เรื่องเล่าการแสวงหาแห่งพายุเพลิง บทที่ 1 : รากเหง้าแห่งแดนตะ

    ตอนที่ 6 : สภาศักดิ์สิทธิ์ที่ไร้ข้อกังขา


    error loadedภาพวาด สภาสูงแห่งซิกนัม
    สภาสูงแห่งซิกนัม คือกลุ่มคณะผู้ปกครองแห่งอาณาจักรคาลิมอร์ที่ปกครองคาลิมอร์และเพื่อคาลิมอร์ ที่ตั้งสำนักสภาอยู่ ณ ใจกลางเมืองหลวงแห่งวาลเลออน ทุกคนเรียกสถานที่แห่งนี้ว่า “หอแห่งอินทรีย์” สัญลักษณ์ของสภาสูง คืออินทรีย์คาบกิ่งไม้โอล์ บ่งบอกถึงสภาที่สถิตไปด้วยยุติธรรมสภาสูงแห่งซิกนัม มีหน้าที่ลงความเห็นและตัดสินเรื่องต่างๆภายในอาณาจักร รวมทั้งกำหนดทิศทาง และนโยบายในการปกครองหรือกฎหมายบ้านเมืองที่ใช้ในการปกครองประชาชนในอาณาจักรแห่งนี้สมาชิกสภาสูงแต่ละคนมาจากหัวเมืองต่างๆ สมาชิกเมืองหลวง และเจ้าเมืองต่างๆ รวมทั้งขุนนางหรือผู้สำเร็จราชการ และรวมทั้งเมืองที่ปกครองตนเองโดยมีคณะสภาอาวุโสเป็นดั่งเสาหลักของสภา ซึ่งมีประจำอยู่ 13 คน ประกอบไปด้วยคณะผู้อาวุโส แทนเสียงประชาชน ณ เมืองหลวง6 เสียงราชวงค์วิลเดอร์เมียร์ 1 เสียงทูตขุนนางที่ปรึกษาใหญ่ตระกูลไรเวนเดอร์ 1 เสียงขุนนางตระกูลบูลล๊อค แห่งอีลูตัน 1 เสียงผู้สำเร็จราชการแห่งอูตอร์ 1 เสียงเจ้าเมืองป้อมปราการทางใต้แซนดีส 1เสียงบาโธโลมิวแห่งกองกำลังซิกนัม โพเทคเตอร์ 1เสียงและคณะกลุ่มกิจการเหมืองหิน 1 เสียง
    ณ สภามีกองทัพที่คอยปกป้องอยู่ ซึ่งเรียกตนเองว่า “ซิกนัม โพเทคเตอร์” กลุ่มทหารเหล่านี้คือหน่วยกันชนของเมืองที่สวมชุดเกาะหนาเตอะ ถือดาบอันใหญ่ ซึ่งถูกทำขึ้นจาก “แร่หินศิลา” เป็นแร่ที่แข็งแกร่งที่สุดกองทัพนี้มีหน้าที่คือคอยดูแลสภาและประตูเมืองทั้ง 4 ทิศ ซึ่งมีผู้นำบัญชาการสูงสุด ขนานนามว่า “บาโธโลมิว” รวมทั้งเป็นผู้คุมกฎแห่งซิมนัมด้วย ซึ่งเหล่าทหารในหน่วยจะต้องปฏิบัติตามกฎที่วางไว้ ซึ่งได้รับมอบกฎมาจากสภาสูงอีกที ทำให้พวกนี้เป็นดั่งเหมือนหน่วยที่คอยสอดส่องความเรียบร้อยและผู้ลงทัณฑ์ หากมีใครทำผิดกฎของสภาสูงและกฎหมายบ้านเมืองหลายวันต่อมา ณ หอประชุมแห่งอินทรีย์ สำนักสภาสูง ขณะที่กำลังไตร่สวนความผิด ขององค์กษัตริย์ที่ยืนอยู่กลางหอประชุมที่รายล้อมไปด้วย สมาชิกสภาที่เดินทางมาจากเมืองต่างๆ หลังจากได้รับแจ้งข่าวเรื่องการเปลี่ยนแปลงคำสั่งของภารกิจแรกของรัชทายาท เบื้องหน้าของกษัตริย์วิลเลม วิลเดอร์เมียร์ แห่งอาณาจักรคาลิมอร์ คือบัลลังก์สภาสูง ที่ยกสูงเกือบจะถึงเพดานหอประชุม บนนั้นเป็นที่นั่งของเหล่า คณะเสาหลักแห่งสภา ที่มีที่นั่งรายเรียงกัน 13 ที่ ตลอดแนวบัลลังก์นั้น โดยที่ตรงกลางของบัลลังนั้น คือ ตำแหน่งของผู้อาวุโสสูงสุดแห่งสภาซิกนัม
    “องค์กษัตริย์...ท่านมอบหมายให้เจ้าชายองค์รัชทายาทเดินทางไปทางตะวันตก ณ เมืองอูตอร์”“เพื่อไปป้องกันฝูงโกลิธที่มารุกรานเมือง...ใช่หรือไม่”ผู้อาวุโสสูงสุดพูดขึ้นถามวิลเลม“ข้าแต่สภาสูง...เป็นเช่นนั้น พวกท่านเข้าใจไม่ผิด”กษัตริย์วิลเลมตอบกับ“คำสั่งแรกของสภาสูงที่ตกลงกันไว้ในประชุมสภาครั้งก่อน...ก่อนถึงพิธีสถาปนาองค์รัชทายาท”“ตามที่ประชุมครั้งนั้น...ภารกิจแรกขององค์รัชทายาทคือ”“ไปปกป้องเหมืองหิน และตรวจดูกิจการของอาณาจักรคาลิมอร์...และจะต้องไปสังกัดกับคณะกลุ่มกิจการเหมืองหิน เพื่อรายงานผล”“แล้วใยท่านกลับ...ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งและกฎที่ห้ามฝ่าฝืนคำสั่งขอสภา”ผู้อาวุโสสูงสุดพูดถามอีกที ด้วยน้ำเสียงที่ดังขึ้นจากนั้นเสียงเซ็งแซ่วิพากษ์วิจารณ์ ในที่ประชุมก็ดังขึ้น ต่างคนต่างพูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็นถึงเรื่องนี้ ก่อนที่จะ“ตึ้งๆๆ...” เสียงดาบใหญ่โตของบาโธโลมิวกระทบพื้น 3 ครั้ง เป็นสัญญาณเตือนว่าให้ทุกคน อยู่ในความสงบ“เนื่องจากความกังวลเรื่องโกลิธที่ออกมาไกลจากป่าบุกรุกทำลายหมู่บ้านและพืชไร่ของชาวบ้าน”“ทำให้ข้าจำเป็นต้องสั่งการ...เพื่อให้องค์รัชทายาท...เดินทางไปปกป้องชาวบ้านแถบนั้น”“ยังงั้นหรอ...”“ฟิล ผู้สำเร็จราชการแห่งอูตอร์...ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาหน่อยซิ”“เป็นจริงตามที่องค์กษัตริย์ได้ชี้แจงไว้ไหม...” ผู้อาวุโสคนนั้นถาม ฟิล“เป็นจริง...ขอรับนายท่าน”“แต่แค่บางส่วนเท่านั้น...เป็นแค่เรื่องน่ารำคาญเล็กน้อยที่กวนใจ องค์กษัตริย์ของเรา”“พวกโกลิธ...แค่มาขโมยอาหารและเครื่องมือเครื่องใช้ และสร้างความเสียหายต่อพืชไร่แค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้นเอง...”“องค์กษัตริย์ว่าใจข้ากระหม่อม...ที่เป็นดั่งผู้ดูแลเมืองเถอะ...อย่าได้กังวลใจไปเลย”“เพราะถึงอย่างไรก็ยังมีทหารที่คอยเฝ้าป้อมปราการทางเหนืออยู่...ยิ่งเป็นการยากที่พวกโกลิธจะทำลายเมืองลงได้” ฟิลพูดตอบคำถามสภาสูง และวิลเลม
    ในคำพูดของฟิล ด้วยท่าทีนำเสียงที่ไม่น่าเยาะเย้ยหยามหยันทำให้กษัตริย์รู้สึกไม่ยินดีเท่าไรนัก เนื่องจากความละเลยของผู้สำเร็จราชการคนนี้
    “องค์กษัตริย์ท่านคงพอพระทัย...และทรงเลิกวิตกกังวล”“ถึงปัญหาเล็กน้อยเช่นนี้แล้วนะ...ตามที่ผู้สำเร็จราชการได้ชี้แจง”ผู้อาวุโสคนนั้นถาม องค์กษัตริย์“คราวนี้มาถึง...เรื่องที่ท่านฝ่าฝืนคำสั่งของสภาสูง...ตัดสินใจโดยพลการ”“ไม่ส่งหนังสือชี้แจง...หรือบอกกล่าวก่อน”“ทำให้สภาสูงไม่ศักดิ์สิทธิ์จากการกระทำที่ไร้ ความรอบคอบขององค์ท่าน”“ทีนี้...ท่านจะแก้ต่างเรื่องนี้เช่นไร”ผู้อาวุโสคนนั้นพยายามเอาผิด วิลเลม“ราชวงค์มีหน้าที่ปกป้องประชาชน...จากภัยที่เกิดขึ้น และกำลังจะเกิดภายในอาณาจักร”“ขอสภาสูง...พิจารณาเรื่องนี้ก่อน”อีลู แห่งบูลล็อค ภารยาของไอออนโต้ตอบสภา เพื่อปกป้ององค์กษัตริย์“แล้วเรื่อง...กิจการเหมืองที่กำลังเป็นข้อพิพากษ์กับทางชาวเออร์ ใครจะปกป้องและคอยสอดส่อง...ท่านไม่ได้นึกถึงความปลอดภัยของประชาชนชาวเหมืองบ้างหรอ”ผู้อาวุโสอีกคนถามสวนกลับ“กิจการเหมืองเป็นของคณะกลุ่มกิจการเหมือง ซึ่งมีกองกำลังคอยปกป้องของตนเองอยู่แล้ว”“และการทำการทูตของตระกูลไรเวนเดอร์และองค์กษัตริย์ที่กำลังเจรจา...กับชาวเออร์”“ก็เป็นไปด้วยดี...การโจมตีจากชาวเออร์จะเกิดขึ้น แทบจะเป็นไปไม่ได้” การ์เม็น ทูตแห่งตระกูลไรเวนเดอร์พูดขึ้นโต้แย่งข้อนี้“เจ้าหมายถึง...การที่กษัตริย์ของเราไปเชิญ กษัตริย์ชาวเออร์มางานพิธีด้วยตัวเองงั้นหรอ”“มันจะไม่ใช่การชักศึกเข้าบ้าน...อย่างนั้นหรอ...ท่านการ์เม็น”ฟิลพูดตอบโต้
    การโต้ตอบของสภาสูงดังขึ้น ทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในสภา ของทั้งคณะผู้อาวุโสและสมาชิกอย่างดุเดือด จากนั้นจึงเกิดเสียงดังขึ้น
    “ตั้ม...” เสียงดาบใหญ่ฟันลงที่พื้นของหอประชุมสภาอีกครั้ง ทำให้เกิดรอยร้าวแตกที่พื้น จากนั้นเสียงทั้งหมดในหอประชุมเงียบกริบลงโดยทันที
    จากนั้น ผู้บัญชาการแห่งกองกำลังซิกนัมโพเทคเตอร์ บาโธโลมิวเดินลงมาจากบนที่นั่งของเขา เดินมากลางหอประชุมสภา
    “กฎของสภา...ผู้ใดก่อความวุ่นวาย ผู้นั้นต้องได้รับโทษ ตามข้อที่ 4 หน้า 44 เรื่องการควบคุมความสงบในที่ประชุม” บาโธโลมิวพูดด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น ดังกังวาลทั้งที่ประชุม“การตั้งสินใจนั้นผิดก็จริง...แต่เพื่อปกป้องประชาชนแล้ว สิ่งที่ทำนั้นเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง ตามกฎข้อที่ 1 ที่ว่าไว้”“แต่ถึงอย่างไรนั้นตามกฎของสภา...จากการฝ่าฝืนเปลี่ยนแปลงภารกิจแรกหรือใดๆก็ตาม...ที่ได้รับจากการโหวตในที่ประชุมสภาสูง ตามกฎข้อที่ 5”“องค์กษัตริย์ก็ต้องรับโทษอยู่ดี” บาโธโลมิวพูดขึ้น พร้อมทั้งมองหน้าวิลเลม“เช่นนั้นแล้ว...”“ข้าเสนอให้ภารกิจเป็นไปตามที่องค์กษัตริย์ได้ดำเนินการเปลี่ยนแปลง...นั้นคือองค์รัชทายาทจะต้องมุ่งหน้าสู่ตะวันตกต่อไป...”“ส่วนองค์กษัตริย์ให้คาดโทษโดยการ...งดออกเสียงคณะสภาอาวุโสใน2 ครั้งต่อไป โดยที่แต่เดิมคือการถูกปลดออกจากตำแหน่งสภาอาวุโสแทน เนื่องจากการกระทำที่มีเจตนาเพื่อปกครองคาลิมอร์และเพื่อคาลิมอร์”“เรื่องนี้ข้าเห็นด้วยกับองค์กษัตริย์…1เสียงจากข้าให้องค์กษัตริย์”บาโธโลมิวโหวตสนับสนุนองค์กษัตริย์
    จากนั้นในที่ประชุมสภายกมือและลุกยืนตามบาโธโลมิว เกินครึ่งของเสียงในสภาทั้งหมด
    “ข้าเห้นด้วย….ๆๆ”เสียงสมาชิกในสภาสูงดังเพิ่มขึ้น”
    จากนั้นสีหน้าของผู้อาวุโสทั้ง 6 เริ่มไม่พอใจ ผู้นำผู้อาวุโสคนนั้นพูดขึ้น
    “ผู้บัญชาการ...” ผู้นำผู้อาวุโสพูดถามบาโธโลมิว“ท่านโน้มน้าวและข่มขู่...สมาชิกสภาคนอื่น ด้วยดาบอันใหญ่โตของท่านหรือป่าว”“แล้วเรื่องเหมืองที่ทางคณะกิจการเหมืองว่าไว้เรื่องขอกองทัพเพิ่มเติ่มเมื่อคราวก่อน...ใครจะรับผิดชอบ”ผู้นำผู้อาวุโสพูดถามบาโธโลมิวอีกครั้ง“เรื่องของเหมือง...เป็นหน้าที่ของคณะกลุ่มกิจการเหมืองหิน...ที่จะต้องเกณฑ์คนไปปกป้องเอง”“ซึ่งด้วยอำนาจหน้าที่...ทางกลุ่มกิจการก็สามารถดำเนินการได้”“หรือพวกท่านจะให้...ข้าและกองทหารซิกนัมเคลื่อนพลไปปกป้อง...ก็ย่อมได้”“และอีกอย่างข้าไม่ได้ขู่ด้วยดาบที่ใหญ่โตทัดเทียมตัวข้า...แต่ข้าพยายามเตือนสติให้พวกท่านทั้งหลายนึกถึงประชาชน”“ส่วนเรื่องชาวเออร์…ข้าเห็นตามที่ท่านทูตชี้แจง”บาโธโลมิวชี้แจงต่อผู้นำอาวุโสและสมาชิกสภาสูง
    เหล่าผู้อาวุโสชะงักกับคำพูดของผู้บัญชาการ ที่จะนำทัพไปปกป้องเหมืองด้วยตัวเองแทน ทำให้คณะผู้อาวุโสทั้ง 6เริ่ม ปรึกษากัน จากนั้นผู้นำอาวุโสสูงสุดตีโต๊ะด้วยค้อนและลุกขึ้นเพื่อสรุป
    “หลังจากที่สมาชิกทั้งหมดได้โหวต พร้อมทั้งการชี้แจงจากผู้บัญชาการ...ข้าได้สรุปแล้วว่า”“องค์รัชทายาทสามารถไปที่เมืองอูตอร์ได้ ถือเป็นการปกป้องประชาชน...แต่เจ้าชายทำได้แค่อารักขาเมืองเท่านั้น ห้ามทำเกินหน้าที่และรับภารกิจอื่น...ไม่เช่นนั้นองค์รัชทายาทจะต้องกลับมารับโทษที่ฝ่าฝืนคำสั่งของสภาสูงในครั้งนี้”“ส่วนเหมืองจะคงเป็นเช่นเดิม...” ผู้นำพูดสรุป ซึ่งทำให้คณะกลุ่มกิจการเหมืองและฟิล ไม่พอใจเล็กน้อยเพราะต่างเสียผลประโยชน์“แต่องค์กษัตริย์ครั้งนี้ท่านทำผิดกฎ...ครั้งหน้าท่านจะถูกตัดสิทธิ์ในการออกเสียง 2 ครั้ง” ผู้นำผู้อาวุโสพูดสรุปสุดท้าย“เลิกประชุม...สภาผู้สถิตยุติธรรม”ผู้นำอาวุโสพูดปิดท้าน ก่อนทุกคนจะแยกย้ายกันไป
    หลังจากเลิกประชุมสภา ระหว่างที่เดินกลับท้องพระโรงของกษัตริย์ ณ เส้นทางสวนริมน้ำทางลัดกลับ กษัตริย์วิลเลมเดินพูดคุยไปกับ การ์เม็น ที่ปรึกษาและทูตแห่งไรเวนเดอร์
    “ช้าก่อน...ท่านทั้งสอง”มีเสียงนึงดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง ทำให้วิลเลมกลับหันไปมอง“ผู้บัญชาการ...วันนี้ข้าขอบคุณท่านมาก”“ไม่ทราบว่าท่านมีเรื่องอะไร”วิลเลมถามบาโธโลมิวที่เดินตามมา“เจ้าชาย...กำลังจะทำอะไร”“และพวกท่าน...กำลังจะทำอะไรกัน”บาโธโลมิวถาม“ข้าแค่ส่งเจ้าชายไปปกป้องเมืองอูตอร์….เพียงเท่านั้น ตามหน้าที่ของราชวงค์วิลเดอร์เมียร์ที่ต้องปกป้องประชาชน” กษัตริย์วิลเลมพูด“ข้าพอทราบมาบ้าง...ถึงภัยที่กำลังจะมา”“ข้าเฝ้ามองทางตะวันตก...ข้าสังเกตเห็นถึงความไม่ชอบมาพากล”“แต่ข้าไม่ชัดเจนนัก...ว่ามันคือสิ่งใด”“และข้ายังสงสัย...ถึงคณะผู้อาวุโส ว่าปิดบังสิ่งใดไว้อีก...ข้าถึงจะพยายามช่วยท่านเพื่อให้ท่านยังไม่ถูกปลด” บาโธโลมิวพูดด้วยความสงสัย“ข้าก็เช่นกันท่านผู้บัญชาการ...”“ข้อขอถามท่านตรงๆนะ...ข้าสามารถไว้ใจท่านได้หรือไม่” กษัตริย์วิลเลมถามผู้บัญชาการ“แล้วท่านคิดว่าเช่นไร” บาโธโลมิวถามกลับ
    ในขณะเดียวกันที่ระเบียงของหอสภาสูง ผู้นำอาวุโสแห่งสภาสูง มองลงไปเห็นทั้งสองคุยกัน อยู่ซักพักนึงแล้ว
    “สองสามคนนี้ทำท่าทีไม่น่าไว้วางใจ...”“ฟิล...เจ้าไปดูที่เมืองเจ้า...ว่าเจ้าชายจะยังคงประจำอยู่ที่เมืองนั้นไหม”“แล้วรายงานข้าด้วย...” ผู้นำอาวุโสแห่งสภาสูงออกคำสั่งให้ฟิล“ได้เลยขอรับ...นายท่าน”ฟิลตบปากรับคำ แล้วเดินจากไป“กษัตริย์วิลเลม...ท่านรู้อะไรมากกว่าที่ข้าคิดไว้...คราวหน้าท่านจะต้องเสียใจ”ผู้นำมองลงไปดู ก่อนจะเดินเข้าข้างในไป
    ในขณะนั้นกษัตริย์วิลเลมมองขึ้นไปเห็นพอดี ก่อนที่จะเดินแยกทางกับบาโธโลมิว
    “สภาสูง...กำลังจะทำอะไรกันแน่”“โลดอร์...คือความลับของสภาสูงไหมนะ”“ลูกข้าขอให้เจ้าปลอดภัย” กษัตริย์วิลเลมคิดในใจ

    ขณะนั้นใจกลางป่าสู่เคหสถานพฤกษา ณ เมืองลิเดีย
    “กษัตริย์ลูเทียร์ และเจ้าหญิงเอลเลน่าเสด็จกลับแล้ว” เสียงโฆษกประจำเมืองตะโกนบอกชาวเออร์ในเมือง
    รถม้าเลื่อนผ่านภายในเมือง ก่อนถึงหน้าพระราชวังเอเนเวียร์
    “ถึงแล้วท่านพ่อ...ถึงบ้านเราแล้ว”เอลเลน่าบอกองค์ลูเทียร์ที่กำลังบรรทม“อะโอ้...ถึงแล้วหรือ”ลูเทียร์ตอบกับลูกสาว ก่อนจะลงจากรถม้า“ยินดีต้อนรับกลับ...พะยะค่ะองค์ลูเทียร์” เสียงนึงมาต้อนรับองค์กษัตริย์“ท่านผู้บัญชาการ...ฟิวรี่”“ยินดีที่ได้กลับมาพบท่าน...สถานการณ์บ้านเมืองเป็นอย่างไรบ้างละ”ลูเทียร์ถามฟิวรี่“เรียบร้อยดีพะยะค่ะ...” ฟิวรี่พูดด้วยสีหน้าที่ไม่สู้ดีนัก“จริงหรือ...สีหน้าท่านไม่เป็นเช่นนั้น”ลูเทียร์ถามด้วยความสงสัย“คือ...หลายวันมานี้ พวกคลีเจอร์ในคอกของเรามีอาการแปลกๆ พะยะค่ะ”“ไม่ยอมกินอาหาร...ทั้งยังกลับกร้าวร้าวทำร้ายผู้ดูแลอีก”ฟิวรี่รายงานต่อลูเทียร์“จริงหรือ...ท่านอา”“ข้าขอไปดูด้วยได้หรือไม่”เอลเลน่าสอบถามกับฟิวรี่“เชิญทั้งสองทางนี้...พะยะค่ะ”
    ณ คอกดูแลกองกำลังสัตว์พาหนะและถูกฝึกให้ทำสงคราม มีชื่อว่าฟิวเรียส
    “อยู่ดีๆ...เจ้าพวกนี้ก็ร้องโวยวายกร้าวร้าว ทำร้ายพวกข้า...พะยะค่ะ”ผู้ดูแลคนหนึ่งพูดขึ้น
    หลังจากนั้นองค์ลูเทียร์ ไปหาสัตว์ตัวหนึ่งที่กำลังส่งเสียงครวญคราง แล้วเดินไปได้สัมผัสที่ตัวมัน เพื่อที่จะกล่อมให้สงบสติลง
    “ห่ะ….” เสียงลูเทียร์ร้องขึ้น ก่อนที่จะล้มลง“ท่านพ่อ”“องค์ลูเทียร์...เป็นอะไรไปพะยะค่ะ” ฟิวรี่พูด พร้อมหาม ลูเทียร์“ข้าเห็น...ข้าเห็น...” ลูเทียร์พูด“ท่านพ่อ...ท่านพ่อ...ท่านพ่ออ” เสียงเจ้าหญิงตะโกนดังขึ้น ก่อนที่กษัตริย์เฒ่าแห่งลิเดียจะสิ้นสติไป


    ………….ตอนต่อไป...ความลับของกษัตริย์เฒ่าแห่งเออร์แดร์………….