“เ้าเรียกใครว่าเด็กน้อย?’’เฉินเมิ่งิค่อนข้างไม่สบอารมณ์ที่ถูกเรียกว่าเด็กน้อยเป็อย่างมากเขาจึงหันไปยังทิศทางของเสียงอย่างรวดเร็ว
บุรุษหนุ่มชุดเขียวที่นั่งจิบชาอยู่ก็เริ่มให้ความสนใจเช่นกัน
อย่างไรก็ตามจวิ้นเหล่ยและบรรดาทหารชั้นยอดพลันใ
ประลอง?
นี่องค์ชายของพวกเขาท้าผู้ฝึกตนระดับครึ่งก้าวััชีวิตประลองอย่างนั้นหรือ?
เป็ไปได้ไหมว่าองค์ชายจะทรงเกรี้ยวแทนพวกเขา…
กลับกันกู่ฉิงเฟิงที่นําทางพลันหยุดฝีเท้าลงราวกับรู้สึกเหลือเชื่อในสิ่งที่ได้ยินไม่ปาน
ท้าประลอง?
เป็ไปได้ไหมว่าองค์ชายอยากจะลองความแข็งแกร่งใหม่ของเขา?
ถึงกระนั้นนี่ก็ไม่ใช่สิ่งที่ควร!
“องค์ชายนี่ท่าน…’’กู่ฉิงเฟิงรนรานเขาเดาว่าองค์ชายของเขาคง้าััถึงความแข็งแกร่งที่เพิ่งได้รับมา
แต่นี่มันไม่เกินไปหน่อยเหรอที่ท้าทายครึ่งก้าวััชีวิต?
สําคัญเลยคือเด็กหนุ่มผู้นี้มิได้ธรรมดา กระทั่งจวิ้นเหล่ยยังพ่ายในกระบวนท่าเดียวแล้วท่านเล่า?
ท่ามกลายสายตาจับจ้องที่หลากความคิดเด็กหนุ่มเพียงก้าวเดินออกไป อาภรที่สวมใส่ของเขาพริ้วไหวไปตามแรงลมส่งผลให้กลิ่นอายของเทพาแห่งนภาครามปลดปล่อยออกมา จนผู้คนต่างรู้สึกได้
บุรุษหนุ่มชุดเขียวที่นั่งจิบชาอยู่พลันประหลาดใจไปครู่หนึ่ง
เฉินเมิ่งิก็ผงะไปเหมือนกัน
กล่าวได้ว่านี่เป็ครั้งแรกเลยที่พวกมันได้เจอกับคนผู้มีกลิ่นอายแห่งามากมายถึงเพียงนี้ทั้งยังเป็กลิ่นอายไร้พ่ายอีกด้วย
สมแล้วที่มันผู้นี้ถูกขนานนามว่าเทพา!
“ระดับสอง!องค์ชายเข้าสู่ระดับสองแล้วแถมยังเป็ระดับสองขั้นสูงสุดอีกด้วย!’’ จวิ้นเหล่ยและบรรดาทหารชั้นยอดเมื่อััได้ถึงกลิ่นอายที่เปลี่ยนไปนี้พวกเขาต่างตกตะลึงอย่างมาก
สามวัน!
สามวันก่อนองค์ชายของพวกเขาเป็เพียงผู้ฝึกตนระดับหนึ่งขั้นสูงสุดแม้จะทะลวงเข้าสู่ระดับสองในเร็ววัน คงไม่ใช่เื่แปลกอะไร
แต่นี่มันอะไร?
เหตุใดถึงทะลวงขึ้นมาหลายขั้นเช่นนี้ได้?
นี่มัน...เป็ไปได้อย่างไร?!
“...’’กู่ฉิงเฟิงที่ยืนอยู่ก็นิ่งค้างและจ้องมองเด็กหนุ่มเบื้องหน้าอย่างไม่อยากเชื่อสายตาเดิมทีเขาแค่คิดว่าองค์ชายของเขาเพียงแค่ทะลวงขั้นมายังระดับสองใครจะไปคิดล่ะว่าจะเป็เช่นนี้?
น่าทึ่งเกินไปแล้ว!
เป็ไปได้ไหมว่า…พร์ที่แท้จริงของเขาจะตื่นขึ้นแล้ว?
จวิ้นเหล่ยและบรรดาทหารชั้นยอดต่างมองหน้ากันแต่พวกเขาก็ต้องส่ายหัว เป็ไปไม่ได้เลยที่จะเกิดปาฏิหาริย์เช่นนั้นขึ้นเพราะั้แ่โบราณกาลจนถึงยามนี้ พร์มาจาก์ที่เป็ผู้ลิขิตให้มิมีผู้ใดสามารถเปลี่ยนมันได้ กล่าวได้ว่าสิ่งที่พวกเขาได้เห็นอยู่ในตอนนี้คงเป็ปาฏิหาริย์ที่องค์ชายสร้างขึ้นด้วยความพยายามของตนตลอดหลายปีมานี้
“ฮึ่มก็แค่ระดับสองขั้นสูงสุด กล้าดียังไงถึงได้กล่าววาจาใหญ่โตเช่นนั้นทั้งยังอาจหาญเรียกข้าว่าเด็กน้อยอีก เ้ามีสิทธิ์อันใด?’’เฉินเมิ่งิแค่นเสียงเย็นตอนแรกที่ััได้ถึงกลิ่นอายเทพาจากตัวของอีกฝ่าย มันเผลอใอยู่บ้างแต่เมื่อมันรับรู้ได้ว่าเส้นทางแห่งการฝึกตนของมันลึกลํ้ากว่าแล้วมันก็อดไม่ได้ที่จะหงุดหงิด
แถมมันก็อายุเท่ากันเหตุใดถึงได้เรียกมันว่าเด็กน้อย?
วาจาใหญ่โตนัก!
“เด็กน้อยก็หมายความเช่นที่ข้ากล่าวแม้ว่าเ้าจะมีเส้นทางแห่งการฝึกตนที่ลึกลํ้าทว่าสติปัญญาของเ้านั้นหาได้ลึกลํ้าไม่!’’ โดยไม่สนใจท่าทางผู้อื่นเปาเฟิงมองเด็กหนุ่มด้วยแววตาสื่อถึงบางอย่างมันราวกับผู้ใหญ่ที่มองดูเด็กน้อยอย่างไรอย่างนั้น
“บัดซบ!คิดว่าแค่เ้ามีฝีมือในการคุมทัพ จะมีสิทธิ์ทําตัวเช่นนี้ต่อข้าผู้นี้ได้รึ?’’
แววตาที่มองมาเหมือนผู้ใหญ่มองเด็กทําให้เฉินเมิ่งิเริ่มโกรธขึ้นมาจริงๆแล้วมันจึงสาวท้าวออกไปพลางหัวเราะอย่างเ็า“เดิมทีแล้วข้าเพียงแค่้ามาดูว่าคนที่เอาชนะกองทัพที่สิบสามได้จะเป็คนเช่นไรและเพียงพอให้ข้าชี้แนะหรือไม่แต่ดูเหมือนว่ามันผู้นั้นจะมิได้้าสิ่งที่ดีเสียเท่าไหร่...’’
“สิบกระบวนท่า!ภายในสิบกระบวนท่านี้ข้าจะทําให้เ้ารับรู้ถึงความต่างของ์และปฐี!’’
แววตาเฉินเมิ่งิประกายความยโสมั่นใจเกินผู้ใดออกมาก่อนเอ่อทะลักกลิ่นอายแห่งชีวิตออกมาจากร่างมากกว่าเดิม
“เป็ไปไม่ได้!อย่าบอกนะว่าเ้าเด็กนี่ใกล้ที่จะทะลวงเข้าสู่เขตแดนััชีวิตแล้ว?’’ทันทีที่ััได้ถึงกลิ่นอายแห่งชีวิตที่รุนแรงราวกระแสนํ้าที่เชี่ยวกรากจวิ้นเหล่ยและพวกกู่ฉิงเฟิงต่างใ
เยาว์วัยเพียงนี้กลับใกล้ที่จะทะลวงเข้าสู่เขตแดนััชีวิต?
นี่มันเป็พร์อันใดกัน?
หรือว่าแท้จริงแล้วเฉินเมิ่งเฟยผู้เป็ตํานานผู้นั้นก็มีพร์ที่น่ากลัวเช่นนี้ด้วย?
“พร์ของน้องแปดน่ะมิได้ธรรมดาขนาดน้องเจ็ดยังเอ่ยปากชม เกรงว่าน้องชายคงเจอศึกหนักเข้าแล้ว’’ยามนี้เองไม่รู้ว่าั้แ่เมื่อใดบุรุษหนุ่มชุดเขียวที่นั่งจิบชาอยู่พลันปรากฏตัวที่ด้านข้างของเปาเฟิง
เปาเฟิงขมวดคิ้วสําหรับเฉินเมิ่งินั้นเขาเพียงแค่ประหลาดใจ แต่สําหรับบุรุษผู้นี้แล้วเขาไม่อาจมองสิ่งใดออกเลย เกรงว่าอีกฝ่ายคงเป็องค์ชายรัชทายาทลําดับที่สองที่มีชื่อเสียงลือลั่นผู้นั้นเป็แน่
แต่ด้วยสัญชาติญาณของเขาเขารู้สึกได้ว่าคนๆนี้ไม่ได้มาร้าย แต่ก็ไม่ได้มาดี มันราวกับว่าอีกฝ่ายกําลังวางแผนอะไรบางอย่างอยู่
แต่ขณะที่เขากําลังให้ความสนใจกับอีกฝ่ายอยู่นั้น…
“เ้ายังมัวสนใจพี่สองอยู่อีกรึ?รับมือ!’’ เฉินเมิ่งิก็เคลื่อนกายพุ่งเข้ามาหมายจู่โจมเสียแล้ว
“องค์ชายระวังพะยะค่ะ!’’จวิ้นเหล่ยและคนอื่นๆที่เห็นการณ์ตรงหน้าพลันอดไม่ได้ที่จะร้องเตือนกล่าวได้ว่าแม้พวกเขาจะมั่นใจในความปราดเปรื่องขององค์ชายแต่นั่นก็ได้หมายความว่าพวกเขาจะเชื่อมั่นใจฝีมือการต่อสู้ของอีกฝ่ายดังนั้นแล้วเวลานี้หัวใจของพวกเขาราวกับถูกบีดรัดด้วยสิ่งที่มองไม่เห็น
เปาเฟิงก็ไม่กล้าประมาทแม้แต่น้อยเขารีบใช้ปัญญาเวทย์ทันที
ทันใดนั้นสมองของเขาพลันถูกเพิ่มความแข็งแกร่งขึ้นนับสิบเท่าส่งผลให้ประสาทััทั้งเจ็ดพลอยทรงพลังขึ้นไปด้วย
ราวกับเวลาหยุดนิ่งลงการเคลื่อนไหวอันรวดเร็วปานสายฟ้าของเฉินเมิ่งิพลันถูกฉายให้เห็นเป็ภาพสโลโมชั่น!
ไม่เพียงเท่านั้นภายใต้ผลพวงนี้ ทิวทัศที่เปาเฟิงเห็นต่างจากคนอื่นโดยสิ้งเชิงนอกจากจะััได้ถึงการเคลื่อนไหวของสายลมแล้วเขายังได้ยินเสียงการทํางานของข้อต่อและส่วนต่างๆบนร่างกายของเด็กหนุ่มได้อย่างดี
ท้ายที่สุดและน่าแปลกใจที่สุดการเคลื่อนไหวของเด็กหนุ่ม ที่ยากจะปรากฏช่องว่าง เปาเฟิงกลับสามารถมองเห็นทีละเล็กทีนะน้อยได้
หนึ่งจุด...สองจุด...สามจุด...
ภายใต้การประสาทััที่เฉียบคมนี้เขาค่อยๆมองเห็นช่องว่างที่ยากจะมองปรากฏขึ้นทีละจุด
กล่าวได้ว่าในตอนนี้หากเขา้า...
เขาสามารถที่จะลอบโจมตีโดยหวังผลให้อีกฝ่ายพ่ายแพ้ได้ในทันที!
อย่างไรก็ตามเปาเฟิงหาได้้าเช่นนั้นที่เขาเอ่ยยั่วยุเด็กหนุ่มไป เป็เพราะเขา้าทดสอบความแข็งแกร่งของตัวเองและปัญญาเวทย์ดูว่าจะใช้งานได้ดีสักแค่ไหนดังนั้นตอนนี้เขาจะไม่ฉวยโอกาสที่ว่านั่น!
ตรงข้ามกันขณะที่เปาเฟิงอยู่ในสภาวะที่แตกต่าง คนอื่นๆกลับหัวใจเต้นแรงแทบจะหลุดออกจากร่างทว่าเมื่อพวกเขาเห็นว่าการโจมตีของเด็กหนุ่มกําลังจะถึงตัวอีกฝ่ายแล้ว
ทันใดนั้นเอง…
ใบหน้าคมคายขององค์ชายแห่งนภาครามพลันยิ้มบางเอนกายหลบไปด้านข้างอย่างสงบนิ่ง แต่ภายใต้ความสงบนิ่งนี้กลับรอดพ้นอย่างไม่น่าเชื่อ
“อันใดกัน?’’เฉินเมิ่งิที่พบว่าการจู่โจมปานสายฟ้าแลบของมันมิอาจโดนตัวศัตรูได้พลันประหลาดใจ
“องค์ชายหลบได้?’’ขณะเดียวกันพวกจวิ้นเหล่ยก็ราวกับเห็นผี ใบหน้าแสดงความไม่อยากเชื่อออกมาถึงขีดสุดเพราะตอนนี้ความแข็งแกร่งของเฉินเมิ่งินั้นมิได้ธรรมดาเลย
แกร่งยิ่งกว่าตอนเอาชนะจวิ้นเหล่ยในกระบวนท่าเดียวเสียอีก
แล้วนี่องค์ชายหลบมันได้อย่างไร?
ใช่ดวงหรือไม่?
บุรุษหนุ่มชุดเขียวเองก็ชะงักไปเหมือนกันในความคิดของเขาระดับสองขั้นสูงสุดไม่น่าที่จะหลบพ้นแม้จะมีดวงก็ตาม
นี่คือ...เื่บังเอิญไม่ผิดแน่!
ทว่า!ทว่าภายใต้เวลาที่พัดผ่าน…
“กระบวนท่าที่ห้า!เป็ไปไปได้อย่างไร?!’’
พริบตาทุกคนก็ต้องพบกับความตกตะลึงจนอ้าปากค้าง