สวัสดีครับ อยากรบกวนช่วยวิจารณ์เื่นี้ให้หน่อยครับ ว่าเป็อย่างไรบ้าง มีอะไรต้องปรับปรุงหรือไม่ครับ ไม่แน่ใจว่าแนวนี้จะมีคนอ่านชอบมั้ยนะครับ ยังไงขอกำลังใจให้หน่อยครับ
กลิ่นยาต้มลอยออกมาจากร้านยาของตระกูลมู่
มู่ชิงหลัวผลักประตูเข้าไปก่อนภายในร้านมืดกว่าที่ควรเป็ โคมแขวนเหนือชั้นยาดับไปสองดวงไอน้ำจากหม้อทองแดงยังลอยอยู่หลังม่านกลิ่นรากชะเอมกับใบหวงเหลียนขมติดค้างในอากาศ
ไม่มีพนักงาน
ไม่มีเสียงตำยา
มีเพียงเสียงหยดน้ำจากชายคาด้านหลังดังเป็จังหวะสม่ำเสมอ
เซี่ยอู๋เหินพาพี่ชายไปวางบนเตียงตรวจแล้วค่อย ๆ จัดผ้าห่มให้คลุมถึงอก
“เปิดหน้าต่างทุกบาน”มู่ชิงหลัวกล่าว
หลิงเทียนเดินไปปลดกลอนหน้าต่างด้านข้างลมกลางคืนพัดเข้ามาพร้อมกลิ่นฝน ควันธูป และกลิ่นดินจากถนนเกล็ดัในอกเสื้อไม่สั่น ไม่ร้อน และไม่ตอบสนองต่อสิ่งใด
เขากลับรู้สึกว่าความเงียบนั้นน่ากังวลกว่าความร้อน
มู่ชิงหลัวตรวจชายชรานางวางเข็มลงบนข้อมือและใต้ลำคอ ก่อนถอนหายใจเบา ๆ
“พิษยังไม่ลงถึงแก่นชีพจรแต่สารกดปราณกำลังหมดฤทธิ์”
“รักษาได้หรือไม่?”เซี่ยอู๋เหินถาม
“ถ้าหาตัวยาตรงข้ามได้”
“อยู่ที่ใด?”
มู่ชิงหลัวหันไปยังตู้ไม้สามชั้นด้านหลังร้าน
“คลังเก่า”
นางเดินไปหยุดหน้าตู้ลูบขอบไม้ที่มีรอยไหม้เล็ก ๆ อยู่ตรงมุม แล้วหยิบกุญแจออกจากถุงยา
“คลังเก่าไม่ได้อยู่ในห้องนี้”นางกล่าว “เดิมอยู่ใต้ร้าน ก่อนตระกูลมู่ย้ายห้องเก็บยาไปทางเหนือประตูถูกปิดหลังเกิดไฟไหม้”
“ยังเปิดได้หรือ?”
“ไม่รู้”
นางเสียบกุญแจเข้าช่องเล็กใต้ชั้นไม้กุญแจหมุนได้เพียงครึ่งรอบแล้วหยุด
มู่ชิงหลัวไม่ฝืน
“เมื่อสองเดือนก่อนข้าพบฝุ่นถูกกวาดตรงแนวบันได และบัญชียาบางเล่มหายไปจากชั้นนี้” นางกล่าว“ใครบางคนเคยเข้าไปในคลังเก่า แต่ข้ายังไม่รู้ว่าเขาไปเอาอะไร”
หลิงเทียนมองชั้นไม้
ใต้ตู้มีรอยขีดสามเส้นแต่รอยนั้นเก่าจนไม่อาจบอกได้ว่าใครเป็ผู้ทำ
“ตราสามวงเกี่ยวข้องกับคลังเก่าหรือไม่?”
“อาจเกี่ยวข้อง”มู่ชิงหลัวตอบ “ตราบนขวดใช้ปิดผนึกยาส่วนตราที่พบในเอกสารของหน่วยที่สามมีรูปคล้ายกันแต่ยังไม่มีหลักฐานว่ามาจากผู้เดียวกัน”
นางเปิดบัญชีเล่มหนึ่งหน้ากระดาษหลายหน้าถูกฉีกออก เหลือเพียงรอยด้ายกับเศษหมึก
“สิ่งที่ข้ารู้คือมีคนแก้บัญชี และทำให้ผู้ป่วยบางรายถูกวินิจฉัยผิด” นางกล่าว“ส่วนเขาทำเพื่อปกปิดอะไร ข้ายังไม่รู้”
“อาจเกี่ยวกับคำทำนาย?”
“อาจ”
“ท่านยังไม่แน่ใจ?”
“ข้าไม่ควรแน่ใจในสิ่งที่ยังไม่มีหลักฐาน”
มู่ชิงหลัวปิดบัญชี
“หากคนคนเดียวกันควบคุมยาและคำทำนายเขาอาจทำให้คนป่วยถูกมองว่าเป็ภัย และทำให้ผู้บริสุทธิ์ถูกตัดสินก่อนมีโอกาสพูดแต่ข้ายังไม่รู้ว่าเป็คนเดียวกันจริงหรือไม่”
หลิงเทียนพยักหน้า
คราวนี้เขาไม่เติมคำตอบให้นาง
เสียงระฆังดังขึ้นจากใจกลางนครชิงเหอ
หนึ่งครั้ง
สองครั้ง
สามครั้ง
เสียงผู้คนเริ่มดังจากถนน
“ประกาศใหม่ออกแล้ว!”
“หลิงเทียนจะทำลายนครภายในสามวัน!”
“ฆ่ามันก่อนที่มันจะลงมือ!”
“มันถือเกล็ดั!มันคือัร้าย!”
เด็กคนหนึ่งร้องไห้ถามมารดาว่าัจะลงมาจากฟ้าหรือไม่หญิงผู้เป็แม่รีบดึงเด็กเข้ากอด ชายขายเนื้อข้างถนนะโให้ทหารปิดประตูเมือง
มู่ชิงหลัวเดินไปยังหน้าต่างดึงประกาศจากมือเด็กส่งสารที่กำลังจะนำไปติดเพิ่ม
นางอ่านออกเสียง
“ตามคำทำนายของหอดวงดาวภายในสามวัน นครชิงเหอจะถูกทำลายโดยผู้ถือเกล็ดั ผู้มีนามว่าหลิงเทียนผู้ใดให้ที่พักหรือความช่วยเหลือแก่ผู้ต้องหา ให้ถือเป็ผู้ร่วมก่อภัย”
หลิงเทียนรับกระดาษมาดู
ตราดวงดาวเจ็ดแฉกอยู่้าส่วนตราสามวงสีแดงอยู่ตรงมุมล่าง
เขาพลิกดูด้านหลัง
ไม่มีลายเซ็นนักจารึกไม่มีวันที่รับรอง และไม่มีชื่อผู้ตรวจคำทำนาย
ตราสามวงบนประกาศเป็รอยหมึกสามวงแยกกันชัดเจนวงด้านในขาดเป็่ ๆ และมีหมึกซึมยาวไปทางซ้าย
ตราบนแผ่นโลหะของหน่วยที่สามกลับถูกกัดลึกลงในเนื้อโลหะเส้นทั้งสามเชื่อมต่อกันเป็รูปเดียว
ส่วนตราบนขวดของมู่ชิงหลัวแม้จะมีสามวงเช่นกัน แต่ขอบวงเรียบและไม่มีรอยขาดเหมือนตราบนประกาศ
หลิงเทียนไม่รู้ว่าความต่างนี้หมายถึงอะไร
แต่รู้ว่ามันสำคัญ
มู่ชิงหลัวมองประกาศในมือเขา
“ไม่มีตรารับรองจากสภาดาว”
“แต่คนจะเชื่อ”
“ไม่จำเป็ต้องเชื่อว่าเป็คำทำนายจริง”นางกล่าว “เพียงเชื่อว่าถ้าไม่ทำตาม จะมีบางอย่างเกิดขึ้นกับพวกเขา”
เสียงจากถนนดังขึ้นอีกครั้ง
“ค้นร้านตระกูลมู่!”
“หลิงเทียนอยู่ในเมือง!”
“ปิดถนนทุกสาย!”
เซี่ยอู๋เหินก้มลงแตะหน้าผากพี่ชายเขารีบดึงมือกลับเมื่อััได้ว่าผิวอีกฝ่ายเย็นลง
“ต้องเปิดคลังเก่า”มู่ชิงหลัวกล่าว
นางหันไปยังตู้ไม้
“ถ้าคนที่เปลี่ยนบัญชียารู้ว่าขวดนี้ยังอยู่เขาจะส่งคนมาทำลายมัน”
“ท่านยังไม่รู้ว่าขวดนี้ใช้ทำอะไร”หลิงเทียนกล่าว
“ใช่”
“แล้วเหตุใดจึงคิดว่ามันสำคัญ?”
มู่ชิงหลัวมองรอยตราบนก้นขวด
“เพราะมันถูกซ่อนในคลังที่ไม่มีชื่อและถูกวางไว้ข้างบัญชีที่ถูกฉีกออก”
นางเงียบไปเล็กน้อย
“บางครั้งสิ่งที่ถูกซ่อนไม่ได้สำคัญเพราะมันบอกคำตอบแต่อาจสำคัญเพราะมันบอกว่ามีคนกลัวคำถามใด”
เสียงเคาะประตูหน้าร้านดังขึ้น
ปัง!
ขวดกระเบื้องบนชั้นสั่นกระทบกันกลิ่นยาที่กำลังเดือดหลังม่านเข้มขึ้นจนแสบจมูกเหงื่อเย็นไหลจากขมับหลิงเทียนลงมาตามแนวกรามทั้งที่ลมกลางคืนกำลังพัดผ่านหน้าต่าง
เซี่ยอู๋เหินยืนขึ้นดาบยังอยู่ในฝัก แต่ร่างของเขาขวางระหว่างประตูกับเตียงตรวจ
“ข้าจะอยู่ตรงนี้”เขากล่าว
“ถ้าทหารเข้ามาเ้าจะถูกจับไปพร้อมกับพวกเรา” หลิงเทียนตอบ
“พี่ข้ายังอยู่ในร้านนี้”
เพียงประโยคเดียวก็เพียงพอ
มู่ชิงหลัวหยิบเข็มสามเล่มขึ้นมาแล้วเดินไปยังตู้ยานางเปิดลิ้นชักเล็กใต้ชั้นที่สาม เผยช่องแคบซ่อนอยู่ด้านใน
“ทางเข้าคลังเก่าอยู่หลังตู้”
หลิงเทียนไม่เห็นรอยประตู
มู่ชิงหลัวกดนิ้วลงตรงรอยไหม้ที่ขอบไม้เสียงกลไกเบาดังจากใต้พื้น
ครืด…
แผ่นไม้ด้านหลังตู้เลื่อนออกเผยบันไดหินแปดขั้นทอดลงสู่ความมืด
“ตอนเด็กข้าเคยลงไปถึงขั้นที่สาม” นางกล่าว “บิดาห้ามไม่ให้ลงต่อ เพราะขั้นที่สี่ถูกผนึก”
“ท่านยังจำได้?”
“จำทางเข้าได้แต่ไม่รู้ว่าด้านล่างเปลี่ยนไปหรือไม่”
หลิงเทียนมองบันได
ความทรงจำบางอย่างที่ควรช่วยเขากลับขาดหายไปหลังจากใช้วิชาสะท้อนเจตจำนงในตลาด เขาจำกลิ่นดินหลังบ้านไม่ได้ และจำเสียงหัวเราะของมารดาไม่ได้
ตอนนี้เมื่อมองบันไดเขากลับนึกไม่ออกว่าเคยยืนอยู่ตรงหน้าประตูเช่นนี้กับใคร
เขารู้เพียงว่ามีใครบางคนเคยจับมือเขาไว้
แต่จำไม่ได้ว่าเป็มือของหลิงจ้านหรือหานเยว่
ความว่างเปล่านั้นทำให้เขากำมือแน่น
“หลิงเทียน”มู่ชิงหลัวเรียก
“ข้ายังอยู่”
“ข้าถามว่าจำอะไรได้หรือไม่”
เขามองนาง
“ข้าจำได้ว่ามีความทรงจำอยู่ตรงนั้นแต่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร”
มู่ชิงหลัวเม้มริมฝีปากความกลัววาบผ่านดวงตา ก่อนนางจะก้มหน้ากลบมัน
“อย่าใช้วิชานั้นอีกในคืนนี้”
“ถ้าจำเป็?”
“ถ้าจำเป็จริงๆ ค่อยเสียใจทีหลัง”
คำพูดนั้นแข็งแต่ปลายนิ้วของนางกลับกำเข็มแน่นจนสั่น
เสียงเคาะประตูหน้าร้านดังขึ้นอีกครั้ง
ปัง!
“เปิดประตู!”
เสียงทหารอยู่ห่างออกไปเพียงบานไม้
เยี่ยนชิงหลัวปรากฏตัวตรงประตูหลังในจังหวะนั้นนางยังสวมชุดสีเทา ผ้าคลุมเปื้อนฝุ่นและมีรอยเืแห้งตรงไหล่ใต้ตาซ้ายมีรอยช้ำสีม่วง
หลิงเทียนยกดาบขึ้น
“ข้ามาเพื่อแลกเปลี่ยน”นางกล่าว
“ท่านตามเรามาถึงได้อย่างไร?”
“ข้าตามคนของศาลมา”
“นั่นไม่ใช่คำตอบ”
เยี่ยนชิงหลัวมองเขาแล้ววางแผ่นไม้เล็ก ๆ ลงบนโต๊ะ แผ่นไม้นั้นมีตราดวงดาวเจ็ดแฉกถูกขูดออกครึ่งหนึ่ง
“ข้า้าเห็นเกล็ดั”
“ไม่ได้”
“เช่นนั้นข้าก็ไม่มีเหตุผลต้องบอกว่าคำทำนายฉบับนี้ถูกเขียนขึ้นที่ใด”
มู่ชิงหลัวถาม“เืบนแผ่นไม้เป็ของใคร?”
“คนเฝ้าประตูหอดวงดาว”
“แล้วแผลบนไหล่ท่าน?”
เยี่ยนชิงหลัวมองรอยเืที่แห้งอยู่บนเสื้อ
“ข้าไม่ใช่คนเดียวที่หนีออกมา”
นางไม่อธิบายต่อ
หลิงเทียนมองแผ่นไม้ ไม่ได้มองแผล
“ท่านรู้มากแค่ไหน?”
“น้อยกว่าที่เ้าคิด”
“แล้ว้าอะไรจากข้า?”
“ดูเกล็ดจากระยะใกล้ข้าจะบอกว่าเอกสารคำสั่งของหอดวงดาวถูกส่งมาจากส่วนใดของเมือง”
“นั่นฟังไม่เหมือนข้อมูลครึ่งหนึ่ง”
“เพราะข้ามีข้อมูลไม่ถึงครึ่ง”
เยี่ยนชิงหลัวหยุดหายใจเล็กน้อยก่อนพูดต่อ
“ข้าไม่มีแรงจะโกหก”
หลิงเทียนยังไม่ส่งเกล็ดให้นาง
แต่ก็ไม่ไล่ออก
เสียงทหารเริ่มทุบประตูหน้าร้าน
“เปิดเดี๋ยวนี้!”
เซี่ยอู๋เหินหันไปมองพี่ชายแล้วชักดาบออกจากฝัก
เขาเดินไปยืนหน้าบันไดคลังเก่าปลายดาบชี้ไปยังประตูทางลับ
มู่ชิงหลัวมองเขา
“เ้าจะลงไปด้วย?”
“พี่ข้าอยู่ตรงนี้”
“ด้านล่างอาจอันตราย”
“้าก็มีคนกำลังพังประตู”
ไม่มีใครพูดต่อ
หลิงเทียนหยิบคัมภีร์ดาบพิสูจน์เหตุออกมาเขาเขียนลงบนหน้าว่าง
สิ่งที่รู้—คำทำนายกำลังเปลี่ยนคนทั้งเมือง
สิ่งที่คาด—ตราบนขวดอาจเชื่อมกับบัญชียา
สิ่งที่ยังไม่รู้—ใครเป็ผู้ใช้ตรานั้นและ้าให้ใครเชื่ออะไร
หมึกไม่ขยับ
หลิงเทียนปิดคัมภีร์
เขาไม่รู้ว่าควรเชื่อเยี่ยนชิงหลัวหรือไม่ไม่รู้ว่าขวดไร้ชื่อจะนำไปสู่ยารักษา หรือเพียงพาไปพบกับดักอีกแห่งและไม่รู้ว่าหลิงจ้านมีส่วนกับตราสามวงมากน้อยเพียงใด
แต่เขารู้ว่าการอยู่เฉย ๆก็เป็การตัดสินใจเช่นกัน
มู่ชิงหลัวหยิบขวดไร้ชื่อขึ้นห่อด้วยผ้าสองชั้น
คราวนี้ไม่มีอักษรปรากฏบนผ้า
มีเพียงรอยชื้นสีดำค่อย ๆซึมออกมาตรงกลาง และไหลไปตามเส้นใยเป็รูปวงไม่สมบูรณ์
เสียงหนึ่งดังขึ้นจากในขวด
เบาและแห้ง เสมือนหยดน้ำตกลงบนโลหะ
หลิงเทียนหันไปฟัง
จากส่วนลึกของคลังเก่ามีเสียงตอบกลับ
ไม่ใช่จังหวะเดียวกัน
เสียงจากขวดดังหนึ่งครั้งเว้น่สั้น แล้วตามด้วยอีกหนึ่งครั้ง
แต่เสียงจากความมืดดังสามครั้งติดกันก่อนหยุดยาว
หลิงเทียนจำความแตกต่างนั้นได้
เขายังไม่รู้ว่าขวดกำลังเรียกสิ่งใดหรือสิ่งที่อยู่ใต้คลังกำลังตอบใคร
แต่ทั้งสองเสียงไม่ได้พูดคุยกันด้วยภาษาเดียวกัน
ประตูหน้าร้านแตกร้าว
มู่ชิงหลัวส่งขวดให้หลิงเทียน
เซี่ยอู๋เหินยืนขวางทางขึ้น
เยี่ยนชิงหลัวก้าวลงบันไดเป็คนแรก
หลิงเทียนมองประกาศคำทำนายบนโต๊ะก่อนตามลงไป
เหนือศีรษะ ทหารกำลังพังประตู
เบื้องล่างเสียงจากความมืดยังคงเคาะต่อไป
และเป็ครั้งแรกที่หลิงเทียนสงสัยว่าคนที่กำลังรออยู่ในคลังเก่าอาจไม่ได้รอให้เขาเปิดประตู
แต่อาจกำลังรอให้เขาเลือกว่าจะปิดประตูใส่ใคร.