ณ คฤหาสน์ครอบครัวจ้าวในเมืองหลวง
วันนี้ซูหนิงจิงไปรับลูกสาวกลับจากโรงเรียนในตอนเย็น เมื่อกลับมาถึงบ้านเธอกลับพบว่าสามีพาผู้หญิงสวยคนหนึ่งพร้อมกับเด็กชายหญิงอีกสองคนนั่งรอเธอกับลูกอยู่ที่ห้องรับแขก ซูหนิงจิงบอกให้ลูกขึ้นไปรอที่ห้องก่อน
“แม่คะ หนูจะอยู่กับแม่”
“แม่ไม่เป็ไรลูก ลูกขึ้นไปรอแม่อยู่ในห้องดี ๆ ก่อน แล้วเดี๋ยวแม่จะเล่าให้ฟังทีหลัง”
“ก็ได้ค่ะ แม่ดูแลตัวเองด้วยนะคะ”
“แม่รู้จ๊ะลูก ไม่ต้องเป็ห่วงแม่ รีบไปเถอะ”
จ้าวหนิงเซียวได้แต่หันมองแม่ของเธอระหว่างที่เดินกลับขึ้นไปยังห้องของตนเองที่อยู่บนชั้นสองของบ้านด้วยความเป็ห่วง เธอไม่ใช่เด็กที่ไม่รู้ความ สิ่งที่เธอเห็นก่อนหน้านี้เธอพอจะเดาได้ว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวของเธอ
ซูหนิงจิงเดินไปนั่งที่เก้าอีกอีกตัวที่ว่างอยู่ เธอมองสามีด้วยสายตาเ็า ก่อนที่เขาจะเอ่ยปากพูดในสิ่งที่เธอไม่คิดมาก่อนว่าจะได้ยินจากคนที่เป็สามีและคนที่ช่วยกันสร้างบริษัทขึ้นมาจนมีฐานะร่ำรวยอยู่ในทุกวันนี้
“นี่หลิวอ้ายโหรวภรรยาอีกคนของผม ส่วนเด็กสองคนนั้นก็เป็ลูกของผมเช่นกัน บ้านหลังนี้ไม่ใช่เล็ก ๆ ผมอยากให้เธอกับลูกเข้ามาอยู่ที่นี่ด้วย คุณคิดว่ายังไง”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า จ้าวไห่ถัง ฉันไม่เคยคิดมาก่อนว่าคุณจะกล้าหักหลังฉันมานานถึงขนาดนี้ คุณฟังฉันให้ดี ๆ ถ้าคุณ้าสามคนนี้ให้เข้ามาอยู่ในบ้าน คุณจะต้องหย่ากับฉันก่อน ส่วนเื่หุ้นในบริษัท ฉันจะยังถือครองในส่วนของฉันเหมือนเดิม แต่จะไม่เข้าไปบริหาร หลังจากหย่าเสร็จแล้ว คุณต้องให้เงินสดฉันกับลูกไปตั้งตัวสิบล้าน นี่เป็ทางเลือกเดียวที่ฉันจะให้คุณกับคนของคุณ” ซูหนิงจิงไม่แม้แต่จะเสียน้ำตาให้กับคนอย่างจ้าวไห่ถังที่เธอพอจะรู้เื่มาสักพักแล้ว
จ้าวไห่ถังได้แต่ขมวดคิ้วอย่างยุ่งยากใจ ความจริงเขาอยากขอซื้อหุ้นคืนจากซูหนิงจิง แต่ในเมื่อเธอ้าถือหุ้นเอาไว้แต่ไม่เข้าไปบริหารร่วมกับเขาเหมือนเมื่อก่อน เขาจึงไม่อาจทำสิ่งใดได้ หากเขา้าให้หลิวอ้ายโหรวกับลูก ๆ เข้ามาอยู่ด้วยกัน เขาจำเป็ที่จะต้องแลกเปลี่ยนตามที่ซูหนิงจิงร้องขอ อย่างไรซูหนิงจิงก็ไม่มีลูกชายให้เขาอยู่แล้ว จ้าวไห่ถังจึงยอมตกลงแต่โดยดี
“ได้ ถ้าอย่างนั้นเราก็ไปหย่ากันพรุ่งนี้ ผมจะโอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัวของคุณสิบล้านตามที่คุณขอ หลังจากนั้นผมจะให้อ้ายโหรวกับลูกเข้ามาอยู่ในบ้านนี้แทน”
“ตกลง สิ่งของส่วนตัวของฉันที่อยู่ในบ้านนี้ ฉันจะให้บริษัทขนส่งมาขนไปวันพรุ่งนี้ รอให้ฉันกับลูกออกจากบ้านหลังนี้ก่อน คุณค่อยพาคนของคุณเข้ามาก็แล้วกัน”
“ตกลง ถ้าอย่างนั้นผมจะพาพวกเขากลับไปก่อน คืนนี้ผมจะอยู่กับพวกเขาที่บ้านอีกหลังก็แล้วกัน คุณก็อยู่ที่นี่จนกว่าเื่หย่ากับเื่ขนของของคุณเสร็จแล้วค่อยบอกผมก็แล้วกัน”
“เชิญ ฉันขอตัวไปดูลูกก่อน พรุ่งนี้เก้าโมงเช้าเจอกันที่เขต”
“ได้ เจอกันที่เขตพรุ่งนี้”
ซูหนิงจิงไม่สนใจว่าจ้าวไห่ถังจะพาพวกเขาไปอยู่ที่ไหนจนกว่าที่เธอจะขนของออกจากบ้านหลังนี้ที่เป็น้ำพักน้ำแรงของเธอกับเขาที่สร้างร่วมกันมา ซูหนิงจิงใช่ว่าจะไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงมาตลอดหลายปีของสามี เพียงแต่เธอไม่อยากทะเลาะกับเขาจนทำให้ลูกไม่สบายใจเท่านั้นเอง ก่อนที่จะขึ้นไปที่ห้องของจ้าวหนิงเซียว เธอก็ต่อสายหาเพื่อนสนิทที่ทำงานเป็เลขาให้กับเธอมาตลอดสิบปี
[ เหลียงฟาง พรุ่งนี้ฉันจะไปหย่ากับจ้าวไห่ถัง หลังจากนี้ฉันจะไม่เข้าไปบริหารบริษัทอีก คุณช่วยดูแลบริษัทระหว่างที่ฉันไม่อยู่ด้วยก็แล้วกัน เพราะหุ้นของฉันในบริษัทยังคงถือครองอยู่ 45% เหมือนเดิม ]
[ แล้วหลังจากนี้คุณกับลูกจะไปอยู่ที่ไหนหนิงจิง คุณอย่าทำให้ผมเป็ห่วงสิ ]
[ ฉันจะพาลูกกลับไปอยู่ที่ก้านโจว คุณไม่ต้องเป็ห่วงฉันกับลูกมากนักหรอก คุณก็รู้ดีว่าฉันต้องแข็งแกร่งเพื่อลูก ]
[ เฮ้อ ผมเสียใจเื่ครอบครัวของคุณด้วยนะหนิงจิง ผมสัญญาว่าจะดูแลบริษัทแทนคุณให้ดี เพื่อที่คุณจะยังได้เงินปันผลทุกปีจนกว่าวันที่คุณพร้อมจะกลับมา ]
[ ขอบคุณมากนะเหลียงฟาง คุณเป็เพื่อนที่ฉันเชื่อใจที่สุดแล้วในเมืองหลวง ]
[ ไม่เป็ไร ผมทำทุกอย่างได้เพื่อคุณหนิงจิง ถ้ามีอะไรให้ผมช่วยก็บอกมาได้เลย ]
[ ไม่มีแล้วล่ะ ฉันขอตัวไปคุยกับลูกก่อนนะ ถ้าฉันออกจากเมืองหลวงเมื่อไหร่ ฉันจะโทรบอกคุณก็แล้วกัน ]
[ ตกลง งั้นคุณไปคุยกับหลานเถอะ ขอให้ทุกอย่างราบรื่นนะหนิงจิง ]
[ ขอบคุณมาก แค่นี้นะ ]
หลังจากวางสายแล้ว ซูหนิงจิงนั่งคิดอยู่สักพักว่าเธอจะเล่าเื่ต่าง ๆ ให้ลูกฟังอย่างไรดี ด้วยเธอไม่อยากให้ลูกเกลียดพ่อของตัวเอง แต่ในเมื่อจ้าวไห่ถังพาพวกเขามาให้ลูกเห็นแบบนี้แล้ว เธอก็คงได้แต่ต้องบอกความจริงและปรึกษาเื่การย้ายโรงเรียนของลูกสาวเธอที่จะต้องย้ายไปอยู่ที่ก้านโจวบ้านเกิดเธอ
เมื่อตัดสินใจได้แล้วว่าจะคุยอะไรกับลูกสาว ซูหนิงจิงไปที่ห้องของจ้าวหนิงเซียวทันที
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“หนูไม่ได้ล็อกประตูค่ะ”
“งั้นแม่เข้าไปเลยนะลูก”
แอ๊ด…
“แม่มีอะไรก็พูดกับหนูได้นะคะ หนูโตแล้วไม่ต้องกังวลว่าหนูจะคิดมาก” จ้าวหนิงเซียวยิ้มให้กำลังใจแม่ของตัวเอง
“เฮ้อ แม่รักลูกนะหนิงเซียว เพียงแต่ว่าแม่กับพ่อไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้แล้ว ลูกอยากอยู่กับพ่อหรือเปล่า หลังจากแม่หย่ากับพ่อของลูกในวันพรุ่งนี้ แม่จะได้วางแผนการเรียนเอาไว้ให้ลูกก่อนออกจากที่นี่”
“หนูจะอยู่กับแม่ค่ะ พ่อไม่เคยดูแลหนูมาั้แ่เด็กแล้ว แม่ก็รู้ แล้วแม่คิดว่าหนูจะอยู่กับพ่อได้ยังไงล่ะคะ”
“ถ้าอย่างนั้นหากแม่ให้ลูกเปลี่ยนนามสกุลมาใช้แซ่ของแม่ล่ะ ลูกเต็มใจไหม”
“แน่นอนว่าหนูเต็มใจค่ะแม่ ไม่ว่าแม่จะให้ทำอะไรหรืออยู่ที่ไหน หนูจะอยู่กับแม่เสมอนะคะ หนูรู้ว่าแม่เองก็เสียใจ เพียงแต่แม่ต้องเข้มแข็งเพื่อหนูเท่านั้นเอง ถ้าแม่อยากจะร้องไห้หรือระบายออกมาบ้าง หนูก็จะคอยกอดเป็กำลังใจให้แม่นะคะ”
จ้าวหนิงเซียวเข้าไปกอดซูหนิงจิงอย่างที่เธอว่าเพื่อรอคอยว่าแม่ของเธอจะมีความรู้สึกเสียใจออกมาบ้างหรือไม่ เธอรู้ดีว่าเื่นี้ไม่ใช่เื่เล็กน้อย เธอเลยอยากจะให้แม่ของเธอระบายความเศร้าออกมาบ้าง
ซูหนิงจิงที่ได้ยินลูกบอกออกมาแถมยังเข้ามากอดให้กำลังใจเธอ ซูหนิงจิงก็อดไม่ได้ที่จะน้ำตาไหลออกมา เธอกลั้นเสียงสะอื้นเอาไว้แล้วลูบหัวลูกสาวคนเดียวของเธอที่คอยเป็กำลังใจมาให้เธอตลอดั้แ่ลูกสาวเริ่มรู้ความ หลายปีมานี้ จ้าวไห่ถังไม่ค่อยกลับบ้าน แต่ลูกสาวเธอก็ไม่เคยถามถึงพ่อเลยแม้แต่ครั้งเดียว ยิ่งทำให้เธออดสงสารลูกสาวไม่ได้ หลังจากสงบสติอารมณ์ได้แล้ว ซูหนิงจิงจึงบอกเล่าเื่ในอนาคตให้กับลูกสาวได้รับฟัง
“หนิงเซียว พรุ่งนี้ลูกไปที่เขตกับแม่เลยนะ หลังหย่าแล้วแม่จะได้พาลูกเปลี่ยนแซ่ให้เรียบร้อยก่อนที่จะไปทำเื่ลาออกที่โรงเรียนของลูก จากนั้นแม่จะพาลูกกลับมาเก็บของที่บ้านให้หมดแล้วขนไปที่เมืองก้านโจว แม่อยากเปิดร้านอาหารมานานแล้ว ถ้าเราได้ทำเลดี ๆ เราก็จะได้มีรายได้บ้าง ส่วนเื่โรงเรียนที่ก้านโจวก็ไม่น่าจะมีปัญหา แม่จะขอให้ทางโรงเรียนเขียนใบรับรองให้ลูกไปยื่นที่โรงเรียนใหม่ ลูกคิดว่ายังไงถ้าจะต้องย้ายไปที่เมืองอื่นกับแม่”
“หนูยินดีตามแม่ไปทุกที่ค่ะ ขอแค่มีแม่อยู่ หนูอยู่ที่ไหนก็ได้ทั้งนั้น แม่ก็รู้นี่คะว่าลูกแม่เก่งแค่ไหน ฮิ ฮิ”
จ้าวหนิงเซียวอยากให้แม่หายเศร้า เธอจึงพูดติดตลกเพื่อให้ซูหนิงจิงยิ้มออกมาได้บ้าง
“แน่นอนว่าลูกสาวของแม่เก่งมาก เอาล่ะ เดี๋ยวแม่จะลงไปดูว่าอาหารพร้อมหรือยัง ลูกค่อยตามลงไปทีหลังก็แล้วกันนะ”
“ได้ค่ะแม่”
ซูหนิงจิงลูบหัวลูกสาวอย่างแสนรักก่อนจะลุกออกจากห้องของลูกสาวไปล้างหน้าล้างตาและไปดูว่าแม่บ้านทำอาหารเรียบร้อยหรือยัง