“ฉันแทบจะพูดได้เลยว่าลุงคนนี้ของฉันทำตัวเป็ปฏิปักษ์กับเราอยู่ตลอดเวลา ท่านไม่เห็นด้วยกับความคิดเห็นทางด้านการเมืองของเราอาจจะเป็เพราะว่าเราหัวสมัยกว่าท่านมากก็ได้ และยิ่งตอนที่พี่ชายของฉัน เคาท์บาซิลถูกลอบฆ่าตายที่เซ็นต์ ปีเตอร์สเบิร์ก เมื่อ 3 ปีก่อนลุงอีวานคนนี้ก็ไม่ยอมที่จะมาร่วมในงานศพด้วย”
“ดิฉันไม่ทราบเลยค่ะว่าคุณหญิงต้องเสียพี่ชายไปด้วยลักษณะคล้าย ๆ กันนี่” เอลซี่พูดอย่างเห็นใจ
“ใช่ต้องนับว่าเป็คดีลอบสังหารอีกคดีหนึ่งที่เกิดขึ้นในครอบครัวของเราฉันยังจำได้ถึงข่าวที่ว่า เมื่อตอนที่เอาศพมานั้น ร่างกายของเขาแหลกเหลวหมดจนแม้กระทั่งตอนที่อเล็กซานเดอร์ไปรับศพมานั้น เราไม่กล้าที่จะศพด้วยซ้ำไป”
“โอ...โหดร้ายจริงนะคะ”
“ใช่มันเป็เื่น่ากลัวแล้วก็เื่อย่างนี้น่ะเกิดขึ้นมากมายในรัสเซียฉันเองก็ยังมองไม่เห็นว่าเมื่อไรมันจะมีทางดีขึ้น”
“แต่เมื่อคืนก่อนดิฉันได้คุยถึงเื่รัสปูตินกับท่านเคาท์แล้วดิฉันก็ยังประหลาดใจอยู่จนกระทั่งถึงเวลานี้ที่รู้สึกว่าท่านจะพูดจาป้องกันนักบวชคนนั้นอยู่ตลอดเวลานะคะ”
สีหน้าของเคาท์เตสออลก้าแปรเปลี่ยนไปทันที
“ค่ะสำหรับเื่นี้ ฉันก็อยากจะเตือนเธอไว้เหมือนกัน ครอบครัวของเรานั้นมีอะไร ๆที่ไม่ใคร่จะเหมือนกับครอบครัวอื่นเขา แม้ว่าตัวฉันเองก็จัดว่าเป็เชื้อพระวงศ์คนหนึ่งแต่ฉันก็เป็คนหนึ่งนั่นเหมือนกันที่เชื่อว่าอีกไม่นานเราจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านการปกครองในบ้านเมืองของเราฉันไม่เหมือนกับอเล็กซาน เดอร์ดอกค่ะที่ไปให้ความเชื่อถือในตัวรัสปูตินอย่างเต็มที่ เพราะใคร ๆ ก็เรียกเขาว่า ‘นักบวชบ้า’ กันทั้งนั้น แต่ถึงกระนั้นฉันก็ยังรู้สึกนะคะว่า เขาออกจะมีพลังอำนาจเหนือพระราชวงศ์อยู่นั่นเองเพราะเหตุนี้ ที่พลอยทำให้เขามีอำนาจเหนือรัฐบาลไปด้วย เพราะฉะนั้นจึงมีคนเป็จำนวนมากที่้าจะประท้วงในเื่นี้ต่อกษัตริย์ในฐานที่ปล่อยให้เขามีอำนาจมากเกินไป แต่นั่นแหละนะก็ยังมีคนอีกจำนวนมากเหมือนกันที่นับถือเขาอย่างกับเทวดา”
“ดิฉันทราบเื่ที่เกี่ยวกับนักบวชคนนี้น้อยมากทีเดียวค่ะคุณหญิง”
“มิสคูปเปอร์คะ ด้วยความจริงใจนะ ฉันอยากบอกกับเธอตรง ๆ เลยว่าฉันไม่อยากเป็ศัตรูกับเธอ” เคาท์เตสออลก้าพูดอย่างจริงจัง
“เอ๊ะ...ก็แล้วทำไมเราจะต้องรู้สึกอย่างนั้น ต่อกันด้วยล่ะคะ?”
“ก็...ถ้าเธอรู้ว่าฉันจะพูดอะไรต่อไปนี้ เธอก็อาจจะคิดก็ได้ ฉันพูดให้เธอรู้ไว้ก่อน”
“โอ...”
สีหน้าของเคาท์เตสเคร่งเครียดขึ้น
“ฉันอยากจะบอกเธอว่าเมื่อคืนก่อนฉันคุยกับน้องชายแล้ว และฉันก็แน่ใจว่า ถ้าเขากลับมานิวยอร์คครั้งนี้เขาจะต้องเชื่อมความสัมพันธ์กับเธออีกอย่างแน่นอนและก็เชื่อด้วยว่าเขาจะต้องก้าวเข้าไปเข้าไปจนถึงขั้นที่จะขอให้เธอแต่งงานเสียกับเขา”
“โอ...”เอลซี่อุทานอย่างประหลาดใจ “แต่คุณหญิงคะ...เื่นั้นน่ะ ยังเป็เื่ที่ไกลมากเกินกว่าที่ดิฉันจะกล้าคิดค่ะดิฉันไม่แน่ใจเท่าไรนักดอกค่ะ”
“ไม่รู้สินะแต่ฉันน่ะรู้สึกว่าอเล็กซานเดอร์สนใจเธอมากทีเดียวมีผู้หญิงอเมริกันหลายคนที่มาหลงไหลเขาอาจจะเป็เพราะว่าเขาเป็คนที่มีหน้าตาท่าทางกิริยามารยาทดี หรือจะเป็เพราะอะไรก็ตาม แต่ เต่ที่แน่ ๆ ก็คือใคร ๆ ก็้าจะแต่งงานกับคนที่มียศถาบรรดาศักดิ์อย่างเขา”
“แต่ดิฉันไม่ได้คิดถึงท่านอย่างคนที่มียศศักดิ์อะไรดอกค่ะ”เอลซี่รีบออกตัว
“ผู้หญิงอเมริกันส่วนใหญ่เขาคิดถึงเื่นี้กันทั้งนั้นแหละค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นคุณหญิงก็เลิกห่วงเื่นี้สำหรับดิฉันได้เลยค่ะ แล้วดิฉันก็คิดว่าอะไรก็ตามที่จะเกิดขึ้นในอนาคตระหว่างน้องชายของคุณหญิงกับดิฉันนั้นน่าจะเป็เื่ส่วนตัวของเราจริง ๆ”
ดวงตาของเคาท์เตสออลก้าฉายแววสมเพทเวทนาขณะที่มองเอลซี่
“ฉันรู้แล้วว่าเธอจะต้องตอบฉันอย่างนี้”
“ถ้าอย่างนั้นเราก็ไม่จำเป็ที่จะต้องถือเอาสาเหตุนี้มาเป็หัวข้อที่จะพูดคุยกันในวันนี้สิคะ”เอลซี่ตอบ
เชื้อพระวงศ์สาวชาวรัสเซียลุกขึ้นจากที่นั่งเดินมาหยุดอยู่ตรงกลางห้อง และหันมาเผชิญหน้ากับคู่สนทนา
“เอลซี่ที่ฉันได้พูดมาทั้งหมดนี้ก็หวังเพียงแต่จะป้องกันเธอไว้จากเื่น่าเศร้าทั้งหลายที่จะเกิดตามมาเท่านั้นน่ะฉันไม่คิดว่าอเล็กซานเดอร์จะคิดแต่งงานกับใครอย่างจริงจัง ไม่ใช่เฉพาะแต่เธอดอก...ทุกคน ที่เขาน่าจะแต่งงานได้ด้วยซ้ำ”
“ทำไมเล่าคะ?”
“ก็เพราะว่าฉันไม่คิดว่าเขาจะมีความมั่นใจในตัวเองถึงขนาดนั้นน่ะสิ โดยเฉพาะในเวลานี้ความรู้สึกอย่างนี้มันก็เหมือน ๆกับการที่เราไม่แน่ใจว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นอีกในครอบครัวของเรามันเป็เื่ของโชคชะตาโดยแท้เอลซี่รัสเซียน่ะแตกต่างกว่าอเมริกามากชีวิตในเมืองและชนบทของเรานั้นแตกต่างกันราวฟ้ากับดิน โดยเฉพาะ ราชสกุลของเราที่มีปราสาทตั้งอยู่เหนือริมฝั่งแม่น้ำมอสควา หรือที่คนทั่วไปเรียกว่า ปราสาทมาตินอฟนั้น สร้างมานับเป็ศตวรรษแล้ว”
“ค่ะแล้วอย่างไรต่อไปล่ะคะ?”
ร่างโปร่งบางของเคาท์เตสแห่งมาตินอฟเคลื่อนไปหยุดอยู่ตรงหน้าต่าง
“ค่ะฉันอยากจะเล่าเื่บางอย่างที่เกี่ยวกับครอบครัวของเราให้เธอฟังเสียในตอนนี้เลยเพื่อที่ว่าวันข้างหน้าถ้ามีอะไรเกิดขึ้น เธอจะมาตำหนิฉันไม่ได้...สายทางตระกูลท่านพ่อของฉัน แม้จะเป็เชื้อพระวงศ์ก็ตามแต่ท่านพ่อเป็ผู้ที่ใช้ชีวิตอย่างปุถุชนคนสามัญ ซึ่งไม่เหมือนกับเชื้อพระวงศ์ในราชสกุลอื่นซึ่งยึดถือในเื่ของสายเือยู่มาก และเธอก็ควรจะรู้ด้วยว่า ต้นตระกูลของเราคือ เคาท์ นิโคลาส มาตินอฟ นั้น ท่านเสกสมรส และสังหารชายาของท่านถึง 3 องค์ในเวลาเพียง 5 ปีและเมื่ออาชญากรรมที่ท่านก่อขึ้นได้เป็ที่ประจักษ์ขึ้นมาก็เลยปลงพระชนม์พระองค์เอง ด้วยการเชือดพระศอเป็เื่ที่เล่าลือกันมากว่าแม้แต่ทุกวันนี้ิญญาของท่านก็ยังคงวนเวียนอยู่ในปราสาทแห่งนี้”
“ดิฉันไม่ใช่คนกลัวผีดอกนะคะ คุณหญิง” เอลซี่หัวเราะเบา ๆ
ดวงตาของเคาท์เตสออลก้าชำเลืองผ่านใบหน้าของคู่สนทนาแวบหนึ่ง
“ถ้าหากว่าผีไม่มีอำนาจเหนือเธอแล้วถ้าเป็คนบ้าเล่าคะ?” เคาท์เตสพูดต่อด้วยสีหน้าเคร่งขรึมและสำเนียงที่เปลี่ยนไป“เธอรู้ไหมว่าคนในตระกูลของเราอาจจะมีเืบ้าที่สืบทอดกันมาั้แ่ครั้งกระนั้นก็ได้”
“หมายความว่าแม้แต่น้องชายของคุณหญิงก็มีสติวิปลาสด้วยอย่างนั้นหรือคะ?”
“เปล่าหรอกยังไม่ถึงอย่างนั้นเพียงแต่ว่าเขาออกจะเป็คนที่ฉุนเฉียวง่ายเหมือนกับเหมือนกับพี่ชายคนโตของเราเคาท์ บาซิลไงล่ะ ฉันน่ะมั่นใจทีเดียวละว่าเพราะความบ้าบิ่นอย่างร้ายกาจที่ทำให้เขาต้องประสบกับเคราะห์กรรมถึงเพียงนั้นแล้วฉันก็กลัวว่าสักวันหนึ่ง อเล็กซานเดอร์ก็จะต้องเป็อย่างเดียวกัน”
เอลซี่มีท่าทางที่ลังเลขณะที่ถามต่อไปว่า
“คุณหญิงพูดเป็ทำนองว่าไม่้าที่จะให้เคาท์อเล็กซานเดอร์แต่งงานอาจจะเป็เพราะยังไม่มีผู้หญิงคนไหนที่จะมาเป็ภรรยาได้อย่างเหมาะสมและสามารถที่จะควบคุมอารมณ์ของเขาไว้ได้ อย่างนั้นหรือเปล่าคะ?”
“ฉันเกรงว่าเธออาจจะยังไม่เข้าใจจุดที่ฉันพยายามจะบอกให้เธอได้รับรู้นะเอลซี่”
“ค่ะเพราะดิฉันคิดว่าทั้งหมดที่คุณหญิงพูดมานั้นน่ะมันยังไม่มีเหตุผลที่ดีพอนี่คะ
“ฉันก็ได้พยายามที่จะพูดให้ง่ายที่สุดเท่าที่จะทำได้อยู่แล้วนะเอลซี่ ทุกวันนี้เธอมีชีวิตอยู่ในดินแดนที่มีแต่ความสุขพร้อมด้วยอนาคตที่สดใสงดงามรออยู่ และฉันเชื่อว่าเธอจะต้องมีคนหนุ่ม ๆ ที่ดี ๆหลายคนที่อยากจะแต่งงานกับเธอ”
“ค่ะก็คงจะเหมือน ๆ กับคุณหญิงนั่นแหละค่ะ”
เคาท์เตสออลก้ายักไหล่
“เื่อย่างนี้ในอเมริกาแตกต่างกว่าในรัสเซียมากเพราะถ้าฉันจะแต่งงานทั้งลุงและน้องชายของฉันจะต้องรับรองความเหมาะสมของผู้ชายคนนั้นเสียก่อนเพราะฉะนั้นฉันไม่อาจที่จะเลือกเองได้ทั้งๆ ที่ก็อยากจะทำอย่างนั้นเหมือนกัน”