“ร้านค้าส่วนใหญ่ถ้ารู้ว่านั่นไม่ใช่ผลผลิตจากผู้ปลูกก็มักจะกดขี่ทาสอย่างเราๆ ไม่สำคัญหรอกว่าเมื่อเดินเข้าไปแล้วเรา้าขายให้พวกมันหรือเปล่า ถ้าพวกมัน้าเราก็ต้องขายในราคาที่มันบอก ไม่อย่างนั้นก็ออกจากร้านนั่นไม่ได้ ถ้าอยากจะขายจริงๆ ไปที่ร้านที่ลูกป้าทำงานอยู่ดีกว่า ที่นั่นเถ้าแก่ยุติธรรมมาก”
เซวียนซือซือมองป้าเฉินด้วยความซาบซึ้งใจก่อนจะถูกจูงมือไปยังร้านที่ลูกชายเป็ลูกจ้างอยู่
“ยินดีต้อนรับครับ ไม่ทราบว่ามาซื้อหรือมาขาย แม่!” ชายหนุ่มชะงักเมื่อเห็นว่าลูกค้าที่มาใหม่หนึ่งในนั้นคือมารดาของตน
“พาเสี่ยวซือมาขายของน่ะ เพื่อนบ้านคนใหม่” ป้าเฉินตอบพลางบอกให้เขาตั้งใจทำงาน ไม่ต้องสนใจเธอ
เซวียนซือซือจดจำในใจถึงความกรุณาของป้าเฉิน แม้จะได้คุยกันแค่สองวันแต่ก็รู้ว่าเนื้อแท้ของหล่อนจริงใจ มีการศึกษาและที่สำคัญไม่สอดรู้สอดเห็นเื่ของชาวบ้าน ตลอดทางั้แ่ในฟาร์มยันเข้าเขต B ป้าเฉินไม่เคยทำท่าอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับของในถุงดำที่เธอถืออยู่เลย ขนาดได้รู้ว่าเธอกำลังจะไปขายผลผลิต ทั้งๆ ที่เป็ทาสมาใหม่ แกก็ไม่ถามว่าเอาของมาจากไหน ขายอะไร มีเพียงการช่วยเหลืออย่างจริงใจเท่านั้น หากไม่ได้ป้าเฉินเธออาจต้องเดินเท้ามาที่นี่เพราะไม่มีเงินสักเหรียญเดียวและอาจถูกบังคับซื้อขายในร้านเลวๆ เ่าั้
การประเมินสินค้าเมื่อมีผู้มาขายไม่ใช่หน้าที่ของเฉินเสี่ยวโม่ เขาจึงพาเธอไปหาพนักงานอีกคนหนึ่งแทน คนๆ ดูค่อนข้างเ็า เซวียนซือซือจึงไม่พูดให้มากความเธอหยิบกะหล่ำปลีขนาดใหญ่ออกมา 5 หัว
เสี่ยวหงผู้ประเมินราคาถึงกับอึ้งเมื่อเห็นกะหล่ำปลีที่อวบอิ่มและมีขนาดั์เช่นนี้ ท่าทีของเขาจึงเปลี่ยนเป็จริงจังและเริ่มชั่งน้ำหนัก รวมถึงตรวจวัดรังสี ผลลัพธ์ที่ได้ทำให้เขาอ้าปากค้างเพราะแต่ละหัวหนัก 7-8 จินและที่สำคัญกะหล่ำปลีทั้ง 5 หัวนี้มีค่ารังสีเท่ากับศูนย์
สายตาของผู้ประเมินกวาดผ่านร่างเ้าของกะหล่ำปลีบริสุทธิ์นี้ช้าๆ เซวียนซือซือที่รับรู้ถึงสายตาที่ส่งมาจึงได้แต่แอบประหม่าในใจ ถ้ามีทางเลือกเธอคงไม่เอากะหล่ำปลีจากในคู่มือออนไลน์ออกมาหรอก แต่ช่วยไม่ได้ตอนนี้ร้อนเงินมากจริงๆ
“ขอโทษด้วยค่ะ ฉันไม่สามารถบอกราคาได้จริงๆ รบกวนคุณรอสักครู่” เสี่ยวหงกล่าวแล้วรีบสาวเท้าไปตามหาเ้าของร้าน
เดิมทีคิดว่าต้องรอนาน แต่ไม่ถึงสามนาทีเสี่ยวหงก็มาพร้อมกับผู้ชายวัยกลางคนที่ดูเหมือนจะรีบร้อนเล็กน้อย
“สวัสดีครับผมชื่อหยวนอี้เป็เ้าของร้าน”
“ฉันแซ่เซวียนค่ะ” เซวียนซือซือไม่้าให้ผู้คนรู้ข้อมูลส่วนตัวของตนมากนัก ท้ายที่สุดตัวเธอยังเป็ทาสไม่มีกำลังมากพอจะปกป้องตัวเอง แม้ในใจจะประเมินร้านนี้สูงกว่าร้านอื่นเพราะเห็นว่าทาสอย่างเฉินเสี่ยวโม่เถ้าแก่ของร้านยังยกให้เป็ถึงพนักงานในร้าน และการทำงานก็ไม่ได้หนักนัก
วันนี้หญิงสวมชุดกระโปรงสีฟ้า แม้จะผอมไปหน่อยแต่ผิวพรรณก็ไม่แย่ ยิ่งลักยิ้มขีดที่แก้มสองข้างยิ่งทำให้ผู้คนรู้สึกถึงความสดใสร่าเริง
“ได้ยินจากเสี่ยวหงว่ากะหล่ำปลีของคุณหัวใหญ่มาก”
เมื่ออีกฝ่ายพูดอย่างนั้นเซวียนซือซือก็พยักหน้า
“แล้วคุณรู้หรือเปล่าว่านอกจากแต่ละหัวจะหนัก 7-8 จินแล้วยังมีอะไรพิเศษอีกบ้าง”
เธอนิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนจะตอบออกไป “กะหล่ำปลีของฉันไม่ได้รับผลกระทบจากรังสี มันมาจากธรรมชาติล้วนๆและยังบริสุทธิ์มาก อืม อร่อยมากด้วย หวานและกรอบ”
จิตใจของเถ้าแก่หยวนไม่สงบนักเมื่อหญิงสาวบรรยายถึงความเอร็ดอร่อยของกะหล่ำปลี เดิมทีเขาคิดเกี่ยวกับคนตรงหน้าไว้สองตัวตนด้วยกัน หนึ่งคือของพวกนี้ไม่ใช่ของเธอ เธอแค่ถูกใช้ให้มาซื้อขาย ไม่ทราบที่มาของกะหล่ำปลี และอย่างที่สองก็คือเธอหรือครอบครัวเป็ผู้ปลูก และอาจเป็ผู้ปลูกจิติญญาด้วยซ้ำ
ในใจของเถ้าแก่หยวนค่อนข้างเอนเอียงไปทางข้อสอง แต่ว่าเพราะอะไรกันผู้ปลูกที่สามารถให้ผลผลิตระดับนี้จึงไม่ขายมันให้กับสมาคมเกษตรกรรม แต่กลับมาขายให้ร้านเล็กๆ อย่างเขา
“ใช่แล้ว ผลการตรวจวัดระดับรังสีออกมาแล้วว่า รังสีตกค้างในกะหล่ำปลีทุกหัวของคุณเซวียนคือ 0 ดังนั้นโปรดรออีกสักครู่ ผลตรวจดัชนีพลังงานงานจะออกมา”
เมื่อผลตรวจดัชนีพลังงานมาถึง เถ้าแก่หยวนก็ถอนหายใจ “น่าเสียดายที่ดัชนีพลังงานต่อผลผลิต 100 กรัมแค่ 10 หน่วยพอๆ กับผลผลิตเกรด B น่าแปลกจริงๆ”
ฟู่ว แม้เธอจะไม่รู้ว่าดัชนีพลังงานมันคืออะไร แต่มันก็น่าจะสำคัญพอๆ กับค่ารังสี แต่แตกต่างกันที่ว่าค่ารังสียิ่งน้อยยิ่งดี แต่ค่าดัชนีพลังงานยิ่งมากยิ่งดี ดีแล้วที่มันต่ำจะได้ไม่เป็ที่สะดุดตาใครต่อใคร
ทางเซวียนซือซือโล่งใจ แต่ทางเถ้าแก่หยวนกลับลำบากใจ เขาไม่รู้ว่าเธอหรือคนในครอบครัวคือผู้ปลูกหรือผู้ปลูกจิติญญากันแน่ ใดๆ ก็ตามสายตาและเซ้นต์ของเขาเฉียบคมและกว้างไกล ไม่ว่าอย่างไรคนที่สามารถนำกะหล่ำปลีบริสุทธิ์มาขายได้ต้องไม่ใช่คนธรรมดาแน่ เขาจะล่วงเกินไม่ได้เด็ดขาด ถ้าวันนี้ทำให้เธอพอใจได้อาจได้ร่วมมือกันในระยะยาว
ใครบ้างที่ไม่อยากให้มีของดีๆ มาวางในร้างเพื่อเพิ่มชื่อเสียง
“ราคาตลาดของกะหล่ำปลีเกรด C คือ 80 เหรียญดวงดาวต่อ 100 กรัม แต่กะหล่ำปลีของคุณเซวียนถูกจัดให้อยู่ในระดับ SSS ซึ่งหมายถึงการเพิ่มระดับมา 5 ขั้น ราคาจะอยู่ที่ 400 เหรียญดวงดาวต่อ 100 กรัม น้ำหนักรวมของกะหล่ำปลีทั้ง 5 หัวนี้อยู่ที่ 19,500 กรัม ราคามันคือ 78,000 เหรียญดวงดาว แต่เพราะมันมีค่าดัชนีพลังเทียบเท่าเกรด B ราคาย่อมไม่ใช่เท่านี้ ราคาจะอิงตามเกรด S ผมยินดีจ่ายให้คุณเซวียน 46,800 เหรียญดวงดาว ไม่รู้ว่าคุณพอใจกับจำนวนเงินเท่านี้หรือเปล่า” เถ้าแก่หยวนถามอย่างระมัดระวัง
เซวียนซือซือไม่ใกับราคาที่เถ้าแก่หยวนประเมินให้สักเท่าไหร่ แต่เธอที่เป็ทาสปวดใจมากกว่าเมื่อได้ฟังราคาตลาดของกะหล่ำปลีเกรด C
อะไรนะ 100 กรัมราคา 80 เหรียญ! ทางการรับส่วยจากทาสโดยตีราคาของผักผลไม้แค่ 8 เหรียญต่อน้ำหนัก 100 กรัม หมายความราคาถูกลงจากตลาด 10 เท่าตัว! เธอเข้าใจแล้วว่าที่ป้าเฉินบอกให้เอาผลผลิตมาขายเองแล้วจ่ายเป็เหรียญดวงดาวมันดีกว่าจริงๆ
เหรียญดวงดาวจำนวน 46,800 เหรียญถูกโอนไปยังกำไลข้อมือของเซวียนซือซือเรียบร้อย เมื่อหน้าจอแจ้งจำนวนเงินที่ได้รับแล้ว เธอก็พยักหน้าเอ่ยลาเถ้าแก่หยวนและเสี่ยวหงก่อนจะรีบเดินออกไป
ป้าเฉินที่รอด้านนอกอย่างร้อนใจถอนหายใจโล่งอกเมื่อเห็นว่าคนที่ตนรอเดินออกมาแล้วและท่าทางก็ไม่แย่ การค้าขายครั้งนี้น่าจะไม่มีปัญหา หล่อนไม่ได้ถามเซ้าซี้ให้มากความมีเพียงชี้มือชี้ไม้ไปยังสถานที่ที่ใช้รอรถประจำทาง และสถานีขนส่งยาน
“ป้าเฉินคะ นี่ตอบแทนที่ป้าจ่ายค่าโดยสารให้ก่อนหน้านี้รวมถึงที่พาฉันมาขายผักที่นี่ ถ้าไม่ได้ป้าฉันต้องแย่แน่ๆ รับแล้วห้ามคืนนะคะ ฉันไปล่ะ” เซวียนซือซือรีบยื่นถุงบางอย่างใส่มือป้าเฉินแล้ววิ่งหนีทันที เธอกลัวว่าถ้าไม่วิ่งป้าเฉินจะต้องไม่รับของตอบแทนน้ำใจของเธอแน่นอน
ป้าเฉินที่เห็นหญิงสาวข้างบ้านวิ่งหนีไปก็หัวเราะแล้วเปิดดูของในถุง “เด็กคนนี้นี่! ไปไหนเสียแล้ว” หญิงวัยกลางคนกระทืบเท้าด้วยความร้อนใจประหนึ่งว่าของในมือมันร้อนจนถือไม่ไหว
เซวียนซือซือซื้อเมล็ดพันธุ์มะเขือเทศและเดินเตร็ดเตร่เพื่อเก็บข้อมูลเกี่ยวกับโลกนี้สักพัก และนั่นเองทำให้เธอฉุกคิดเื่บางเื่ขึ้นได้
โลกนี้คล้ายกับนิยาย “ข้ามเวลาไปดาวเคราะห์สีน้ำเงิน”
นี่มันเื่บ้าอะไรกันวะเนี่ย!
หญิงสาวยืนนิ่งราวกับรูปปั้นด้วยความใสุดขีด ใครจะคิดว่าเื่บ้าๆ จะเกิดขึ้นกับตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า อย่างแรกเลยก็คือเธอข้ามเวลามายังต่างดาว อย่างที่สองก็คือที่นี่คือโลกนิยาย OMG!!!
ตอนนี้เธอสับสนไปหมด ไม่รู้ว่านักเขียนมีจริงหรือเปล่า และนี่ไม่ใช่ความฝันจริงๆ ใช่ไหม เธอไม่รู้เลยว่าตัวเองกลับมาถึงที่ดินเขต C หมายเลข 199 ได้อย่างไรด้วยซ้ำ