คืนวันนั้นคุณแม่ก็โทรคุยกับคุณพ่อเื่ที่พิมพ์ลดาจะไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษ คุณพ่อเห็นด้วยและอาสาจะพาพิมพ์ไปสมัครเรียนเอง คุณพ่อดีใจมากที่พิมพ์ยอมไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ เพราะมันจะทำให้อนาคตของพิมพ์มีทางเลือกที่มากขึ้น
เช้าวันรุ่งขึ้น คุณแม่พาพิมพ์ลดาไปทำเอกสารการเดินทาง จากนั้นก็พาไปซื้อเสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้ที่คิดว่าจำเป็ต้องใช้เมื่อไปอยู่ที่ต่างประเทศ คุณแม่ซื้อชุดเครื่องเพชรแบบน่ารักใส่ติดตัวได้ให้พิมพ์ลดาหนึ่งชุด เป็ของขวัญที่สอบผ่านใบรับรองการเรียนต่อที่ต่างประเทศ ในชุดเครื่องเพชรก็มี ต่างหูเป็แบบเพชรเม็ดเดียวมีก้านเสียบ สร้อยคอก็เป็สร้อยทองคำขาวมีเพชรเป็รูปหยดน้ำเป็จี้ แต่สร้อยข้อมือสวยมากเพราะเป็เพชรเม็ดเล็กๆ เรียงต่อเหมือนขบวนรถไฟมีสองแถว ดูไม่ใหญ่ไม่เล็กจนเกินไป แหวนก็เข้าชุดกันเลยตัวเรือนเป็ทองคำขาวหัวแหวนเป็เพชรเม็ดใหญ่ตรงกลางมีเพชรเม็ดเล็กล้อมรอบ ดูเหมาะสมกับวัยสิบหกของพิมพ์ลดา
“ขอบคุณคุณแม่มากนะคะ พิมพ์ชอบมากค่ะ” พิมพ์ลดา
พิมพ์ลดากอดคุณแม่หอมแก้มหนึ่งที
“พิมพ์จะเก็บเอาไว้ใส่ออกงานค่ะ” พิมพ์ลดา
“คุณแม่ว่าไม่เหมาะจะใส่ออกงานนะคะ มันเล็กไป เหมาะกับใส่เล่นมากกว่าค่ะ” คุณศิรินภา
“โธ่ คุณแม่ขา ใส่เล่นพิมพ์ก็มีทั้งสร้อยทอง แหวนทอง กำไลทองที่คุณแม่ให้มาตั้งเยอะ นั่นแหละค่ะพิมพ์เอาไว้ใส่เล่น” พิมพ์ลดา
“ตามใจเราก็แล้วกัน แต่ถ้าออกงานกับคุณพ่อห้ามใส่เด็ดขาดนะคะ มันจะดูไร้รสนิยม จะเสียเกียรติ เสียหน้าคุณพ่อได้ เข้าใจที่คุณแม่พูดใช่ไหมคะ” คุณศิรินภา
“พิมพ์เข้าใจค่ะ คุณแม่สบายใจได้ค่ะ พิมพ์ไม่ทำให้คุณพ่อ คุณแม่เสียหน้าแน่นอนค่ะ” พิมพ์ลดา
“ของทุกอย่างก็เตรียมครบหมดแล้ว คุณแม่จองตั๋วให้น้องพิมพ์บินไปพร้อมกับคุณแม่เลยนะคะ คุณแม่ไม่อยากให้น้องพิมพ์นั่งคนเดียว คุณแม่เลยเปลี่ยนตั๋วจาก Business class เป็ First class เราจะได้นั่งด้วยกัน อีกอย่างน้องพิมพ์จะได้ไม่เบื่อเวลานั่งอยู่บนเครื่องนานๆ ด้วย เพราะมีกิจกรรมให้ทำได้หลายอย่างค่ะ” คุณศิรินภา
“คุณแม่น่ารักที่สุดเลยค่ะ” พิมพ์ลดากอดคุณแม่หอมแก้มข้างละหนึ่งที
“คุณแม่ขา คุณแม่จองตั๋วเผื่อคุณแก้วรึเปล่าคะ” พิมพ์ลดา
“จองสิคะ ยังไงคุณแก้วก็ต้องไปดูแลน้องพิมพ์ เพราะคุณพ่อกับคุณแม่ออกงานบ่อยมาก ไม่ค่อยมีเวลาอยู่บ้านหรอกค่ะ น้องพิมพ์จะได้มีคุณแก้วอยู่เป็เพื่อน” คุณศิรินภา
“พิมพ์ขอบคุณนะคะที่คุณแม่คิดเผื่อพิมพ์เสมอเลย พิมพ์รักคุณแม่นะคะ” พิมพ์ลดากอดคุณแม่
คุณแม่ลูบศีรษะพิมพ์ลดา “เผลอแป๊บเดียวจะโตเป็สาวแล้วนะเนี่ย เมื่อก่อนยังร้องงอแงอ้อนคุณแม่อยู่เลย ตอนนี้จะโตเป็สาวสวยซะแล้ว” คุณศิรินภาแซวพิมพ์ลดา
ห้าวันต่อมา
“น้องพิมพ์เสร็จรึยังคะลูก ถ้าไม่รีบเดี๋ยวจะตกเครื่องนะคะ” คุณศิรินภา
“มาแล้วค่ะ มาแล้ว พิมพ์ตื่นเต้นไปหน่อยค่ะ เมื่อคืนนอนไม่ค่อยหลับ เช้านี้เลยตื่นสายไปหน่อย ขอโทษนะคะคุณแม่ พิมพ์จะไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้เป็ครั้งที่สอง พิมพ์รับรองค่ะ” พิมพ์ลดา
“ไปกันดีกว่าจ้ะ เดี๋ยวสายแล้วรถจะติด จะไปไม่ทันขึ้นเครื่อง” คุณศิรินภา
ใช้เวลาเพียงชั่วโมงกว่าๆ ก็มาถึงสนามบิน
“ยังเหลือเวลาอีกตั้งหลายชั่วโมงค่ะ แบบนี้คุณแม่ไม่ต้องรีบแล้วใช่ไหมคะ” พิมพ์ลดา
“พิมพ์ขอเดินไปดูร้านหนังสือตรงนั้นสักครู่นะคะ พิมพ์จะรีบกลับมาค่ะ” พิมพ์ลดา
ในร้านหนังสือพิมพ์ลดากำลังยืนเลือกหนังสืออยู่ เผลอก้าวถอยหลัง ทำให้ชนกับคนที่กำลังเดินผ่าน
“ขอโทษค่ะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ค่ะ” พิมพ์ลดาพูดแต่ไม่ได้มองหน้าคนโดนชน ตามัวแต่อ่านหนังสืออยู่คนโดนชนดึงหนังสือออกจากมือของพิมพ์ลดา ทำให้พิมพ์ลดามองหน้าเขาอย่างไม่ค่อยพอใจ แต่เธอก็ต้องใอีกครั้ง นี่นายภูวดลนี่ สมัยอยู่มหาลัยนายคนนี้เคยเป็คนที่มาสารภาพรักกับพิมพ์ลดาเมื่อชาติก่อน แต่พิมพ์ลดาปฏิเสธเขาแล้วไปเลือกปรีชาแทน ถ้าชาติที่แล้วเธอเลือกเขาจะเป็ยังไงนะ
“ขอโทษค่ะ ฉันขอโทษจริงๆ ค่ะ คืนหนังสือให้ฉันได้ไหมคะ” พิมพ์ลดายิ้มแบบที่คิดว่าน่ารักเอียงคอนิดๆ
“ผมก็แค่้าให้คุณขอโทษอย่างจริงใจเท่านั้น ไม่ใช่ขอโทษอย่างขอไปที” ภูวดล
“ฉันขอโทษค่ะ แบบนี้คุณพอใจหรือยังคะ จริงใจพอรึยังคะ” พิมพ์ลดา
“คราวหน้าอย่าทำแบบนี้อีกนะครับ คุณยืนเลือกหนังสือไม่ได้สนใจคนที่เดินผ่านไปมา มันอันตรายรู้ไหมครับ” ภูวดล
“ฉันขอโทษค่ะ ฉันขอตัวก่อนละกันนะคะ” พิมพ์ลดา
พิมพ์ลดาแสดงสีหน้าไม่พอใจที่เขาไม่คืนหนังสือให้เธอ เธอไม่สนใจเขาอีกแล้วเดินออกจากร้านทันที
แต่งตอนนี้แล้วอยากขอยืมทองของพิมพ์สักบาทสองบาท เห็นว่ามีเยอะ เอาไว้ใส่เล่น เอามาแบ่งเราบ้างก็ได้ 55555
ถ้าชอบนิยายเื่นี้ช่วยกันกดแชร์หน่อยนะจ๊ะ ชวนเพื่อนมาอ่านด้วยกัน
อ่านแล้วรู้สึกยับไงคอมเม้นท์บอกกันบ้างนะจ๊ะ ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ และกดหัวใจเพื่อเป็กำลังใจให้กันนะคะ
ยินดีรับฟังทุกคำวิจารณ์นะคะ ขอแค่กรุณาอย่าคอมเม้นท์หยาบคาย ขอบคุณค่ะ