องค์ชายรองเพคะ ได้โปรดเป็นของหม่อมฉันเถอะเพคะ

    บทที่ 30 ถอนพิษ

            บทที่ 30 ถอนพิษ


            จิวฮวาพาเซวียนเฟยหรงกระโดดข้ามหลังคาเรือนแล้วเรือนเล่า จนในที่สุดก็กลับมาถึงเรือนหอ ร่างบางค่อยๆกระโดดลงข้างๆเรือน ก่อนที่จะเปิดหน้าต่าง แล้วกระโดดเข้าไปภายใน


            เมื่อเข้ามาถึงด้านในแล้ว เธอจึงวางร่างสูงลง ในจังหวะนั้นเองจิวฮวาก็หันไปยิ้มกว้างให้แก่เซวียนเฟยหรง ก่อนที่รอยยิ้มนั้นจะชะงักค้างไปชั่วอึดใจ ใบหน้าแบบนี้มัน จิวฮวาถึงกับใจสะดุด เมื่อหันมาเห็นใบหน้าที่ครึ่งล่างถูกซ่อนไว้ภายใต้ผ้าผืนสีแดง เพื่อป้องกันการสูดดมกลิ่นธูปราคะ


            เซวียนเฟยหรงที่กลับมาถึงเรือนหออย่างปลอดภัยแล้วจึงผ่อนลมหายใจออกมา ในช่วงเวลาที่ร่างกายผ่อนคลายลง ทำให้อาการจากพิษธูปราคะกำเริบขึ้นมาอีกครั้ง ขณะนี้ผ่านไปครึ่งชั่วยามแล้ว ทำให้พิษทวีความรุนแรงขึ้น เขาจึงไม่ทันสังเกตรอยยิ้มที่ค้างไปของจิวฮวา


            กลิ่นกลายหอมอ่อนของจิวฮวาโชยเข้าในจมูก ร่างหนาโน้มตัวลง หวังจุมพิตหญิงสาวตรงหน้า หากแต่ตอนนั้นเองจิวฮวาก็ผละตัวออก ร่างบางวิ่งไปที่เตียงด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนที่จะตะโกนออกมา “องค์ชายรองเพคะ ท่านกระโดดเข้ามาทางหน้าต่างทำไม ทำไมไม่เข้าทางประตูดีๆเล่าเจ้าคะ” เธอร้องตะโกนเพื่อแก้ไขข้อข้องใจของคนข้างนอก หากต้องยืนเฝ้าหน้าประตูหอทั้งคืน แล้วมาพบว่าองค์ชายรองอยู่ในห้องตอนไหนก็ไม่ทราบไปแล้ว


            “วังของเปิ่นหวาง เปิ่นหวางจะเข้าทางไหนก็ได้ พระชายา ข้าร้อนเหลือเกิน” เซวียนเฟยหรงเอ่ยตอบเสียงแหบพร่า ก่อนที่จะวิ่งตามร่างบางไป


            ด้านนอก เหล่านางกำนัล และมามาต่างได้ยินกันอย่างชัดเจน พวกเขาจ้องมองหน้ากันและลอบยิ้มออกมา ก่อนที่จะพากันเดินถอยห่างจากหน้าห้องไป


            จิวฮวาพุ่งไปที่เตียง ก่อนที่จะหยิบผ้าผืนแดงขึ้นมาคลุมหน้า 


            เซวียนเฟยหรงวิ่งตามมาด้วยท่าทางโง่งม ยามนี้ด้วยฤทธิ์ธูปราคะ เซวียนเฟยหรงได้หลงลืมความตั้งใจแรกไปแล้ว ที่ว่าจะไม่หลับนอนกับจิวฮวาจนกว่าจะมั่นใจว่าตระกูลสีไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับตงฟางชงหยวน


            ร่างของชายหนุ่มร้อนราวดังไฟสุ่ม หากแต่เมื่อได้ใกล้ชิดร่างบางก็ให้รู้สึกเย็นสบายยิ่งนัก “พระชายา ขอเปิ่นหวางกอดเจ้าหน่อยเถิด เนื้อตัวเจ้าช่างเย็นสบายนัก”


            “ไม่ได้เพคะ พระองค์ยังไม่ได้เปิดผ้าเจ้าสาวเลย เหล้ามงคลก็ยังไม่ได้ดื่ม” จิวฮวาเอ่ยห้าม


            เซวียนเฟยหรงมีท่าทางราวกับเด็กโดนขัดใจ หากแต่เสียงหวานก็กระซิบแผ่วเข้าที่ข้างหู ส่งผลให้ขนแขนของเขาต่างพากันลุกเกรียวขึ้นมาทันที “เป็นเด็กดีนะเพคะ แล้วหม่อมฉันจะให้รางวัล”


            เมื่อนั้นเซวียนเฟยหรงก็รีบเปิดผ้าปิดหน้าเจ้าสาว เขากระชากผ้าปิดจมูกของตนออก แล้วรินเหล้ามงคลเข้าปาก ก่อนที่จะจุมพิตลงบนริมฝีปากบางได้รูปของจิวฮวา รสเหล้ามงคลร้อนผ่าว หวานล้ำ ค่อยๆแทรกซึ่งเข้าไปในปากของจิวฮวา


            “เท่านี้เราก็ได้ดื่มเหล้ามงคลกันแล้ว คราวนี้เปิ่นหวางกอดเจ้าได้หรือยัง” เซวียนเฟยหรงผละออกจากริมฝีปากเรือแดง ก่อนที่จะกระซิบเย้าแหย่ข้างหูคนงาม


            จิวฮวาหน้าขึ้นสีแดงเรือด้วยความเขินอาย “เพคะ” หญิงสาวกล่าวตอบ


            ม่านบางสีแดงที่ถูกผูกอยู่ที่เสาเตียงถูกปลดลงมา สองร่างโน้มลงบนเตียงแนบชิด ม่านบางมงคลพลิ้วไหวไปตามจังหวะการขยับกายที่สอดประสานกันของคู่บ่าวสาว


            ในใจของจิวฮวาอดเป็นกังวลขึ้นมาไม่ได้ เมื่อสัมผัสได้ถึงบางส่วนที่เติบใหญ่ ตายแน่ๆ ตายแน่ฉัน จากนั้นเธอก็นึกถึงวิชาเพศศึกษาที่เคยเล่าเรียนมา ทั้งภายในห้องเรียน และนอกห้องเรียนว่าควรทำเช่นไร แม้หญิงสาวจะไร้ประสบการณ์จากการปฏิบัติจริง หากแต่ทฤษฎีล้วนอัดแน่น


            ดังนั้น ในช่วงที่แทรกผ่าน นอกจากกรีดร้องด้วยความเจ็บนิดหน่อย จากนั้นความเจ็บก็แปลเปลี่ยนไปเป็นความสุขสมอย่างรวดเร็ว จิวฮวาอดสงสัยขึ้นมาไม่ได้ว่า เหตุใดองค์ชายรองที่แสร้งปัญญาอ่อนมานาน ถึงได้มีฝีมือเก่งกราดเช่นนี้


            หากแต่จิวฮวาที่ยังไม่ทันได้รับคำตอบ ก็ต้องหยุดชะงักความคิดของตนเองไปกับความสุขระลอกแล้วระเล่าที่เกิดขึ้นมา


            สุดท้ายการถอนพิษก็ดำเนินไปทั้งคืนจนเกือบเช้า ในที่สุดจิวฮวาและเซวียนเฟยหรงก็หมดแรง เซวียนเฟยหรงรู้สึกราวกับพิษถูกขจัดไปจนหมดเกลี้ยงแล้ว จนไม่มีอะไรจะรีดออกมาได้อีก ร่างสองร่างจึงได้หลับไหลลงไป ในขณะที่ยังโอบกอดกัน


            ………………………………………


            ยามเช้ามาเยือน เซวียนเฟยหรงหันไปมองคนในอ้อมกอดที่ยังคงหลับไหลอยู่ด้วยไม่แน่ใจว่าควรรู้สึกเช่นไร เขายังจำได้ดีว่าตนถูกวางยา และเกือบพลาดท่าให้แก่เสิ่นหมิงฮวา หากแต่จิวฮวาก็มาช่วยเขาไว้ได้ทัน


            อีกทั้งเขายังจำการถอนพิษที่หวานล้ำ ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนได้อย่างชัดเจน อย่างน้อยชาตินี่เขาก็แน่ใจ ว่าผู้ที่นอนอยู่ข้างกายเขา คือผู้เดียวกันกับที่ร้องเสียงหวานเมื่อคืนนี้ ไม่ใช่การถูกบ่าวรับใช้สวมรอยเช่นที่เคยผ่านมา


            จิวฮวารู้สึกถึงการขยับตัวของคนข้างกาย แพขนตาของหญิงสาวขยับเล็กน้อยก่อนที่จะลืมตาขึ้นมา ดวงตาสีทองสวย สบเข้ากับดวงตาสีนิลที่สว่างสดใสราวกับรัตติกาลของคนตรงหน้า “ใต้เท้าหรง ท่านตื่นแล้วหรือ ท่านคงต้องอธิบายข้าเสียแล้วล่ะ ว่าเหตุใดท่านจึงกลายเป็นองค์ชายรองสามีของข้าได้”


            เซวียนเฟยหรงเมื่อได้ยินคำกล่าวนั้นก็หน้าเสียขึ้นมาทันที แต่เขายังไม่ทันได้เอ่ยถามว่าจิวฮวารู้ได้เช่นไร จิวฮวาก็คลี่ยิ้มก่อนเฉลยออกมาเสียก่อนว่า “เมื่อคืนหม่อมฉันเห็นหน้าท่านที่ถูกซ่อนภายใต้ผ้าปิดจมูก จึงจำได้เพคะ เสด็จพี่ควรจะระวังตัวมากกว่านี้ อย่าให้ใครเห็นใบหน้าองค์ชายรองที่ถูกปกปิดเพียงครึ่งแบบเมื่อคืนได้ ถ้าเสด็จพี่ไม่อยากให้ตัวตนของใต้เท้าหรงถูกเปิดเผย”


            เซวียนเฟยหรงเลิกคิ้วอยากแปลกใจ “เจ้าไม่โกรธ”


            จิวฮวาเอียงคอเล็กน้อยก่อนที่จะเอ่ยถามออกไปด้วยเสียงสดใส “โกรธ? ไม่มีเรื่องใดให้ต้องโกรธนี่เพคะ ออกจะแปลกใจเสียมากกว่า หม่อมฉันคิดว่าเสด็จพี่ปัญญาอ่อนเสียอีก”


            จิวฮวาเอ่ยตำหนิเซวียนเฟยหรงในใจ ถ้ารู้ว่าท่านไม่ได้ปัญญาอ่อนข้าคงใช้วิธีการเข้าหาท่านอีกแบบ โอยตายแล้ว อับอายเหลือเกิน เมื่อคิดได้ดังนั้นหญิงสาวก็หน้าแดงเรือขึ้นมาด้วยความอับอาย หลังจากนึกถึงเหตุการณ์ต่างๆที่ตนกระทำไปด้วยความเข้าใจว่าองค์ชายรองยังมีสติปัญญาเท่ากับเด็ก 8 ขวบ


            แต่แล้วใบหน้าสวยคมก็ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ออกมา ก่อนที่จะซบลงไปบนอกแกร่งของเซวียนเฟยหรง “หม่อมฉันดีใจเหลือเกินเพคะ ที่พระองค์ก็ทรงหลงรักหม่อมฉันเช่นกัน”


            เซวียนเฟยหรงดันร่างบางที่ถือวิสาสะแอบซบเขาออกจากร่างทันที ก่อนที่จะกล่าวถามด้วยเสียงตื่นตะหนก “ใครบอกกัน เปิ่นหวางจำไม่เห็นได้ว่าเคยพูด เจ้าอย่ามาปั้นน้ำเป็นตัวเอาเองอย่างนี้”


            จิวฮวาแสร้งทำหลุบตาลงด้วยความเสียงใจ ก่อนที่จะกล่าวตอบด้วยเสียงออดอ้อน “เสด็จพี่เป็นคนกล่าวเอง พอมาตอนนี้ก็จะไม่รับผิดชอบคำพูดของตน ทั้งๆที่ตอนนั้นเสด็จพี่ชวนหม่อมฉันหนีตามไปด้วยกันเสียด้วยซ้ำ”


            เซวียนเฟยหรงเมื่อได้ยินคำตอบก็รู้สึกโมโหจนหน้าเขียวคล้ำขึ้นมาทันที “ตอนนั้นเปิ่นหวางพูดเพราะต้องการพิสูจน์เจ้าหรอก ว่าเจ้าชอบเปิ่นหวางจริงหรือไม่ หากมีชายอื่นที่ไม่ได้ปัญญาอ่อนเช่นเปิ่นหวางมาชอบเจ้า เจ้าจะทำเช่นไร เปิ่นหวางยังไม่ได้ชอบเจ้าเสียหน่อย”


            จิวฮวาแกล้งทำปากยื่นอย่างแง่งอน แต่เมื่อเห็นเซวียนเฟยหรงกำลังเผลอ ร่างบางก็ยืดขึ้น ชิงหอมแก้มคนตรงหน้าฟอดใหญ่หนึ่งที “หม่อมฉันไม่สนเพคะ ก็พระองค์เป็นคนตรัสเอง พระองค์ก็ต้องรับผิดชอบคำพูด ถึงตอนนี้จะยังไม่ชอบ ไม่เป็นไรเพคะ พระองค์สามารถข้ามขั้นตอนไปรักเลยได้ อย่างไรพระองค์ก็ได้หม่อมฉันไปแล้ว จะมาทิ้งกว้างไม่ได้”


            “เจ้านี่มันเป็นสตรีหน้าหนาเสียจริง เกิดมาเปิ่นหวางยังไม่เคยพบเจอใครหน้าหนาเท่าเจ้า” เซวียนเฟยหรงกล่าว หากแต่แววตาของเขากับเจือไปด้วยความเอ็นดู


            จิวฮวายักคิ้วให้อย่างยั่วยวน ก่อนที่จะหยิบผ้าคลุมมาคลุมกาย แล้วเรียกนางกำนัลให้เข้ามารับใช้ “หม่อมฉันหน้าหนากับพระองค์เท่านั้นเพคะ อีกอย่างหม่อมฉันอยากฟังเรื่องราวจากพระองค์ ว่าทำไมถึงต้องวางตัวปัญญาอ่อนด้วย แต่ตอนนี้เราต้องรีบแต่งตัวเพคะ หม่อมฉันจะพาพระองค์ไปดูงิ้ว ก่อนเข้าวัง”


            “ได้เปิ่นหวางจะเล่าให้เจ้าฟัง แต่เปิ่นหวางหวังว่าเจ้าจะตอบข้อสงสัยของเปิ่นหวางเช่นกัน” เซวียนเฟยหรงกล่าวตอบ ในเมื่อเรื่องราวก็ดำเนินมาถึงขั้นนี้แล้ว คงจะถึงเวลาแล้ว ที่เขาและจิวฮวาจะต้องเปิดอกคุยกัน


            สตรีนางนี้เป็นใครกัน มีความเกี่ยวข้องกับตงฟางชงหยวนหรือไม่ เขาตัดสินใจว่าจะลองเชื่อดูอีกสักครั้ง และหวังว่าการเชื่อครั้งนี้คงจะไม่ทำร้ายเขาดังเช่นครั้งที่เคยผ่านมา


            เพราะหากตระกูลสีมีส่วนเกี่ยวข้องกับตงฟางชงหยวนจริง ตระกูลสีต้องไม่ยอมให้ตงฟางชงหยวนจัดฉากใส่ร้ายเขา ให้ต้องรับเสิ่นหมิงฮวาเข้ามาในงานแต่งของเขากับสีจิวฮวาแน่ๆ การกระทำนี้หากสำเร็จ ตระกูลสีคงจะถอยห่างออกจากราชวงศ์ และอาจแก้แค้นเขาผ่านทางราชวงศ์ก็เป็นไปได้


            เมื่อคิดได้ดังนั้น เซวียนเฟยหรงก็คิดถึงอำนาจของตระกูลสีขึ้นมา หากเขาได้กำลังจากตระกูลสีเข้ามาสนับสนุน ก็จะช่วยให้เขาจัดการเรื่องราวต่างๆที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตได้ง่ายยิ่งขึ้น เซวียนเฟยหรงไม่เชื่อว่าหากตงฟางชงหยวนพลาดจากเขาแล้ว เจ้านั่นจะไม่หาโอกาสอื่นๆทำลายราชวงศ์


            หมากในมือตงฟางชงหยวนนั้นไม่ได้มีเพียงแค่ตัวเดียวแน่ๆ อย่างน้อยตอนนี้เขาก็แน่ใจได้ว่า ตงฟางชงหยวนนั้นยื่นมือยาวเข้ามาถึงในวังของเขาแล้ว ไม่เช่นนั้นพวกนั้นจะวางยาเขาได้เยี่ยงไร จะกันจวน และมีคนคอยเฝ้าแบบเมื่อคืนได้เช่นไร เขายังจำการล่มสลายของหลายตระกูลที่อยู่ข้างราชวงศ์เมื่อชาติที่แล้วได้อย่างดี อย่างไรเสียชาตินี้เขาจะต้องหยุดยั้งมันให้ได้


            แต่ทั้งหมดทั้งมวล เขานั้นจะต้องไปชมงิ้วที่จิวฮวาจัดการแสดงให้เสียก่อน เสิ่นหมิงฮวาผู้หญิงโง่เง่า สุดท้ายเจ้าก็เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งของตงฟางชงหยวนเท่านั้น ดูสิว่าเจ้าในตอนนี้ตงฟางชงหยวนจะยังยอมให้ได้เป็นนางหงส์เคียงคู่บัลลังก์อยู่หรือไม่ เซวียนเฟยหรงเหยียดยิ้มออกมา ระหว่างที่กำลังแต่งตัว

    คล้ายกับเรื่ององค์ชายรองเพคะ ได้โปรดเป็นของหม่อมฉันเถอะเพคะ ที่คุณอ่าน