“นี่นับว่าเป็โอกาสที่ดีสำหรับเ้าที่จะพัฒนาพลังเวทได้รวดเร็วยิ่งขึ้นและยังมีทรัพยากรจำนวนมากอยู่ในดินแดนเวทแห่งนั้นที่เ้าจะสามารถนำมันกลับมาฝึกฝนได้อีกด้วย”
“อีกสี่เดือนหรือขอรับศิษย์เข้าใจแล้ว ศิษย์จะตั้งใจฝึกฝนอย่างเต็มที่และจะพยายามติดหนึ่งในร้อยลำดับแรกให้ได้ขอรับ”
“ดีดี แต่เ้าไม่ต้องกังวลแม้จะไม่ติดร้อยลำดับแรก ในฐานะศิษย์หลักของข้าและของผู้าุโ อาจารย์ก็ยังสามารถให้เ้าเข้าไปฝึกฝนภายในดินแดนเวทได้เ้าเองไม่ต้องเคร่งเครียดไป”
“ศิษย์จะพยายามใช้ความสามารถของตนเองก่อนศิษย์จะพยายามทำให้ดีที่สุดเพื่อไม่ให้อาจารย์ต้องขายหน้าคนอื่นหากศิษย์ไม่สามารถติดร้อยลำดับแรกได้ศิษย์เองก็ไม่อยากจะเข้าไปฝึกในดินแดนเวทแห่งนั้นเช่นกันขอรับ”
“เอาหละเอาหละ ตามใจเ้าก็แล้วกัน ดูแลแปลงสมุนไพรเสร็จเรียบร้อยแล้วเ้าก็ไปฝึกฝนของเข้าต่อ อาจารย์จะออกไปทำธุระข้างนอก อาจจะหลายวันหน่อยเ้าก็ดูแลที่นี่ให้ดีด้วยหละ”
“ขอรับท่านอาจารย์”
หลังจากที่เฟยหลงดูแลแปลงสมุนไพรของเขาเสร็จเรียบร้อยแล้วเฟยหลงจึงเข้าไปศึกษาตำราโอสถของผู้าุโซุนหวู่ ต่อแต่เมื่อเขาเริ่มทำการศึกษาตำราของอาจารย์ของเขาได้ราว ๆสองชั่วโมงรอบกายของเขาพลันพล่าเลือนหายไปเขากลับอยู่ในสภาวะการหยั่งรู้โดยไม่รู้ตัว เขาหลอมกลั่นโอสถโอสถระดับหนึ่งที่มีความบริสุทธิ์เต็มสิบส่วนได้สำเร็จโดยที่เขาไม่รู้ตัว
และสถานะการหยั่งรู้ของเขาทำให้เขาความสามารถนี้ติดตัวของเฟยหลงไปตลอดนับเป็ความสามารถที่ผู้คน้าเป็อย่างมากเพราะเมื่อใครก็ตามที่อยู่ในสถานะการหยั่งรู้ไม่ว่าเื่อะไรความสามารถนั้นจะติดตัวของคนผู้นั้นไปจนกว่าจะสิ้นลมหายใจเรียกได้ว่าเป็ความสามารถที่ฟ้าประทานมาให้เลยก็ว่าได้
เฟยหลงที่อยู่ในระหว่างหว่างการทำให้สิ่งเจือปนในสมุนไพรมีความบริสุทธิ์มากที่สุดเกิดสภาวะการหยั่งรู้โดยบังเอิญทำให้เขาสามารถขจัดสิ่งเจือปนทั้งหมดในสมุนไพรออกไปได้ทำให้นับแต่นี้เป็ต้นไป ไม่ว่าเฟยหลงจะใช้วิธีไหนก็ตาม
ขั้นตอนทำให้ขจัดสิ่งเจือปนในสมุนไพรเขาจะสามารถทำให้สิ่งเจือปนทั้งหมดออกจากตัวสมุนไพรได้อย่างแน่นอนและความสามารถนี้จะติดตัวของเฟยหลงไปตลอดชีวิตของเขา นั่นหมายความว่าเขาจะสามารถหลอมโอสถที่มีความบริสุทธิ์เต็มสิบส่วนได้อย่างแน่นอน
ซึ่งเฟยหลงเองก็ไม่รู้ตัวว่าเขานั้นอยู่ในสภาวะหยั่งรู้อาจารย์ของเฟยหลงเองเมื่อออกเดินทางไปได้ไม่นานเขาพลันคิดได้ว่าลืมสมุนไพรต้นหนึ่งเอาไว้เพื่อที่จะนำไปให้เพื่อสนิทของเขาที่ได้นัดหมายกันเอาไว้พลันรีบกลับมาในทันที
เมื่อมาถึงเขาพบว่าเฟยหลงอยู่ในสภาวะหยั่งรู้เขาทราบทันทีว่าต้องไม่มีใครรบกวนเฟยหลงใน่นี้เด็ดขาด เขารีบร่ายเวทมนตร์ทันทีเพื่อกางข่ายครอบคลุมป้องกันให้ใครมารบกวนเฟยหลงผู้าุโซุนหวู่ไม่รู้ว่าเฟยหลงจะอยู่ในสถานะหยั่งรู้นี้นานเท่าไหร่แต่หากเขายิ่งอยู่นานเท่าไหร่ ผลพลอยได้จะยิ่งมากเท่านั้น
ผู้าุโซุนหวู่ยังคงเฝ้าดูเฟยหลงอย่างไม่คลาดสายตาเขายอมผิดนัดกับสหายของเขา เพื่อดูและเฟยหลงในเวลานี้ หนึ่งวันหลังจากเฟยหลงเข้าสู่สภาวะหยั่งรู้เขาลืมตาขึ้น เขาพบว่ารอบ ๆตัวเขาถูกกางเขตเวทมนตร์เอาไว้ โดยที่มีอาจารย์ของเขาเฝ้ามองดูอยู่ตลอดเวลา
“ท่านอาจารย์ท่านกลับมาั้แ่เมื่อไหร่ทำไมท่านไม่ยอมปลุกข้า”
“เ้ารู้ไหมเ้าเข้าสู่สถานะหยั่งรู้ เ้าสามารถหยั่งรู้เื่อะไร เ้าบอกอาจารย์ได้ไหมว่าสิ่งสุดท้ายที่เ้าทำนั้นคืออะไร?”
“สภาวะหยั่งรู้เช่นนั้นหรือ?”
“ข้าไม่รู้ว่าสภาวะหยั่งรู้คืออะไรท่านอาจารย์แต่ที่สิ่งสุดท้ายที่ศิษย์นึกออกคือศิษย์กำลังทำให้สมุนไพรที่หลอมกลั่นมีความบริสุทธิ์มากที่สุดเท่านั้นขอรับ”
“์์ช่วยเ้าแล้วเ้าลองทำให้สมุนไพรต้อนนี้กลายเป็ของเหลวบริสุทธิ์ให้อาจารย์ดูได้หรือไม่”
“ขอรับท่านอาจารย์ศิษย์จะทำให้อาจารย์ดู”
เฟยหลงนำสมุนไพรต้นหนึ่งที่อาจารย์ของเขายื่นให้กลั่นเป็ของเหลวและทำการแยกสิ่งสกปรกออกจากสมุนไพรนั้นในทันทีเพียงไม่นานของเหลวที่ลอยอยู่ตรงหน้าเขาก็พลันถูกอาจารย์ของเขาดึงเข้าไปสำรวจในทันทีเมื่อเฟยหลงเสร็จสิ้นกระบวนการ
“ฮ่าฮ่า ฮ่า พร์ที่ผู้คนทั้งหลายอยากจะให้เกิด กลับเกิดขึ้นกับศิษย์ของข้า เ้ารู้หรือไม่ ว่าต่อไปไม่ว่าจะเป็สมุนไพรที่กำจัดสิ่งสกปรกยากมากแค่ไหนเ้าสามารถที่จะทำให้มันบริสุทธิ์ได้ และมันยังบริสุทธิ์เต็มสิบส่วนด้วย”
“เพราะอะไรหรือท่านอาจารย์”
“เพราะสภาวะหยั่งรู้ที่เ้าสามารถััมันได้ทำให้สมุนไพรทุกชนิดที่เ้าหลอมกลั่นจะมีความบริสุทธิ์เต็มสิบส่วนอย่างแน่นอนหากเ้าเดินทางสายโอสถ เ้าจะเป็หนึ่งในแผ่นดินอย่างแน่นอนเพราะโอสถที่เ้าหลอมกลั่นได้จะมีความบริสุทธิ์เต็มสิบทุกเม็ด ทุกหยดอย่างแน่นอน”
“เป็ไปได้หรือท่านอาจารย์แค่ข้าอยู่ในสภาวะหยั่งรู้แค่ไม่กี่นาทีก็สามารถทำให้เกิดเื่แบบนี้ได้เช่นนั้นหรือ?”
“เ้าคิดว่าเ้าใช้เวลาไปเท่าไหร่ในการหยั่งรู้ในครั้งนี้”
“ศิษย์คิดว่ามันไม่เกินห้านาทีด้วยซ้ำไปท่านอาจารย์”
“เ้าใช้เวลากว่าหนึ่งวันในการหยั่งรู้ในครั้งนี้ของเ้าและข้าเพิ่งจะได้เห็นที่มีคนหยั่งรู้ใช้เวลานานมากเช่นเ้าเป็ครั้งแรกเช่นกันส่วนมากผู้คนที่อยู่ในสภาวะหยั่งรู้นั้นจะใช้เวลามากสุดเพียงแค่ไม่ถึงชั่วโมงด้วยซ้ำไปแต่เ้ากลับใช้เวลาไปกว่าหนึ่งวันเช่นนั้นการหยั่งรู้ของเ้านั้นนับว่าเป็เื่ยากเป็อย่างมากถึงต้องใช้เวลาในการหยั่งรู้นานมากถึงขนาดนั้น”
“แต่ทำไมศิษย์ถึงได้รู้สึกว่าเวลาที่ผ่านไปมันเพียงแค่แป๊บเดียวเองท่านอาจารย์”
“นั่นก็เป็เพราะว่าเมื่อเ้าอยู่ในสภาวะหยั่งรู้เ้าจะไม่รู้ถึงสถานะภายนอกเลยแม้แต่น้อย แต่หากมีใครมารบกวนสภาวะหยั่งรู้ของเ้ามันจะทำให้สิ่งที่เ้าได้รับนั้นไม่สมบูรณ์อาจารย์เลยต้องร่ายเวทย์คุ้มกันไม่ให้มีสิ่งใดรบกวนเ้าได้ยังไงหละ”
“เป็เช่นนี้นี่เองศิษย์ต้องขอบคุณอาจารย์เป็อย่างยิ่งที่ช่วยเหลือศิษย์มากถึงเพียงนี้”
“แค่เ้าสามารถเข้าสู่สภาวะหยั่งรู้ได้นับว่าเป็เื่ดีอย่างยิ่งสำหรับอาจารย์แล้ว เ้าไม่ต้องขอบคุณอาจารย์หรอกเ้าต้องมีความตั้งใจในสิ่งใด สิ่งหนึ่งอย่างแท้จริง สภาวะหยั่งรู้นี้จึงจะสามารถเกิดขึ้นได้และเ้าก็ไม่ทำให้อาจารย์ต้องผิดหวัง เ้าตั้งใจศึกษาตำราของอาจารย์จนสามารถเกิดสภาวะหยั่งรู้ขึ้นได้นับว่าเป็เื่น่ายินดีเป็อย่างยิ่งสำหรับอาจารย์ที่ได้รับเ้าเป็ศิษย์แล้ว”