แสงแดดยามบ่ายแผดเผาลงมาบนพื้นคอนกรีตของชุมชนกึ่งสลัมย่านชานเมืองแห่งหนึ่ง ไอความร้อนลอยอวลอยู่เหนือตรอกซอกซอยที่ขนาบข้างด้วยบ้านไม้กึ่งปูนหลังเล็กหลังน้อย ทว่าท่ามกลางความแออัดและเสียงจอแจของผู้คน กลับมีร่างบางระหงของหญิงสาวที่ทำให้บรรยากาศรอบข้างเย็นตาลง
‘อิ๊งค์’ ในวัย 29 ปี เดินถือแฟ้มเอกสารและกระเป๋าผ้าก้าวไปตามทางเดินอย่างมั่นคง เธอเพิ่งย้ายมารับตำแหน่งนักสังคมสงเคราะห์ชุมชนประจำพื้นที่นี้ได้ไม่ถึงหนึ่งปี ทว่าด้วยหน้าตาและผิวพรรณที่โดดเด่นทำให้เธอกลายเป็ที่พูดถึงของชาวบ้านไปทั่ว
อิ๊งค์เป็ผู้หญิงที่จัดว่าหน้าตาสวยมาก ผิวขาวนวลละเอียดเหมือนสาวเกาหลี มักจะชอบสวมใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาวโทนสีอ่อน ตัดกับกางเกงยีนส์ขาเดฟที่ขับเน้นให้เห็นสัดส่วน่ล่าง เธอสูง 167 เซน รูปร่างสมส่วน ซ่อนความมีน้ำมีนวล ทุกย่างก้าวดูสง่างาม มารยาทและกิริยาทุกอย่างเรียบร้อยราวกับผ้าพับไว้
แต่ภาพลักษณ์ของการเป็นางฟ้าประจำชุมชนก็เหมือนกับดาบสองคม โดยเฉพาะในชุมชนที่เต็มไปด้วยปัญหาสังคมและสิ่งมอมเมาเช่นนี้…
“อ้าว…! คุณอิ๊งค์คนสวย วันนี้แวะมาตรวจเยี่ยมแถวนี้อีกแล้วเหรอจ๊ะ มาๆ มานั่งดื่มด้วยกันก่อนสิจ๊ะ”
เสียงะโดังออกมาจากวงเหล้าใต้เพิงหมาแหงนข้างทาง ชายฉกรรจ์สี่ถึงห้าคนหันมามองเรือนร่างบางระหงด้วยสายตาโลมเลียอย่างเปิดเผย
อิ๊งค์ชะงักฝีเท้า ใบหน้าหวานขึ้นสีระเรื่อด้วยความรู้สึกประหวั่น เธอพยายามรักษามารยาทด้วยการส่งยิ้มกลับไปตามประสาของคนมองโลกในแง่บวก ทว่าขาทั้งสองข้างขยับถอยหนีตามสัญชาตญาณเมื่อชายคนหนึ่งในวงเหล้าทำท่าจะลุกเดินเข้ามาหา
แต่ทันใดนั้น…
“เฮ้ย! พวกมึงอย่ามาทะลึ่งกับคุณอิ๊งค์เขานะ”
น้ำเสียงโผงผางทรงพลังแฝงด้วยบารมีดังแทรกขึ้นมา พร้อมกับร่างหนาสันทัดของชายวัย 50 ต้นๆ ที่เดินก้าวเข้ามายืนขวางระหว่างอิ๊งค์กับกลุ่มคนขี้เมา
อิ๊งค์เรียกผู้ชายรุ่นพ่อคนนี้ว่าน้าพงษ์ แกมีบทบาทเป็ประธานกรรมการชุมชน เป็ผู้กว้างขวางในพื้นที่ระแวกนี้ คนในชุมชนต่างให้ความเคารพนับถือแก น้าพงษ์ออกเดินตีคู่ไปกับอิ๊งค์ ทำให้หญิงสาวตัวคนเดียวที่จากบ้านเกิดมาไกลรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น
“วันหลังเวลาจะลงพื้นที่แบบนี้ ถ้าไม่มีคนมาด้วย ให้โทรมาบอกน้าก่อนนะ น้าจะได้มาเป็เพื่อน”
“อิ๊งค์เกรงใจน่ะค่ะ เห็นว่าน้าพงษ์เองก็มีงานหมอนวดที่ต้องทำด้วยหนิคะ”
“อันนั้นเรียกว่าเป็อาชีพเสริมดีกว่า เพราะงานช่วยเหลือชุมชนต้องมาก่อน น้าจัดเวลาได้สบายมาก”
ชายวัยกลางคนพูดอย่างอารมณ์ดี ทั้งคู่เดินคุยกันต่อไปเรื่อยๆ คำพูดสัพเพเหระเื่อาชีพเสริมของน้าพงษ์ไม่ได้ทำให้อิ๊งค์สะดุดใจอะไร เธอรับรู้เพียงแค่ว่าผู้ใหญ่ใจดีคนนี้มีความรู้เื่การนวดจับเส้น คอยให้ความช่วยเหลือผู้คนในชุมชนแห่งนี้มาตลอด
ทว่าสิ่งที่คนมองโลกในแง่ดีอย่างอิ๊งค์ไม่เคยสังเกตุเห็นเลยก็คือสายตาของเสือซ่อนเล็บคนนี้…
ยามสบโอกาส น้าพงษ์มักจะจับจ้องไปที่สะโพกผายภายใต้กางเกงยีนส์ของอิ๊งค์ สัดส่วนบั้นท้ายงอนงามและแน่นตั้บน่ากระแทกนั้นทำให้แกลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างเงียบเชียบมาตลอด ไหนจะกลิ่นตัวหอมๆของอิ๊งค์ที่ไปกระตุ้นกำหนัดของแกโดยที่อิ๊งค์ไม่รู้ตัว
บางครั้งสายตาของน้าพงษ์ยังเคยลอบมองจับจ้องผิวลำคอขาวโพลนที่โผล่พ้นปกคอเสื้อเชิ้ตของอิ๊งค์ ความขาวสะอาดน่าทะนุถนอมปลุกเร้าสัญชาตญาณบางอย่างในใจของน้าพงษ์อย่างช้าๆ สะสมมาเรื่อยๆ แต่น้าพงษ์เก๋าเกมพอที่จะเก็บงำแววตาแทะโลมนั้นไว้ได้อย่างมิดชิดภายใต้หน้ากากของผู้ใหญ่ใจดี
------------------------------
่เย็น ไอแดดร้อนแรงเริ่มลดทอนความเกรี้ยวกราดลงตามกาลเวลา อิ๊งค์แวะมานั่งพูดคุยสารทุกข์สุขดิบกับยายสำรวย หนึ่งในเคสที่เธอทำหน้าที่ติดตาม หญิงชราวัยเจ็ดสิบกว่าคนนี้เป็เคสปัญหาผู้สูงอายุที่อยู่บ้านตามลำพัง ไม่มีลูกหลานดูแล
บนแคร่ไม้ไผ่หน้าบ้านหลังเก่า อิ๊งค์ยังคงรักษาภาพลักษณ์อันงดงามอย่างไม่มีที่ติ เธอนั่งด้วยท่าทางสำรวม ขาทั้งสองข้างหนีบชิดติดกันแน่น หัวเข่าชนกันสนิท กางเกงยีนส์ขายาวปิดบังเนื้อหนังมิดชิด
ยายสำรวยมองใบหน้าของนักสังคมสงเคราะห์สาวด้วยความเอ็นดูระคนชื่นชม มือเหี่ยวหย่นตามวัยเอื้อมไปลูบแขนอิ๊งค์เบาๆ ในขณะพูดคุยอย่างเป็กันเองเหมือนกำลังคุยกับหลานสาวแท้ๆ
ไม่ไกลกันนักบนม้านั่งหินอ่อนตัวยาวใต้ต้นมะยม น้าพงษ์นั่งอยู่ตรงนั้น แกลดบทบาทประธานกรรมการชุมชนกลายมาเป็ผู้ช่วยส่วนตัว ที่คอยตามติดอิ๊งค์ไปทุกหนทุกแห่งตลอดทั้งวัน น้าพงษ์นั่งยิ้มและคอยพูดเสริมร่วมวงสนทนากับยายสำรวยเป็ระยะ
ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับไม่ได้ละสายตาไปจากร่างระหงของอิ๊งค์เลยแม้แต่น้อย แววตาของน้าพงษ์เต็มไปด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเป แกชื่นชมที่อิ๊งค์เป็ผู้หญิงเก่งและจิตใจดี แต่ในขณะเดียวกันความสวยสะพรั่งที่ตัดกับบรรยากาศเน่าเฟะของชุมชน ก็ได้ปลุกเร้าความหลงใหลใฝ่ต่ำในใจของแกด้วยเช่นกัน
…
หลังจากร่ำลายายสำรวยเป็ที่เรียบร้อย ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็สีส้มอมม่วง น้าพงษ์อาสาเดินตีคู่ไปตามทางเดินเป็เพื่อน เพื่อไปส่งอิ๊งค์กลับให้ถึงที่พักอย่างปลอดภัย แม้จะสวยปานนางฟ้าแต่อิ๊งค์ยังโสดสนิท ตอนนี้เธอเช่าบ้านหลังเล็กอยู่เพียงลำพัง
ระหว่างที่ก้าวเดินไปตามทาง อิ๊งค์เริ่มมีท่าทางแปลกไป ฝีเท้าชะลอความเร็วลง สีหน้าเหยเกเนือยๆ
“เป็อะไรหรือเปล่าครับ เจ็บขาเหรอ” น้าพงษ์ทักขึ้น สายตาหลุบต่ำลงมองไปที่ขาของอิ๊งค์
“อิ๊งค์น่าจะเดินเยอะไปหน่อยค่ะ่นี้ เลยรู้สึกตึงๆแถวต้นขา” หญิงสาวตอบพลางส่งยิ้มแห้งๆ ใบหน้าแสดงความอ่อนล้าออกมาอย่างปิดไม่มิด
จากประสบการณ์อันยาวนานในอาชีพหมอนวด น้าพงษ์มองประเมินอาการเพียงปราดเดียวก็รู้คำตอบทันที ชายรุ่นพ่อจึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“น้าว่าไม่ใช่แค่ต้นขาหรอกครับคุณอิ๊งค์ น่าจะลามขึ้นไปถึงสะโพกแล้วล่ะทรงนี้”
“จริงด้วยค่ะ… อิ๊งค์รู้สึกตึงปวดร้าวไปหมดเลย”
“ปล่อยไว้ไม่ได้นะ คืนนี้ถ้านอนระบม พรุ่งนี้ตื่นมาอาจจะลุกไม่ขึ้น” น้าพงษ์ทำทีเป็ขมวดคิ้วด้วยความห่วงใย “เอาอย่างนี้ไหมล่ะ วันหยุดนี้น้าว่างพอดี เดี๋ยวน้ามานวดเส้นคลายกล้ามเนื้อให้”
คำชักชวนแฝงความหวังดีของน้าพงษ์ทำให้หญิงสาวผู้รักนวลสงวนตัวนิ่งคิด ในใจตั้งคำถามกับตัวเองทันทีว่ามันจะดีหรือ? อิ๊งค์เป็ผู้หญิงตัวคนเดียวอยู่ในบ้านเช่าลับตาคน การจะเปิดประตูต้อนรับคนเพศตรงข้าม แม้จะเป็ผู้ใหญ่ที่เคารพ ให้เข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวเพื่อแตะเนื้อต้องตัวกัน มันดูจะเป็อะไรที่ล่อแหลมเกินไป ดูไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่นัก
“เอ่ออ... จะดีเหรอคะ อิ๊งค์เกรงใจจังเลยค่ะ เดี๋ยวกินยาคลายกล้ามเนื้อก็น่าจะดีขึ้นมั้งคะ” หญิงสาวตอบเลี่ยงอย่างมีมารยาท พยายามรักษาระยะห่าง
“โอย... ยาแบบนั้นมันก็แค่ระงับปวดชั่วคราวเองคุณอิ๊งค์ แต่อาการเส้นตึงเส้นจมแบบนี้ต้องใช้มือนวดรีดเส้นให้มันคลายถึงจะถูกจุด” น้าพงษ์อธิบายด้วยน้ำเสียงซื่อๆ ใบหน้าไร้พิษภัย ขณะที่อิ๊งค์หลุบตามองพื้นด้วยสีหน้าแววตาฉายชัดให้เห็นความลังเลใจ
“คิดซะว่าเป็หมอมารักษาคนไข้แล้วกัน น้าเห็นคุณอิ๊งค์ทำงานเหนื่อยเพื่อคนในชุมชนมาเยอะ น้าก็แค่อยากช่วยตอบแทนบ้าง ไม่ต้องคิดมากหรอก”
คำพูดตัดบทที่อ้างเื่หมอกับคนไข้และความน่าเชื่อถือที่เห็นว่าน้าพงษ์เองก็เป็คนดี คอยปกป้องดูแลเธอมาตลอด ทำให้อิ๊งค์คิดตรึกตรองใหม่ ความเจ็บระบมที่ต้นขาลามไปถึงสะโพกเริ่มรุนแรงจนเธอตระหนักว่ายากจะทนไหว ประกอบกับความใสซื่อมองโลกในแง่บวก สุดท้ายแล้วอิ๊งค์จึงตัดสินใจได้
“ถ้าอย่างนั้น... รบกวนน้าพงษ์ด้วยนะคะ” อิ๊งค์ตอบตกลงในที่สุดพร้อมรอยยิ้มแบบคนขี้เกรงใจ
“ยินดีครับ วันหยุดนี้น้าจะแวะเข้ามาหา่สายๆ”
น้าพงษ์ยิ้มรับอย่างอารมณ์ดี ทั้งคู่เดินต่อมาอีกเพียงไม่กี่ก้าวก็ถึงหน้าประตูรั้วของบ้านเช่าหลังเล็ก อิ๊งค์หันกลับมาหาน้าพงษ์ ยกมือขึ้นไหว้ขอบคุณผู้ใหญ่
“ขอบคุณมากนะคะที่เดินมาส่ง”
“ครับผม พักผ่อนเยอะๆนะคุณอิ๊งค์”
น้าพงษ์รับไหว้ รอจนร่างระหงเดินเข้าบ้านและปิดประตูลงกลอนเรียบร้อย แกจึงหันหลังเดินกลับออกมา เมื่อลับตาคน... มุมปากขยับยิ้มกว้าง แววตาซื่อๆแปรเปลี่ยนเป็เ้าเล่ห์กระหยิ่มยิ้มย่องในใจทันที
ประตูกั้นสัดส่วนของนางฟ้าผู้เรียบร้อยกำลังจะเปิดต้อนรับฝ่ามือหยาบกร้านของแกอย่างเต็มใจ…
จบตอบ…