บทที่ 8 ม้วนหนังสืออันล้ำค่า
การเคลื่อนย้ายทันทีเป็เวทมนตร์ที่สามารถเคลื่อนย้ายตัวเองไประยะไกลได้ในทันที
เมื่อคุณเผชิญกับอันตรายและเห็นว่าชีวิตกำลังตกอยู่ในอันตราย ก็จงนำ ‘ม้วนคัมภีร์เคลื่อนย้ายทันที’ ออกมาใช้งาน แล้วคุณจะรอดพ้นจากอันตรายได้ในพริบตา
อีกทั้งมันยังเหมาะสำหรับการลอบโจมตีสังหารผู้คน แต่น่าเสียดายที่มีเพียงนักเวทเท่านั้นที่สามารถใช้เวทมนตร์นี้ได้ น้อยคนนักที่จะฝึกฝนม้วนคัมภีร์เคลื่อนย้ายได้ เพราะหากไม่มีคำว่า ‘ทันที’ มันก็จะให้ผลลัพธ์ที่ต่างออกไป
[การเคลื่อนย้าย] จะต้องวาดวงกลมเวทมนตร์บนพื้นล่วงหน้า ผู้ร่ายต้องยืนในวงเวทแล้วร่ายคาถาซึ่งกินเวลาไปหลายนาที และไม่สามารถช่วยชีวิตคุณได้ทันเมื่ออยู่ในขั้นวิกฤกต
แต่ [การเคลื่อนย้ายทันที] นั้นต่างออกไป
ข้อเสียเพียงอย่างเดียวของมันคือมีระดับสูงเกินไป ทำให้มีเพียงไม่กี่คนที่รู้วิธีใช้ ซึ่งในทวีปชุมนุมมารมีเพียงนักเวทระดับสูงเท่านั้นที่สามารถใช้ได้
นอกจากนี้ การรู้วิธีใช้ไม่ได้หมายความว่าจะสร้างม้วนคัมภีร์เคลื่อนย้ายทันทีได้ เพราะต้องใช้พลังเวทมากมาย และหลังจากสร้างมันขึ้นมาได้แล้วก็ต้องนั่งสมาธิสักพักเพื่อฟื้นฟูพลังเวทมนตร์
หลังจากที่สร้างม้วนคัมภีร์ขึ้นมาแล้ว พวกเขาจะไม่มอบให้ผู้อื่นตามใจ เพราะคนเหล่านี้ล้วนเป็นักเวทระดับสูงและไม่ใช่ผู้ขาดแคลนเงินทอง พวกเขาจะไม่ขายม้วนคัมภีร์อันทรงพลังนี้เพื่อหาเงิน เนื่องจากหากเ้าสิ่งนี้ตกไปอยู่ในมือของศัตรู แล้วมันจะไม่เพิ่มชีวิตให้กับศัตรูของคุณหรอกหรือ?
ตัวอย่างเช่น วันหนึ่งนักเวทผู้ยิ่งใหญ่กับอริเก่าต่อสู้กันอย่างดุเดือด เมื่อเห็นนักเวทผู้นั้นได้เปรียบ อริเก่าจึงหยิบม้วนคัมภีร์เคลื่อนย้ายที่คุณให้ไปเมื่อครึ่งปีที่แล้วขึ้นมา แล้วพูดเสียงระรื่นว่า ‘ขอบคุณ’
จากนั้นก็เริ่มใช้งานมัน หนำซ้ำคุณยังไม่รู้ด้วยว่าเขาจะเคลื่อนย้ายไปอยู่ที่ไหน… แล้วคุณจะไม่กระอักเืตายเลยหรือไง
ดังนั้นม้วนคัมภีร์นี้จึงหายาก! คนธรรมดาไม่มีโอกาสที่จะได้เห็น แต่เชอริลจำได้เพราะเคยเห็นสัญลักษณ์คาถานี้ในตำราเวทมนตร์
“พระเ้า คุณ... คุณทำได้จริงหรือ คุณ... คุณไม่ใช่นักบวชหรอกเหรอ?” เชอริลยังคงตกตะลึง
“ชู่!” ร็อบบ์ทำท่าทางให้เธอเงียบเสียง ก่อนจะกระซิบว่า “เงียบไว้ อย่าให้คนอื่นได้ยิน เราต้องเงียบเข้าไว้”
เชอริลรีบหุบปากและมองไปรอบ ๆ อย่างระมัดระวัง “ขออภัย ฉันไม่ได้ตั้งใจะโเสียงดังนะ ฉันแค่ใ”
“ไม่ต้องห่วง” ร็อบบ์พูดด้วยรอยยิ้ม “ฉันใช้เวทมนตร์ตรวจจับพื้นที่รอบ ๆ นี้แล้ว ตอนนี้ไม่มีใครได้ยินหรอก แต่ถ้ายังะโต่อไปก็ไม่แน่”
“เวทมนตร์ตรวจจับ...?" เชอริลประหลาดใจไม่หยุด “นั่นเป็ทักษะเฉพาะของเรนเจอร์*[1] คุณ... คุณเป็ใคร … ”
“โอเค เลิกถามได้แล้วน่า ฉันคงได้ฆ่าใครสักคนจริง ๆ ถ้าต้องตอบคำถามอีก”
เชอริลไม่หลงเหลือความกลัวสักนิดเมื่อได้ยินคำขู่นั้น เพราะแววตาของร็อบบ์ดูอ่อนโยนและเห็นได้ชัดว่าเขากำลังล้อเล่น
เธอรู้ดีว่าร็อบบ์เชื่อมั่นและไว้วางใจว่าเธอจะไม่แพร่งพรายหรือพูดเื่ไร้สาระ และนอกจากนี้ร็อบบ์ยังไม่กลัวว่าใครจะพูดอะไร แม้ว่าทั่วโลกจะรู้ว่าเขาลึกลับและเก่งกาจเพียงใด แต่ชายคนนี้น่ะ… ไม่กลัวหรอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง
เชอริลพยักหน้า “เอาล่ะ ฉันจะไม่ถามอีก! ฉันรู้แล้วว่าคุณแข็งแกร่งกว่าที่เห็น คุณไม่เพียงฝึกฝนแค่เวทมนตร์ศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น แต่รวมถึงเวทมนตร์อื่น ๆ ด้วย แล้วไหนจะทักษะพิเศษของเรนเจอร์อีก และคุณยังดูอายุน้อยอยู่เลย"
เธอเข้าใจแล้วว่าร็อบบ์สามารถฝึกฝนเวทมนตร์ได้หลายประเภท แต่ก็ไม่ใช่เื่แปลกอะไรที่จะฝึกฝนหลายอย่างไปพร้อมกัน มีคนมากมายที่ทำเช่นนี้ โดยเฉพาะการศึกษาเวทมนตร์ทั้งสี่ของไฟ น้ำ ลม และสายฟ้า… ส่วนร็อบบ์ผู้อยู่ตรงหน้าเธอคนนี้คงแข็งแกร่งที่สุดในบรรดาคนเ่าั้
เพราะไม่เพียงแค่ใช้เวทมนตร์ศักดิ์สิทธิ์ที่ทรงพลังจนล้มัหยกมณีได้ด้วยหมัดเดียว แต่เวทมนตร์อื่น ๆ ก็ไปถึงระดับนักเวทระดับสูงแล้วด้วย น่ากลัวมาก! น่ากลัวจริง ๆ!!
ร็อบบ์หยิบม้วนคัมภีร์เคลื่อนย้ายที่เพิ่งสร้างขึ้นมา และวางมันไว้ในมือเชอริล “นี่สำหรับคุณ เอาไปสิ เมื่อไหร่ที่ไปทำภารกิจแล้วเจออันตราย คุณสามารถเปิดใช้งานม้วนคัมภีร์นี้ได้ทุกขณะ แม้จะวิ่งอยู่ก็ยังใช้ได้ แต่จำไว้ให้ดี …คัมภีร์เล่มนี้พาคนไปได้เพียงกลุ่มเดียวและมากสุดแค่ห้าคนเท่านั้น… แค่ก… และจงตรวจสอบให้แน่ใจว่าทุกคนอยู่ในระยะห้าเมตร”
เชอริลพูดตะกุกตะกักเพราะยังคงอึ้ง “หะ… ให้… ให้ฉันเหรอ นี่เป็… ของหายากและล้ำค่าเชียวนะ… ให้ฉันเหรอ”
“ก็บอกแล้วว่าจะให้ ฉันดูเหมือนคนโกหกเหรอ?”
“แต่… แต่สิ่งนี้ล้ำค่าเกินไปจริง ๆ”
ร็อบบ์ได้ยินแล้วก็ยิ้มออกมา ก่อนจะถามกลับไป “หืม? แปลว่าคุณไม่้ามันงั้นเหรอ งั้นส่งกลับมาให้ฉันสิ”
เชอริลถึงกับชะงัก …ของขวัญชิ้นนี้มูลค่ามากเกินไป พวกเขาเพียงพบเจอกันโดยบังเอิญเท่านั้น เธอไม่อาจรับมันไว้ได้
แต่การมีไว้ในเทียบเท่ากับการมีพลังชีวิตเพิ่มขึ้น อีกทั้งตอนนี้เธอก็ไม่อยากส่งมันคืนให้ร็อบบ์ มือเล็ก ๆ ของหญิงสาวไม่อาจหยุดสั่นได้ด้วยไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกับของล้ำค่าชิ้นนี้
“โอเค ไม่ต้องคิดมาก คุณเก็บไว้เถอะ” ร็อบบ์คลี่ยิ้มอ่อนโยน “เห็นหรือไม่ว่าฉันสร้างมันขึ้นมาง่ายดายมาก ๆ …เ้าสิ่งนี้ไม่ได้มีค่ากับฉันขนาดนั้นหรอก”
“สร้างขึ้นมาง่าย ๆ งั้นเหรอ?” เชอริลถามอย่างระมัดระวัง “ได้ยินมาว่าการทำเช่นนี้ต้องใช้มานา*[2]มาก ด้วยพลังของนักเวทระดับสูง การทำคัมภีร์เคลื่อนย้ายทันทียังต้องใช้เวลามากกว่าสิบวัน และยังต้องเสียมานา ตอนนี้คุณเหนื่อยหรือเปล่า …ดูเหมือนคุณจะจงใจพูดเกินจริงเพื่อให้ฉันยอมรับสินะ”
“โอ้?” ร็อบบ์อุทานเบา ๆ ท้ายที่สุดความสามารถของเขาก็ได้รับการสืบทอดมาจากเกม ไม่ใช่โลกแห่งความจริง นอกจากนี้เพื่อให้ผู้เล่นได้สนุกสนาน เกมจะกำหนดให้คูลดาวน์ในการใช้เวทมนตร์ราว ๆ สิบวันถึงจะกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง …หากผู้เล่นรู้สึกไม่สนุก บริษัททำเกมก็ไม่สามารถทำเงินได้
กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ เมื่อผู้เล่นไม่ตายแต่เืลดฮวบลงขณะต่อสู้กับสัตว์ประหลาดก็แค่กลับไปที่เมืองเพื่อชุบชีวิตใหม่ ซึ่งผู้เล่นส่วนใหญ่จะไม่ใช้คัมภีร์เคลื่อนย้ายทันที พวกเขายอมเสียค่าประสบการณ์เล็กน้อยเพื่อชุบชีวิต
ดังนั้นค่าของม้วนคัมภีร์ประเภทนี้ในเกมจึงไม่มากนัก และมีคนใช้มันน้อยมาก
ครั้งนี้ร็อบบ์ได้ข้อมูลที่สำคัญจากเชอริลเกี่ยวกับระบบทักษะของเขาเอง ซึ่งแตกต่างจากระบบในโลกนี้อย่างละเอียด อย่างน้อยในแง่ของการใช้มานา เขาได้ประโยชน์อย่างมาก หากมีอัจฉริยะที่เชี่ยวชาญทุกทักษะในโลกนี้ต่อสู้กับเขาอย่างตรงไปตรงมา คนคนนั้นจะไม่เป็คู่ต่อสู้ของเขา เพราะเพียงไม่นาน พลังมานาของคนคนนั้นจะหมดลงก่อน
ในกรณีที่ไม่มีมานา จะเกิดอะไรขึ้นถ้าคุณมีทักษะมากกว่านี้แต่ไม่สามารถใช้มันได้! ดังนั้นเมื่อเผชิญหน้ากับเขาก็คงเหลือแต่กายหยาบ!
ความคิดเหล่านี้หายไปในทันที ร็อบบ์หันมาพูดกับเชอริลว่า “มันต้องมีการสูญเสียบ้าง แต่ฉันไม่จำเป็ต้องออกไปเสี่ยง แค่อยู่เฝ้าโบสถ์สบาย ๆ และมานาก็จะเพิ่มขึ้น ดังนั้นคุณสามารถใช้คัมภีร์นี้ได้อย่างมั่นใจ เมื่อเทียบกับการสูญเสียพลังมานา ฉันไม่อยากได้ยินข่าวเื่พวกคุณโดนกินหรอกนะ”
ในที่สุดเชอริลก็ยอมจำนนต่อสิ่งล่อใจของ ‘อีกชีวิตหนึ่ง’ เธอใส่ม้วนคัมภีร์ลงในกระเป๋าอย่างระมัดระวัง แล้วมอบของขวัญชิ้นใหญ่ให้กับร็อบบ์ “ขอบคุณมากสำหรับของขวัญ ฉันจะจดจำความกรุณานี้ไว้อย่างดี”
หลังจากพูดจบ เธอก็เหลือบมองร็อบบ์ด้วยสายตาแฝงนัยบางอย่าง “ถ้าเป็ไปได้ ฉันหวังว่าคุณจะไปผจญภัยกับเราด้วย”
ร็อบบ์ได้ยินแล้วก็ตอบออกไปด้วยสีหน้าผ่อนคลาย “โทษที ฉันแค่อยากอยู่เงียบ ๆ... แค่ก! หมายถึงฉันแค่เหนื่อยกับการช่วยคนอื่นทำภารกิจให้เสร็จน่ะ ตอนนี้แค่อยากใช้ชีวิตชิลล์ ๆ”
[1] เรนเจอร์ (Ranger) เป็อีกคลาสหนึ่งของนักธนู มีความเชี่ยวชาญในการต่อสู้ด้วยธนูและอาวุธระยะไกลอื่น ๆ รวมไปถึงการตรวจจับหรือวางกับดัก
[2] มานา หรือ Mana point (MP) คือค่าพลังในการร่ายเวทมนตร์หรือใช้ทักษะ