ตลอดระยะเวลาสามวันก่อนออกเดินทางแอนนากับลิซ่าถูกเจสันเชิญให้ไปตรวจร่างกายแทบทุกวันเจสันอ้างว่าเพื่อใช้เป็ฐานข้อมูลในการเตรียมอาหารและน้ำดื่มตลอดจนยารักษาโรคให้เหมาะกับสภาพร่างกายของทั้งสองอีกทั้งเวลาไปหาเจสันที่ห้องตรวจร่างกาย สองสาวไม่เคยเจอคนอื่นๆที่จะเดินทางไปพร้อมกับพวกเธอเลย พอถาม เจสันก็เลี่ยงที่จะตอบคำถามทุกครั้งและพยายามเบี่ยงประเด็นไปเื่อื่นแทน
“ตอนแรกผมว่าจะส่งหุ่นดรอยด์ไปแทน”เจสันเอ่ยขึ้นขณะที่กำลังยืนมองเ้าหน้าที่ฉีดสารบางอย่างให้สองสาว“แต่พอมาคิดอีกที ให้มนุษย์เป็ตัวหลักในภารกิจนี้น่าจะดีกว่าแล้วเป้าหมายที่เราจะไป ซึ่งก็คือดาวโลกที่นั่นน่าจะปลอดภัยครับถ้าเราไม่ไปเจอกับชนเผ่าพื้นเมืองเสียก่อนซึ่งเื่นี้อยู่ในไฟล์ที่ผมส่งไปให้คุณแอนนาอ่านก่อนหน้าแล้ว”
“แน่ล่ะงานบริษัทเรามีค่ามากกว่าที่จะให้หุ่นยนต์กิ๊กก๊อกมาทำ”
แอนนาเห็นด้วยเธอค่อนข้างแอนตี้เื่ที่ให้หุ่นมาทำงานแทน
ที่จริงแล้วโครงการสเปซออฟในครั้งนี้เจสันเคยเสนอกับคาลอสไปในครั้งแรกว่าจะให้หุ่นยนต์หรือหุ่นดรอยด์ทำงานแทนทุกขั้นตอนแต่คาลอสกับบรรดาผู้ถือหุ้นต่างไม่เห็นด้วยแอนนาเองก็เป็หนึ่งในผู้ที่คัดค้านชนิดหัวชนฝาเนื่องจากประชากรบนดาวดวงนี้ยัง้างานทำอีกมากไม่ว่าจะแผนกใดในโครงการนี้บริษัทคาลอสเอนเนอร์จีจะให้มนุษย์เป็ผู้ดูแลเท่านั้นแม้บริษัทในเครือคาลอสเอนเนอร์จีเป็ผู้ผลิตหุ่นเพื่อใช้งานในภาคส่วนต่างๆของดาวนี้ก็ตาม เพราะในขณะเดียวกันคาลอสเองก็เล็งเห็นว่างานบางส่วนของดาวเคราะห์เรนต้าก็้าใช้ดรอยด์ทำงานเช่นกัน
“อย่าให้รู้นะว่าคุณเอาหุ่นกระป๋องกิ๊กก๊อกนั่นขึ้นยาน” แอนนามองหน้าเจสัน “ไม่เช่นนั้นฉันจะขอให้คุณพ่อไล่คุณออกทันที”
“คร้าบๆรับรองว่าไม่มีแน่” เจสันทำหน้าเซ็ง
“แล้วคุณฉีดอะไรให้พวกเราคะอันตรายหรือเปล่า” ลิซ่าถามบ้าง
“ไม่ต้องห่วงก็แค่ยาบำรุงร่างกาย ผู้หญิงอย่างพวกคุณน่ะมันอ่อนปวกเปียก จะไปอวกาศทั้งทีก็ต้องแข็งแรงหน่อย”
“มีอะไรอีกไหมเจสัน”แอนนาลุกจากเก้าอี้หลังจากฉีดเสร็จ เธอยังมีงานที่ต้องสะสาง
เมื่อชายร่างเตี้ยส่ายหน้าแทนคำตอบทั้งสองสาวจึงพากันกลับห้องทำงานของตัวเอง
ทันทีที่ได้เวลาเลิกงานเจสันไม่รีรอออกจากบริษัทเดินทางมุ่งตรงไปยังเรือนจำของดาวเรนต้าซึ่งมีสภาพคล้ายกับเหมืองแร่ขนาดใหญ่เรนต้าใช้เป็ที่คุมขังนักโทษทั้งของตนและของดาวอาณานิคมจึงจำเป็ต้องขยายอาณาเขตออกไปเรื่อยๆเพื่อไม่ให้นักโทษอยู่กันอย่างแออัดตามกฎของสภากาแล็กซีที่ระบุไว้ว่าห้ามใช้สถานที่คุมขังนักโทษแบบเดิม ซึ่งเล็กและแออัดยังกับห้องแคบๆรัฐบาลเรนต้าจึงใช้งบประมาณนับร้อยล้านฟาเรนก่อสร้างเรือนจำแบบใหม่ขึ้นมาเพียงเพื่อไม่อยากมีปัญหากับทางสภากาแล็กซี
ณเรือนจำแห่งนี้ คือสถานที่ที่นักโทษทั้งห้าถูกคุมขังทุกคนล้วนเป็อาชญากรตัวสำคัญของกาแล็กซี คนพวกนี้รับจ้างรบตามาของดาวต่างๆ รวมถึงยังรับงานลอบสังหารหรือตามอารักขาบุคคลตามแต่จะว่าจ้างอีกด้วย โดยที่ทั้งห้าไม่ได้ขึ้นตรงต่อกองกำลังของดาวไหนจึงถือว่าเป็นักรบรับจ้างเถื่อนที่ผู้พิทักษ์กฎหมายของสมาพันธ์อวกาศหมายหัว
“คุณเตรียมคนไว้ให้ผมหรือยัง”เจสันถามผู้คุมเรือนจำทันทีที่เจอหน้า “พรุ่งนี้เช้าผมต้องให้คนพวกนี้ออกเดินทางแล้ว”
“เรียบร้อยแล้วน่า...”ผู้คุมเรือนจำร่างใหญ่ผิวสีแดงเพลิงบอกเจสัน พร้อมกับยื่นมือไปเพื่อรอรับบางอย่าง
เจสันทำเสียงฮึดฮัดในลำคออย่างขัดใจเล็กน้อยแล้วต้องส่งสิ่งที่อยู่ในมือให้...มันคือเงินสดจำนวนห้าแสนฟาเรน
“ว่าแต่พวกนี้เชื่อมือได้แน่นะ”
“อ่านประวัติของพวกมันหรือยังล่ะ”
“นั่นมันก็ใช่แต่ผมอยากฟังจากปากคุณมากกว่า”
คำตอบนั้นของเจสันผู้คุมได้ยินก็เผยยิ้มบางอย่าง สายตามันยังคงมองเงินสดจำนวนห้าแสนฟาเรนในมือที่จริงแล้วผู้คุมคนนี้ก็คือหัวหน้าของนักโทษทั้งห้านั่นเอง ซึ่งเจสันเองก็รู้และที่ลูกน้องมันโดนจับมาขังไว้แบบนี้ก็เพราะมันเองนั่นแหละเป็คนขายข่าวให้ทางเ้าหน้าที่มาไล่จับเพื่อแลกกับเงินรางวัลก้อนโต...อย่างที่ทำอยู่ตอนนี้!
“อย่าพูดแบบนั้นสิ”ผู้คุมละสายตาจากเงินก้อนโตในที่สุด มองหน้าเจสัน “พวกมันไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ผมเป็คนป้อนงานทุกอย่างให้หลังจากที่พ่อของพวกมันตายและก็ผมอีกนั่นแหละที่แจ้งเ้าหน้าที่ให้ไปจับพวกมัน”
พอพูดจบผู้คุมก็หัวเราะลั่นเสียงดังไปทั้งห้อง
“อีกสองชั่วโมงผมจะให้คนมารับ”เจสันี้เีฟังอีกฝ่ายพล่าม รีบบอกสิ่งที่้าโดยยื่นของอีกอย่างที่อยู่ในมือให้
“ระหว่างนี้ให้พวกมันกินยานี้ก่อน”
“ยาอะไร”ผู้คุมเพ่งมองยาพวกนั้นอย่างสนใจ “ผมกินได้ไหม”
เจสันหัวเราะกับคำถามนั้นเพราะในมือของเขาคือยา ‘ตาย’ เมื่อกินแล้วสภาพจะเหมือนตายไปแล้วนั่นเอง
“อย่าดีกว่ามั้งเอาให้พวกนั้นกินก็พอ แล้วจับพวกมันใส่ตู้ผนึกซะ”
ผู้คุมรับยามาไว้ในมือพร้อมกับรับปากว่าจะทำตามที่บอก
“แล้วอย่าลืมที่คุยกันไว้”เจสันย้ำกับผู้คุม “คุณไม่เคยเจอผมที่นี่...จำไว้!”
เจสันเดินทางย้อนกลับมาที่บริษัทคาลอสเอนเนอร์จีอีกรอบเขาเป็หนึ่งในไม่กี่คนที่สามารถเข้าออกบริษัทแห่งนี้ได้ตลอดเวลา
เมื่อถึงห้องทำงานของตัวเองเจสันเลือกที่จะนั่งรออยู่เงียบๆ รอ...จวบจนกระทั่งเวลาผ่านไปราวสองชั่วโมงครึ่งก็มีคนติดต่อเข้ามาหาเขา โดยที่ไม่ผ่านช่องทางสื่อสารปกติของบริษัท
“รับพัสดุมาแล้วเคลียร์ทางให้ด้วย”
“เดี๋ยวจัดการให้”เจสันตอบปลายทาง ก่อนที่จะตัดสายการสนทนา และลบข้อมูลการสนทนาทิ้ง
เจสันติดต่อเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของบริษัทและออกคำสั่งเปิดทางให้ยานขนส่งขนาดเล็กบรรทุกของเข้ามาภายในบริษัทได้โดยเขาบอกแต่เพียงว่าเป็ของที่จะใช้ในการเดินทางของโครงการสเปซออฟอีกทั้งยังเป็คำสั่งของคาลอส จากนั้นเจสันก็รีบออกจากห้องทำงานมุ่งตรงไปยังห้องทดลองของโครงการสเปซออฟที่นั่นมีนักวิจัยที่เจสันเชื่อใจได้ทำงานอยู่สามคนแต่ละคนรู้ในสิ่งที่เจสันทำทุกอย่างและพร้อมที่จะร่วมหัวจมท้ายไปกับเขาในครั้งนี้ด้วย
“หวังว่าทุกอย่างจะราบรื่นอย่างที่คิดนะถ้าขืนผิดพลาดขึ้นมา พวกเราได้ไปนอนเน่าในคุกนอกดาวแน่”
เจสันบอกกับนักวิจัยทั้งสามที่อยู่ภายในห้อง
“พวกเราก็หวังให้มันเป็เช่นนั้นเหมือนกันเจสัน” หนึ่งในนักวิจัยเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเครียดอยู่ในทีเพราะพวกเขาเองก็เอาชีวิตมาเสี่ยงกับเจสันเหมือนกัน
ในขณะที่คนทั้งสี่กำลังสนทนากันอยู่นั้นมีคนเปิดประตูห้องเข้ามาพร้อมกับบังคับตู้โลหะขนาดใหญ่ห้าตู้ที่ลอยอยู่เหนือพื้น
“หน้าที่ของพวกคุณจบแล้ว”เจสันยื่นเงินปึกใหญ่ให้คนที่นำตู้เข้ามา “พวกคุณไม่เคยมาที่นี่ เข้าใจไหม”
คนที่นำตู้เข้ามาพยักหน้าและนับเงินไปแบ่งกันคนละครึ่ง ก่อนที่จะรีบเดินกลับออกไป
“นี่น่ะเหรอสิ่งที่คุณเคยบอกพวกเรา”
นักวิจัยอีกคนพูดขึ้นขณะที่เดินเข้าไปใกล้หนึ่งในห้าตู้
เจสันเดินไล่กดปุ่มสีเขียวเล็กๆบนแผงควบคุมที่หน้าตู้ทั้งห้า ทันใดนั้นแต่ละตู้ก็เปิดออกมีควันสีขาวเย็นะเืฟุ้งกระจายออกมา พอควันจางลงก็เผยให้เห็นร่างของชายฉกรรจ์ห้าคนซึ่งก็คือเหล่าอาชญากรตัวสำคัญที่เจสันได้ทำการตกลงไว้กับผู้คุมเรือนจำนั่นเอง
“พวกนี้คือใบเบิกทางให้ความฝันของพวกเรา”เจสันหันไปบอกนัก วิจัยทั้งสาม “ถ้าทุกอย่างสำเร็จ พวกเราก็จะรวยกันทุกคน”
นักวิจัยทั้งสามแววตามีความหวังไม่ต่างจากเจสันจากนั้นก็เริ่มทำสิ่งที่ตนเองต้องทำ นั่นคือการนำคนทั้งห้าออกมาจากตู้ผนึกก่อนที่จะทำการฉีดสารกระตุ้นหัวใจให้อาชญากรทั้งห้าฟื้นขึ้นมาอีกครั้งเพื่อพร้อมรับภารกิจหลักที่ต้องทำบนยานอวกาศรวมถึงภารกิจลับที่เจสันจะสั่งต่อไป...
ทางด้านสองสาวที่กำลังเตรียมตัวให้พร้อมก่อนออกเดินทางไปยังดาวอันห่างไกลที่ไม่เคยรู้จักแม้จะเป็การประชดบิดาของตัวเองก็ตาม แต่แอนนาก็ได้ถือโอกาสนี้แสดงให้บิดาเห็นว่าตนเองนั้นไม่ใช่เด็กอีกต่อไปแล้วที่จะคอยสั่งให้อยู่แต่ในห้อง
“นอนเถอะค่ะคุณหนูดึกแล้ว”
เสียงลิซ่าะโออกมาจากในห้องน้ำ
“ตกลงใครเป็เ้านายใครกันแน่เนี่ย”แอนนาบ่น “คืนนี้ฉันไม่นอนหรอก”
ลิซ่าอาบน้ำเสร็จพอดีเลยเดินออกมาจากห้องน้ำโดยที่อยู่ในชุดนอนเรียบร้อยทรุดตัวลงนั่งบนเตียงที่แอนนานอนอยู่ “แต่พรุ่งนี้ต้องเดินทางแล้วนะคะถ้านอนไม่พอเดี๋ยวคุณเจสันก็ได้บ่นเอาอีก”
“บนยานไม่มีห้องให้นอนหรือไงลิซ่า”แอนนาพลิกตัวหันมาคุยด้วย
“ดิฉันี้เีฟังคุณเจสันบ่นหรอกค่ะ”
เลขาสาวพูดยิ้มๆแล้วก็เปลี่ยนท่าเป็ล้มตัวนอนตะแคงคุยกับเ้านายแทนเลยทำให้เ้านายสาวเงียบไปชั่วครู่ ก่อนที่จะเอ่ยบางอย่างขึ้นมา
“เธอว่าคุณพ่อจะเสียใจไหมที่ฉันทำอะไรลงไปแบบนี้”
“เื่ไหนคะเื่ที่คุณต้องเดินทาง...หรือเื่ที่คุณไม่เชื่อที่ท่านห้าม”
“ทั้งสองเื่นั่นแหละ”แอนนาเอาแขนก่ายหน้าผาก “จริงๆ ฉันเองก็รู้นะว่าตัวเองไม่ใช่เด็กอีกแล้วจะมาทำตัวดื้อแบบนั้นไปทำไมกัน”
ลิซ่าอดไม่ได้ที่จะขำออกมา
“ขำอะไรของเธอ”แอนนาผลักลิซ่าเบาๆ “ฉันพูดอะไรผิดหรือไง”
“เปล่าหรอกค่ะ”ลิซ่าว่าแล้วก็พลิกตัวหันกลับไปอีกด้านแกล้งทำเป็หลับเพื่อเลี่ยงที่จะตอบคำถามนั้น
เมื่อแอนนาไม่มีใครให้คุยด้วยแล้วเลยตกอยู่ในสภาวะจำยอมปิดไฟภายในห้องพยายามข่มตานอนให้หลับอย่างที่ลิซ่า้า แม้ระหว่างสองสาวจะอยู่ในสถานะเ้านายกับลูกน้องแต่ยังไงแอนนาก็ยังคงให้เกียรติลิซ่าในฐานะเพื่อนรักเช่นกัน
#####หลังจากตอนนี้เป็ต้นไป จะขอลงแบบเต็มตอนนะครับ และขอลงสัปดาห์ละ1ตอน ทุกวันอาทิตย์ครับ ขอบคุณครับ#####