ในขณะเดียวกัน
องค์รัชทายาทมิลค์ได้หันไปมองที่องค์หญิง
ทั้งสองแห่งราชอาณาจักรแล้วพลันรู้สึกโกรธแค้นอย่างถึงที่สุดขึ้นมา
"ถ้าไอ้เ้าองครักษ์หน้าโง่พวกนั้นไม่ได้เข้ามาหาเื่ข้า ข้าก็คงจะได้ไปขึ้น์กับองค์หญิงที่งดงามและแผนของเราก็จะได้สำเร็จขึ้นมาสักที ท่านต้องล้างแค้นให้ข้า!"
"ท่านพ่อ!"
"เ้าวางยาองค์หญิงนั้นสำเร็จงั้นรึ?"
องค์าาอาร์คถามขึ้นเบาๆ
"ใช่แล้วท่านพ่อ แต่ถ้าไอ้พวกหน้าโง่นั้....."
"ไอ้ลูกโง่! เื่แค่นี้ก็ทำไม่สำเร็จ!"
"เ้าไม่รู้หรือไงว่าถ้าเ้าทำตามแผนได้สำเร็จ
ล่ะก็เ้าอาจจะมีสิทธิได้เป็องค์จักรพรรดิองค์ต่อไปเลยนะ แต่นี่เ้า... ช่างโง่เง่าจริงๆ!"
องค์าาอาร์คตวาดอย่างโมโหขึ้นเบาๆ
"ท่านพ่อข้าขอโอกาสแก้ตัว~"
"ข้ารับรองว่าครั้งนี้จะไม่ล้มเหลวอีกแน่นอน!"
องค์รัชทายาทมิลค์พูดขึ้นอย่างฮึกเหิม
ในขณะเดียวกัน
"เ้าเข้าไปตีสนิทกับพวกนางได้แล้วหรือยัง?"
องค์าาพิกเจอร์สถามขึ้นอย่างเคร่งขรึม
"ข้าขออภัยด้วยท่านพ่อ"
"แต่ข้าจะพยายามมากยิ่งกว่านี้!"
องค์รัชทายาทดิเลดพูดขึ้นอย่างฮึกเหิม
"งั้นก็ดี"
"อย่าให้ไอ้รัชทายาทมิลค์ได้ทำสำเร็จก่อนล่ะ"
"ท่านพ่อ แต่พวกนางมีตั้งสองคน"
"ถึงแม้ว่าพวกมันจะทำตามแผนได้สำเร็จ
แต่ก็ยังเหลืออีกหนึ่งคนไม่ใช่รึ?"
องค์รัชทายาทถามขึ้นด้วยความหงุนงง
"เ้าโง่! ถ้าพวกมันทำสำเร็จโอกาสที่เ้าจะได้
ขึ้นไปเป็องค์จักรพรรดิก็ยิ่งต่ำลงหน่ะสิ!"
"ตอนนี้ยังมีพวกองค์ชายแห่งราชอาณาจักร
ในภายภาคหน้าเราคงต้องกำตัดพวกมันทิ้ง
ซะให้สิ้นซากจะได้ไม่ต้องมาเกะกะขวางทาง!"
องค์าาพิกเจอร์สพูดขึ้น
"ข้าเข้าใจแล้วท่านพ่อ!"
ในขณะเดียวกัน
"มิเชล เ้ามีความคิดเห็นยังไงบ้างกับ
องค์ชายเมืองแลคซัส?"
องค์าากริฟฟ์หันไปถามลูกสาวของตัวเอง
"จู่ๆทำไมท่านพ่อถึงได้ถามแบบนี้กัน?
หรือว่าจะจับคู่ให้ข้าอย่างนั้นรึ?!"
องค์หญิงมิเชลถามขึ้นด้วยความใ
"ฮ่าๆ มันก็คงจะมีความหมายประมาณนั้น"
"แต่พ่อก็ต้องถามความรู้สึกเ้าก่อน"
องค์าากริฟฟ์หัวเราะขึ้นเบาๆ
เมืองคีริลล์ที่องค์าากริฟฟ์ปกครองนั้นถือ
ว่าเป็เมืองที่เล็กและมีอิทธิพลน้อยที่สุดเลย
เขาไม่ได้หวังที่จะให้ลูกสาวของเขาไปเป็สะ
ใภ้แห่งราชอาณาจักรหรอกเพราะว่ามันเป็ไปไม่ได้เลยด้วยซ้ำ แต่ถ้าพวกเขาได้ปรองดองกับเมืองที่เป็รองของราชอาณาจักร
เพียงแค่นี้ก็จะเป็เพียงยกระดับเมืองคีริลล์
เป็อย่างมากและเขาก็พอใจแล้ว
"หรือว่าเ้าจะไม่ชอบเขางั้นรึ?"
"ท่านพ่อ ข้าได้เจอเขาเป็เพียงครั้งแรก
แต่ท่านพ่อกลับคำถามแบบนี้กับข้า"
"ถึงหน้าตาของเขาจะหล่อเหลาแต่ข้าอายุมากกว่าเขาตั้งห้าปีเลยนะเพคะ"
องค์หญิงมิเชลอธิบายขึ้น
"อืม... งั้นแสดงว่าเ้าก็ชอบเขาใช่หรือไม่?"
"เพราะเ้าไม่ได้ปฏิเสธนี่~"
องค์าากริฟฟ์หัวเราะเบาๆ
"ท่านพ่อ!"
ในขณะเดียวกันอีกครั้ง...
ถึงแม้ว่าเมืองออเรมส์จะเป็เมืองที่มีอิทธิพล
รองลงมาจากเมืองแลคซัสก็ตามแต่ถ้าพวกเขาทั้งสองเมืองได้ปรองดองกันขึ้นมาเมืองออเรมส์ก็จะได้ประโยชน์จากเื่นี้อย่างมาก
"ท่านพ่อท่านคิดจะจับคู่ให้พวกเราจริงๆ
งั้นเหรอเพคะ?"
"ท่านก็รู้ว่าข้าแก่กว่าเขาตั้งสามปีแล้วท่านพี่
ก็แก่กว่าเขาตั้งสี่ปีเลยนะ ท่านพ่อ!"
องค์หญิงชิเรียมถามขึ้นอย่างแปลกใจ
"ถ้าพวกเ้ารักกันพวกเ้าก็จะได้รู้ว่าอายุนั้น
ไม่ได้มีผลกับความรักเลยแม้แต่นิดเดียว"
"เ้าดูข้ากับท่านแม่ของเ้าสิ?"
องค์าาเกรเธอร์พูดขึ้น
องค์าาเกรเธอร์อายุน้อยกว่าองค์ราชินีซึ่งเป็ภรรยาของเขาตั้งห้าปี!
เมื่อองค์หญิงชิเรียมได้ยินแบบนั้นนางถึงอึ้ง
และเงียบลงอย่างไม่มีข้ิโต้แย้งใดๆอีกเลย
"ชิเรียม เ้าฟังท่านพ่อไว้เถิด~"
องค์หญิงมิร่าพูดขึ้นอย่างอ่อนโยน
"ท่านพี่! หรือว่าท่าน..."
"จะตกหลุมรักเ้าองค์ชายนั้นเข้าให้แล้ว?!"
องค์หญิงชิเรียมพลันใขึ้นมา
"เ้าพูดอะไรกัน?!"
"อีกอย่างเ้าควรให้เกียรติเขาด้วย!"
องค์หญิงมิร่าพลันหน้าแดงขึ้นมาเล็กน้อย
"เชอะ! ออกโรงปกป้องกันซะขนาดนี้~"
องค์หญิงชิเรียมพูดพึมพำเบาๆ
"เ้าว่าอย่างไรนะ?"
องค์หญิงมิร่าถามขึ้นด้วยความที่ฟังไม่ถนัด
"ไม่มีอะไรๆ ทานข้างกันเถอะ~"
และในขณะเดียวกัน... (สุดท้ายแล้วๆ~)
ในทันทีที่เอลิออสได้เข้ามาในห้องทานข้าว
แห่งนี้เขาก็ได้พบกับบุคคลที่เขาคาดไม่ถึงว่า
เขาจะได้มาเจอนางในห้องนี้พร้อมกับทุกคน...
เขาได้เพียงมองไปหานางสักครู่นึงและในใจ
ก็รู้สึกถึงความแปลกใจขึ้นมาอย่างมหาศาล
'นางเป็ถึงองค์หญิงแห่งราชอาณาจักร
แล้วนางยอมมาพลีกายให้กับข้าได้อย่างไร'
'หึ! คงจะไม่ใช่องค์หญิงที่เรียบร้อยนักสินะ'
และเอลิออสก็ไม่ได้สนใจนางอีกต่อไป...
เอลิออสก็ได้มาพบหน้ากับเซลีนอีกครั้งทำให้
เขารู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาบ้างแต่...
'ข้าควรจะทำตัวอย่างไรกัน?'
เอลิออสวางตัวไม่ถูกเมื่ออยู่ต่อหน้าเซลีน
เพราะเขานั้นรู้อยู่แก่ใจว่าสถานะของนาง
ในตอนนี้ก็คือพี่สะไภ้ของเขา แต่ใจใจของ
เขากลับรู้สึกผูกพันยิ่งกว่านั้น...
เมื่อเขาได้พบเจอหน้ากับเซลีนทำให้เขาไม่ได้
มีปฏิกิริยาเฉกเช่นเดิมเหมือนเมื่อก่อนเขานั้น ก็ได้ปฏิบัติกับนางราวกับว่าไม่เคยได้รู้จักและสนิทกับนางมาก่อนเลยนั้นเอง
ทำให้นางหงุนงงอยู่บ้าง...
ระหว่างทางเดิน
"องค์หญิงผู้งดงาม~
ข้าจะพาท่านไปเดินเล่นชมเมืองท่านจะให้เกียรติไปกับข้าได้หรือไม่เพคะ?"
องค์รัชทายาทมิลค์ได้ถามขึ้นอย่างนอบน้อม
"ทรงไปกับข้าเถิดเพคะ องค์หญิง~"
องค์รัชทายาทดิเลดพูดขึ้นด้วยเช่นกัน
และทั้งสองก็ได้ใช้สายตาขู่กันอย่างบ้าคลั่ง
"เอ่อ... ทั้งสองข้าคงต้องปฏิเสธ..."
องค์หญิงเอสเธอร์พูดขึ้นอย่างลำบากใจ
"องค์หญิงท่านรักเกียจพวกข้างั้นรึ?"
องค์รัชทายาทดิเลดพูดขึ้นอย่างเสียใจ
"ถ้าเป็อย่างนั้นพวกข้าคงจะเสียใจกันแย่"
องค์รัชทายาทมิลค์ก็ยอมร่วมมือกับองค์รัช-
ทายาทดิเลดเพื่อจะได้มีความสำเร็จมากขึ้น
"ถึงพวกเ้าจะพูดอย่างนั้นแต่ข้..."
"พวกท่านไม่ใช่ว่ากำลังจะสร้างปัญหา
ในเมืองแลคซัสของข้าใช่หรือไม่?"
เมื่อทั้งสององค์รัชทายาทได้ยินเสียงใสเสียง
หนึ่งดังขึ้นมาอย่างช้าๆพวกเขาก็เผยรอยยิ้ม
ขึ้นมาอย่างไม่เกรงกลัวอะไรใดๆ
"ที่แท้ก็เป็องค์หญิงเชอร์เบทผู้งดงามแห่งเมืองแลคซัสแห่งนี้นั้นเอง~"
องค์รัชทายาทมิลค์ได้พูดขึ้นมา
"พวกข้าไม่ได้คิดที่ก่อปัญหาอะไรขึ้นมาเลยนะ
ก็เพียงแค่เข้ามาทักทางองค์หญิงก็เท่านั้น"
"หรือว่าอย่าบอกนะว่าเมืองแลคซัสแห่งนี้ได้มี
กฏข้อบังคับว่าองค์รัชทายาทไม่สามารถพูด
คุยกับผู้อื่นแบบนี้กัน?"
องค์รัชทายาทดิเลดทำท่าเหมือนเชื่อแบบนั้นจริงๆเพราะเขาคิดจะกวนโมโหนางนั้นเอง
ในขณะเดียวกันเอลิออสก็ได้เดินผ่านมายัง
ที่เกิดเหตุแห่งนี้อย่างบังเอิญ
'ชิ! คิดจะพาไอ้หน้าหล่อนี้มาขู่พวกข้างั้นรึ?'
'ช่างน่าเวทนาจริงๆ~
ระดับพลังแค่นี้จะทำอะไรพวกข้..."
ทั้งสององค์รัชทายาทได้ยืนตกตะลึงจนตาค้าง
เมื่อพวกเขาััได้ถึงคลื่นพลังของอีกฝ่าย
จากนั้นความอวดดีในตัวของพวกเขาก็เริ่ม
หดหายไปแล้วรอยยิ้มก็ได้มาปรากฏอยู่บนหน้าของพวกเขาอย่างรวดเร็ว...
"ดูสิว่านั้นใครมากัน? ไม่ใช่เอลิออสน้องรัก
ของข้าอย่างนั้นหรอกรึ~"
องค์รัชทายาทมิลค์ได้พูดขึ้นอย่างสนิทสนม
"ไม่"
เอลิออสตอบขึ้นมาอย่างเบาๆแต่ทุกคนที่ยืนอยู่ณ ตรงนั้นต่างก็ได้ยินอย่างชัดเจน ทำให้
องค์รัชทายาทมิลค์ยืนอย่างโง่ๆเท่านั้น
"เอลิออส ข้าเพียงไม่ได้เจอเ้าเพียงครู่เดียว
แต่คลื่นพลังของเ้ากลับพุ่งขึ้นสูงแบบนี้ เ้า
สามารถบอกข้าได้หรือไม่ว่าเ้าใช้วิธีฝึกฝน
แบบใดกันอย่างนั้นรึ~"
องค์รัชทายาทดิเลดถามขึ้นด้วยรอยยิ้ม
"นอน"
ทำให้องค์รัชทายาทดิเลดที่กำลังยืนยิ้มอยู่นั้น
ทำให้เขายังคงยืนยิ้มอย่างใอยู่ครู่นึง
"งั้นพวกข้าก็คงต้องกลับไปฝึกฝนด้วยการนอนอย่างที่เ้าแนะนำซะหน่อยแล้ว~"
"งั้นข้าขอตัว"
องค์รัชทายาทพูดประชดด้วบรอยยิ้ม
"งั้นก็ขอให้นอนอย่าได้ตื่นขึ้นมาอีกเลย"
ทั้งสององค์รัชทายาทที่กำลังจะเดินจากไป
เมื่ิได้ยินคำพูดของเอลิออสทั้งสองต่างก็หยุด
ชะงักลงเล็กน้อยก่อนจะรีบเดินจากไปอย่างไว
ทันทีที่ได้หลุดพ้นจากสายตาของเอลิออส
ทั้งสองก็ได้ะเิความโกรธออกมาอย่าง
บ้าคลั่งอย่างไม่ปกปิด "บังอาจ!!!"
"เอลิออสข้าก็สงสัยเช่นเดียวกัน"
"ทำไมคลื่นพลังของเ้าถึงได้สูงขึ้นเร็ว
ถึงขนาดนี้ล่ะ?"
องค์หญิงเชอร์เบทถามเอลิออสอย่างสงสัย
"นอน"
"กับข้าเ้าก็ยังไม่ยอมบอกอย่างนั้นรึ?!"
"เ้านี่ช่างงกจริงๆ!"
องค์หญิงเชอร์เบทพูดขึ้นอย่างงอนๆ
"งั้นข้าขอตัว"
"เดี๋ยวก่อนเพคะ!"
องค์หญิงเอสเธอร์พูดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นว่าเอลิออสกำลังจะจากไป...
เมื่อองค์หญิงเชอร์เบทได้ยินเสียงขององค์หญิงเอสเธอร์ทำให้นางรู้สึกตัวขึ้นมาว่า
ตรงนี้ยังมีองค์หญิงเอสเธอร์อยู่นั้นเอง
"ข้าขอขอบคุณพวกท่านทั้งสองเป็อย่างมาก
ที่อุตส่าห์ช่วยข้าจาก..."
องค์หญิงเอสเธอร์พูดขึ้นมาอย่างลำบากใจ
"ท่านอย่าได้กังวลไป องค์หญิง~"
"พวกข้าสมควรที่จะเข้ามาช่วยแน่นอนอยู่แล้ว
ใช่หรือเปล่า? เอลิออส~"
องค์หญิงเชอร์เบทพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม
เอลิออสก็ไม่ได้ตอบอะไรออกไปเพราะเขานั้น
รู้ว่าองค์หญิงเชอร์เบทพี่สาวของเขานั้นกำลัง
คิดหรือวางแผนจะทำอะไร...
เขาจึงกำลังจะเดินจากไปแต่...
"ท่านพี่!"
"มาอยู่ที่เองงั้นรึ? พวกข้าตามหาท่านแทบจะ
หาทั่วเมืองแลคซัสแห่งนี้แล้วนะเพคะ!"
องค์ชายเจอร์เวสพูดขึ้นอย่างงอนๆ