มิลันดาเดินทอดน่องตามถนนของหมู่บ้าน คำแซวคุณลุงยังคงดังก้อง พอคิดแล้วอดนึกถึงเื่ในอดีตไม่ได้หากหล่อนสวยจริงพี่คมคงไม่ปฏิเสธแบบนั้นหรอก ใครจะไปสู้คนอย่างคุณกานต์สินีได้
วันนี้หล่อนนุ่งกางเกงยีนส์ขาสั้นอวดเรียวขาขาวเนียนสวมเสื้อแขนกุดสีขาวเพราะอยู่ต่างประเทศมานานเลยทำให้ไม่คุ้นกับอากาศเมืองไทยเท่าใดนักอากาศเมืองไทยร้อนอบอ้าวกว่าที่คิด มิลันดาไม่ได้สนใจกับสายตาหลายคู่ซึ่งมองมาทางหล่อน
“คุณมิออกมาทำอะไรคะ” สาวใช้ในบ้านทักขณะสวนทางกัน
“ออกมาเดินเล่นจ้ะป้าพอดีอยากออกมาเปิดหูเปิดตาบ้างไม่ได้อยู่เมืองไทยมานาน” มิลันดาตอบ
“งั้นป้าไปก่อนเดินเล่นให้สนุกนะคะ”
“ค่ะป้า”
มองรอบๆแล้วคิดถึงบรรยากาศเก่า พอนึกได้เลยตรงไปยังร้านขนมครกเ้าประจำสมัยเรียนมัธยมหล่อนหยุดยืนหน้าร้าน
“ป้าจุ๋มสบายดีไหมคะ”
คนขายเงยหน้าขึ้นมองขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ
“คุณรู้จักฉันด้วยเหรอคะ”
“จำมิไม่ได้เหรอคะมิที่เคยซื้อขนมครกป้ากินประจำ” หล่อนย้อนความถึงอดีต
ป้าจุ๋มเริ่มนึกแล้วอ้าปาก ดวงตาเบิกค้างด้วยความใ
“คะ...คุณมิเหรอคะ”
“ใช่แล้วค่ะป้ามิเอง”
“ตายแล้ว ไม่อยากเชื่อเลยป้าจำคุณมิไม่ได้เลยทำไมเปลี่ยนไปขนาดนี้ล่ะเนี่ย ดูสิโตเป็สาว สวยขึ้นเป็กองเลย!”
“ชมเกินไปแล้วค่ะคุณป้า”
“ป้าไม่ได้ชมเกินไปเลยค่ะจำได้เมื่อก่อนคุณมิอวบกว่านี้เยอะเลย ไม่คิดว่าเจออีกทีจะสวยอย่างกับนางฟ้า”
มิลันดาหัวเราะแ่หรือหล่อนเปลี่ยนไปมากจริงๆ อาจเพราะไม่กลับมาเมืองไทยเลยคงทำให้คนที่เคยรู้จักจดจำเด็กสาวผมเปีย ถือกระเป๋าไปโรงเรียนทุกวันกระมัง
“ถ้างั้นมิจะรับคำขอบคุณแล้วกันนะคะป้าเดี๋ยวมิขอตัวก่อนนะคะ อยากไปดูร้านหนังสือที่เมื่อก่อนมิเคยไปเช่าอ่านประจำ”
“ได้จ้ะแล้วอย่าลืมมาอุดหนุนขนมป้าเหมือนเดิมนะคะ”
“จ้าป้า”
หล่อนเดินออกจากร้านขนมครกเ้าอร่อยเพื่อเป้าหมายต่อไป
คมฉณัฐขับรถออกมาจากบ้านเพื่อไปทำงานยังไม่หายคาใจกับสาวข้างบ้าน รู้สึกคุ้นหน้าแต่จำไม่ได้ว่าหล่อนเป็ใคร หล่อนสวยสะดุดตาเชียวล่ะจังหวะเบรกเบาๆ เอกสารเบาะด้านข้างกลับตกลงไปที่พื้น ชายหนุ่มรีบก้มเก็บวางที่เดิมเงยหน้าขึ้นมา
เอี๊ยด!
เขาเบรกรถกะทันหันมิลันดาล้มลงกับพื้นทันทีด้วยความใ รถไม่ได้ชน เพียงแต่หล่อนใจนทำให้ล้มลง หล่อนพยายามพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นแต่ข้อเท้าดันมาาเ็เสียก่อนทำให้ลุกยืนไม่ได้คมฉณัฐรีบเปิดประตูออกมาดู ดูเหมือนเขาชนคนเข้าแล้ว ร่างสูงตรงเข้าพยุงคนเจ็บเมื่อมิลันดาเงยหน้าสบเข้า หล่อนพยายามลุกแล้วเขย่งเท้าหนีทันที
“คุณ!เดี๋ยวก่อน คุณจะรีบไปไหน!” คมฉณัฐะโไล่หลัง
หล่อนไม่ฟังเสียงอีกแล้วเวลานี้ไม่ขอเกี่ยวข้องกับเขาดีกว่า กลัวใจตัวเองแค่เห็นหน้าไม่กี่นาทีหัวใจยังเต้นแปลก ตอนนี้แผลกำลังสมาน อย่าให้มันฉีกขาดเพราะโดนซ้ำเลย
ชายหนุ่มหัวเสียเพราะถูกสาวนิรนามวิ่งหนีแล้วแบบนี้จะทำอย่างไร สายตาชาวบ้านมองมา ไม่อยากเป็ขี้ปากชาวบ้านแถวนี้คมฉณัฐรีบวิ่งตามไปทันที เสียงฝีเท้าของเขาทำให้มิลันดาหันมองหล่อนรีบเร่งเขย่งมากขึ้นแต่ช้ากว่าอีกคน เอวบางถูกรวบไว้
“ว้าย!” หญิงสาวร้องออกมาด้วยความใ เมื่อตนเองตกอยู่ในอ้อมแขนคนที่หล่อนไม่อยากพบหน้ามาตลอด
“ผมเรียกทำไมคุณไม่หยุด!” คมฉณัฐตำหนิ แล้วจ้องมองใบหน้าของคู่กรณี
คิ้วเข้าขมวดหล่อนคือคนเดียวกันที่เห็นตรงหน้าต่าง เป็ใครกันแน่ถึงอยู่บ้านคุณอาดาวเรืองได้ผู้หญิงหน้าตาสะสวยแบบนี้ เขาไม่เคยเห็นมาบ้านข้างๆ เลยสักครั้ง
“ผมว่าผมเคยเห็นคุณ”เขาบอก แล้วไม่ยอมละสายตาจากใบหน้าของหญิงสาว
“อย่ามาใช้มุกเก่าๆเลยค่ะ เราสองคนไม่รู้จักกันมาก่อน” มิลันดาปฏิเสธเสียงแข็ง
“ไม่เป็ไรคุณปฏิเสธผมไม่ว่าอะไรหรอก แต่รู้เอาไว้ว่าผมน่ะจำคนเก่ง”
จำคนเก่งงั้นเหรออยากยิ้มเยาะนัก หากจำเก่งป่านนี้คงรู้แล้วว่าหล่อนคือใครหรือเพราะหล่อนไม่สำคัญพอให้จดจำ
“เื่ของคุณเถอะค่ะทีนี้ปล่อยฉันได้แล้ว”
ชายหนุ่มไม่ฟังอุ้มร่างบางเหนือพื้น
“คุณจะทำอะไรปล่อยฉันนะ!” หญิงสาวร้องลั่น
“ผมจะพาคุณไปหาหมอ”ชายหนุ่มบอก
“ไม่ต้อง!คุณพาฉันไปส่งที่บ้านก็พอ แผลแค่นี้ไม่ทำให้ตายได้หรอก”
“ไม่ตายแต่ก็ทำให้เจ็บ” เขาเถียงแล้วไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะแสดงอาการไม่พอใจแค่ไหน
ร่างบางถูกยัดไว้เบาะหน้าคู่คนขับหล่อนรู้สึกขัดใจอยากโวยวาย กรีดร้องเสียให้สมใจอยาก ดูเขาสิน่าหมั่นไส้เสียจริงๆ
“ฉันไม่ไปหาหมอเด็ดขาดคุณได้ยินไหม” หล่อนยังยืนยันคำเดิม
“ถ้าไม่ไปหาหมอก็บอกมาบ้านอยู่ไหน”
จะได้รู้สักทีว่าหล่อนใช่คนเดียวกับเมื่อเช้าหรือเปล่าแต่ดูเหมือนหล่อนไม่คิดตอบเอาแต่นั่งเงียบ
“อยู่บ้านคุณชัยเดชใช่หรือเปล่า”เขาเลยถามเอง
มิลันดาหันมองเขาก่อนพยักหน้าช้าๆเขาต้องรู้อยู่แล้วว่าหล่อนอยู่ที่นั้น คงเห็นหล่อนผ่านหน้าต่าง น่าแปลกไหมรู้ว่าอยู่บ้านพ่อแต่กลับจำไม่ได้ว่าหล่อนเป็ใคร ถูกลืมจริงๆ แล้วสินะเราน้ำตามันเริ่มเอ่อคลอ อย่าร้องเชียวนะมันน่าสมเพช มิลันดาเตือนตนเอง
หน้างอๆตอนนี้มันคุ้นตาจริงๆ หล่อนเป็ใครกันแน่ อยากนึกให้ออกเหลือเกินชายหนุ่มหยุดมองใบหน้าจนเผลอลอบสำรวจเรือนร่าง แล้วเขาก็ต้องชะงักเมื่อพบว่าหัวใจดันเต้นแรงทั้งๆที่ไม่เคยเป็แบบนี้กับใครมาก่อน
รถจอดเทียบหน้าบ้านเขาลงมาเปิดประตูให้มิลันดาไม่อยากให้เขารู้ว่าหล่อนเป็ใคร รีบเขย่งเท้าหมายจะหนีเข้าบ้านในทันทีแต่กลับถูกเขารั้งท่อนแขนไว้
“ผมจะเข้าไปส่ง”
“ไม่ต้อง!” หล่อนรีบปฏิเสธ
“ผมไม่เข้าใจว่าทำไมคุณต้องปฏิเสธความช่วยเหลือของผมด้วย”
“เพราะฉันไม่้าส่งฉันแค่นี้ก็พอแล้ว”
มิลันดาสะบัดท่อนแขนตนเองออกชายหนุ่มไม่ยอมก้าวออกจากตรงนั้น อยากรู้นักว่าหล่อนคือใครคงไม่มีใครตอบได้นอกจากคนของบ้านหลังนี้ เขาถามอาดาวเรืองในภายหลังก็ได้
จังหวะนั้นรมย์รวัตรแวะมาหามิลันดาที่บ้านเขาลงจากรถแท็กซี่สายตาเหลือบเห็นชายหนุ่มท่าทางภูมิฐาน ยืนคุยกับเพื่อนอยู่ หล่อนสบตาเพื่อนแล้วขยิบตาให้เพื่อส่งสัญญาณไม่ให้รมย์รวัตรเรียกชื่อแต่อีกฝ่ายดันพาสาวเท้ามาหยุดยืนตรงหน้า พอเห็นเท้าเพื่อนบวมเลยสงสัย
“อ้าวมิเป็อะไรทำไมขาเป็อย่างนั้น” รมย์รวัตรทัก
มิลันดาแทบอยากบีบคอเพื่อนตอนนี้เสียให้ได้คมฉณัฐนิ่งอึ้งไปสักพักเมื่อได้ยินชื่อ เขารีบปรับสีหน้าตนเองให้เป็ปกติ พิศมองใบหน้าหล่อนอีกครั้งผู้หญิงคนนี้คือมิลันดา ไม่แปลกที่หล่อนจะตั้งท่ารังเกียจเขา ไม่อยากเชื่อน้องมิเปลี่ยนราวกับคนละคน
อยากจะบ้าตายที่ตาถั่วจำไม่ได้เลยสักนิดจะให้จำได้ได้ยังไงเล่า ในเมื่อรูปร่างเคยอวบในวัยเด็กกลับมีทรวดทรงองเอวน่ามองแก้มเคยยุ้ยกลายเป็เรียวและขาวอมชมพูจนเขาไม่อาจละสายตา ดวงตาเรียวสวยนั้นกลับดูสวยยิ่งกว่าเดิมเสียอีกเขาแทบบ้าตายกว่าเขาจะรู้ตัวว่าได้พลาด มันก็สายเสียแล้ว
“มาได้ยังไงวัตร”มิลันดาจำต้องทักกลับ
เห็นสายตาที่เขามองมายิ่งทำให้เหล่อนประหม่าหล่อนต้องไม่แสดงให้เขาเห็นว่าหล่อนอ่อนแอเด็ดขาด
“มาแท็กซี่นะสิถามได้” รมย์รวัตรกวน
“ถามดีๆตอบกวนเดี๋ยวเจอ!” มิลันดาบ่นพร้อมยกมือโชว์กำปั้น
หากหล่อนคือน้องมิเขาอยากบอกหลายเื่ จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ลืมเลือนเช่นเดียวกันความผิดในอดีตที่ตนได้กระทำไว้ อยากให้มิลันดาอภัยแล้วกลับมาพูดคุยสนิทสนมกันเช่นเดิม
“น้องมิพี่ขอคุยกับน้องมิหน่อยได้ไหม”
พอได้ยินคำพูดเดิมความรู้สึกบางอย่างมันกำลังกระทบกระเทือนความรู้สึกภายใน หล่อนแอบซ่อนมันไว้มานานไม่อยากให้มันกระเพื่อมไหวอีกครั้ง
“ขอโทษนะคะคุณไม่จำเป็ต้องเรียกฉันว่าน้องมิก็ได้ มันเป็อดีตไปแล้ว ถ้าไม่มีธุระอะไรแล้วฉันขอตัวก่อน” หล่อนปฏิเสธแล้วหันไปหาเพื่อน“วัตรพยุงหน่อยดิปวดขา”
“มาถึงก็ใช่เลยนะยัยป่าเถื่อนชอบวางอำนาจ!” รมรวัตรบ่น
“อยากเจอดีหรือไงไอ้วัตร!” หญิงสาวดุ
รมย์รวัตรจึงต้องประคองแม้จะรู้สึกขัดใจ เมื่อข้อเท้าไม่ทำตามคำสั่ง มันดันเจ็บจนต้องนิ่วหน้าทำให้เพื่อนชายต้องลำบากในการพยุง
“คงต้องอุ้มแล้วละไม่ไหวแบบนี้ตายพอดี!”
“อืมอุ้มก็อุ้มสิ”
รมย์รวัตรช้อนร่างบางไว้ในอ้อมแขนแล้วพาเดินเข้าไปในบ้านคมฉณัฐมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกขัดใจแต่มิลันดากลับยิ้มพรายพูดคุยกับเพื่อนชายอย่างมีความสุข
“กินไรมาเนี่ยมิหนักสุดๆ”
“อย่ามาบ่นได้ไหมวัตร”
คมฉณัฐถอนหายใจเฮือกใหญ่รู้สึกเหมือนตนเองกำลังถูกกรรมตามสนอง มิลันดาคงไม่มีวันให้อภัยแน่ๆ วันนี้คงต้องทำงานก่อนแต่เขายืนยันไม่มีวันยอมแพ้เื่มิลันดาแน่นอน
รมย์รวัตรอุ้มหล่อนเข้ามาในบ้านดาวเรืองประคองบุตรสาวด้วยความเป็ห่วง เพื่อนหนุ่มเลยยกมือไหว้ดาวเรือง หล่อนรับไหว้และจำได้ดีว่าหนุ่มคนนี้คือเพื่อนบุตรสาวเคยเจอกันที่อังกฤษ
“เกิดอะไรขึ้นลูกทำไมข้อเท้าบวมแบบนี้” ดาวเรืองถามด้วยความเป็ห่วง
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะแม่พอดีเกิดอุบัติเหตุนิดหน่อย”
“ไม่ไปหาหมอเหรอลูก”
“ไม่ต้องหรอกคะแม่หนูทำแผลเองได้อย่าลืมนะคะว่าหนูจบหมอมาค่ะ”
“จ้าๆแม่หมอคนเก่ง ถ้าบวมมาแล้วไม่หายแม่จะหัวเราะให้”
มิลันดาจัดการทายาและพันข้อเท้าของตนเองโดยมีรมย์รวัตรเป็คนช่วยเหลือ
“มิแน่ใจเหรอไม่ต้องไปหาหมอจับดูแล้วเหมือนมันจะร้าวนะ” รมย์รวัตรเตือน
“ไม่ดีกว่าวัตรแค่นี้ไม่น่าเป็ไรหรอก”
“อย่าทำเป็เล่นเดี๋ยวมันบวมแล้วอักเสบจะรักษายากเอานะ”
“รอดูพรุ่งนี้ก่อนว่ามันเป็ไง”
รมย์รวัตรเลยถอนหายใจเมื่อคนเจ็บไม่ยอมฟัง
“เฮ้อ...ตามใจก็แล้วกัน”
มิลันดาขึ้นห้องไปนอนพลางก้มดูอาการาเ็ของตนเองหญิงสาวรู้สึกว่ามันจะบวมขึ้นมากหล่อนคงต้องไปหาหมอจริงๆ เพราะอาการแย่กว่าที่คิด หล่อนเอนกายลงนอนพยายามลบภาพของเขาออกจากสมอง แต่ยิ่งลบกับยิ่งจดจำเลยถอนหายใจยาวในเมื่ออยากคิดก็คงต้องปล่อยไปแต่หล่อนจะไม่มีวันให้เขาได้ล่วงรู้ความรู้สึกในตอนนี้เด็ดขาด