หลังจากการประลองคู่ซ่งหยวนกับเฉินเฟยจบลง ก็ถึง่หมดวันพอดี ผู้คนจึงเเยกย้าย พูดคุยกันอย่างสนุกสนานเเต่ก็เริ่มมีคนเอะใจว่า การประลองกันของคู่ซ่งหยวนกับเฉินเฟยนั้นดูเกินกว่าที่มนุษย์ธรรมดาจะทำได้ จึงมีข่าวลือว่า 3 ตระกูลใหญ่คหบดีนั้นก็คือเซียนนั่นเอง พอได้ยินข่าวลือ ทุกคนก็เชื่อกันอย่างสนิทใจว่าเป็ความจริง ทำให้ผู้คนบางส่วนตกอกใไม่น้อย
“เเปลกๆนะ 3 ตระกูลเซียนเลือกที่จะปิดกั้นตัวเองออกจากประชาชนเมืองมัจฉาวารี เเล้วทำไมอยู่ดีๆถึงมาเปิดเผยตนตอนนี้ด้วย”
ฉางกวงครุ่นคิดระหว่างเดินกลับไปยังส่วนหางของเมือง
“หรือจะเกิดการเปลี่ยนเเปลงใหญ่ในเมืองขึ้น ขอให้ข้าคิดมากไปเอง…”ฉางกวงเดินมาถึงสะพานระหว่างส่วนลำตัวกับหาง
ไม่รู้ตัว พลันมาถึงเรือนตนเองเรียบร้อย ฉางกวงจึงพักผ่อนอยู่ซักพัก คิดว่าพวกตระกูลเซียนประมาทไม่ได้ ต้องรีบพัฒนาตนเองเเล้ว พลันจึงนั่งสมาธิ จดจ่ออยู่กับพลังปราณ เเต่นั่งอยู่นานจึงรู้สึกว่าไม่ค่อยพัฒนา
“ข้ายังขาดความรู้ ความเข้าใจในพลังปราณ ถึงนั่งสมาธิรวบรวมปราณทั้งคืน ก็คงจะไม่คืบหน้านัก”
ฉางกวงพึมพำอย่างจนใจ
เเต่ตอนนั้นเอง
“เ้าหนุ่ม ดูเหมือนเ้าจะเริ่มมีปัญหาเกี่ยวกับการฝึกตนเเล้วนะ ในฐานะที่เ้าได้สืบทอดพลังจากข้า
ข้าจะเเนะนำสั้นๆ ง่ายๆ ว่าพลังไฟนี้ ที่ข้าถ่ายทอดให้เ้าเป็ธาตุเหมันต์
เ้ารู้ไปเพียงเท่านี้ก่อน… รู้เยอะไปอาจไม่ใช่เื่ดีสำหรับเ้า
พลังไฟนี้ มีความพิเศษเป็อย่างมาก
เเละมันก็มีวิชาลับที่ใช้ได้เมื่อเ้ามีพลังไฟเหมันต์นี่เท่านั้น”
“เยี่ยมไปเลย มันต้องอย่างงี้สิ”ในใจฉางกวงรู้สึกพองโต มีความหวัง ดวงตาเป็ประกาย
พลันมีข้อมูลปรากฎขึ้นในหัวของเขา
‘วิชา เหมันต์จู่โจม’
‘ใช้ไฟเหมันต์เป็สื่อกลางในการสร้างผลึกเหมันต์มาจู่โจมผู้ต่อสู้ในรูปแบบต่างๆ’
‘เเบ่งได้เป็ 3 ขั้น ขั้นประกายเหมันต์ ขั้นเหมันต์พิโรธ เเละ ขั้นผนึกเหมันต์’
พอทำความเข้าใจได้ซักพัก ฉางกวงจึงตั้งสมาธิ รวบรวมปราณ จินตนาการถึงเปลวไฟสีขาวหิมะอยู่บนมือตนเอง
เวลาผ่านไปได้ราว 2 ชั่วยาม มือฉางกวงในตอนนี้ หลังจากที่เขาเพ่งสมาธิรวบรวมความสนใจไปที่มือ ตอนนี้มือเขานั้นเริ่มมีความเย็นเเผ่ออกมาเล็กน้อย เขาจึงลองทดสอบความสามารถนี้
“ความเย็นที่ข้าเเผ่ออกมาตอนนี้ ถ้าใช้โดนคู่ต่อสู้คงทำให้ความเร็วลดลงไปได้ไม่น้อย”
เขาพึมพำกับตนเอง เเต่หารู้ไม่ว่าเปลวไฟหิมะนอกจากคุณสมบัติด้านความเย็นเเละกัดกร่อนเเล้ว
ยังมีความสามารถที่พิเศษอีกอย่างหนึ่ง
คือ การเเปรผันธาตุ กล่าวคือถ้าคู่ต่อสู้เขาใช้ธาตุน้ำเเข็งหรือไฟมาใส่ไฟหิมะนี้
ธาตุจะเเปรผัน ไฟกลายเป็หิมะ หิมะกลายเป็ไฟ เเล้วถูกดูดกลืนเข้ามา ทำให้ไฟเหมันต์ยิ่งเเรงขึ้น
เขาครุ่นคิดอยู่ซักพัก ลองเอาขวานเล่มเดิมที่พกมาตั้งเเต่อยู่ในป่า มากวัดเเกว่ง เเล้วจึงตั้งสมาธิเเผ่ความเย็นจากฝ่ามือลงไปในขวาน
“เท่านี้ข้าก็สามารถใช้ท่าโจมตีได้ 2 ธาตุเเล้วสินะ
เเต่จะนับว่าเป็ธาตุก็คงไม่ได้เต็มปาก”
ฉางกวงพอเเกว่งขวานที่มีไอเย็นไปมาได้ซักพักจึงเริ่มเหนื่อย ความเย็นที่ฝ่ามือก็ลดลงเรื่อยๆ เขารู้สึกได้ว่านี่คือขีดจำกัดในการปล่อยไอเย็นของเขาเเล้ว เขาจึงหยุดการฝึกของตน พักผ่อน เตรียมรอเเข่งวันพรุ่งนี้ต่อไป