Guardian of the Final Era ( ผู้พิทักษ์แห่งยุคสุดท้าย )

    ตอนที่ 9 ผู้ล่าที่ซ่อนอยู่

    ตอนที่ 9 : ผู้ล่าที่ซ่อนอยู่


    เรยังคงหายใจหนักเล็กน้อยหลังจากเห็นภาพผ่าน เนตรมารของเรน


    ภาพของสิ่งมีชีวิตประหลาดหลายสิบตัวที่ซ่อนอยู่ในป่ามืดนั้นยังติดอยู่ในหัวของเขา


    พลังที่แผ่ออกมาจากพวกมัน…ไม่ใช่ระดับที่ควรจะพบเจอใกล้เส้นทางการค้าธรรมดา


    เรค่อย ๆ กลืนน้ำลาย


    ก่อนจะพูดเสียงเบา


    “พวกมัน…ประมาณสามสิบกว่าตัวครับ”


    นักผจญภัยรอบกองไฟต่างชะงัก


    “สามสิบ!?”


    หนึ่งในนั้นอุทานออกมา


    “แล้วพลังของพวกมัน…”


    เรหยุดพูดไปชั่วครู่


    ก่อนจะตอบด้วยสีหน้าจริงจัง


    “ระดับแรงค์ A…อย่างน้อยก็ใกล้เคียง”


    คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศรอบกองไฟ เงียบกริบ


    นักผจญภัยหลายคนหน้าซีดลงทันที


    เพราะถ้าสิ่งที่เรพูดเป็๲เ๱ื่๵๹จริง


    นั่นหมายความว่า…


    ในป่ามืดข้างหน้ามี ศัตรูระดับแรงค์ A มากกว่าสามสิบตัว


    มันไม่ใช่เ๱ื่๵๹ตลกอีกต่อไป


    หนึ่งในนักเวทที่อยู่ใกล้ ๆ พูดขึ้น


    “ถ้ามันบุกค่ายตอนกลางคืน…”


    “วงเวทป้องกันอาจจะต้านไม่อยู่”


    บางคนเริ่มจับอาวุธแน่นขึ้น


    แต่ท่ามกลางความตึงเครียดนั้น


    ลูคัสกลับหาวออกมาเบา ๆ


    “ฮ้าว…”


    เขาเอามือเกาศีรษะ


    “ก็นึกว่าจะมีอะไรใหญ่โต”


    นักผจญภัยหลายคนหันมามองเขาแบบงง ๆ


    “อะไรนะ!?”


    ลูคัสชี้ไปทางป่า


    “ก็แค่พวกตัวประหลาดที่ยังพัฒนาไม่สมบูรณ์”


    “พลังมันก็สูงจริง แต่การควบคุมพลังยังหยาบมาก”


    เขายักไหล่


    “สรุปง่าย ๆ ก็คือ…”


    “มันยังไม่เก่งเท่าแรงค์ A จริง ๆ หรอก”


    คำพูดนั้นทำให้หลายคนถอนหายใจโล่งขึ้นเล็กน้อย


    แต่ถึงอย่างนั้น


    จำนวน สามสิบกว่าตัว ก็ยังถือว่าอันตรายอยู่ดี


    เรหันไปมองเรน


    “คุณเรน…พวกมันกำลังทำอะไรอยู่ครับ”


    เรนยังคงมองเข้าไปในป่า


    ดวงตาสีแดงอมม่วงของเขาส่องแสงจาง ๆ


    “เฝ้าดูเรา”


    คำตอบสั้น ๆ ทำให้หลายคนตัวแข็ง


    “เฝ้า…ดู?”


    เรนพยักหน้าเล็กน้อย


    “พวกมันไม่ได้เคลื่อนไหวสุ่ม”


    “เหมือนกำลัง…”


    เขาหยุดพูดไปครู่หนึ่ง


    “…รอคำสั่ง”


    นักผจญภัยรอบกองไฟเริ่มมองหน้ากัน


    “รอคำสั่งงั้นเหรอ”


    เรขมวดคิ้ว


    “หมายความว่า…มีตัวที่ควบคุมพวกมันอยู่?”


    เรนไม่ได้ตอบทันที


    แต่สายตาของเขามองลึกเข้าไปในป่ามืด


    ไกลออกไปกว่ากลุ่มมอนสเตอร์


    เหมือนกำลังค้นหาอะไรบางอย่าง


    ผ่านไปไม่กี่วินาที


    เรนก็พูดขึ้นเบา ๆ


    “อาจจะ”


    ลูคัสที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ยิ้มบาง ๆ


    “ถ้าเป็๲แบบนั้นก็น่าสนุกดีนะ”


    นักผจญภัยคนหนึ่งถึงกับร้องออกมา


    “สนุกตรงไหนกัน!”


    “ถ้ามีตัวที่ควบคุมพวกมันอยู่จริง เราอาจกำลังเจอบอสระดับสูงก็ได้!”


    ลูคัสหัวเราะเบา ๆ


    “ก็ใช่น่ะสิ”


    “ถึงได้บอกว่าสนุกไง”


    เรนเหลือบมองเขา


    ก่อนจะพูดเรียบ ๆ


    “อย่าสร้างปัญหา”


    ลูคัสยกมือขึ้นเหมือนยอมแพ้


    “โอเค ๆ ฉันไม่ทำอะไรหรอก”


    “อย่างน้อยคืนนี้ก็ไม่”


    คำพูดนั้นทำให้หลายคนรู้สึกไม่ค่อยสบายใจเท่าไร


    ในขณะเดียวกัน


    แซม หัวหน้าขบวน ก็เดินเข้ามาหาพวกเขา


    “ผมได้ยินที่พวกคุณคุยกันแล้ว”


    เขาพูดด้วยสีหน้าจริงจัง


    “ถ้ามีมอนสเตอร์จำนวนมากอยู่จริง เราควรย้ายค่ายไหม”


    เรนส่ายหัวเบา ๆ


    “ไม่จำเป็๲”


    “พวกมันยังไม่โจมตี”


    “และดูเหมือนกำลังรอดูสถานการณ์”


    แซมพยักหน้า


    “เข้าใจแล้ว”


    เขาหันไปสั่งนักเวททันที


    “เสริมวงเวทป้องกันอีกชั้นหนึ่ง”


    “แล้วเพิ่มเวรยามเป็๲สองเท่า”


    “คืนนี้ทุกคนต้องระวังตัว”


    นักเวทหลายคนเริ่มร่ายเวทอีกครั้ง


    แสงเวทใหม่เริ่มซ้อนทับบนวงเวทเดิม


    บรรยากาศของค่ายพักเริ่มตึงเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด


    แต่ถึงอย่างนั้น


    เรนกับลูคัสกลับยังนั่งอยู่ข้างกองไฟเหมือนเดิม


    ลูคัสเอาไม้เขี่ยกองไฟเล่น


    “เรน”


    “นายคิดว่าพวกมันจะบุกคืนนี้ไหม”


    เรนตอบสั้น ๆ


    “ไม่”


    “ทำไมล่ะ”


    เรนมองไปยังป่ามืด


    ก่อนจะพูดเรียบ ๆ


    “เพราะตัวที่ควบคุมพวกมัน…”


    “…กำลังดูเราอยู่”


    ลูคัสเลิกคิ้ว


    “อ๋อ”


    “งั้นมันก็คงกำลังประเมินกำลังสินะ”


    เรนพยักหน้าเล็กน้อย


    ลมกลางคืนพัดผ่านต้นไม้สูง


    เสียงใบไม้เสียดสีกันดังเบา ๆ


    ลึกเข้าไปในป่ามืด


    กลุ่มสิ่งมีชีวิตประหลาดหลายสิบตัว


    ยังคงซ่อนตัวอยู่ในเงามืด


    ดวงตาหลายสิบคู่เรืองแสงจาง ๆ


    พวกมันมองมาทางค่ายพักของมนุษย์


    ไม่ขยับ


    ไม่ส่งเสียง


    เหมือนกำลังรอ…


    คำสั่งจากบางสิ่ง


    ที่อยู่ลึกเข้าไปในความมืดของป่าแห่งภูติ…