ชายผู้ได้รับาเ็เริ่มปลุกสหายทีละคน เสียงร้องเ็ปและคำบ่นพึมพำดังขึ้นในห้องเล็กๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นราวกับเป็ความฝันตื่นหนึ่งก็ไม่ปาน แม้จะได้ยินคำพูดคร่าวๆ จากผู้ปลุก แต่ทุกคนต่างจ้องมองไปยังสองร่างตรงหน้าด้วยความระวัง โดยเฉพาะชายหนุ่มผมขาวที่ยืนนิ่งอ้าปากหาวอย่างไร้กังวล
“ถอดผ้าคลุมใบหน้าออก แล้วบอกชื่อพวกท่านแต่ละคนมา” ดร๊อกป้ากล่าวด้วยน้ำอ่อนลง
ในฐานะผู้ที่เป็ต้นเหตุของเื่ราว พ่อของเด็กกล่าวก่อน
“ข้าชื่อฮาซัน”
เมื่อมีคนเริ่ม คนอื่นๆ ก็เริ่มทยอยกล่าว
“ข้าตวน” ชายที่วิ่งหลบหนีคนสุดท้าย
“ข้าลากู” ชายที่ถูกท่ามัจฉาคาฟาดหางกล่าวพลางกุมท้องอย่างเ็ป
“ข้า..โอบง” ชายที่ถูกอาโปต่อยเป็คนที่สอง มันเป็ชายที่ดูอ่อนวัยที่สุด
ส่วนคนสุดท้าย มันไม่กล่าว กอดอกมองทุกคนอย่างดื้อรั้น สีหน้าบึ้งตึง
มันเป็ชายที่บุกมาคนแรก
“เขาชื่ออัสมะ” ฮาซันกล่าวอย่างกระอักกะอ่วม
อัสมะจ้องมองฮาซันเขม็ง ก่อนจะะโด้วยความหงุดหงิด
“ฮาซัน เ้าบอกพวกมันทำไม!”
“พี่อัสมะ พวกเขาตัดสินใจที่จะมอบยาให้กับพวกเราแล้ว”
“งั้นก็เอามาซะสิ พวกเราจะเป็คนเอาไปให้นางเอง” อัสมะกล่าว
คำพูดนั้นทำให้ดร๊อกป้าที่ยืนฟังหรี่ตา ก่อนจะเอ่ยแทรกอย่างราบเรียบ “ก่อนที่จะข้าให้ยานั้น ข้าอยากเห็นเด็กคนนั้นก่อน”
อัสมะหัวเราหยัน หันหน้าไปกล่าวกับฮาซัน “เหอะ เห็นไหม อย่างนี้เ้าเชื่อพวกมันรึ ใครจะไปรู้ว่าพวกมันอาจจะปั่นหัวพวกเราเล่นก็ได้”
“พี่! ข้ารู้ว่าท่านรู้สึกไม่พอใจ แต่ซูไลฮาเป็ทุกอย่างของข้า” ฮาซันตะคอกใส่หน้าอัสมะ มันมองหน้าพี่ชายแท้ๆ ของตนเอง
อัสมะมองน้องชาย มันเม้มริมฝีปาก
“ตามใจเ้าละกัน” มันเดินหนีออกไป
“พี่!” ฮาซันะโ
“ไม่ต้องสนใจเขาหรอก เรารีบไปกันเถอะ” ดร๊อกป้าไม่สนใจ เขากล่าว
ฮาซันหันมาพยักหน้าด้วยสีหน้าเหน็ดเหนื่อย
…
ไม่นานนัก ทั้งหมดเดินไปยังบ้านพักฮาซัน
“เข้ามาได้เลย” ฮาซันพูดก่อนจะเปิดประตู
ภายในบ้านมีโต๊ะเก้าอี้เหมือนบ้านพักของพวกเขา แต่สิ่งที่แตกต่างคือมีตุ๊กตาไม้แกะสลักที่วางเรียงรายอย่างประณีตอยู่ทั่วห้อง เมื่อกวาดสายตาไปยังฟูกนอน ก็มีร่างของเด็กสาวคนหนึ่งนอนนิ่งอยู่ ผ้าห่มสีซีดปกคลุมร่างเธอไว้ ใบหน้าซีดขาวราวกับไร้ชีวิต เธอคือซูไลฮา เด็กสาวที่หลับใหลหลังการจมน้ำ
ฮาซันเดินเข้าไปนั่งข้างเด็กสาว มันวางมือเบาๆ บนหน้าผากของเธอ ก่อนจะลูบด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใย” นี่คือลูกสาวของข้า ซูไลฮา ตอนนี้เ้าคงเชื่อข้าแล้วสินะ” มันหันมามองดร็อกป้า
ดร๊อกป้าย่อมไม่มีเหตุผลให้รีรอ เขารีบเอื้อมมือไปหยิบขวดในเสื้อ ก่อนจะยื่นให้ฮาซัน
“ในนั้นมียาอยู่สามเม็ด ข้าไม่รู้ว่ามันจะช่วยเหลือนางได้ไหม ท่านควรผสมน้ำให้นางกินวันละหนึ่งเม็ด”
ฮาซันรับขวดมาด้วยมือที่สั่นเทา ตาทั้งสองข้างเอ่อไปด้วยน้ำตา มันมองไปที่ขวดยาด้วยความหวังและความกังวล สิ่งนี้อาจเป็ความหวังครั้งสุดท้ายของมันแล้ว “ขอบคุณท่านมาก ขอบคุณมากจริงๆ”
หลังจากนั้นเขานำยามาบดผสมน้ำในถ้วยเล็ก แล้วป้อนยาให้เด็กสาวตัวน้อยอย่างเบามือ
ฮาซันป้อนยาให้ลูกสาวทีละหยด ปล่อยให้ยาน้ำไหลลงคออย่างช้าอย่างโยนที่สุดเท่าที่จะเป็ได้
“ซูไลฮา ลูกต้องฟื้นขึ้นมานะ”
หลังจากป้อนยาเสร็จ ฮาซันหันมากล่าวกับดร๊อกป้า
“ข้าขอบคุณท่านมากๆ จริง ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็ยังไง บุญคุณนี้ข้าจะไม่มีวันลืม”
“ไม่เป็ไร ยานั้นมันไม่ได้สำคัญกับข้าขนาดนั้นอยู่แล้ว” ดร๊อกป้ากล่าว
“ท่านไม่จำเป็ต้องโกหก ความจริงที่แขนซ้ายท่านาเ็ข้ารู้ดีอยู่แล้ว” ฮาซันกล่าว
ดร๊อกป้านิ่งงัน ในใจเกิดความสงสัยขึ้น แขนซ้ายของเขาถ้าดูจากภายนอกก็เห็นเพียงแขนธรรมดาที่พันผ้าพันแผลไว้เท่านั้น เพราะงั้นจึงยากที่จะดูออกว่าแขนข้างนี้าเ็ พอนึกย้อนดูแล้ว เื่ที่ท่านหญิงให้ยาเขาไม่น่าจะรู้กันทั่วขนาดนี้ คนที่รู้มีแค่หัวหน้าเหลียง บัลคา และอาโปเท่านั้น
อาโปตัดทิ้งไปได้เลย หัวหน้าเหลียงเท่าที่เขารู้ วันๆ ก็เอาแต่อยู่ที่บ้าน เพราะงั้นเหลือเพียงแต่…บัลคา
เมื่อจับต้นชนปลายมาถึงตรงนี้ คำถามของบัลคา “ยาของเ้าเหลืออยู่ใช่ไหม” ใน่ตอนเย็นก็ผุดขึ้นมาในความคิดของดร๊อกป้า
เขาเงยหน้าขึ้น มองไปยังสีหน้าของคนพวกนี้ที่กำลังมองเขาอยากซาบซึ้ง เลยไม่อยากทำลายบรรยากาศ
“งั้นพวกข้าไปก่อนละ” เขากล่าว
“พวกข้าทุกคนขอบคุณท่านมาก” ชายฉกรรจ์อีกสามคนที่เหลือต่างก้มหัวขอบคุณพวกเขาตามหลังพวกเขา
“ถ้าซูไลฮาฟื้น อย่าลืมมาบอกข้าด้วย” ดร๊อกป้ากล่าวด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะปิดประตูลง
เมื่อออกจากบ้านของฮาซัน ดร๊อกป้าและอาโปเดินกลับไปยังเส้นทางที่พวกเขาจากมา แต่ละย่างก้าวสับเปลี่ยนไปมาอย่างเชื่องช้า มีเพียงแสงจากดวงจันทร์ที่ส่องนำทางพวกเขา
ขณะที่เดินออกไปไม่ไกล ก็มีเสียงหนึ่งะโตามหลังขัดจังหวะพวกเขา
“เดี๋ยวก่อน อย่าพึ่งไปไหน!”
พวกเขาหยุดชะงักฝีเท้า หันหลังกลับไปก็พบว่าเป็พี่ชายเ้าอารมณ์ของฮาซัน อัสมะ มันรีบเดินมาพร้อมกับถือมีดเล่มหนึ่งด้วยท่าทางจริงจัง
“มีอะไรรึ เ้าอยากจะต่อสู้อีกรอบงั้นเหรอ” ดร๊อกป้ากล่าวพลางมองไปยังอัสมะอย่างเ็า ส่วนอาโปก็เดินมาอยู่ด้านหน้าเขาแล้ว
อัสมะนิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่ง สีหน้ามันแสดงความซับซ้อน ก่อนจะก้มหัวต่ำ
“ข้าขอโทษพวกเ้าด้วยสำหรับเื่ทุกอย่าง คนที่เป็คนต้นคิดแผนการทั้งหมดคือข้าเอง ถ้าพวกเ้าจะโกรธใครก็มาลงที่ข้าเถอะ”
คำพูดของอัสมะทำให้ดร๊อกป้าประหลาดใจ เขามองภาพของชายที่ก้มหัวจนไม่เหลือท่าทางเดิม
“ข้าไม่ได้โกรธพวกท่านหรอก ถึงพวกข้าจะโดนบุกรุก แต่คนเจ็บก็เป็แค่พวกท่านฝ่ายเดียว ใช่ไหมอาโป?” ดร๊อกป้าหันไปทางชายหนุ่มผมขาว
อาโปพยักหน้า
ใบหน้าที่แข็งกระด้างของอัสมะปรากฏรอยยิ้มขึ้น มันกล่าว
“พวกเ้าเป็คนดีจริงๆ”
จากนั้นมันก็นำมีดแทงเข้าไปที่มือซ้ายของตนเองอย่างฉับพลัน
“ฉึก!”
“นี่ท่านทำบ้าอะไร!” ดร๊อกป้าตกตะลึง
อัสมะกัดฟันแน่น สีหน้าแสดงความเ็ป แต่เขากล่าวด้วยเสียงหนักแน่น
“นี่คือความจริงใจของข้า”
ดร๊อกป้าขมวดคิ้วแน่น เขาส่ายหน้าและเดินตรงไปหาอัสมะ คว้ามืออีกฝ่ายไว้แน่น “ท่านไม่จำเป็ต้องมาทำอะไรบ้าบอแบบนี้”
อัสมะมองดร๊อกป้าแล้วหัวเราะ “แบบนี้นะดีแล้ว”
ดร๊อกป้าถอนหายใจกล่าว “ไป ข้าจะพาท่านไปรักษา”
“ไม่เป็ไร เดี๋ยวข้าจัดการเอง” อัสมะถอนมือออกจากดร๊อกป้า มันก้มหัวให้พวกเขาและเดินจากไป ตลอดทุกย่างก้าวเืจะไหลออกเป็ทาง
ดร๊อกป้ามองไปยังแผนหลังของอัสมะ
” ช่างเป็คนที่ทำตามใจตัวเองจริงๆ” ดร๊อกป้ากล่าว
“ทำไมละ” อาโปถาม
“ตอนแรกที่เขาทำท่าทางไม่ยอมพวกเรา ก็คงเพราะไม่ไว้ใจเราจริงๆ แม้จะเดินหนีออกไปก่อน แต่ดูจากมีดเล่มนั้น คงคอยติดตามดูแลอยู่ห่างๆ สุดท้ายแล้วเมื่อเห็นว่าพวกเราช่วยจริงๆ เขาก็มาก้มหัวขอโทษแบกรับความผิดแทนคนอื่น ไม่แปลกใจเลยที่ในกลุ่มนั้นจะปฏิบัติกับเขาด้วยความเคารพ”
อาโปไม่ตอบ จมไปกับความคิดของตัวเอง
เมื่อทั้งสองกลับมาถึงที่พัก ดร๊อกป้าทิ้งตัวลงบนฟูกอย่างอ่อนล้า เขาไม่พูดอะไรอีก มองเพดานที่มืดมิดด้วยสายตาครุ่นคิด ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในคืนนี้ล้วนเต็มไปด้วยเื่ราวมากมาย
แม้อัสมะจะบอกว่าเป็คนวางแผนทั้งหมด แต่เื่ที่ได้รับข่าวมาจากใครก็ยังไม่เฉลย พรุ่งนี้เขาตัดสินใจจะไปหาบัลคา เพราะคำพูดนั้นราวกับตั้งใจพูด ไม่มีเจตนาปกปิดเลยแม้แต่น้อย
หลังจากนั้น ก่อนที่เขาจะหลับไปอีกครั้ง
ดร๊อกป้าภาวนาให้เด็กสาวฟื้นคืนสติ
เธอจะเป็เด็กสาวที่แข็งแรง กินเก่ง และมีความสุข
เมื่อเติบใหญ่ เธอจะกลายเป็เป็หญิงสาวรูปงามที่ผู้ชายต่างตกหลุมรัก
ในอนาคตฮาซันจะพยายามอย่างน่าเศร้าเมื่อคิดถึงหนทางที่จะป้องกันลูกสาวของเขาจากหมาป่าหิวโหย
มันจะเป็เื่ราวน่าเศร้าที่มีความสุข
สติของดร๊อกป้าจมเข้าสู่นิทรา จากนั้นเขาพึมพำอย่างแ่เบา
“เตจา…”
บางทีคำภาวนานั้นอาจรวมถึงน้องสาวเขาด้วย
ชายหนุ่มผมขาวลืมตา และสังเกตสีหน้าของดร๊อกป้าที่กำลังมีน้ำตาไหลริน
หลังจากอยู่รวมกันมาตลอดหนึ่งสัปดาห์ เกือบทุกวันมักจะเกิดเื่แบบนี้ขึ้น
เขาเคยสงสัยถึงเหตุผลนั้น แต่ในคืนนี้ เขาเริ่มพอที่จะเข้าใจเหตุผลนั้นแล้ว…