ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาผู้คนต่างหลั่งไหลเข้ามาเพื่อชมการแสดงของสุนัขแสนรู้ตัวนี้และขณะที่เขาชูมือขึ้นในท่ามกลางเสียงแตรที่สนั่นหวั่นไหวเสียงปรบมือที่อื้ออึงอยู่นั้นแจ๊คเกือบจะมองเห็นภาพตัวเองที่ยังคงยืนอยู่บนเวทีเช่นนี้ตลอดไป
แต่ว่านี้เป็สิ่งไร้สาระที่สุดในชีวิตถึงแม้เขาจะไม่ใช่คนร่อนเร่พเนจร แต่กิเดียน มิดไนท์ ก็จะไม่มีวันยอมให้ “รัฟแจ๊คสัน” ร่วมอยู่ในคณะอีกต่อไปซึ่งเหตุผลสําหรับเื่นี้มีอยู่เพียงประการเดียวคือ มิดไนท์เกรงว่าเสน่ห์ของเขาจะผูกพันจิตใจและทําให้แอมเบอร์หลงใหลและประการที่สําคัญไปกว่านั้นที่เขาไม่อาจลืมได้ก็คือเวลานี้เท่ากับเขาได้แย่งชิงความเป็ดาวเด่นของมิดไนท์มาโดยสิ้นเชิง
และขณะที่เขาจับตามองการแสดงของมิดไนท์อยู่นั้นเขาก็ต้องยอมรับว่าเ้าของคณะมีความเป็นักแม่นปืนอย่างพอตัวทีเดียว
“การแสดงในอันดับต่อไป...” เสียงโฆษกประกาศก้องขึ้น“มิสเตอร์กิเดียนมิดไนท์ นักแม่นปืนผู้สามารถยิงได้แม่นยําที่สุดในโลกจะแสดงการยิงปืนของเขาให้ท่านชมบนหลังม้าสีขาวราวน้ำนมที่มีชื่อว่ามิสบล๊านซ์ครับผม”
เสียงปรบมือของผู้ชมดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วขณะเ้าของคณะในชุดสีแดงเจิดจ้าเหวี่ยงร่างขึ้นยืนบนหลังม้าสีขาวปีกหมวกสีขาวที่เขาสวมใส่อยู่ส่ายไหวตามจังหวะการควบของม้าทั้งรอยยิ้มและสีหน้าที่บอกความมั่นใจทําให้ผู้ชมมีความรู้สึกเหมือนกับว่าขณะนี้ทุกคนกําลังได้ชมการแสดงของบุรุษผู้มีชื่อเสียงในตํานาน คือวิลเลียม เอฟ.โคดี้ อย่างแท้จริง แม้แต่แจ๊คเองก็อยากจะเชื่อตามนั้นไปด้วย
“ในอันดับแรกนี้มิสเตอร์มิดไนท์จะแสดงให้ท่านทั้งหลายได้เห็นความสามารถด้วยการยิงปืนสั้นโดยใช้จานกระเบื้องเป็เป้าในตอนแรกนี้เขาจะยิงด้วยการถือปืนในสไตล์อเมริกันยิงออกมาจากใต้ศอกนะครับ”
จานลอยขึ้นไปกลางอากาศกิเดียนยิงร่วงลงโดยไม่ต้องใช้ความพยายามแต่อย่างใด หลังจากนั้นเขาก็ปฏิบัติตามที่โฆษกประกาศเปลี่ยนมาจับปืนยิงแบบอังกฤษ โดยยิงออกมาจากใต้รักแร้ในท่ามกลางเสียงปรบมือและเสียงทรัมเป็ต เขาทิ้งตัวลงนั่งบนหลังมิสบล๊านซ์พร้อมกับนักขี่ม้าอีกคนหนึ่งควบม้าเข้ามาโดยมีตะกร้าใส่ลูกบอลล์ถือมาด้วย
“และตอนนี้มิสเตอร์มิดไนท์จะยิงลูกบอลล์ที่เหวี่ยงขึ้นกลางอากาศด้วยปืนไรเฟิลโดยที่เขาจะควบม้าไปด้วย ซึ่งท่านจะได้ชม ณ บัดนี้...ท่าแรกยิงลูกบอลล์สามลูกที่โยนขึ้นกลางอากาศพร้อมกัน”
กิเดียนยิงลูกบอลล์ทั้งสามลูกอย่างแม่นยําแหวนเพชรเป็ประกายจรัสแสงทุกครั้งที่เหนี่ยวไก
“ยิงลูกบอลล์ที่โยนมาจากข้างหลัง”
ครั้งหนึ่งทนกแม่นบนทาลายเป้าหมายลงได้อย่างฉับไวราวกับมีดวงตาอยู่ข้างหลังโดยไม่จําเป็ต้องให้ความสนใจกับเป้าหมายที่เล็งหรือการควบม้าด้วยความชํานาญแม้แต่น้อย
“ยิงลูกบอลล์ที่โยนไปพร้อมกันทั้งสองข้าง”
“ยิงลูกบอลลหาลูกที่โยนขึ้นพร้อมกัน...”
“พลาดลูกที่หนึ่งแต่ยังถูกลูกที่สองและที่สาม...”
รัฟเฟอรี่ยืนกอดอกเอนหลังพิงกรอบประตูรั้วจับตามองนักแม่นปืนด้วยความรู้สึกชื่นชมในฝีมือไม่ต้องสงสัยว่ากิเดียนยังมิได้ติดต่อเ้าหน้าที่บ้านเมือง เมื่อสัปดาห์ก่อนตอนที่มีการเซ็นสัญญากันบางทีเขาอาจจะคิดว่าตัวเองเป็บัฟฟาโล่ บิลล์ ไปแล้ว แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะต้องยิงถูกเป้าไปเสียหมดตาม้า
อารมณ์ที่พลุ่งพล่านทําให้ภาพตรงหน้าพร่าเลือนลงเมื่อเขาหันกลับมาก็พบว่าแอมเบอร์ได้เคลื่อนตัวเข้ามาหยุดยืนอยู่ใกล้เธอสวมชุดผ้าฝ้ายสีชมพูเป็ชุดตามตํานานของการแสดงกลางแจ้งนอกจากสายตาที่มองไปทางนายจ้างอย่างประเมินในความสามารถอยู่แล้วท่าทางของเธอดูสงบเสงี่ยมเจียมตนและบริสุทธิ์ผุดผ่อง ราวสาวชาวไร่
“เขาแสดงได้ยอดเยี่ยมมากเลยนะ คุณว่าไหม” เธอเอ่ยขึ้นลอย ๆ
“ใช่ ผมก็กลัว ๆอยู่เหมือนกันว่าถ้าเมื่อไหร่เขาเกิดโมโหขึ้นมาแล้วจะเอาผมเป็เป้าแทน” แจ๊คตอบพร้อมเสียงหัวเราะในลําคอทั้งนี้เพราะโดยความเป็จริงแล้ว เขาไม่ได้นึกกลัวผู้ชายที่ชื่อมิดไนท์คนนี้เลยเพียงแต่เขาไม่อยากยุ่งเกี่ยวด้วยโดยเฉพาะเมื่อนักแม่นปืนผู้นั้นได้แสดงออกถึงความเป็เ้าของในตัวแอมเบอร์อย่างชัดเจนแล้วเท่านั้นขณะเดียวกัน โดยส่วนตัวเขาเองแล้วก็ไม่้าให้เธอเข้ามาเกี่ยวข้องกับเขาด้วยดังนั้นเขาจึงมิได้พูดอะไรต่อไปอีกเพียงแต่จับตามองม้าสีขาวตัวนั้นที่กําลังควบวนเป็รอบสุดท้าย
“ทุกอย่างที่เกี่ยวกับตัวเขาล้วนเป็สิ่งจอมปลอมทั้งนั้นแม้แต่ชื่อเขาก็ตั้งขึ้นด้วยความเข้าใจผิด” แอมเบอร์เอ่ยต่อ
รัฟเฟอรี่ซึ่งเมินหน้าไปเสียทางหนึ่งรีบหันกลับมามองเพราะอดแปลกใจกับคําพูดของเธอไม่ได้
“งั้นหรือ”
และแอมเบอร์ก็หัวเราะออกมาอย่างขบขัน
“ใช่ เพราะชื่อจริงของเขาคือมินนิทแต่บังเอิญมีชาวฝรั่งเศสบางคนเห็นเขาเซ็นเช็คแบบนั้นก็เลยคิดว่าเขาเซ็นคําว่า ‘มีนึย’ ที่ในภาษาฝรั่งเศสแปลว่าเที่ยงคืนเขาก็เลยเกิดความคิดว่าควรจะใช้ชื่อนี้เป็ชื่อในการแสดง”
“อ๋อ...จริงๆ แล้วเขาชื่อกิเดียน มินนิทหรอกหรือนี่” แจ๊คพูดปนหัวเราะ“ผมว่าเขาไม่น่าจะใหญ่ได้เกินนาทีหรอกนะแล้วก็คงไม่มีอะไรยาว ๆ อยู่ในถุงสีขาวใบนั้นด้วย” เขาหัวเราะออกมาอย่างขบขันกับความหมายที่แฝงนัยอยู่ในคําพูดนั้น
เช่นเดียวกับที่เขาคาดไว้แอมเบอร์ตวัดสายตามองหน้าเขาอย่างใ บอกตัวเองอยู่ว่ามันจะต้องมีอะไรบางอย่างในตัวเธอที่ทําให้แจ๊คกล่าวคําพูดแบบนี้ออกมาเหมือนตอนที่เขาขอรูปโป๊ของเธอนั่นเองอาจจะเป็เพราะเขาคิดว่าเธออาจจะใช้คําพูดแบบเดียวกันตอบโต้กลับมาก็เป็ได้
และเขาก็มิได้ผิดหวังเลย...
“ผู้หญิงเขาไม่พูดทุกอย่างที่รู้หรอก” เมื่อพูดจบเธอก็เดินแกว่งสะโพกด้วยท่าทางของมาดามลาแบลล์ออกจากที่นั้นตรงไปยังกลุ่มเต็นท์ที่ตั้งอยู่ด้านข้างของลานการแสดง
ใจหนึ่งแจ๊คอยากจะออกเดินตามไปแต่ก็คิดว่าทางที่ดีไม่ควรจะแสดงความใกล้ชิดสนิทสนมให้มากเกินไปนักโดยเฉพาะเมื่อมันใกล้จะสิ้นสุดการแสดงอยู่แล้วและถ้ามิดไนท์เกิดมาพบเข้าตอนที่กําลังจูบกันอยู่คนที่จะต้องรับเคราะห์เพราะความริษยาก็คือแอมเบอร์นั่นเอง
เมื่อถึงคืนพรุ่งนี้เธอก็จะมีความทรงจำอันแสนดีว่าครั้งหนึ่งเคยมีเขาเป็เพื่อนร่วมแสดงด้วยเขาเองก็จะใช้ความพยายามที่จะไม่คิดถึงเธออีก ทุกสิ่งจะผ่านไปเพียงแต่เขาไม่รู้เท่านั้นว่าจะอีกนานเท่าไรกว่าที่เขาจะลืมเธอได้
ก็แล้วทําไมเขาจะทําลายโชคลาภของตนเองลงในนาทีสุดท้ายเช่นนี้เวลานี้เขากับโม้ดช่วยกันหาเงินได้มากพอที่จะใช้ชีวิตอย่างสบายจากสิบเปอร์เซ็นต์ที่หักจากค่าบัตรเข้าชมการแสดงในแต่ละคนอยู่แล้วและเขาก็ไม่้าเรียกความสนใจจากผู้ใดอีกต่อไป เพราะถึงอย่างไรพรุ่งนี้เขาก็จะไปจากที่นี่แล้ว
นั่นเป็สิ่งที่เขาพยายามบอกตัวเองอยู่...
แต่โดยความเป็จริงแล้วเสน่ห์ของมาดามลาแบลล์ดูจะมีอิทธิพลเหนือจิตใจของเขาอย่างโหดร้ายที่สุดโดยเฉพาะอย่างยิ่งยามที่เขามีเพียงนังโม้ดดี้เป็เพื่อนนอนอยู่กลางแจ้งใกล้คอกปศุสัตว์ที่มิดไนท์สร้างขึ้นไว้และในยามนั้น สายตาของเขาจะเหม่อมองไปยังที่พักส่วนตัวของแอมเบอร์ไม่เว้นวาย
เขามองไปที่รถไฟตู้หนึ่งรู้ดีว่ามันเป็ส่วนตัวของแอมเบอร์เพราะกิเดียนบอกเขาเองว่าเธอมีตู้ส่วนตัวที่ใช้เป็ทั้งที่อยู่อาศัยและหลับนอน
มีอยู่คืนหนึ่งภายหลังจากการแสดงได้สิ้นสุดลง เธอได้จุดตะเกียงขึ้นตรงหน้าต่างหลังจากนั้นก็สยายผมลง...ขณะแปรงผมอยู่นั้นสายตาก็เหม่อมองออกไปยังความเวิ้งว้างภายนอก
และขณะนี้เธอก็กําลังเปลื้องเสื้อผ้าฝ้ายสีชมพูชุดนึงออกจากร่างการที่เธอทำเช่นนี้เพื่อท้าทายความเป็ชายของเขาเช่นนั้นหรือ...
แต่หรือว่า...คืนนี้มิดไนท์ได้เข้าไปอยู่ในนั้นด้วย...นอนรอเธออยู่ในเตียงเตรียมพร้อมที่จะเชยชมยามที่เธอดับเทียนลง...
แจ๊คไม่อยากคิดอะไรมากไปกว่านั้นได้แต่จับตามองเธออยู่เฉย ๆ บุหรี่ค้างคาอยู่หว่างนิ้ว เมื่อเธอค่อย ๆปล่อยให้เสื้อหลุดเลื่อนลงทีละน้อยจนมองเห็นสัดส่วนของเรือนกายได้อย่างแจ้งชัดถนัดตาและเมื่อเธอเหยียดแขนทั้งสองขึ้นเหนือศีรษะพร้อมกับแอ่นตัวไปข้างหลังด้วยท่าทางของนักระบํารัฟเฟอรี่ก็รู้สึกว่าเป้ากางเกงตึงตัวขึ้นมาอย่างไม่อาจหักห้ามได้