถปฏิเสธได้อย่างนั้นหรือ?
เยวี่ยอู๋ฮวนรู้สึกว่าประโยคนี้ช่างน่าขันเมื่อครั้งเพิ่งถูกส่งให้ไปรับแขก ตนเคยอ้อนวอนว่าไม่ชอบ ไม่้าทว่าสุดท้ายแล้วความอ่อนแอกลับกลายเป็เื่สนุกเพียงเท่านั้น
เขาไม่ชอบถูกมองแต่กลับถูกบีบบังคับให้อยู่ในท่วงท่าน่าอายกลางที่สาธารณะรวมไปถึงในงานเลี้ยงเพื่อให้ผู้อื่นได้เชยชมซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เขาไม่ชอบพูดจาไร้ยางอายแต่กลับถูกทรมานจากยาสารพัดชนิดและอุปกรณ์ต่าง ๆ จนกระทั่งเรียนรู้ที่จะส่งเสียงเพื่อช่วยเพิ่มความหฤหรรษ์...
จนกระทั่งละทิ้งซึ่งยางอาย สิ้นแล้วซึ่งศักดิ์ศรีแสร้งทำทีเป็โปรดปรานเื่เหล่านี้
เขารู้มานานแล้วว่าในสายตาของผู้ฝึกตนสูงส่งเหล่านี้ตนเป็แค่ของเล่นชิ้นงามเพียงเท่านั้น ไม่จำเป็ต้องมีความรู้สึกปล่อยร่างกายให้ผู้เป็นายได้กระทำตามอำเภอใจเป็พอ เขาพร่ำภาวนาให้ตนเองเสียสติหรือไม่ก็โง่เขลาเบาปัญญา เหมือนกับทาสพวกนั้นที่สูญเสียความนึกคิดไม่สนว่าจะต้องใช้ชีวิตเฉกเช่นสุนัข ยินยอมใช้ร่างกายปรนเปรอผู้เป็นาย
แต่น่าเสียดายที่มันยังคงแจ่มชัดอยู่ภายในจิตใจเพียงมองดูความอัปยศของตนด้วยความเยือกเย็นก่อนจะฉีกทึ้งร่างกายให้แหลกเป็ชิ้น...
บางที เขาอาจจะเสียสติไปแล้วก็ได้...
ไม่รู้ว่าเตาไฟอุณหภูมิสูงขึ้นั้แ่เมื่อใดอุณหภูมิในน้ำจึงค่อย ๆ ร้อนขึ้นตามไปด้วย ใบหน้าของเยวี่ยอู๋ฮวนแดงก่ำทว่าเขากลับไม่อาจััถึงความร้อนที่แทบจะแผดเผาผู้คนนั้นเขาดำลงไปในน้ำโอสถสีเืจนท่วมจมูกและปาก ไม่อาจหายใจ ไม่อยากโผล่พ้นขึ้นไปปรารถนาจะจมอยู่ในนี้ชั่วนิรันดร์ ให้น้ำร้อน ๆช่วยขจัดสิ่งโสมมออกไปจากร่างกายจนสะอาดหมดจด ไม่เหลือแม้กระทั่งกระดูกเลยยิ่งดี
ซ่งชิงสือรู้สึกได้ว่าด้านหลังเงียบผิดปกติเขาหันกลับไปมอง พบว่าตอนเริ่มบทสนทนา ตนเสียสมาธิจนทำให้ควบคุมพลังอัคคีได้ไม่ดีอุณหภูมิภายในน้ำจึงพุ่งสูงจนร้อนลวก อีกทั้งเยวี่ยอู๋ฮวนก็จมหายลงไปในน้ำแล้วซ่งชิงสือไม่สนใจสิ่งใดอีก รีบกระโจนไป ช้อนตัวคนออกมาจากในอ่าง
คนงามที่ร่างกายเปียกปอนถูกดึงเข้ามาอยู่ในอ้อมอกดวงตาปิดสนิท แขนขาไร้เรี่ยวแรง เส้นผมหยักศกแนบติดกับผิวขาวผ่อง น้ำหยดเต็มพื้นตราร่วมเริงรมย์บนแผ่นหลังเจิดจ้าจนแยงตา ซ่งชิงสือไม่มีความคิดลามกอยู่ในหัวเขารีบวางอีกฝ่ายลงบนพื้นดี ๆ แล้วจับชีพจร ก่อนเริ่มปั๊มหัวใจและผายปอด
เยวี่ยอู๋ฮวนสำลักน้ำออกมา ลืมตาขึ้นมองเห็นอย่างเลือนรางว่าใบหน้าของซ่งชิงสืออยู่ใกล้เพียงแค่คืบเขาถึงขนาดมองเห็นว่ามีเพียงเงาของตนที่สะท้อนอยู่ในดวงตาใสกระจ่างคู่นั้นขอบตาอีกฝ่ายแดงเรื่อเพราะไอร้อนจากเตาหลอมโอสถ มีหยดน้ำเกาะพราวบนแพขนตาดูราวกับเด็กหนุ่มเยาว์วัยไร้เดียงสาไม่เหมือนปรมาจารย์หยวนอิงผู้บำเพ็ญเพียรมาเกือบพันปี ช่างหลอกลวงสายตาผู้คน
ครานั้นที่ริมลำธารเขาไม่ทันได้รู้ตัวตนที่แท้จริงของอีกฝ่าย หนำซ้ำยังสงสารเห็นใจที่อีกฝ่ายไม่อาจปลดเปลื้องตนเองด้วยความตายได้
ความคิดของเยวี่ยอู๋ฮวนเริ่มยุ่งเหยิงเขาขดตัวอย่างเผลอไผล ความทรงจำมากมายปรากฏขึ้นตรงหน้าความเจ็บบนหน้าอกและความอุ่นซ่านบนริมฝีปากทำให้เขาเริ่มไม่แน่ใจว่ายามนี้คือเมื่อไหร่ราวกับได้ย้อนกลับไปยัง่ที่ตนโดนลงโทษ
นักศึกษาดีเด่นซ่งที่เกือบสอบตกใจนิญญาแทบหลุดออกจากร่างชั่วขณะนั้นการกระทำจึงดุดันดุจพยัคฆ์ พึ่งพาสัญชาตญาณจนกระทั่งเยวี่ยอู๋ฮวนได้สติ เขาถึงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกแล้วพลันตระหนักได้ว่าในโลกของการบำเพ็ญเซียน วิธีการช่วยเหลือคนจมน้ำนั้นมีมากมายไม่จำเป็จะต้องใช้วิธีปฐมพยาบาลยุคปัจจุบันเลยด้วยซ้ำ
แต่ก็ไม่รู้จะอธิบายอย่างไร...
ช่วยเหลือคนจมน้ำโดยการทำ CPRเป็เื่ปกติของนักศึกษาแพทย์ไม่ว่าตรงหน้าจะเป็คนงามหรืออัปลักษณ์ เป็เด็กหรือว่าคนแก่เขาก็ไม่ลังเลที่จะเข้าไปช่วยเหลือซ่งชิงสืออับอายที่ตนไม่ใช้วิธีปฐมพยาบาลที่ดีที่สุดฉบับพิภพเซียนแต่ก็ไม่ควรเก็บเื่เล็กน้อยเช่นนี้มาคิดมาก เพียงแต่ตนไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดี
เยวี่ยอู๋ฮวนแววตาเลื่อนลอย เขาค่อย ๆแผ่ร่างกายโดยไม่ปกปิดอีกต่อไป คล้ายกับเป็ปลาใกล้ตายที่ถูกพัดขึ้นฝั่งปล่อยให้คนเฉือนเนื้อได้ตามใจชอบ
ซ่งชิงสือรีบหันหน้าหนี หลับตาลง เอ่ยขอโทษจากใจจริง“ขออภัย ข้าควบคุมอุณหภูมิน้ำได้ไม่ดีนัก”
“นายท่านไม่ผิด” แม้เยวี่ยอู๋ฮวนจะลืมตาอยู่แต่กลับไม่รับรู้ภาพตรงหน้าเลยสักนิด หูได้ยิน แต่กลับฟังไม่เข้าใจเลยสักอย่างเขาตอบกลับไปด้วยคำพูดติดปาก “เป็ความผิดของข้า ความผิดของข้า...”
นี่คือผลตอบแทนหลังจากที่เขาทุ่มเทไปมากมายถูกปลูกฝังซ้ำแล้วซ้ำเล่าถึงจะเข้าใจในสัจธรรมต้องคอยย้ำเตือนตัวเองอยู่เสมอว่าควรมีชีวิตอยู่อย่างไร
“อู๋ฮวน เ้างดงามถึงเพียงนี้เกิดมาเพื่อเป็ของเล่นโดยแท้”
“อู๋ฮวน เรือนร่างของเ้าเย้ายวนบุรุษถึงได้โดนข่มเหงเช่นนี้”
“อู๋ฮวน เ้าช่างยั่วยวนจนข้ามิอาจหักห้ามใจ”
“อู๋ฮวนเ้าคือมารร้ายที่เกิดมาเพื่อเติมเต็มความปรารถนา”
“อู๋ฮวน ล้วนเป็ความผิดของเ้า”
“อู๋ฮวน เป็ความผิดของเ้าทั้งหมด”
...
“ความผิดของข้า ความผิดของข้า เป็ความผิดของข้า...”เยวี่ยอู๋ฮวนพึมพำคำเดิมซ้ำ ๆ “ล้วนเป็ความผิดของข้า”
นั่นเป็เพราะว่า...แค่เขามีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ก็ผิดแล้ว
ซ่งชิงสือถอดเสื้อคลุมวิเศษออกแล้วคลุมให้เยวี่ยอู๋ฮวนทันใดนั้นเขาสังเกตได้ว่าสภาพจิตใจของคนตรงหน้าดูผิดปกติคล้ายหลุดเข้าไปในภาพมายาอันน่ากลัว
เขานิ่งคิด ขบกรามแน่นง้างมือเตรียมจะตบเรียกสติแต่กลับทำไม่ลงสุดท้ายจึงหยัดกายลุกขึ้นยืนเพื่อไปหยิบถังน้ำเย็นมาจากอีกด้านใช้เคล็ดวิชาเกล็ดน้ำแข็งก่อนเทราดลงไปบนศีรษะ
เยวี่ยอู๋ฮวนสั่นสะท้านเพราะความหนาวเย็น สติค่อย ๆแจ่มชัดขึ้น ซ่งชิงสือสบโอกาสนำยาสงบจิตใส่ปากอีกฝ่าย
“นายท่าน?”เยวี่ยอู๋ฮวนสับสนมึนงงหลังจากได้สติ
“มิเป็อันใดแล้ว”ซ่งชิงสือหยิบเสื้อผ้าและผ้าขนหนูที่เตรียมไว้นานแล้วมาห่อตัวคนไข้จากซ้ายไปขวาคล้ายกับการห่อบ๊ะจ่างหลังจากนั้นจึงเอ่ยอธิบาย
“เ้าจมน้ำจนเห็นภาพหลอน”
เยวี่ยอู๋ฮวนพยักหน้าอย่างเลื่อนลอย
เมื่อมั่นใจว่าห่อบ๊ะจ่างมิดชิดแล้วซ่งชิงสือก็หยุดมือแล้วเอ่ยสั่งว่า “ต่อจากนี้สวมใส่อาภรณ์ให้มากชิ้นหน่อย”
เยวี่ยอู๋ฮวนมองเขา เอ่ยถามอย่างกังวล“บ่าวทำได้หรือขอรับ?”
ซ่งชิงสือสั่งสอนด้วยความจริงจัง“สารทฤดูใกล้เข้ามาแล้ว อากาศเย็นนัก จำเป็ต้องสวมใส่อาภรณ์หนา ๆจะได้ไม่เป็หวัด”
“ขอบคุณนายท่านที่เมตตา”หลังจากเยวี่ยอู๋ฮวนตกปากรับคำเมื่อมั่นใจว่าซ่งชิงสือไม่ได้โกหกเขากระชับอาภรณ์บนร่างกายแน่น ไม่รู้เพราะเหตุใด จู่ ๆก็หวนนึกถึงยามที่เพิ่งเข้าไปอยู่ในเคหาสน์หงส์ทองคำต้องถอดอาภรณ์ชิ้นแล้วชิ้นเล่าจนกลายเป็เพียงของเล่นชิ้นหนึ่ง
บัดนี้บุรุษท่าทางไม่น่าไว้ใจผู้นี้กลับช่วยเขาสวมใส่อาภรณ์ทีละชิ้นเองกับมือราวกับว่ากำลังหลอกล่อให้เขาคาดหวังอะไรบางอย่าง...
การแช่โอสถล้มเหลวกลางคัน ยาจึงออกฤทธิ์ได้ไม่ดีเท่าที่ควร
ซ่งชิงสือวุ่นวายอยู่กับการเทน้ำใส่อ่างเติมยาเพิ่มลงไป และปรับอุณหภูมิน้ำใหม่อีกครั้ง
เยวี่ยอู๋ฮวนนั่งมองเขาทำนู่นทำนี่เพื่อตนเงียบ ๆพลางคิดไปสะระตะทันใดนั้นก็พลันตระหนักได้ว่าความรุ่มร้อนภายในร่างกายที่ยากจะขจัดหายไปแล้วไม่น้อยเขาค่อย ๆ ขยับร่างกายประหลาดใจยิ่งเมื่อพบว่าความรู้สึกไวต่อััอันเป็ผลมาจากฤทธิ์ยาก็หายไปมากแล้วเช่นกันััเสียดสีจากเนื้อผ้าก็ไม่ทำให้ทรมานอีกต่อไป
เขาคาดเดาไปต่าง ๆ นานา ทว่าก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี สุดท้ายจึงรวบรวมความกล้าเอ่ยถามออกไป“ท่านปรมาจารย์ โอสถหญ้าแดงขจัดเภทภัย...มีฤทธิ์ช่วยเื่ใดหรือขอรับ?”
“หา?”ซ่งชิงสือชะงักกึก นิสัยแย่ ๆ ของเด็กหัวกะทิของเขากำเริบอีกแล้ว เขาคิดไวเกินไปเลยมักคิดว่าแค่ชื่อบอกหรือคำนามก็สามารถเข้าใจได้ไม่ได้สนใจเลยว่าผู้อื่นจะตามความคิดตัวเองทันหรือไม่
ซ่งชิงสือเป็นักเรียนเรียนดีจำพวกที่เมื่อรู้ว่าผิดก็จะทำการแก้ไขเขาเรียบเรียงคำพูดในหัวใหม่อีกครั้งแล้วอธิบายให้เข้าใจง่ายที่สุด“ร่างกายของเ้าถูกยาหลายชนิดกัดกร่อน ส่งผลให้รู้สึกไม่สบายตัวโอสถหญ้าแดงขจัดเภทภัยจะช่วยชะล้างฤทธิ์ยาที่ยังตกค้างอยู่ภายในกายต้องแช่โอสถทั้งหมดห้าครั้งสองครั้งสุดท้ายต้องเพิ่มบุปผาปลูกเนื้อและเซียมโซวหิมะเพื่อช่วยรักษาแผลเก่ายามนั้นจะให้ความรู้สึกเจ็บและคัน ไม่สามารถใช้ยาชาได้ แต่เ้ามิต้องกังวลขอแค่อดทนจนผ่านขั้นตอนนั้นให้ได้เป็พอ แล้วร่างกายของเ้าก็จะกลับไปเป็เช่นเดิม...”
ยังมีอีกหลายคำที่ซ่งชิงสือไม่กล้าพูดออกไปนั่นคือคนพวกนั้นไม่ได้สนใจว่าเยวี่ยอู๋ฮวนจะอยู่หรือตายยาเร่งกำหนัดหลากชนิดถูกใช้โดยไม่จำกัดปริมาณส่งผลให้ยามากมายภายในกายอีกฝ่ายออกฤทธิ์ตีกัน อีกทั้งยังตกค้างเป็ปริมาณมากหากยังมีการใช้ยาต่อไปอีกละก็ คงมีชีวิตอยู่ได้อีกแค่ไม่กี่ปี
“ถูกใช้ยาในปริมาณมากนั่นเป็เพราะ...เพราะพวกเขารำคาญที่ข้าไม่ตอบสนอง”เยวี่ยอู๋ฮวนกระชับอาภรณ์บนร่างกายเขาลังเลอยู่นานก่อนตัดสินใจกดข่มความไม่ยินยอมภายในจิตใจฝืนเล่าเื่ราวที่อีกไม่นานคงถูกล่วงรู้ให้กระจ่าง เขาพูดวกไปวนมาลืมแม้กระทั่งคำเรียกขานตน “ท่านปรมาจารย์ หากไร้ซึ่งยาร่างกายของข้าก็จะไม่ตอบสนองต่อบุรุษ ท่านมิอาจหาความสำราญบนร่างกายข้าได้ข้า...ข้าไม่เหมาะกับเื่พวกนั้น จำเป็ต้องใช้ยาช่วยจึงจะสามารถ...”
ซ่งชิงสือเอ่ยขัดคำพูดตะกุกตะกักของเขา“ไม่เหมาะก็ไม่ต้องทำ”
“ท่านไม่จำเป็ต้องดีกับข้า”ยิ่งเยวี่ยอู๋ฮวนเผยความในใจมากเท่าไรก็ยิ่งหวาดกลัวมากขึ้นเท่านั้นเขาคล้ายเด็กน้อยที่อับจนหนทาง เอ่ยอย่างสิ้นหวัง “ข้าไม่มีสิ่งใดเลยสิ่งเดียวที่ข้าจะมอบให้ท่านได้ก็มีเพียงร่างกายนี้...”
ซ่งชิงสือััได้ว่าเยวี่ยอู๋ฮวนเริ่มมีอาการผิดปกติจึงหมุนตัวกลับมาเขาคิดว่าตอนนี้ตนควรบำบัดสภาพจิตใจให้อีกฝ่ายเสียก่อนในหัวมีคำพูดมากมายตีกันเป็หมื่นคำ ทว่าพอจะเอ่ยปากมันกลับสลายหายไปคำพูดปลอบโยนอันน่าประทับใจกลับพูดไม่ออก เขารู้สึกท้อแท้อย่างเห็นได้ชัดท้ายที่สุดก็เค้นออกมาได้แค่สองคำ “เ้ามี”
ในใจเขาเยวี่ยอู๋ฮวนคือเด็กน้อยที่ฝึกวิชากระบี่ด้วยความมุ่งมั่นใต้ต้นท้อคือเด็กหนุ่มที่เป็เพียงมนุษย์ธรรมดาซึ่งใฝ่ฝันอยากเป็ปรมาจารย์ด้านกระบี่
เยวี่ยอู๋ฮวนในสายตาเขาคือหงส์ที่โบยบินอยู่บน์เก้าชั้นฟ้าคือดวงดาวที่เจิดจรัสที่สุดในยามค่ำคืน เพียงแต่ถูกเด็ดปีกทิ้งจนตกต่ำก็เท่านั้น
ซ่งชิงสือก้าวเดินทีละก้าว ทุกย่างก้าวหนักแน่นมั่นคง
เยวี่ยอู๋ฮวนพยายามสงบสติแต่ร่างกายกลับสั่นเทิ้มอย่างช่วยไม่ได้ เขา้าถอยหนี
ซ่งชิงสือทรุดตัวลงนั่งคุกเข่า สบตาเขาด้วยความจริงจัง
เยวี่ยอู๋ฮวนไร้ทนหางหลบเลี่ยง
ซ่งชิงสือเอ่ยคำมั่นสัญญาทีละคำ “สิ่งที่เ้าเคยมีข้าจะเป็คนทวงคืนมันมาให้เ้า สิ่งที่เ้าอยากได้ ข้าจะหามาให้เ้าทุกอย่าง”
เยวี่ยอู๋ฮวนหายใจถี่กระชั้นยามนี้เขายังไม่เข้าใจว่าความหมายของคำสัญญานี้คืออะไรแต่เขามองเห็นความจริงจังและแน่วแน่ในดวงตาคู่นั้นของซ่งชิงสือจึงเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง “ท่านอยากให้ข้าทำอันใด?”
ซ่งชิงสือขอร้อง “อย่าคิดจะปลิดชีพตัวเองอีกทำได้หรือไม่?”
เยวี่ยอู๋ฮวนครุ่นคิดเนิ่นนาน ในที่สุดก็พยักหน้า
[1]เป็หลักเกณฑ์จริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางที่สุดทั่วโลกนับั้แ่การประกาศครั้งแรกโดยสมัชชาของแพทยสมาคมโลกที่กรุงเฮลซิงกิประเทศฟินแลนด์ เมื่อปี พ.ศ.2507